LOGINจางอี้เฟิงสะดุ้งโหยงในท่วงท่าที่ไม่ต่างจากการกระโดดหลบกองหลัง ที่พุ่งตัวเข้ามาเสียบสกัด เขากระเด้งถอยหลังไปอีกราว 2 - 3 ช่วงตัวเอาให้พ้นระยะปลอดภัยจากภัยคุกคามบานกระจก ทว่าแผ่นหลังก็เกือบจะชนเข้ากับประตูห้องส้วมอยู่ดี ถูกต้องที่สุดว่าใบหน้าสุดคมเข้มที่ปรากฏอยู่บนแผ่นสะท้อนก็คือเทพกงกง เทพผู้เฝ้าตำหนักสวรรค์หวงหือลี่ ( 黄花梨 ) ท่านน่าจะมีเวลาไม่มากเลยรีบเข้าประเด็นด้วยประโยคห้วน ๆ
.
"มิต้องตกใจพ่อหนุ่ม ข้ามิทำอะไรเจ้าหรอก ตอนนี้เจ้าหายเจ็บอัณฑะแล้วใช่หรือไม่?"
.
จางอี้เฟิงตกใจจนเกือบลืมไปแล้วว่าตนเองเข้ามาในนี้ทำไม ทั้งที่ไม่ได้มีกิจธุระ
.
"เอ้อ..! ใช่จริงด้วย! ใช่ครับใช่! ตอนนี้ผมหายปวดแล้ว ทุกอย่างปกติดีหมดเลย!"
"ท่านเป็นเทพเจ้าประจำโรงเรียนเหรอครับ? นี่พวกท่านมีตัวตนอยู่จริง ๆ เหรอครับเนี่ยะ ผมแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลย!"
.
"ข้ารู้.. แต่ข้ามิมีเวลาจะแถลงไขมากนัก เอาเป็นว่าเจ้าจงเร่งเข้าประตูห้องน้ำหมายเลข 4 ที่อยู่ด้านหลังนั่นก่อน"
"ขึ้นมาหาข้าบนนี้ แล้วข้าจะชี้แจงทุกอย่างให้เจ้าฟัง"
.
หนุ่มน้อยยอดนักบอลเริ่มชักแปลกใจ เขาหันหลังไปมองประตูที่ว่าอยู่หลายครั้ง พลันคิดในใจว่านั่นมันห้องส้วมนะ! มันจะมีอะไรในนั้นได้นอกจากสายฉีดตูดกับโถสุขภัณฑ์ ก็เลยโพล่งสิ่งที่ตนเองสงสัยออกไปโต้ง ๆ
.
"เอ่อ.. คือ.. นี่คือเรื่องแปลกที่สุดในชีวิตผมเลยครับ"
"แต่ทำไมผมถึงต้องเชื่อฟังท่านด้วยล่ะ หน้าตาท่านอย่างกับกระเทยเก๊กแมนอ่ะ!"
"ฝ่ามือท่านก็อย่างกับตุ๊ดที่เขียนกลอนโป๊ ลงบนประตูห้องน้ำสาธารณะ!"
"หรือไม่ก็พวกที่ชอบแจกเบอร์โทร 084-9658*** "อมเก่ง! โมคได้! อยากเสียวโทรมา!" อะไรทำนองนั้น"
"ผมว่ามันไม่ Make sense เลยอ่ะครับ!"
.
"หึ! ปากดีนักนะ?!"
.
"แกร๊ก..ก..ก..ก!"
.
"โอ๊ย! ๆ ๆ , ไข่ผม! ครับ ๆ ๆ ผมจะรีบเข้าไปเดี๋ยวนี้!"
"ยอมแล้ว ๆ จะไม่กวนประสาทอะไรอีกแล้วครับ , โอ๊ยยย..ย..ย..! , อื้อ..อ..อ..!"
.
ด้วยความสัตย์จริงว่าแค่กงกงออกฝ่ามือกระพี้เดียว ไข่ของจางอี้เฟิงก็แทบจะระเบิดออกเป็นแปดซีก เขาเลยต้องยอม และก็ต้องยอมรับอีกว่าถ้าส้วมคือสุขาวดีแล้วล่ะก็ ประตูห้องส้วมเบอร์ 4 ก็ไม่ใช่ที่สำหรับเข้าไปขี้ แต่คือธรณีประตูที่ขับเจ้าตัวขึ้นสู่สวรรค์ชั้นสูงสุด
.
.
แสงจ้าแสบตาขาวจั๊วยิ่งกว่าเสื้อขาวในโฆษณาผงซักฟอก จางอี้เฟิงพบว่าตนเองเหมือนโดนแรงดูดมหาศาลให้พุ่งทะยานขึ้นสู่ด้านบนซึ่งคือที่ไหนก็ไม่รู้ ความเจ็บปวดใด ๆ มิเกิดขึ้นแม้มันจะเร็วมาก แถมยังทะลุทุกสรรพสิ่งชิ่งสิ่งนั้นชนสิ่งนี้ไปทั่ว กลัวก็กลัวแต่ก็ยังรอด และพอมันหยุดลงเขาก็พบว่าตนเองมายืนอยู่ ณ ลานกว้างแห่งหนึ่งที่ไกลสุดลูกหูลูกตา ทุกอย่างช่างจ้าซะเหลือเกิน! มันทั้งขาวทั้งนวลแล้วก็นุ่มนิ่มในเวลาเดียวกัน พลันลองก้มมองดูด้านล่างถึงได้พบว่านี่ไม่ใช่พื้นดินธรรมดา หากแต่เป็นปุยเมฆนุ่ม ๆ ที่กระจายตัวอยู่ทั่วแอเรียเต็มไปหมด
.
"เอาจริงดิ! นี่คือสวรรค์หรอ?"
"โห.. เหมือนกับที่เคยฝันถึงเลยแฮะ"
"เอ๊ะเดี๋ยวก่อนซิ! หรือว่าเราตายไปแล้ววะ?!"
.
หน้าซีดเป็นไก่ต้มสิจะเหลือเหรอ นรกสวรรค์มีแต่คนตายเท่านั้นที่มีสิทธิได้ไป ประกอบกับพอมองซ้ายมองขวาแล้วไม่เห็นใครเลยสักคน จางอี้เฟิงก็เลยยิ่งฟุ้งซ่าน เขาเลือกที่จะเชยคางขึ้นเพื่อแหงนคอมองข้างบนเป็นลำดับถัดไป ก่อนจะพบว่ามันมีฐานของก้อนเมฆมากมายทอดตัวเป็นแพรยาว แล้วก็วางซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ขึ้นไปอีก ซึ่งไม่เหมือนกับคอนโดที่มนุษย์อยู่อาศัยเลย บางทีเหล่าเทวดานางฟ้าอาจจะมีระดับชั้นวรรณนะแบ่งสมณศักดิ์กันอยู่ และพวกเขาก็คงจะแบ่งโซนกันอยู่อาศัยตามลำดับชั้นดังกล่าวด้วย
.
เท่าที่สังเกตตอนนี้จางอี้เฟิงน่าจะอยู่ในชั้นล่างสุดแล้ว มิหนำซ้ำยังยืนอยู่คนเดียวท่ามกลางลานเมฆกว้างกว่า 5 กม.เห็นจะได้! เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อไป ก็เลยตัดสินใจออกเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อย จนกระทั่งผ่านไปราว 5 นาที จู่ ๆ เจ้าตัวก็เริ่มสังเกตเห็นเงาของใครคนหนึ่งเป็นจุดเล็ก ๆ ซึ่งสวมชุดสีม่วงขลิบทองและมีหมวกทรงสูงอูซาหม่า (乌纱帽) อยู่บนศีรษะ เขายืนอยู่ไกลเหี้ย ๆ ไกลสัด ๆ ชนิดที่แทบจะสุดแม็พเลยก็ว่าได้ จางอี้เฟิงก็เลยถึงกับต้องพูดปลุกใจตัวเองขึ้นมา
.
"เอาวะ! ลองดูหน่อย ยังไงเราก็ไม่รู้จะไปที่ไหนอยู่ดี"
"มีเป้าหมายให้ยึดเหนี่ยวก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรนี่นา ลุย! , ฮึบ!"
.
"บุ๋ม..ม..ม!"
ก้าวแรกไม่เป็นไรก้าวต่อไปไฟก็ไม่ได้ไหม้สบง หากแต่เป็นก้าวที่สามที่สี่นี่สิที่เหมือนจะมีเรื่อง!
.
เดินมาตั้ง 5 นาทีไม่เห็นจะมีอะไร แต่พอเดินแบบมีไฟเข้าหน่อยไฉนฐานเมฆทั้งแผงมันถึงได้เลื่อนหุบเข้าไปเองเช่นนี้! พรืดดด! จางอี้เฟิงก็เลยเหมือนถูกฉุดลากกระชากถู ให้พุ่งเข้าไปหาจุดสีม่วงที่ล็อคเป้าเอาไว้
.
"ครืดดด! , ครืดดด! , ครืดดด!"
.
"เฮ๊ย! ๆ , เดี๋ยว! ๆ , เร็วไปแล้ว..ว..ว..! เฮ๊ยยยย~! "
"อ๊าาาากกกกกกก!"
.
"กึก!"
พอไปถึงและหยุดตัวลงหัวเข่าของเขาก็เหมือนถูกแรงกดประหลาด กระแทกให้คุกเข่าลงตรงหน้า
.
จะเรียกว่าเป็นการบังคับให้ศิโรราบแบบออโตเมติกก็มิผิด เพราะต่อมาชายรูปร่างสูงใหญ่ผู้ใส่อาภรณ์สีม่วงขลิบทองพร้อมกับหมวกทรงปล่องไฟอูซาหม่า (乌纱帽) ก็กลับหลังหัน พลางเผยโฉมหน้าที่แท้จริงให้จางอี้เฟิงดู
.
"เป็นเช่นใดเล่าเห็นโฉมหน้าข้าเต็ม ๆ เช่นนี้แล้ว เจ้ารู้สึกเช่นไร?"
คีย์เสียงกระเทยมาเต็ม เยือกเย็นยานจนหนังไข่สั่นสะบั้น
.
"สะ.. สวยงามเหลือเกินครับ"
เขาพยายามจะผสานมือไว้ตรงหน้า ทำท่าคารวะพร้อมกับคุกเข่า
.
"และผมก็ต้องขออภัยท่านในทุก ๆ สิ่งที่ผมทำลงไป ผมคึกคะนองและไร้สามัญสำนึกเองครับ"
"ขอท่านเทพเจ้าโปรดเมตตาด้วย.."
.
"มิเป็นไรหรอก ข้าจะมิถือสาหาความเจ้าก็แล้วกัน"
"แต่เจ้าต้องตอบข้ามาตามตรง ว่าเคยเห็นอาภรณ์ชุดเครื่องแบบเหล่านี้หรือไม่?"
พูดเสร็จท่านเทพกงกงก็ได้ตวัดนิ้วดัชนีเรียกชุดเครื่องแบบผ้ายืด ของทหารส่งสาส์นเทียนซิ่งจงที่เก็บไว้ออกมาแสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์
.
จางอี้เฟิงพยักหน้าเขาตอบว่ารู้ยิ่งกว่ารู้ซะอีก เพราะนี่คือชุดเสื้อผ้ากีฬาแบบเดียวกับที่ใช้แข่งฟุตบอลในยุคปัจจุบัน มิหนำซ้ำเขายังรู้อีกด้วยว่าใครเป็นคนที่เคยใส่เสื้อตัวนี้ เมื่อครั้งอยู่บนโลกมนุษย์!
เสียงระเบ็งเซ็งแซ่จากระเบิดลูกหนังตูมตามกดดันหนัก เทพกงกงยืนกำหมัดแน่นตัวสั่นสะท้านเฝ้ารอว่าจางอี้เฟิงจะให้คำตอบแนวไหน และบางทีหากเราย้ายจิตไปอยู่ในมุมของอี้เฟิง เราก็อาจจะเข้าใจในสิ่งที่เขาคิด เพราะขึ้นชื่อว่าฟุตบอลนั้นใช่ว่าจะสร้างกันได้ง่าย ๆ ทุกอย่างต้องมีเวลาฝึกซ้อม ต้องมีการเล่นที่เป็นทีมเวิร์ค ไหนจะเรื่องเฟ้นหานักเตะให้ตรงกับตำแหน่งอีก กงกงเป็นเทพ LGBT บนสวรรค์ดีดนิ้วสั่งอะไรก็ได้ดั่งใจ พวกเขาไม่มีทางเข้าใจความลำบากในกิจกรรมที่มนุษย์เนรมิตขึ้นหรอก."ว่าเช่นไรเล่าข้ารอคำตอบเจ้าอยู่นะ? ข้ารับปากเลยว่าเจ้าจะสุขสบาย น้ำท่าบริบูรณ์มีห้องนอนมีห้องน้ำ อาหารการกินเพรียบพร้อม เรียกได้ว่าในโลกมนุษย์เจ้ามีอะไร สิ่งที่เจ้าเคยถวายให้เทพเจ้าไว้เจ้าจะได้เช่นนั้นทุกอย่าง แค่เพียงเจ้าช่วยพวกเรา.."."ผมดีใจที่ได้ยินแบบนั้นครับท่านองค์เทพ แต่นอกเหนือจากความยากเรื่องทำทีมแล้ว ผมยังมีอีกประเด็นที่สลัดออกไปจากหัวไม่พ้นจริง ๆ หากเป็นไปได้ผมอยากให้ท่านช่วยเคลียร์เรื่องนี้ให้หน่อย แล้วผมจะสอนมรรคาฟุตบอลแห่งสวรรค์ให้พวกท่านเป็นที่แรก"."ว่ามาเลย! เร็วเข้าเจ้าต้องการสิ่งใด?!""ชีวิตข้ามีแค่ไข่ข้างซ้าย
"จริงรึ!? จงเร่งชี้แจงมาเดี๋ยวนี้!"เทพกงกงถึงกับเสียกิริยา บุคลิกแกดูขึงขังขับความแมนออกมาหลายส่วน."จริงครับท่าน! ผมจำได้แม่นเลย ถึงผมจะไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว แต่เขาคือศูนย์หน้าเบอร์ 9 ตัวจบสกอร์ของสำนักกีฬาหลงเซียงถื่อ! พวกเรากรำศึกหนักฟาดฟันกันมาหลายปี ตัวนักกีฬาอาจจะมีผลัดใบเปลี่ยนหน้าคร่าตาไปบ้าง แต่ลวดลายสีสันและโลโก้บนเสื้อ ผมไม่มีทางลืมคู่แข่งตัวฉกาจอย่างพวกเขาเป็นแน่!"."ลุกขึ้น.. แล้วเชิญพูดต่อ"กงกงผายมือเป็นสัญญาณ พลางกอดอกฟังอย่างตั้งใจ."อะ.. อืม.. ครับ! เสื้อตัวนี้เป็นเสื้อคอกลมที่ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์คุณภาพสูง Polyester เกรดกีฬา เป็นเสื้อที่ไม่ได้ถูกสร้างมาแค่ใส่! แต่ถูกออกแบบมาเพื่อลงสนามอย่างแท้จริง!"."ผมมีโอกาสได้สัมผัสมันบ้างตอนที่เผชิญหน้ากับพวกเขาในสนาม ผมพยายามดึงพยายามกระชากแล้วปล่อยเพื่อทำลายจังหวะ แต่ครั้งแรกที่จับโดนก็สัมผัสได้ถึงความกระชับที่พอดีตัวเหลือเชื่อ! พวกเขาไร้ซึ่งความอึดอัดใด ๆ เนื้อผ้าที่ยืดหยุ่นสูงทำให้เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะสปรินต์สุดแรงเกิด หรือเลี้ยงหลบแบบซิ๊กแซ๊ก ยิ่งจังหวะยกเท้ายิงเต็มข้อยิ่งไม่ต้องพูดถึง เสื้อมันจะขยับ
จางอี้เฟิงสะดุ้งโหยงในท่วงท่าที่ไม่ต่างจากการกระโดดหลบกองหลัง ที่พุ่งตัวเข้ามาเสียบสกัด เขากระเด้งถอยหลังไปอีกราว 2 - 3 ช่วงตัวเอาให้พ้นระยะปลอดภัยจากภัยคุกคามบานกระจก ทว่าแผ่นหลังก็เกือบจะชนเข้ากับประตูห้องส้วมอยู่ดี ถูกต้องที่สุดว่าใบหน้าสุดคมเข้มที่ปรากฏอยู่บนแผ่นสะท้อนก็คือเทพกงกง เทพผู้เฝ้าตำหนักสวรรค์หวงหือลี่ ( 黄花梨 ) ท่านน่าจะมีเวลาไม่มากเลยรีบเข้าประเด็นด้วยประโยคห้วน ๆ."มิต้องตกใจพ่อหนุ่ม ข้ามิทำอะไรเจ้าหรอก ตอนนี้เจ้าหายเจ็บอัณฑะแล้วใช่หรือไม่?".จางอี้เฟิงตกใจจนเกือบลืมไปแล้วว่าตนเองเข้ามาในนี้ทำไม ทั้งที่ไม่ได้มีกิจธุระ."เอ้อ..! ใช่จริงด้วย! ใช่ครับใช่! ตอนนี้ผมหายปวดแล้ว ทุกอย่างปกติดีหมดเลย!""ท่านเป็นเทพเจ้าประจำโรงเรียนเหรอครับ? นี่พวกท่านมีตัวตนอยู่จริง ๆ เหรอครับเนี่ยะ ผมแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลย!"."ข้ารู้.. แต่ข้ามิมีเวลาจะแถลงไขมากนัก เอาเป็นว่าเจ้าจงเร่งเข้าประตูห้องน้ำหมายเลข 4 ที่อยู่ด้านหลังนั่นก่อน""ขึ้นมาหาข้าบนนี้ แล้วข้าจะชี้แจงทุกอย่างให้เจ้าฟัง".หนุ่มน้อยยอดนักบอลเริ่มชักแปลกใจ เขาหันหลังไปมองประตูที่ว่าอยู่หลายครั้ง พลันคิดในใจว่านั่นมันห้อ
โกหกตกนรกใต้ดิน , ใครไม่รักษาคำสัตย์ต้องกลืนเข็มพันเล่ม , ให้แล้วเอาคืนมะรืนนี้ตาย ฯลฯ สารพัดถ้อยคำสาปส่งในตำนานมักจะเชื่อมโยงโลกมนุษย์เข้ากับปรภพ แล้วก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่ามักจะมีเทพองค์นั้นองค์นี้ลงมาเกี่ยวข้อง คำถามคือแล้วจางอี้เฟิงของเราล่ะ! นักบอลตำแหน่งตัวสำรองของสำนักลี่ฮือหลวงผู้นี้ เพิ่งจะเตะบอลอัดไข่กระโปกเทพกงกงไปเมื่อเช้า คิดเหรอว่าเขาจะรอดจากอาชญากรรมพวงอัณฑะนี้ไปได้ อนิจจาสาสมใจ ยังไม่ถึงครึ่งวันเคราะห์กรรมก็เห็นผล."อั๊ก! , อ่ะ! , อึ๊ก..ก..ก..ก..! , อั๊ก!""เหี้ย! เกิดอะไรขึ้นกับไข่เราวะ แม่งปวดชิบเป๋ง!""มันเหมือนมีอะไรมาบีบไข่เราไว้เป็นพัก ๆ บีบแล้วก็ปล่อย! ปล่อยแล้วก็บีบ! อู๊ยยยย!!!".กริยาบิดไปบิดมาอยู่บนเก้าอี้ช่างดูไม่สง่างาม เขาดูเหมือนกับเด็กอนุบาลที่ปวดฉี่แต่ไม่กล้ายกมือขอคุณครู หนำซ้ำยังทนอยู่ ทนต่อ แล้วก็ทนต่อไป จนกระทั่งลามมาถึงช่วงพักเที่ยง."กริ๊งงงงงง!!!! , กริ๊งงงงงง!!!!"เสียงออดพักเที่ยงดังสนั่น คุณครูเก็บเอกสารปล่อยนักเรียนไปรับประทานข้าวเที่ยง และทันใดนั้นแอลลี่ที่นั่งอยู่โต๊ะฝั่งตรงข้าม ก็ได้เร่งเดินเข้ามาหาจางอี้เฟิงเป็นคนแรก."อี้เฟิงนายเป็นอะไร
อรุณเบิกฟ้านกกาโบยบิน ในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากหลับนอนกับแอลลี่ใน Multiverse ไปหลายน้ำ ก็ถึงเวลาที่จางอี้เฟิงจะลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับการต่อสู้ในชีวิตจริงซะที เขาอาบน้ำแต่งตัวลงมาทานข้าวเช้าที่คุณแม่เตรียมไว้ให้ อาหารวันนี้ยังคงหอมกรุ่นชวนกินเช่นเคย มีหมั่นโถว่ลูกใหญ่ , ซุปหัวไชเท้า , ข้าวต้มกุ๊ยร้อน ๆ แล้วก็ขนมกรุบกรอบไว้ทานเล่นอีกมากมายหลายชนิด เห็นแล้วก็ชวนให้เจริญอาหารดีเหลือเกิน."ลูกเฟิงนั่งลงสิลูก เช้านี้แม่จัดชุดใหญ่ไว้ให้หนูเลยนะ""แม่รู้นะว่าลูกมีเรื่องไม่สบายใจ เมื่อวานก็ไม่เห็นจะกินอะไรสักคำ.."คุณแม่ตักน้ำแกงมาวางที่โต๊ะ ด้วยสีหน้าของคนเป็นห่วง."ไม่มีอะไรหรอกครับแม่ แค่นี้ผมจัดการเองได้ ผมโตแล้วนะครับ"จางอี้เฟิงตอบเสียงเรียบ เขาก็ยังเป็นเขาและไม่มีทางบอกหรอกว่าไอ้ที่ว่าแก้ปัญหาน่ะ คือการชักว่าวแบบมาราธอน!.คุณพ่อที่นั่งทานข้าวอยู่ก่อนแล้ว ก็เลยแทรกขึ้น."งั้นถ้าไม่อยากเล่า! ก่อนจะนั่งลงกินข้าวก็ยกสำรับไปไหว้เทพเตาไฟเจ้าเสิน (灶神) ท่านสักหน่อยสิ""ท่านเป็นเทพประจำบ้านผู้คอยปกป้องคุ้มครองเรา ลูกลองขอพรจากท่านดู อย่างน้อยจิตใจจะได้ผ่อนคลายลง""ถ้าสมาธิไม่ดีจะเรื่องเรียน หรื
ดั่งนรกชังหรือสวรรค์แกล้ง ทำไมฟ้าถึงเห็นเขาเป็นตัวตลกเช่นนี้ เทพเซียนเบื้องบนประทานพรสวรรค์ในการเตะบอลมาให้ แต่กลับกลายเป็นเขาเองที่ทำทุกอย่างพังลงกับมือ จางอี้เฟิงวิ่งฝ่าความมืดเอานิทราบดบังราคี ดวงหน้าเขาเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจ เขาทั้งผิดหวังในตัวเอง และผิดหวังในตัวแอลลี่ เพราะไม่คิดไม่ฝันว่าเพื่อนที่สนิทกันขนาดนั้น จะกล้าทำในสิ่งที่เหมือนกับในหนัง AV ลงไปได้.แอลลี่จะทำอะไรให้พี่หลิงห่าวบ้างนะ เธอจะคุกเข่าลงแล้วถลกกางเกงพี่เขาออกใช่ไหม หรือจะเริ่มจากการค่อย ๆ ล้วงแล้วใช้ปาก อื้อหือ! ในหัวจางอี้เฟิงนี่เต็มไปด้วยฉากอีโรติค เขาอายุ 17 ยังไม่เต็ม 18 ดีด้วยซ้ำ แต่ฉากรักบำเรอกามเหล่านั้นกลับฟุ้งซ่านอยู่เต็มกบาลเต็มไปหมด ไม่ไหว ๆ ไม่เอาแล้วไม่คิดแล้ว! ทันทีที่วิ่งกลับมาถึงบ้านเจ้าตัวจึงรีบกระชากประตูรั้วออกเสียงดัง!."แกร๊งงง!!! , ครืดดด!!!".หมาเฝ้าบ้านเห่าระงม และแน่นนอนว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่นี่พุ่งเข้ามาถามไถ่ก่อนเลยเป็นอันดับแรก พวกท่านเห็นแล้วว่าท่าทางของลูกผิดปกติไป ท่วงท่างุ่นง่านไม่สนใจโลก การก้าวเดินย่างสามขุมไม่พูดไม่จา แม้ทุกคำถามจากบิดามารดาจะเต็มไปด้วยความห่วงใย แต่จางอี







