เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)

เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)

last updateDernière mise à jour : 2026-05-04
Par:  L.sunantaMis à jour à l'instant
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
24Chapitres
521Vues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เราชอบดูบอลเราเลยคิดสนุก อยากจะจับนิยายจีนกำลังภายในมาผสมกับฟุตบอลดู แค่หน้าปกก็เท่ห์แล้ว เมื่อวรยุทธ์เท่ห์ ๆ มาผสมกับสกิลฟุตบอลคูล ๆ ก็ลืมไปได้เลยสำหรับนิยายจีนเดิม ๆ จำเจซ้ำซาก

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ : รุกรานสวรรค์

ความสงบสุขเห็นเพียงจะเหลือแค่ในพงศาวดาร หากจะว่าด้วยเรื่องของความเก่าแก่แล้ว อาณาจักรบนฟากฟ้านามว่าสรวงสวรรค์แห่งนี้ดูจะเก่าแก่เกินกว่าจะหาบันทึกประวัติศาสตร์เล่มไหนพรรณนาถึงได้ สวรรค์คือวิมานของเหล่าทวยเทพ พวกเขาถูกเชื่อมโยงเข้ากับความเชื่อของมนุษย์ ยิ่งมนุษย์ศรัทธากำลังวรยุทธของเทพแต่ละองค์ ก็จะได้รับอานิสงส์พูนเพิ่มตามพลวัฒน์ ก่อนที่ต่อมาพรหรือคำอธิฐานต่าง ๆ จะถูกดลบันดาลโดยพวกท่าน แล้วส่งกลับลงไปยังเมืองมนุษย์อีกที

.

จากทิวาข้ามผ่านราตรี ผ่านไปนับหมื่นปีพันปี สวรรค์ก็ไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายเช่นนี้มาก่อน จะเป็นไปได้เช่นไรที่เทวาสถานวิหารกลางฟ้าแห่งนี้จะถูกโจมตีจากศัตรูที่มิเคยพบเห็น วรยุทธ์อันลึกล้ำกระบวนท่าพิสดารแหวกโลกัณฑ์ทำให้การรุกคืบใกล้ขึ้นและใกล้เข้า ท่านปู่ซืออี้เทพแห่งการเรียนรู้ คลี่ม้วนคัมภีร์อักขราวิสุทธ์ แกพยายามจะแจ้งเรื่องนี้กับเง็กเซียนฮ่องเต้ผู้เป็นจักรพรรดิสูงสุดให้ทราบว่า กลศึกที่ศัตรูใช้มิได้อยู่ในตำราพิชัยยุทธเล่มใดเลย พวกมันเป็นยิ่งกว่ามือปืน อาวุธสวรรค์ทุกชิ้นต้านทานได้เพียงประหนึ่งไม้ซุงงัดกับภูเขาเจียนจื่ออี้ ( 简子怡 ) เห็นทีท่านปู่คงต้องฝากตัวรับใช้นาย แกคงต้องย้ายสำนักไปอยู่กับพี่ปูวงเพื่อชีวิต หลังเห็นเง็กเซียนไม่พอใจในคำตอบ

.

“เก็บคัมภีร์ของเจ้าไปใช้กับพงสิทธิ์เถอะ!”

ท่านเง็กเซียนตวาดใส่

.

ชายผ้าแพรตรงแขนเสื้อสะบัดพริ้วราวกับฟาดแส้ บนบัลลังก์ทองคำใครก็นั่งสงบใจมิไหว ด้วยสถานการณ์ตึงเครียดที่เป็นอยู่

.

“ท่านเป็นถึงเทพผู้รอบรู้ เป็นถึงผู้เฝ้าหออักษร เหตุใดถึงกล้ารายงานในสิ่งที่น่าละอายเช่นนี้ออกมา!”

“เวลานี้ตำหนักสวรรค์กำลังอ่อนแอ ท่านหลานเซิน กับ ท่านเฉิน ได้นำทัพออกไปสกัดกั้นผู้รุกราน พวกเขาจำต้องมีข้อมูลในการสนับสนุนการรบ การที่ข้าได้ยินว่าเจ้าไม่รู้จึงเป็นสิ่งที่ข้ารับไม่ได้!”

.

“ข้าขอโทษขอรับ~!”

.

“ลืมตาดูสิปู่ซืออี้! ท่านเห็นหรือไม่ว่าไม่เหลือใครในตำหนักเลย ทุกคนต่างต้องรับมือกับผู้รุกรานด้วยวิธีของตนเอง"

“พอกันที! ข้ามิอยากสนทนากับท่านแล้ว ข้าว่าข้าประเมินสถานการณ์เองดีกว่า มา! ตามข้ามาทางนี้! หยิบอ่างคันฉ่องเนตรธาราติดมือมาด้วย”

.

ด้วยสีหน้าขึงขังจริงจัง หนวดยาวเป็นเมตรเกือบลากพื้น ท่านเง็กเซียนลุกเดินจากบัลลังถ์สาวหนวดโทง ๆ ครึ้มอกครึ้มใจ แกเดินไปคิดไปพลันคิดแล้วก็คิดอีก ชนิดที่เสื้อผ้าอาภรณ์อันรุ่มร่ามก็มิอาจชะลอความเร็วของท่านได้ เผลอแป๊บเดียวประตูตำหนักส่วนหน้าก็เปิดออก ก้าวแรกไม่เป็นไร ก้าวต่อไปไฟก็ไม่ได้ไหม้สบง หากแต่ประมุขสวรรค์กลับกำลังเหยียบย่างออกไปสู่พื้นที่ภายนอกอันไร้ซึ่งกำลังอารักขาแล้ว

.

เทวาสวรรค์ลอยอยู่เหนือฟ้า เหนือฟ้ายังมีฟ้าและส่วนที่ถัดจากฟ้าขึ้นมาก็คืออาคารไม้ทรงจีนที่บินอยู่ได้โดยไม่แคร์หลักฟิสิกส์ใด ๆ ตัวเรือนสร้างจากพฤกษาจีนโบราณ ชื่อของมันคือไม้หวงหือลี่ ( 黄花梨 ) เป็นไม้เนื้อแข็งชั้นดีทั้งยังมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว พ้องกันกับชื่อเสียงเรียกนามที่เป็นดั่งศิริมงคลนครทองปาร์ควิล อยู่แล้วจะร่มเย็นเป็นสุข โรคภัยไม่เบียดเบียน ทำมาค้าขายร่ำรวย สายมูมาครบจัดหนักจัดเต็ม แต่ดันลืมเคลมเรื่องประเด็นความปลอดภัย อาณาจักรสวรรค์จึงถูกรุกรานแพ้วถางอย่างที่เป็นอยู่

.

ท่านเง็กเซียนหยุดฝีเท้าลงตรงชานระเบียง บริเวณนี้เป็นพื้นไม้ที่ยืดยาวทะลุก้อนเมฆออกไปและขนานไปกับขอบหน้าผา มันเคยเป็นจุดที่สวยมาก สวยจนแกเคยให้นางฟ้านางอัปสรามาประกวด "มีสแกรนด์แองเจิลเวิร์ส" กันตรงนี้มาแล้ว ในยามปกติท่านจักรพรรดิมักจะมานั่งจิบน้ำชากับอ่านบทกวี แกชอบในความเห็นวิวได้ 360 องศา เห็นเมฆเป็นขนมปุยฝ้าย เห็นท้องฟ้าเป็นจักรดาราพร่างพรายสีสัน

.

“เอาล่ะปู่ซืออี้ ชายแดนที่ศัตรูบุกเข้ามาอยู่ทางทิศนี้ใช่ไหม?”

.

“ใช่ขอรับแต่ด้วยระยะทางอันไกลโพ้น เห็นทีอำนาจของอ่างคันฉ่องเนตรธาราคงจะทำให้เห็นภาพที่สมบูรณ์มิได้ ข้าน้อยน้อมรับข้อจำกัดในส่วนนี้ขอรับ”

ท่านปู่ประจำหออักษรพูดเสียงอ่อย

.

"โถ่เอ๊ย! ให้มันได้อย่างงี้สิ!"

“ช่างมันดำเนินการเลยเอาเท่าที่ได้ ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าตอนนี้ ท่านหลานเซิน กับ ท่านเฉิน พร้อมกับทหารบริวารร่วมร้อยจะเป็นยังไงกันบ้าง พวกเขาซ้อมรบอยู่ตลอดเวลาไม่น่าจะเพลี่ยงพล้ำได้ง่าย ๆ”

.

จบคำบัญชานี้ท่านปู่ซืออี้ก็ได้ทำการคลี่คัมภีร์อักขราวิสุทธิ์ของแกอีกที คราวนี้ม้วนกระดาษพลิกไปหน้าที่มีข้อมูลเกี่ยวกับแผนที่และเข็มทิศทหารระบุไว้ แล้วแกก็เริ่มร่ายคาถาเป็นภาษาสวรรค์ออกมา ถ้อยคำมีลักษณะเป็นการสรรเสริญถึง ภูเขา ก้อนหิน ท้องฟ้า และลำธาร อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับถิ่นที่อยู่ ณ ตำแหน่งอันเป็นพิกัดเป้าหมายบริเวณชายแดนสนามรบ เปรียบเปรยไปก็เหมือนกับการใส่พิกัดลงใน g****e map บนสมาร์ทโฟนในยุคเรานั่นแหละ เพียงแต่บนโลกสวรรค์นั้นกลับต้องใช้อ่างชนิดพิเศษที่ชื่อว่า “อ่านคันฉ่องเนตรธารา” อันนี้แทน

.

เจ้านี่ไม่ใช่อุปกรณ์ที่ใครอยากจะใช้งานก็ได้ มันเทียบได้กับกระบี่อาญาสิทธิ์ที่องครักษ์จั่นใช้ในหนังเปาบุ้นจิ้น พลังปราณต้องถึงบารมีต้องจัดเต็ม ฉะนั้นจึงมีแต่ทวยเทพระดับสูงกับเง็กเซียนฮ่องเต้เท่านั้นที่ใช้งานมันได้ ซึ่งคนล่าสุดที่ใช้ก็คือปู่ซืออี้ แล้วผลลัพธ์จากการฝืนก็ทำให้แกต้องแก่งั๊กเป็นผู้เฒ่าเต่าร้อยปีอย่างที่เห็น

.

อ่างเนตรธารามีลักษณะเหมือนกับอ่างปลาหางนกยูงอันวิจิตรบรรจง มีขนาดความกว้างเท่ากับปากโอ่ง มีความลึกประมาณสองช่วงเอว ภายในบรรจุสสารเหลวที่ขุ่นคาว ราวกับน้ำนมของสาวหลังการคลอดบุตร ว่ากันว่ามันถูกทำขึ้นจากความถวิลหาของมารดาผู้ที่ต้องพลัดพลากจากบุตรชายอันเป็นที่รัก ทว่าพอได้ยินเสียงการอ่านพิกัดสวรรค์ของท่านปู่ซืออี้เข้า ความขุ่นคาวดังกล่าวก็มลายหายไป กลับกลายเป็นการสั่นกระเพื่อมครั้งใหญ่ในอ่างน้ำวนแทน

.

เกลียวคลื่นหมุนตีวนราวกับน้ำในถังซักผ้า สีขุ่นขาวเปลี่ยนเป็นสีโปร่งใสมองผ่านทะลุ แต่เดชะบุญ! เพราะแทนที่จะมองเห็นก้นอ่างด้านล่าง น้ำที่ใส ๆ กลับเริ่มสะท้อนภาพฉากการต่อสู้ในแนวหน้าสนามรบขึ้นมาแทน สีของน้ำเริ่มกลายเป็นสีน้ำตาลอมแดง มันเป็นสีของดินในสมรภูมิ เป็นสีของเลือดเหล่าทหารที่หลากรดนองแผ่นดิน ภาพของภูเขาหินแบล็คกราวด์เริ่มปรากฎ ความเป็นชนบทเริ่มมา พูดก็พูดเถอะว่าอยู่บนสวรรค์ก็จริงแต่ภาพที่เห็นผ่านอ่างคันฉ่องธารา กลับไม่ต่างจากพื้นดินบนเมืองมนุษย์เลย

.

“南无阿弥陀佛 愿以此功德,普及于一切 我等与众生,皆共成佛道!"

“觀世音菩薩聖號 南无大慈大悲觀世音菩薩 大慈大悲救苦救難觀世音菩薩!”

ท่านปู่ซืออี้เริ่มเร่งเร้าการใส่พิกัดให้มากขึ้น

.

และยิ่งแกร่ายคาถาดังขึ้นเท่าไหร่ ณ ตอนนี้ไม่เพียงแต่มวลน้ำที่ปั่นวนเป็นพายุ แม้แต่ตัวอ่างเองก็ยังเอียงกระเท่เร่สะบัดพับ ๆ ๆ ราวกับเกิดแผ่นดินไหว นี่คือคาถาจีนระดับแอ็ดวานซ์ บางทีท่านปู่เทพแห่งการเรียนรู้อาจจะอยากแก้ตัวที่โดนเง็กเซียนต่อว่าก็ได้ แกจึงแสดงออกซึ่งทักษะตรงนี้ออกมา

.

และพอถึงถ้อยคำสุดท้าย เมื่อพิกัดในสนามรบถูกสรรเสริญระบุลงไปจนหมด น้ำในอ่างทุกหยดก็พุ่งเสยทะยานฟ้าขึ้นไปราวกับแท่งเสาโรมัน! มันสูงเสียดแทงฟ้าราวกับจะขึ้นไปเกาตีนพระเจ้าได้! ท่านปู่ซืออี้ตกใจเล็กน้อยเพราะแกเคยพลาดมาก่อน สวนทางกับท่านเง็กเซียนที่ยืนลูบหนวด แหงนหน้ามองภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏอยู่ในแท่งเสาน้ำอย่างพออกพอใจ

.

“ต้องให้ได้อย่างงี้สิท่านปู่ซืออี้ ภาพชัดขนาดนี้ข้าน่าจะสั่งให้ท่านทำตั้งแต่แรก”

.

“มิได้ขอรับเพราะขั้นตอนมีข้อจำกัดอยู่ กล่าวคือท่านต้องเร่งดูสักหน่อย เพราะทันทีที่แท่งเสาน้ำพุ่งขึ้นไปเสียดฟ้าจนถึงขีดสุด น้ำทั้งหมดก็จะหล่นลงมาแล้วภาพก็จะขาดหายไป โดยสรุปแล้วท่านเง็กเซียนมีเวลาเพียง 2 นาทีในการรับชมเท่านั้นขอรับ”

.

“เหอะ! โถ่เอ๊ย! แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรล่ะนะ เอาพู่กันมาจดบันทึกคำสั่งการของฉันไว้หน่อยสิ”

“แล้วเจอกันในอีก 2 นาทีต่อมานะท่านปู่!”

"ฮึบ!"

.

แล้วจู่ ๆ ท่านเง็กเซียนฮ่องเต้ก็ทำในสิ่งที่ใครก็ยากจะจินตนาการถึง แกไม่ห่วงเลยว่าหนวดเคราเงางามของแกจะเปียกน้ำ เสื้อผ้าสุดอลังการจะชื้นแฉะ เพราะหลังจากที่ประกบสองฝ่ามือลงบนขอบอ่างคันฉ่องเนตรธาราได้ แกก็ยื่นหน้าทั้งหน้า ไม่สิ! ต้องบอกว่ายื่นหัวทั้งหัวมุดเข้าไปในเสาน้ำทั้งยวงเลยมากกว่า! ท่านเง็กเซียนไม่กลัวแก่หรอกแกมีพลังปราณที่กล้าแกร่งกว่าปู่ซืออี้ในหลายส่วน และการทำแบบนี้ก็จะทำให้ท่านจักรพรรดิสวรรค์มองเห็นสถานการณ์ฝั่งโน้นได้แบบ 360 องศา ซึ่งมีค่ามากในการวางหมากการรบ

.

แต่ทว่าอาการของแกกลับไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ผ่านไปหนึ่งนาทีมือที่จับขอบอ่างไว้ทั้งสองข้างเริ่มสั่นอย่างมีนัยยะ แม้แต่ขาที่ยืนก็เริ่มเตะสะบัดไปมารุนแรง อาการแบบนี้ตีความได้อย่างเดียวว่าคนที่ยัดหัวเข้าไป น่าจะเจอกับอะไรที่สยดสยองเข้า

.

และภาพที่ท่านเง็กเซียนเห็นก็คือทหารนับร้อยที่ท่าน เทพเฉิน กับ เทพหลานเซิน นำกำลังไปได้เสียท่าไปแล้วถึง 2 ใน 3 ! มีศพนักรบจำนวนมากนอนตายเกลื่อนกลาด ตามเนื้อตัวพวกเขามีรอยฟกช้ำเป็นจ้ำ ๆ ไม่มีรอยแผลโดนฟันหรือโดนยิง แผลที่เกิดจากการฟันของศาตราวุธไม่มีเลย เลือดที่พวกเขาเสียออกมาก็ไม่ได้มาจากบาดแผล แต่ออกมาจากช่องปากเพราะการสำลักช้ำในตายมากกว่า

.

ประมุขสวรรค์ประเมินไม่ออกว่ากระบี่กับหอกง้าวที่ทหารถืออยู่ พ่ายแพ้ให้กับอาวุธของศัตรูได้ยังไง ท่านเทพเฉินยังคงกวัดแกว่งกระบี่หลงอี้จิน (龙亦瑾) อาวุธประจำกายรูปมังกรสู้กับศัตรู การต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งของเขาช่างเป็นอะไรที่งดงามแฝงความดุร้าย ตวัดกระบี่แต่ละครั้งดุจดั่งหนวดมังกรที่เจาะจงเล็งเหยื่อแบบเฉพาะจุด เปรี๊ยงแรกหินแตกเป็นเสี่ยง เปรี๊ยงที่สองดงไม้กฤษณาด้านหลังเหี้ยนเตียนเป็นหน้ากลอง เหมือนพวกเขาตั้งใจจะท้าดวลกัน ซึ่งนั่นก็ทำให้ท่านเง็กเซียนที่ซุ่มดูอยู่ได้เห็นลักษณะสรีระของผู้รุกรานเป็นครั้งแรก

.

พวกมันมากันเป็นกลุ่มรึก็ไม่แน่ใจ ดูจากสายตาน่าจะมาเป็นหลักพันแต่ก็ไม่แน่ เพราะตอนนี้ยังไม่รู้ขอบข่ายวรยุทธ์ที่แท้จริงของพวกมัน ถ้าเจ้าพวกนั้นสำเร็จวิชาเงาแบ่งภพ (映幻界 อิ๋งฮ่วนเจี้ย) ก็แปลว่าจากพันก็เพิ่มเป็นหมื่นได้ จากหมื่นก็ลดเหลือหนึ่งได้ อีกจุดที่ท่านเง็กเซียนพยายามจะรีบสังเกตก็คือขนาดของรูปร่างพวกมัน ท่านพบว่าเจ้าคนที่สู้อยู่กับเทพเฉินนั้นเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ลีนเรียบ ความสูงก็ไม่ได้สูงใหญ่เกินกว่ามนุษย์โลกธรรมดา มันไม่น่าจะมีพละกำลังช่างสารอะไรใด ๆ หากแต่เป็นการเคลื่อนไหวนี่สิ ที่รวดเร็วมากจนท่านเทพเฉินกับกระบี่มังกรชักจะเอาไม่อยู่

.

"เป๊ง! , เป๊ง! , เป๊ง! , เป๊ง!"

.

“แย่แล้วท่านเฉินเสียท่าแน่ถ้าเป็นแบบนี้ ท่านหลานเซินมัวทำอะไรอยู่เร่งเข้าไปช่วยสิ!”

“เออ.. แบบนั้นล่ะเข้าไปเลย จัดการพวกมันซะอย่าให้มันเข้ามาประชิดเราได้แม้แต่ขอบกำแพงสวรรค์”

“ท่านหลานเซิน ดาบ (华星美忠 ฮว่า สิง มี จง) ที่ถ้าเคยให้เอาออกมาใช้เข้าสิ จัดการมันเลย! ดี! ใช่มันต้องอย่างงั้น!”

.

"เป๊ง! , เป๊ง! , เป๊ง! , เป๊ง!"

.

ยิ่งดูนานยิ่งเหมือนเชียร์มวย โดยไม่มีใครไปเตือนท่านเง็กเซียนเลยว่าเวลา 2 นาทีที่นัดหมายไว้เหลืออีกแค่ 30 วินาทีสุดท้ายเท่านั้น ซึ่งถ้าแกดึงหัวกลับออกมาจากเสาน้ำไม่ทัน แน่นอนว่าแกก็จะไม่แก่เหมือนกับท่านปู่ซืออี้หรอก แต่ผลลัพธ์มันจะหนักหนากว่านั้นทวีคูณไปตามระดับปราณของเหล่าทวยเทพ ท่านเง็กเซียนคือเทพสูงสุด ไม่รู้สิ! ถ้าแกดึงหัวกลับออกมาไม่ทัน จักรพรรดิสวรรค์ก็อาจจะถึงขั้นสวรรค์คตได้เลย ทุกอย่างมีราคาต้องจ่าย ที่นี้รู้รึยังว่าทำไมทั้งสรวงสวรรค์ ถึงมีคนใช้อ่างคันฉ่องธาราได้แค่ไม่กี่คน

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
24
บทนำ : รุกรานสวรรค์
ความสงบสุขเห็นเพียงจะเหลือแค่ในพงศาวดาร หากจะว่าด้วยเรื่องของความเก่าแก่แล้ว อาณาจักรบนฟากฟ้านามว่าสรวงสวรรค์แห่งนี้ดูจะเก่าแก่เกินกว่าจะหาบันทึกประวัติศาสตร์เล่มไหนพรรณนาถึงได้ สวรรค์คือวิมานของเหล่าทวยเทพ พวกเขาถูกเชื่อมโยงเข้ากับความเชื่อของมนุษย์ ยิ่งมนุษย์ศรัทธากำลังวรยุทธของเทพแต่ละองค์ ก็จะได้รับอานิสงส์พูนเพิ่มตามพลวัฒน์ ก่อนที่ต่อมาพรหรือคำอธิฐานต่าง ๆ จะถูกดลบันดาลโดยพวกท่าน แล้วส่งกลับลงไปยังเมืองมนุษย์อีกที.จากทิวาข้ามผ่านราตรี ผ่านไปนับหมื่นปีพันปี สวรรค์ก็ไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายเช่นนี้มาก่อน จะเป็นไปได้เช่นไรที่เทวาสถานวิหารกลางฟ้าแห่งนี้จะถูกโจมตีจากศัตรูที่มิเคยพบเห็น วรยุทธ์อันลึกล้ำกระบวนท่าพิสดารแหวกโลกัณฑ์ทำให้การรุกคืบใกล้ขึ้นและใกล้เข้า ท่านปู่ซืออี้เทพแห่งการเรียนรู้ คลี่ม้วนคัมภีร์อักขราวิสุทธ์ แกพยายามจะแจ้งเรื่องนี้กับเง็กเซียนฮ่องเต้ผู้เป็นจักรพรรดิสูงสุดให้ทราบว่า กลศึกที่ศัตรูใช้มิได้อยู่ในตำราพิชัยยุทธเล่มใดเลย พวกมันเป็นยิ่งกว่ามือปืน อาวุธสวรรค์ทุกชิ้นต้านทานได้เพียงประหนึ่งไม้ซุงงัดกับภูเขาเจียนจื่ออี้ ( 简子怡 ) เห็นทีท่านปู่คงต้องฝากตัวรับใช้นา
last updateDernière mise à jour : 2025-05-03
Read More
บทที่ 1 : หน่วยเสริม
“เฮือกกก!”.เสียงท่านเง็กเซียนสะบัดดวงหน้าออกมาจากแท่งเสาน้ำได้อย่างฉิวเฉียด แต่ก็ยังเร็วไม่พอ.“ระวังขอรับท่านเง็กเซียน! อร๊ายยย! หวาดเสียว!”.“ฉึบ!!!”.“ซ่าาาาา~!”.จริงอย่างที่ท่านปู่ซืออี้ตะโกนลั่น แกยังอุทานไม่จบประโยคดีด้วยซ้ำ เคราสีเทาอันเงางามของท่านจักรพรรดิก็โดนมวลน้ำทั้งยวงหั่นขาดสะบั้นลงต่อหน้า! ศีรษะอาจจะดึงหลบพ้นแต่เคราดันไม่รอด ละอองเศษเส้นขนปลิวกระจุยกระจาย ทำเอาท่านเง็กเซียนถึงกับเซถลาหงายท้องล้มกองลงบนพื้น.“天啊 ! (เทียน นา!) เป็นยังไงบ้างขอรับท่านเง็กเซียน?”แกรีบปรี่เข้ามาสอบถามอาการ โดยไม่สนใจใยดีน้ำในอ่างคันฉ่องธารา ที่กระเพื่อมต่ำลงจนลดระดับเหลือเพียงครึ่ง."差点就完了,幸好逃过一劫.. (ช่าเตี่ยน จิ้ว หวาน เลอะ ซิ่งห่าว เถากั้ว อี้เจี๋ย)"ฟังไม่ได้ศัพท์นักแต่แปลเป็นไทยจากท่านเง็กเซียนได้ว่า "เกือบไปแล้วสิ ดีที่รอดมาได้" ระหว่างนั้นมือของท่านก็ยังคงลูบคลึงเคราตัวเองไปด้วย ทั้งที่มันแทบไม่เหลือให้ลูบแล้ว.“คือท่านเง็กเซียนขอรับ.. ข้าน้อยมีบางสิ่งจะเพ็ดทูลให้ทราบ”.“ข้ารู้น่ะ! ข้าแค่คุ้นชินกับการลูบคางแบบนี้เฉย ๆ ข้าจะลุกขึ้นเองผู้เฒ่าอย่างเจ้าหาใช่กิจธุระ!”.“มิใช่ขอรั
last updateDernière mise à jour : 2025-06-16
Read More
บทที่ 2 : หมอกจาง ๆ และควัน
อาภรณ์แนบเนื้อสุดแปลกตาถูกกดน้ำหนักลงจนยากจะขัดขืน ทหารกีกี้ผู้รุกรานไม่อยู่ในสภาพที่จะต้านทานพลังช้างสารของเทพอู่เสิ่นถึง 3 องค์ได้ พลังปราณนั้นต่างกันเกินไป เทพสงครามอู่เสิ่นหนึ่งองค์ต้องบำเพ็ญตบะไม่ต่ำกว่าร้อยปีในภูเขา เทียนอวี่ซาน (天御山) กว่าจะมีวรยุทธ์ถึงพันส่วน ทหารหนุ่มจึงโดนบังคับให้คุกเข่าลง พลันโดนกดใบหน้าให้นาบลงไปกับพื้นตำหนักเยี่ยงสุนัขจนตรอก."อั๊ก.. ก.. ก..!""หึ.. หึ.. ฮ่า.. ฮ่า.. ฮ่าาา.. ฮ่าาา..""ฮั่ว! , ฮ่า ๆ , ฮ่า ๆ , ฮ่า ๆ"."มีกิจอันใดให้น่าขันมิทราบ ต่อหน้าฝ่าพระบาทเจ้าไยกล้ากระทำล่วงเกินองค์เง็กเซียนถึงเพียงนี้!""หุบปากซะ! ดาบจ้านหุน (战魂) ของข้ายังมิอยากลิ้มชิมดวงวิญญาณของเจ้าในยามนี้ , เงียบบบ!"."ปั๊กกก!"กระแทกสันดาบใส่กบาลทหารส่งสาส์นไปหนึ่งดอก ดูทรงแล้วหมอนี่เหมือนจะไม่ยี่หระกับสถานการณ์เลย เหมือนเขาเป็นแค่ทหารแนวหน้าที่ถูกใช้แล้วทิ้ง ชีวิตโคตรไร้ค่ายิ่งกว่าถุงยางที่ห่อด้วยผ้าอนามัย."ข้าน้อยมิมีความเจ็บปวดอันใดหรอกนายท่าน พวกข้าชาชินกับพิษบาดแผลไม่ต่างจากวารีเคียงคู่กับมัจฉา""อั๊ก..ก..ก..! เราแตกต่างจากชาวสวรรค์เยี่ยงท่านโดยสิ้นเชิง พวกท่านมีเครื่องส
last updateDernière mise à jour : 2025-08-08
Read More
บทที่ 3 : ขอความช่วยเหลือ
ความนิ่งงันกึ่งสงนสนเท่ห์คราคร่ำไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นเทพสงครามชุดเกราะทอง เง็กเซียนฮ่องเต้หรือแม้กระทั่งผู้เฒ่าจากหออักษร ที่มักจะเคลมว่าตัวเองรู้ทุกสรรพสิ่งก็ยังทำท่าเหรอหรา ไร้ซึ่งเทวาองค์ใดจะตอบได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ครั้นจะบอกว่านี่คือกำลังภายในหรือวรยุทธไสยเวทย์ก็มิกล้าจะฟันธงลงไปได้ อาภรณ์หลักฐานยังคงกองอยู่บนพื้น เสื้อคลุมขนาดพอดีตัวหนึ่ง ผ้าเตี่ยวสำหรับเหน็บเป็นกางเกงสอง มีแม้กระทั่งปลอกสวมข้อเท้าที่ชาวสวรรค์ไร้ซึ่งคำศัพท์จะระบุอัตลักษณ์.เดือดร้อนไปถึงเทพสงครามองค์หนึ่ง ที่ต้องผละตัวออกจากงผนังตำหนักด้านข้าง พลันก้าวเดินเข้ามาสำรวจ."หมอนี่ช่างใจกล้าบ้าบิ่นนัก ในฐานะทหารพฤติการณ์ของเขาช่างน่าเลื่อมใส คงเตรียมใจไว้แล้วว่าคงมิได้กลับเทียนซิ่งจงนายนี้คงภักดีต่อผู้เป็นนายมาก.."พูดเสร็จก็ผละเอาเทพสงครามเจ้าของดาบจ้านหุนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ออกจากทาง ร่างหนากำลังจะก้มลงไปหยิบชุดของพลทหารส่งสาส์นขึ้นมาตรวจสอบ เพราะฉงนในความแปลกของเนื้อผ้าที่ยืดหยุ่นผิดวิสัย แต่ทว่าก็มาโดนท่านจักรพรรดิห้ามปรามเอาไว้ก่อน."ช้าก่อนท่าน! ข้าว่าตอนนี้เราต้องสนใจในเรื่องการศึกก่อน เศษผ้านั่นดูจะยังม
last updateDernière mise à jour : 2025-09-12
Read More
บทที่ 4 : โลกที่ต่างไป
"ฟึบ!"ตื่นมาอีกทีไม่รู้ว่าที่ไหน แล้วก็ไม่ใช่การเล่าเรื่องผ่านกงกงเซียน LGBT บนสรวงสวรรค์ด้วย.ณ มณฑลแห่งหนึ่งของแผ่นดินใหญ่แดนมังกร เทียบปี ค.ศ. ห่างจากปีปัจจุบันบวกลบไม่น่าจะเกิน 3 ปี หรือถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็น่าจะบอกว่าภาพเหตุการณ์ได้ถูกตัดสลับลงมายังโลกมนุษย์แล้ว ต่อไปนี้ทุกท่านจะได้รับฟังเรื่องราวอันสุดแสนธรรมดาของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่คลั่งไคล้การเตะฟุตบอลในระดับสูงลิ่ว เด็กใน Gen เขาอาจจะถูกเลี้ยงมาด้วยสมาร์ทโฟนหรือจอแท็บเล็ต นิทานสมัยเราเมาคลีอาจจะถูกเลี้ยงมาโดยแม่หมาป่า แต่สำหรับเขา ๆ แหวกครรภ์มารดามาพร้อมกับลูกฟุตบอล!."โอ๋ลูกแม่.." ไม่เลยเพราะคำแรกที่แม่เรียกเขาคือ "โอ๋ลูกบอล.." คิดเอาเถอะว่าขนาดเจ้าชายสิทธัตถะผู้มากด้วยบารมียังเดินได้ 7 ก้าวตั้งแต่แรกเกิด ก้าวเดินไปทางไหนจะมีดอกบัวผุดมารองรับ ฉันใดก็ฉันนั้นเด็กคนนี้เลี้ยงบอลได้ก่อนจะตั้งไข่ ก้าวเดินไปทางไหนหญ้าจะงอกพร้อมกลายเป็นสนามบอลในทุกหนทุกที่ นี่มันอัจฉริยะบุคคลชัด ๆ นี่คือหนูน้อยที่ 100 ปีจะมีสักคน และโชคดีมากที่เขาได้กำเนิดเกิดในมณฑลที่บ้าคลั่งกีฬาชนิดนี้อย่างถึงขีดสุด."จางอี้เฟิง (张逸风)" คือชื่อของเขา "จาง"
last updateDernière mise à jour : 2025-09-26
Read More
บทที่ 5 : เธอที่เขาหลงรัก
เหลือบมองนาฬิกาหน้าปัดชี้ไปที่ตัวเลข 16.30 น. เขากินความสายเป็นอาหารเช้า ความป่วยหรือไม่สบายก็กัดกินร่างกายของนักฟุตบอลหนุ่มอนาคตไกลอย่างเขาไม่ได้ จางอี้เฟิงมาถึงห้องแต่งตัวก่อนสมาชิกคนอื่นเหมือนเช่นทุกครั้ง เขาไวสมดังชื่อ ตู้ล็อคเกอร์ประจำตัวถูกเปิดออกและจัดแจงหยิบเครื่องแบบนักเลงเพลงแข้งมาสวมใส่ ราวกับผ้ายืดพวกนี้เกิดจากเซลล์รูขุมขนเดียวกับหนังกำพร้าบนเรือนร่างของเขา.ชั่วเคี้ยวหมากแหลกทุกอย่างก็เรียบร้อย ยูนิฟอร์มพร้อมสนับแข้งบรรจุเข้าประจำที่ เปิดก่อนได้เปรียบจางอี้เฟิงแทบจะเดินลงสนามและเริ่มวอร์มอัพก่อนใคร ๆ ซึ่งกว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นจะทยอยมา เขาก็น่าจะเครื่องร้อนจนนำหน้าทุกคนไปหลายพลวัต ด้วยความสัตย์จริงว่าสถานการณ์ ณ ปัจจุบันทีมฟุตบอลของสำนักลี่ฮือหลวงนั้น ยังหาผู้เล่น 11 ตัวจริงไม่ได้ มีเด็กในโรงเรียนให้เลือกมากมายแต่คนที่ใช่นี่สิ ที่จำเป็นจะต้องได้รับการเคี่ยวเข็ญจนแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจซะก่อน."เอาล่ะ! ตามกำหนดการที่โค้ชบอกวันนี้คือวันคัดตัวจริง 11 คนแรกสินะ!""เราจะพลาดไม่ได้โอกาสมีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น! , สู้โว๊ยยย!""เฮ๊ยยยย!!!"."โครมมมม!"ต่อยประตูล็อคเกอร์เข้าไปเ
last updateDernière mise à jour : 2025-10-18
Read More
บทที่ 6 : ความเร็วระดับปีศาจ!
แดดยามสายซัดเปรี๊ยงแผดเผาหนังศีรษะ เช้านี้อากาศดีไม่เบาไร้ซึ่งเค้าฝนบนฟ้าท้องฟ้าแจ่มใส โดยหารู้ไม่ว่าที่ใต้นภาดังกล่าวกำลังมีลานประลองเพลงแข้งที่เข้มข้นที่สุดในยุคสมัย "หน้ากระดานเรียง 3 หาข้าพเจ้า!" คือถ้อยคำที่เฮดโค้ชสั่งให้ลูกศิษย์วัยเจริญพันธุ์ตั้งแถว เหล่านักฟุตบอลร่วม 30 ชีวิตกรูกันออกมาจากห้องแต่งตัว วิ่งปรี่ลงสู่สนามพร้อมชุดแข่งเต็มยศ งานนี้ไม่ใครก็ใครไม่ฉันก็แกเพราะท้ายที่สุดแล้วจะเหลือแค่ 11 คนที่เป็นตัวจริงให้สำนักกีฬาลี่ฮือหลวงเท่านั้น."เยสโค้ช!"ตะเบงเสียงพร้อมเพรียงกันราวกับแม่ครัว ที่กำลังแข่งขันครัวนรก Hell Kitchen.ตบเท้าโรมรันตั้งศอกจัดระยะ ระหว่างนั้นผู้ช่วยโค้ชก็ได้นำกรวยยางขนาดเล็กไปตั้งเป็นระยะ เพื่อให้นักกีฬาได้ทดสอบการเลี้ยงบอลภายในเวลาที่กำหนด ทิศทางการเลี้ยงมีทั้งเลี้ยงไปตรง ๆ และการเลี้ยงสลับฟันปลาซิกแซ็ก เรียกได้ว่ามีแค่สปีดต้นคงไม่พอ งานนี้ผู้เข้าทดสอบจะต้องมีความพริ้วไหวจากระดับบั้นเอวลงไปด้วย ใครเป็นสายกระเด้าคงได้เปรียบ สะโพกที่ปลิดปลิวจะทำให้พวกเขาผ่านด่านนี้ได้โดยปริยาย ในขณะที่หลายคนก็ตกม้าตายเพราะดันวิ่งเร็วกว่าลูกบอลก็มี.ทั้งจางอี้เฟิงและรุ่นพ
last updateDernière mise à jour : 2025-11-05
Read More
บทที่ 7 : โอ้พระเจ้า! (13+)
ต้องใช้คำว่า "เรียบร้อยโรงเรียนลี่ฮือหลวง" ได้เลย จางอี้เฟิงกลายเป็นคนที่แพ้ภัยตัวเอง ฝีเท้าของเขาไม่ได้แย่เขาคือคนที่โดดเด่นที่สุดด้วยซ้ำ แต่ด้วยวุฒิภาวะและความแข็งแกร่งของจิตใจ ก็ต้องยอมรับว่าสอบตกแบบยกกระดาน คนเป็นโค้ชเขาดูออก และเพราะแบบนั้นเจ้าตัวถึงยังมีเงาหัวอยู่ในสำนักในฐานะของตัวสำรอง เป็นคนอื่นคงโดนเฉดออกจากทีม ให้ไปแข่งกีฬาชนิดอื่นไปแล้ว.หลังผลการคัดตัวออกห้วงเวลาก็เข้าสู่ช่วงพลบค่ำพอดี เหล่านักกีฬาตัวแทนต่างก็อิดโรยเหนื่อยล้า ไม่มีใครอยากทำอะไรอีกแล้ว นอกจากรีบอาบน้ำล้างตัวแล้วก็กลับบ้านไปนอน เว้นก็แต่กลุ่มนักเตะทีมสำรอง ที่โค้ชสั่งให้อยู่เก็บของและอุปกรณ์ฝึกซ้อมต่าง ๆ หนักอึ้งจากความผิดหวังแล้ว ยังต้องมาหนักหลังยกของหนักอีก ดูท่าพวกเขาทั้ง 7 คนคงจะไม่สบอารมณ์ต่อสิ่งนี้ แล้วหัวโจกในการก่อหวอดก็ไม่ใช่ใคร จางอี้เฟิงนักเตะแห่งสายลมของเรานี่เอง."เฮ้อ! ให้มันได้อย่างงี้สิฟะ! ไปเว๊ยพวกเรารีบทำรีบเสร็จ""เอ็ง 3 คนไปช่วยกันเก็บเสาโกลล์นะ ส่วนฉันจะเก็บบอลใส่ตาข่าย""ส่วนอีก 3 คนก็กระติกน้ำ ขวดน้ำมันมวยทาขา น้ำมันหมาทาควยอะไรก็เก็บใส่คูลเลอร์ยัดรวม ๆ กันไปเลย""เหนื่อยชิบหายแต่เจ
last updateDernière mise à jour : 2025-11-28
Read More
บทที่ 8 : ฝักบัวจากหัวค*ย (18+)
ดั่งนรกชังหรือสวรรค์แกล้ง ทำไมฟ้าถึงเห็นเขาเป็นตัวตลกเช่นนี้ เทพเซียนเบื้องบนประทานพรสวรรค์ในการเตะบอลมาให้ แต่กลับกลายเป็นเขาเองที่ทำทุกอย่างพังลงกับมือ จางอี้เฟิงวิ่งฝ่าความมืดเอานิทราบดบังราคี ดวงหน้าเขาเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจ เขาทั้งผิดหวังในตัวเอง และผิดหวังในตัวแอลลี่ เพราะไม่คิดไม่ฝันว่าเพื่อนที่สนิทกันขนาดนั้น จะกล้าทำในสิ่งที่เหมือนกับในหนัง AV ลงไปได้.แอลลี่จะทำอะไรให้พี่หลิงห่าวบ้างนะ เธอจะคุกเข่าลงแล้วถลกกางเกงพี่เขาออกใช่ไหม หรือจะเริ่มจากการค่อย ๆ ล้วงแล้วใช้ปาก อื้อหือ! ในหัวจางอี้เฟิงนี่เต็มไปด้วยฉากอีโรติค เขาอายุ 17 ยังไม่เต็ม 18 ดีด้วยซ้ำ แต่ฉากรักบำเรอกามเหล่านั้นกลับฟุ้งซ่านอยู่เต็มกบาลเต็มไปหมด ไม่ไหว ๆ ไม่เอาแล้วไม่คิดแล้ว! ทันทีที่วิ่งกลับมาถึงบ้านเจ้าตัวจึงรีบกระชากประตูรั้วออกเสียงดัง!."แกร๊งงง!!! , ครืดดด!!!".หมาเฝ้าบ้านเห่าระงม และแน่นนอนว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่นี่พุ่งเข้ามาถามไถ่ก่อนเลยเป็นอันดับแรก พวกท่านเห็นแล้วว่าท่าทางของลูกผิดปกติไป ท่วงท่างุ่นง่านไม่สนใจโลก การก้าวเดินย่างสามขุมไม่พูดไม่จา แม้ทุกคำถามจากบิดามารดาจะเต็มไปด้วยความห่วงใย แต่จางอี
last updateDernière mise à jour : 2025-12-03
Read More
บทที่ 9 : ดวลเป้า!
อรุณเบิกฟ้านกกาโบยบิน ในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากหลับนอนกับแอลลี่ใน Multiverse ไปหลายน้ำ ก็ถึงเวลาที่จางอี้เฟิงจะลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับการต่อสู้ในชีวิตจริงซะที เขาอาบน้ำแต่งตัวลงมาทานข้าวเช้าที่คุณแม่เตรียมไว้ให้ อาหารวันนี้ยังคงหอมกรุ่นชวนกินเช่นเคย มีหมั่นโถว่ลูกใหญ่ , ซุปหัวไชเท้า , ข้าวต้มกุ๊ยร้อน ๆ แล้วก็ขนมกรุบกรอบไว้ทานเล่นอีกมากมายหลายชนิด เห็นแล้วก็ชวนให้เจริญอาหารดีเหลือเกิน."ลูกเฟิงนั่งลงสิลูก เช้านี้แม่จัดชุดใหญ่ไว้ให้หนูเลยนะ""แม่รู้นะว่าลูกมีเรื่องไม่สบายใจ เมื่อวานก็ไม่เห็นจะกินอะไรสักคำ.."คุณแม่ตักน้ำแกงมาวางที่โต๊ะ ด้วยสีหน้าของคนเป็นห่วง."ไม่มีอะไรหรอกครับแม่ แค่นี้ผมจัดการเองได้ ผมโตแล้วนะครับ"จางอี้เฟิงตอบเสียงเรียบ เขาก็ยังเป็นเขาและไม่มีทางบอกหรอกว่าไอ้ที่ว่าแก้ปัญหาน่ะ คือการชักว่าวแบบมาราธอน!.คุณพ่อที่นั่งทานข้าวอยู่ก่อนแล้ว ก็เลยแทรกขึ้น."งั้นถ้าไม่อยากเล่า! ก่อนจะนั่งลงกินข้าวก็ยกสำรับไปไหว้เทพเตาไฟเจ้าเสิน (灶神) ท่านสักหน่อยสิ""ท่านเป็นเทพประจำบ้านผู้คอยปกป้องคุ้มครองเรา ลูกลองขอพรจากท่านดู อย่างน้อยจิตใจจะได้ผ่อนคลายลง""ถ้าสมาธิไม่ดีจะเรื่องเรียน หรื
last updateDernière mise à jour : 2025-12-05
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status