تسجيل الدخولเราชอบดูบอลเราเลยคิดสนุก อยากจะจับนิยายจีนกำลังภายในมาผสมกับฟุตบอลดู แค่หน้าปกก็เท่ห์แล้ว เมื่อวรยุทธ์เท่ห์ ๆ มาผสมกับสกิลฟุตบอลคูล ๆ ก็ลืมไปได้เลยสำหรับนิยายจีนเดิม ๆ จำเจซ้ำซาก
عرض المزيدกายเนื้อของกงกงเริ่มเหี่ยวแห้งลงเล็กน้อย ความชุ่มชื่นของพื้นผิวราวกับขาดมอยเจอร์ไรเซอร์และครีมบำรุง แถมยังขาวซีดขึ้นประหนึ่งเพิ่งผ่านการฉีดกลูต้าในคลีนิคความงามมาก็มิปาน! แกมิได้สวยขึ้นแต่โทรมสุด ๆ ใครเห็นก็ว่าตาย! แล้วก็คงจะอยู่ในรูปลักษณ์เช่นนี้ต่อไปจวบจนกระทั่งข้อมูลทั้งหมดถูกสูบเข้าไปในกระแสจิตขององค์เง็กเซียน ฝ่ามืออรหันต์ย้อนวัฏจักร (罗汉诀) ถึงจะปลดเปลื้องพันธนาการออกได้."ฟุบ~!".ราวครึ่งจู้เซียง (ประมาณ 15 นาที) ก็เป็นอันเสร็จ ร่างอันแสนอิดโรยของกงกงถึงได้ถูกปล่อยครูดลงมา ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงใบหน้าล้มคะมำทิ่มดินสิ้นสภาพ โดยมีกลุ่มทหารโอสถราว 2 - 3 นายปรี่เข้าไปดูอาการของแก ด้วยความสัตย์จริงที่กงกงคิดว่าตนเองเหมือนได้เสียซิงตอนอายุ 200 ปีอีกครั้ง! รูตูดมิเท่าไหร่แต่ในหัวนี่ขาวโพลนราวกับมิมีอะไรอยู่ในหัวเลย! มันโล่งโปร่งไปหมด! แล้วก็เหนื่อยชิบหายทั้งที่ร่างกายก็แค่คุกเข่าอยู่ในท่าที่คล้ายกับการโม๊คควยให้ผู้ชายแท้ ๆ.สาเหตุก็เพราะความทรงจำก็เหมือนห้วงชลธาร มันคือกระแสลำธารที่กว้างไกลไร้ที่สิ้นสุด สายน้ำมิอาจไหลย้อนกลับฉันใดความทรงจำของผู้คนย่อมเติมเต็มโถมทับไปเบื้องหน้า หากแต่เค
บรรยากาศอึมครึมก่อตัวขึ้นแม้จะจบศึกลงไปแล้ว สนามรบมิได้ลดทอนความตึงเครียดลงไปเลย และบางทีงานนี้อาจจะมีทวยเทพตายเพิ่มอีกหนึ่ง "สงครามยังมิจบอย่าเพิ่งนับศพทหาร" สำหรับกงกงแล้วแกคงมิแมนพอที่จะเรียกตนว่าเป็นหนึ่งในคณะทหารหรอกกระมัง."ข้าแต่ฝ่าพระบาท! กงกงเทพผู้เฝ้าตำหนักหลวงถวายคำนับพระเจ้าค่ะ!"."อือ! ลุกขึ้นเถอะมิต้องมากพิธี! แล้วก็เทพอู่เสิ่นประจำแคว้นด้วยลุกขึ้นเถิด ตามทหารโอสถมาดูอาการเขาทีใช่ว่าข้าจะใจไม้ไส้ระกำถึงเพียงนั้น เจ็บหนักขาดครึ่งท่อนจะมามัวรายงานภารกิจอันใด! ไปพักรักษาตัวซะเถอะ! มีชีวิตรอดอยู่ได้ก็นับว่าเจ้ามิขาดทุนแล้ว ส่วนเจ้าเทพกงกงเจ้ามาทำอะไรที่นี่? ตำหนักหวงหือลี่ (黄花梨) ข้าอนุญาตให้เจ้าล่ะทิ้งมางั้นรึ?!"."ขออภัยฝ่าบาทข้าน้อยสมควรตาย! ข้าน้อยน้อมรับโทษทัณฑ์ทุกโองการ หากแต่ตัวข้าก็มีสิ่งที่จะต้องเร่งชี้แจงให้ท่านทราบ นั่นคือทุกสิ่งที่ข้าทำไปล้วนอยู่บนพื้นฐานของความจำเป็นเร่งด่วน! ข้ามองมิเห็นทางออกใดจึงถือวิสาสะนำมนุษย์ผู้นี้ขึ้นมาบนสวรรค์โดยพลการ! การที่ตัวข้าผลัดภาระจากตำหนักหลวงมายังสมรภูมิแห่งนี้ก็เพื่อที่จะติดตามดูเขาอย่างใกล้ชิดขอรับ"กงกงพูดไปพลางตัวสั่นปลก
ความรกร้างว่างเปล่าปรากฏแก่สายตา เต็นท์พลับพลากลับกลายเป็นตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งทุ่งหมาหลง เป็นเคราะห์ดีในโชคดีหรือจะว่าเป็นเพราะบารมีที่บำเพ็ญตบะมาอย่างถึงพร้อมขององค์เง็กเซียนก็ว่าได้ ที่ทำให้ห้วงเวลาที่วาร์ปมานี้เป็นจังหวะที่เทียนซิ่งจงพากันถอยทัพหนีกันหมดแล้ว พวกเขาไม่เหลืออะไรไว้เลยนอกจากร่องรอยความเสียหายที่พอจะตบหน้าชาวสวรรค์ได้บ้าง!.อย่างที่บอกว่าศพของเทียนซิ่งจงถูกเก็บกลับไปหมดสิ้น ผ่านทางหลุมมิติพิศวงสีม่วง หากแต่รอยเลือดทุกหยดยังคงอยู่! รอยพื้นดินที่ถูกฝานเป็นริ้ว ๆ แยกออกจากกันราวกับถูกผ่ายังอยู่! ร่องรอยของผาหินที่แหกเป็นสองซีกจากฤทธาของอาวุธเวทย์ที่มิเคยพบเห็น! แม้แต่บนพื้นดินที่เหยียบอยู่ ณ ขณะนี้ก็ยังเต็มไปด้วยรอยไหม้ของสายอัสนีบาต! หลักฐานทุกสิ่งล้วนบ่งชี้ว่าการทำยุทธหัตถีบนแคว้นเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) นี้หนักหน่วงขนาดไหน แล้วใครกันที่เลือกที่จะหลบอยู่หลังเต็นท์พลับพลา."ขายหน้าแล้ว! พวกเราช่างผิดต่อพวกเขายิ่งนัก!"ท่านเง็กเซียนถึงกับเปรยออกมาอย่างละอายใจ แกเดินออกมาสำรวจความเสียหายด้วยตนเอง พร้อมกับกลุ่มเทพสงครามอู่เสิ่นที่ก็ละอายต่อสหายร่วมรบมิต่างกัน.การ
ภาพเหตุการณ์ตัดมายังสถานที่แห่งหนึ่งในแคว้นเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) อาณาบริเวณนี้อยู่ลึกเข้าไปจากสมรภูมิเป็นระยะทางหลายลี้ มันถูกจัดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัย และเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะมีพลับพลาชั่วคราวของท่านเง็กเซียนประดิษฐานอยู่ เทพหลายองค์ยกย่องว่าที่นี่เป็นดั่งศูนย์กลางการบังคับบัญชา เป็นเต็นท์ของเหล่าเสนาธิการทหารที่คอยสั่งการแนวรบ แต่ทว่าสำหรับเหล่าองครักษ์ประตูเทวาและเทพอู่เสิ่นแล้ว สิ่งนี้ก็แค่นิทรรศการปาหี่ของพวกขี้ขลาด! หากมิมีจางอี้เฟิงช่วยแม้แต่ที่นี่ก็คงไม่รอด!."ห๊ะ! เจ้าว่าเช่นไรนะปู่ซืออี้ข้าศึกถอยทัพแล้วงั้นรึ?! เทพอู่เสิ่นผู้รับผิดชอบพื้นที่ทำได้เยี่ยงไร หรือเขามีอาวุธเวทย์คุ้มกายหรือมีสมบัติเวทย์ที่เป็นปรปักษ์กับวรยุทธของพวกเทียนซิ่งจงแล้วมิยอมบอกข้า?!"ท่านเง็กเซียนถึงกับตวาดเสียงดัง แกเริ่มเดินไปรอบ ๆ เต็นท์สั่งการ เจอผลลัพธ์แบบนี้เข้าไปทำเอากระดานหมากที่อุตส่าห์วางกลยุทธ์ร่วมกับเทพสงครามองค์อื่น ๆ กลายเป็นหมันไปเลย.ตวัดชายเสื้อทีเดียวอาคมแผนที่ซึ่งมีลักษณะคล้ายภาพโฮโรแกรมสามมิติ ก็ได้แตกสลายกลายเป็นผงฝุ่นเรืองแสง! กลศึกนี้มิจำเป็นต้องหารือกันอีกต่อไป และแม้จะงวยงงกันอ
จางอี้เฟิงมิเคยเห็นปรากฏการณ์เฉกเช่นนี้มาก่อน เขาเคยแต่เป็นมนุษย์ผู้อยู่ใต้ฟ้า ก็เลยมิอยากจะเชื่อสายตาว่าฟ้าเหนือฟ้าก็ยังมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ด้วย ค่ายกลลูกหนัง 18 ทิศถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ! ประกายแฉกสายฟ้าสีม่วงอินทนิลที่เคยกลืนกินทุกสรรพสิ่ง จู่ ๆ ก็หดตัวกลับคืนไปราวกับกำลังวิ่งถอยหลัง! นักบ
ท่ามกลางร่างในชุดเกราะเหล็กของสหายร่วมรบที่กระเด็นกระดอน บางศพโดนบอลอัดกลางหน้าท้องแล้วลากผ่านหน้าจางอี้เฟิงไปเลยก็มี ชายหนุ่มอยู่ในสถานการณ์ที่จะพลาดมิได้อีกแล้ว ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งมีแต่การสูญเสีย มิหนำซ้ำขึ้นชื่อว่านักบอลแล้วไซร้การถูกตราหน้าว่าทำให้ทีมแพ้ยิ่งเป็นอะไรที่รับไม่ได้.การยอมจำนนมิใช่
"เฮ๊ย! พี่ระวัง! ก้มหัวหลบเร็ว!"."เพล๊งงง!"."ข้างหลังพี่! บอลมาจากด้านหลัง! เข้าประชิดตัวมันไว้ก่อนอย่าให้มันง้างเท้าได้!"."เพล๊งงง! , เพล๊งงง!"."อ๊ากกกก!!! , อั๊ก! , เฮือกกก!"."พี่ทำใจดี ๆ ไว้นะครับ! แข็งใจหน่อย! อย่ามาตายที่นี่เชียวนะพี่!"."ตุบ! , ตุบ! , เพล๊งงง! , เพล๊งงง!"..สาบานได
"อ๊ากกกก!!! , โอ๊ยยยย!!! , ขาข้า! , ขาของข้า! , อ๊าาากกก!!!"กุมหน้าแข้งตัวงอเป็นกุ้งสลับกับร้องทุรนทุรายเจ็บปวด หักจริงหนักจริงแม่งแตกเข้าไปยันสนับแข้งอ่ะคิดดู.ทุกอย่างเป็นไปตามที่จางอี้เฟิงคิดไว้มิมีผิด ทันทีที่เขาสปริงตัวลุกขึ้นยืนได้จึงมิต้องมีสปิริตในเกมกีฬาใด ๆ ไม่มีในกติกาแต่มีอยู่ในแข้งขาพ

















