LOGINเสียงระเบ็งเซ็งแซ่จากระเบิดลูกหนังตูมตามกดดันหนัก เทพกงกงยืนกำหมัดแน่นตัวสั่นสะท้านเฝ้ารอว่าจางอี้เฟิงจะให้คำตอบแนวไหน และบางทีหากเราย้ายจิตไปอยู่ในมุมของอี้เฟิง เราก็อาจจะเข้าใจในสิ่งที่เขาคิด เพราะขึ้นชื่อว่าฟุตบอลนั้นใช่ว่าจะสร้างกันได้ง่าย ๆ ทุกอย่างต้องมีเวลาฝึกซ้อม ต้องมีการเล่นที่เป็นทีมเวิร์ค ไหนจะเรื่องเฟ้นหานักเตะให้ตรงกับตำแหน่งอีก กงกงเป็นเทพ LGBT บนสวรรค์ดีดนิ้วสั่งอะไรก็ได้ดั่งใจ พวกเขาไม่มีทางเข้าใจความลำบากในกิจกรรมที่มนุษย์เนรมิตขึ้นหรอก
.
"ว่าเช่นไรเล่าข้ารอคำตอบเจ้าอยู่นะ? ข้ารับปากเลยว่าเจ้าจะสุขสบาย น้ำท่าบริบูรณ์มีห้องนอนมีห้องน้ำ อาหารการกินเพรียบพร้อม เรียกได้ว่าในโลกมนุษย์เจ้ามีอะไร สิ่งที่เจ้าเคยถวายให้เทพเจ้าไว้เจ้าจะได้เช่นนั้นทุกอย่าง แค่เพียงเจ้าช่วยพวกเรา.."
.
"ผมดีใจที่ได้ยินแบบนั้นครับท่านองค์เทพ แต่นอกเหนือจากความยากเรื่องทำทีมแล้ว ผมยังมีอีกประเด็นที่สลัดออกไปจากหัวไม่พ้นจริง ๆ หากเป็นไปได้ผมอยากให้ท่านช่วยเคลียร์เรื่องนี้ให้หน่อย แล้วผมจะสอนมรรคาฟุตบอลแห่งสวรรค์ให้พวกท่านเป็นที่แรก"
.
"ว่ามาเลย! เร็วเข้าเจ้าต้องการสิ่งใด?!"
"ชีวิตข้ามีแค่ไข่ข้างซ้ายเท่านั้นที่ให้เจ้ามิได้ เพราะมันถูกตัดไปแล้ว!"
หน้าสิ่วหน้าขวานระเบิดโครมครามอยู่เบื้องล่าง ยังมิวายมีอารมณ์กวนส้นตีน เหมือนเทพกงกงจะดีใจจนเนื้อเต้น
.
"คือถ้าผมอยู่บนนี้ผมต้องใช้เวลาเยอะ ต้องกินนอนอยู่บนสวรรค์ แล้วคนทางบ้านผมจะทำยังไงล่ะครับ?"
"บรรดาพ่อแม่หรือเพื่อนร่วมทีมฟุตบอล ของสำนักกีฬาลี่ฮือหลวงของผมจะเป็นยังไง?"
"เกิดผมหายไปเฉย ๆ นี่เรื่องใหญ่เลยนะครับ ท่านต้องซัพพอร์ตนักบอลคนนี้ด้วย~! ซัพพอร์ตนักบอลคนนี้ได้ไหมครับ~!"
จางอี้เฟิงพยายามอธิบาย แล้วก็ไม่เห็นจะเข้าใจยากตรงไหน ทุกคำพูดล้วนอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล
.
"ฟู่~!"
ลมสวรรค์พัดผ่านบางเบา ความหนาวบาดผิวทิ้งช่วงให้เทพกงกงประเมินความคิด พ้องกันกับเสียงอึกทึกครึกโครมด้านล่าง สมรภูมิดูจะไม่หยุดตาม ยิ่งคิดนานทหารสวรรค์ยิ่งมีแต่สูญเสีย
.
จนกระทั่งผ่านไปราว 2 ก้านธูปเทพเฝ้าตำหนักสวรรค์ก็คิดออก!
.
"ข้ารู้แล้ว! เอาเช่นนี้แล้วกัน! เจ้าถอยมายืนข้างหลังข้าตรงนี้ก่อน!"
กวักมือกระดุกกระดิก แล้วจางอี้เฟิงก็เดินอ้อมมาซ่อนด้านหลังอย่างว่าง่าย
.
ก่อนที่ต่อมาคาถาบทหนึ่งจะถูกสวดขึ้น ด้วยความสัตย์จริงว่าชายหนุ่มฟังไม่ออกแม้แต่นิดเดียว มันเป็นภาษาจีนที่คงมีแต่สัตว์ดึกดำบรรพ์กับบรรพบุรุษที่ผ่านการตายมาแล้วสักสี่ครั้งถึงจะเข้าใจได้ แถมระหว่างนั้นมือทั้งสองข้างของกงกงก็ป่ายปัดเวียนวงเป็นรูปวงกลมคล้ายกับคนกำลังละเลงแปรงทาสีกลางอากาศ
.
ไม่มีสีออกมาสักหยดมีแต่ประกายไฟสปาร์คที่คล้ายกับไฟเย็นที่เด็ก ๆ จุดเล่นในคืนวันลอยกระทง พวกมันโพยพุ่งออกมาจากฝ่ามือของท่านองค์เทพ และอีกส่วนก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศต่อหน้าต่อตาจางอี้เฟิง ลักษณะมันเป็นวง ๆ มีประกายไฟสปาร์คเป็นแฉก ๆ แล้วก็หมุนติ้ว ๆ จนมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จากไซส์เท่าแตงโมกลายเป็นลูกบาส จากลูกบาสเป็นห่วงฮูลาฮูป จากห่วงฮูลาฮูปกลายเป็นฝาโอ่ง ซึ่งใหญ่พอจนมองเห็นภาพของอีกสถานที่หนึ่งที่อยู่ในรัศมีวงกลมประกายไฟดังกล่าว
.
"เจ้าชอบคนไหนเจ้าเลือกเลย แล้วมาบอกข้า.."
เทพกงกงเอ่ยคำขึ้น ในขณะที่สองมือก็ป่ายปัดฝ่ามือละเลงเป็นรูปวงกลมไปด้วย
.
"คือท่านจะให้ข้าเดินเข้าไปดู แล้วยัดหัวทะลุมิติข้ามไปฝั่งโน้นเหรอครับ?"
.
"ใช่! ในนั้นคือเด็ก ๆ ในสังกัดข้าเอง ข้าใส่กุญแจห้องล็อคพวกนางเอาไว้"
"และตอนนี้ข้าอยากให้เจ้าเลือกมาสักนางหนึ่ง เพื่อจะได้เอามาช่วยงานพวกเรา"
.
หัวใจจางอี้เฟิงเต้นตึกตัก ๆ บอกตามตรงว่าฟิลลิ่งนี้เหมือนกับได้เลือกหมอนวดในตู้กระจกก็มิปาน หากแต่นี่คือนางฟ้านางสวรรค์ตัวจริงไม่ใช่การเปรียบเทียบ สวรรค์ชั้นเจ็ดสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ห่าเหวอะไร ในเมื่อตอนนี้แหละคือของแท้คือช่วงเวลาที่เขาได้อยู่บนสวรรค์จริง ๆ และกำลังจะได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด ชายหนุ่มเตรียมจะเดินตรงเข้าไปเลือกอยู่แล้ว หากมิใช่เพราะนางอัปสราผู้นั้นดันเดินสวนออกมาก่อน
.
กงกงคิดไว้แล้วเชียวว่าต้องเป็นนาง เพราะนางคือนางฟ้าที่ซุกซนที่สุดในกลุ่ม เป็นนางอัปสรตนเดียวกับองค์ที่ออกมานอกตำหนักสวรรค์แล้วถามโน่นถามนี่ อยากรู้อยากเห็นไปซะทุกเรื่อง ขนาดตอนนั้นมีทหารส่งสาส์นของเทียนซิ่งจงปลิดชีพตนเองตายลงตรงหน้านางยังมิกลัว ประสาอะไรกับภารกิจเช่นนี้นางก็เลยอาสามันซะเลย
.
"เหมยลี่เสวียนนี่เจ้าเสนอตัวทำภารกิจนี้งั้นรึ?"
.
"(สวยจัง..)"
จางอี้เฟิงคิดในใจ เขายืนแข็งทื่อไปเลยในห้วงยามที่แม่นางเหมยลี่เดินลอดบ่วงมิติสวนทางเข้ามาใกล้
.
ใบหน้าเหมยลี่สวยกว่าแอลลี่ซะอีก ผิวพรรณก็ขาวอมชมพู ทั้งยังยิ้มหวานน่ารักน่าชัง พูดจาก็ไพเราะราวกับภาษาดอกไม้ นางมิมีท่าทางรังเกียจรังงอนมนุษย์โลกอย่างจางอี้เฟิงเลย กลับทักทายเขาอย่างเป็นกันเองเสียด้วยซ้ำ เสียอย่างเดียวคือเวลาในการพบกันนั้นสั้นเกินกว่าจะสร้างความประทับใจได้ เพราะจู่ ๆ ท่านเทพกงกงก็ได้หยุดการใช้ฝ่ามือละเลงอากาศลง พลางสะบัดมือฟันฉึบลงตรงหน้าอย่างเด็ดขาด!
.
"ฉึบ!!!"
.
การกระทำดังกล่าวส่งผลให้ใบหน้างาม ๆ ของนางฟ้าเหมยลี่เสวียนค่อย ๆ เปลี่ยสภาพไป เมื่อครั้งอยู่ในห้องน้ำโรงเรียนจางอี้เฟิงเห็นหน้าตัวเองกลายเป็นกงกงได้เช่นไร ของลักษณะเดียวกันก็กำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง ผ่านไปราวชั่วเสี้ยวหายใจ ณ พื้นเมฆนุ่มนิ่มที่อยู่บนฟากฟ้า ในท้ายที่สุดก็มีจางอี้เฟิงยืนคู่กันถึง 2 คนจนได้!
เสียงระเบ็งเซ็งแซ่จากระเบิดลูกหนังตูมตามกดดันหนัก เทพกงกงยืนกำหมัดแน่นตัวสั่นสะท้านเฝ้ารอว่าจางอี้เฟิงจะให้คำตอบแนวไหน และบางทีหากเราย้ายจิตไปอยู่ในมุมของอี้เฟิง เราก็อาจจะเข้าใจในสิ่งที่เขาคิด เพราะขึ้นชื่อว่าฟุตบอลนั้นใช่ว่าจะสร้างกันได้ง่าย ๆ ทุกอย่างต้องมีเวลาฝึกซ้อม ต้องมีการเล่นที่เป็นทีมเวิร์ค ไหนจะเรื่องเฟ้นหานักเตะให้ตรงกับตำแหน่งอีก กงกงเป็นเทพ LGBT บนสวรรค์ดีดนิ้วสั่งอะไรก็ได้ดั่งใจ พวกเขาไม่มีทางเข้าใจความลำบากในกิจกรรมที่มนุษย์เนรมิตขึ้นหรอก."ว่าเช่นไรเล่าข้ารอคำตอบเจ้าอยู่นะ? ข้ารับปากเลยว่าเจ้าจะสุขสบาย น้ำท่าบริบูรณ์มีห้องนอนมีห้องน้ำ อาหารการกินเพรียบพร้อม เรียกได้ว่าในโลกมนุษย์เจ้ามีอะไร สิ่งที่เจ้าเคยถวายให้เทพเจ้าไว้เจ้าจะได้เช่นนั้นทุกอย่าง แค่เพียงเจ้าช่วยพวกเรา.."."ผมดีใจที่ได้ยินแบบนั้นครับท่านองค์เทพ แต่นอกเหนือจากความยากเรื่องทำทีมแล้ว ผมยังมีอีกประเด็นที่สลัดออกไปจากหัวไม่พ้นจริง ๆ หากเป็นไปได้ผมอยากให้ท่านช่วยเคลียร์เรื่องนี้ให้หน่อย แล้วผมจะสอนมรรคาฟุตบอลแห่งสวรรค์ให้พวกท่านเป็นที่แรก"."ว่ามาเลย! เร็วเข้าเจ้าต้องการสิ่งใด?!""ชีวิตข้ามีแค่ไข่ข้างซ้าย
"จริงรึ!? จงเร่งชี้แจงมาเดี๋ยวนี้!"เทพกงกงถึงกับเสียกิริยา บุคลิกแกดูขึงขังขับความแมนออกมาหลายส่วน."จริงครับท่าน! ผมจำได้แม่นเลย ถึงผมจะไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว แต่เขาคือศูนย์หน้าเบอร์ 9 ตัวจบสกอร์ของสำนักกีฬาหลงเซียงถื่อ! พวกเรากรำศึกหนักฟาดฟันกันมาหลายปี ตัวนักกีฬาอาจจะมีผลัดใบเปลี่ยนหน้าคร่าตาไปบ้าง แต่ลวดลายสีสันและโลโก้บนเสื้อ ผมไม่มีทางลืมคู่แข่งตัวฉกาจอย่างพวกเขาเป็นแน่!"."ลุกขึ้น.. แล้วเชิญพูดต่อ"กงกงผายมือเป็นสัญญาณ พลางกอดอกฟังอย่างตั้งใจ."อะ.. อืม.. ครับ! เสื้อตัวนี้เป็นเสื้อคอกลมที่ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์คุณภาพสูง Polyester เกรดกีฬา เป็นเสื้อที่ไม่ได้ถูกสร้างมาแค่ใส่! แต่ถูกออกแบบมาเพื่อลงสนามอย่างแท้จริง!"."ผมมีโอกาสได้สัมผัสมันบ้างตอนที่เผชิญหน้ากับพวกเขาในสนาม ผมพยายามดึงพยายามกระชากแล้วปล่อยเพื่อทำลายจังหวะ แต่ครั้งแรกที่จับโดนก็สัมผัสได้ถึงความกระชับที่พอดีตัวเหลือเชื่อ! พวกเขาไร้ซึ่งความอึดอัดใด ๆ เนื้อผ้าที่ยืดหยุ่นสูงทำให้เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะสปรินต์สุดแรงเกิด หรือเลี้ยงหลบแบบซิ๊กแซ๊ก ยิ่งจังหวะยกเท้ายิงเต็มข้อยิ่งไม่ต้องพูดถึง เสื้อมันจะขยับ
จางอี้เฟิงสะดุ้งโหยงในท่วงท่าที่ไม่ต่างจากการกระโดดหลบกองหลัง ที่พุ่งตัวเข้ามาเสียบสกัด เขากระเด้งถอยหลังไปอีกราว 2 - 3 ช่วงตัวเอาให้พ้นระยะปลอดภัยจากภัยคุกคามบานกระจก ทว่าแผ่นหลังก็เกือบจะชนเข้ากับประตูห้องส้วมอยู่ดี ถูกต้องที่สุดว่าใบหน้าสุดคมเข้มที่ปรากฏอยู่บนแผ่นสะท้อนก็คือเทพกงกง เทพผู้เฝ้าตำหนักสวรรค์หวงหือลี่ ( 黄花梨 ) ท่านน่าจะมีเวลาไม่มากเลยรีบเข้าประเด็นด้วยประโยคห้วน ๆ."มิต้องตกใจพ่อหนุ่ม ข้ามิทำอะไรเจ้าหรอก ตอนนี้เจ้าหายเจ็บอัณฑะแล้วใช่หรือไม่?".จางอี้เฟิงตกใจจนเกือบลืมไปแล้วว่าตนเองเข้ามาในนี้ทำไม ทั้งที่ไม่ได้มีกิจธุระ."เอ้อ..! ใช่จริงด้วย! ใช่ครับใช่! ตอนนี้ผมหายปวดแล้ว ทุกอย่างปกติดีหมดเลย!""ท่านเป็นเทพเจ้าประจำโรงเรียนเหรอครับ? นี่พวกท่านมีตัวตนอยู่จริง ๆ เหรอครับเนี่ยะ ผมแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลย!"."ข้ารู้.. แต่ข้ามิมีเวลาจะแถลงไขมากนัก เอาเป็นว่าเจ้าจงเร่งเข้าประตูห้องน้ำหมายเลข 4 ที่อยู่ด้านหลังนั่นก่อน""ขึ้นมาหาข้าบนนี้ แล้วข้าจะชี้แจงทุกอย่างให้เจ้าฟัง".หนุ่มน้อยยอดนักบอลเริ่มชักแปลกใจ เขาหันหลังไปมองประตูที่ว่าอยู่หลายครั้ง พลันคิดในใจว่านั่นมันห้อ
โกหกตกนรกใต้ดิน , ใครไม่รักษาคำสัตย์ต้องกลืนเข็มพันเล่ม , ให้แล้วเอาคืนมะรืนนี้ตาย ฯลฯ สารพัดถ้อยคำสาปส่งในตำนานมักจะเชื่อมโยงโลกมนุษย์เข้ากับปรภพ แล้วก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่ามักจะมีเทพองค์นั้นองค์นี้ลงมาเกี่ยวข้อง คำถามคือแล้วจางอี้เฟิงของเราล่ะ! นักบอลตำแหน่งตัวสำรองของสำนักลี่ฮือหลวงผู้นี้ เพิ่งจะเตะบอลอัดไข่กระโปกเทพกงกงไปเมื่อเช้า คิดเหรอว่าเขาจะรอดจากอาชญากรรมพวงอัณฑะนี้ไปได้ อนิจจาสาสมใจ ยังไม่ถึงครึ่งวันเคราะห์กรรมก็เห็นผล."อั๊ก! , อ่ะ! , อึ๊ก..ก..ก..ก..! , อั๊ก!""เหี้ย! เกิดอะไรขึ้นกับไข่เราวะ แม่งปวดชิบเป๋ง!""มันเหมือนมีอะไรมาบีบไข่เราไว้เป็นพัก ๆ บีบแล้วก็ปล่อย! ปล่อยแล้วก็บีบ! อู๊ยยยย!!!".กริยาบิดไปบิดมาอยู่บนเก้าอี้ช่างดูไม่สง่างาม เขาดูเหมือนกับเด็กอนุบาลที่ปวดฉี่แต่ไม่กล้ายกมือขอคุณครู หนำซ้ำยังทนอยู่ ทนต่อ แล้วก็ทนต่อไป จนกระทั่งลามมาถึงช่วงพักเที่ยง."กริ๊งงงงงง!!!! , กริ๊งงงงงง!!!!"เสียงออดพักเที่ยงดังสนั่น คุณครูเก็บเอกสารปล่อยนักเรียนไปรับประทานข้าวเที่ยง และทันใดนั้นแอลลี่ที่นั่งอยู่โต๊ะฝั่งตรงข้าม ก็ได้เร่งเดินเข้ามาหาจางอี้เฟิงเป็นคนแรก."อี้เฟิงนายเป็นอะไร
อรุณเบิกฟ้านกกาโบยบิน ในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากหลับนอนกับแอลลี่ใน Multiverse ไปหลายน้ำ ก็ถึงเวลาที่จางอี้เฟิงจะลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับการต่อสู้ในชีวิตจริงซะที เขาอาบน้ำแต่งตัวลงมาทานข้าวเช้าที่คุณแม่เตรียมไว้ให้ อาหารวันนี้ยังคงหอมกรุ่นชวนกินเช่นเคย มีหมั่นโถว่ลูกใหญ่ , ซุปหัวไชเท้า , ข้าวต้มกุ๊ยร้อน ๆ แล้วก็ขนมกรุบกรอบไว้ทานเล่นอีกมากมายหลายชนิด เห็นแล้วก็ชวนให้เจริญอาหารดีเหลือเกิน."ลูกเฟิงนั่งลงสิลูก เช้านี้แม่จัดชุดใหญ่ไว้ให้หนูเลยนะ""แม่รู้นะว่าลูกมีเรื่องไม่สบายใจ เมื่อวานก็ไม่เห็นจะกินอะไรสักคำ.."คุณแม่ตักน้ำแกงมาวางที่โต๊ะ ด้วยสีหน้าของคนเป็นห่วง."ไม่มีอะไรหรอกครับแม่ แค่นี้ผมจัดการเองได้ ผมโตแล้วนะครับ"จางอี้เฟิงตอบเสียงเรียบ เขาก็ยังเป็นเขาและไม่มีทางบอกหรอกว่าไอ้ที่ว่าแก้ปัญหาน่ะ คือการชักว่าวแบบมาราธอน!.คุณพ่อที่นั่งทานข้าวอยู่ก่อนแล้ว ก็เลยแทรกขึ้น."งั้นถ้าไม่อยากเล่า! ก่อนจะนั่งลงกินข้าวก็ยกสำรับไปไหว้เทพเตาไฟเจ้าเสิน (灶神) ท่านสักหน่อยสิ""ท่านเป็นเทพประจำบ้านผู้คอยปกป้องคุ้มครองเรา ลูกลองขอพรจากท่านดู อย่างน้อยจิตใจจะได้ผ่อนคลายลง""ถ้าสมาธิไม่ดีจะเรื่องเรียน หรื
ดั่งนรกชังหรือสวรรค์แกล้ง ทำไมฟ้าถึงเห็นเขาเป็นตัวตลกเช่นนี้ เทพเซียนเบื้องบนประทานพรสวรรค์ในการเตะบอลมาให้ แต่กลับกลายเป็นเขาเองที่ทำทุกอย่างพังลงกับมือ จางอี้เฟิงวิ่งฝ่าความมืดเอานิทราบดบังราคี ดวงหน้าเขาเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจ เขาทั้งผิดหวังในตัวเอง และผิดหวังในตัวแอลลี่ เพราะไม่คิดไม่ฝันว่าเพื่อนที่สนิทกันขนาดนั้น จะกล้าทำในสิ่งที่เหมือนกับในหนัง AV ลงไปได้.แอลลี่จะทำอะไรให้พี่หลิงห่าวบ้างนะ เธอจะคุกเข่าลงแล้วถลกกางเกงพี่เขาออกใช่ไหม หรือจะเริ่มจากการค่อย ๆ ล้วงแล้วใช้ปาก อื้อหือ! ในหัวจางอี้เฟิงนี่เต็มไปด้วยฉากอีโรติค เขาอายุ 17 ยังไม่เต็ม 18 ดีด้วยซ้ำ แต่ฉากรักบำเรอกามเหล่านั้นกลับฟุ้งซ่านอยู่เต็มกบาลเต็มไปหมด ไม่ไหว ๆ ไม่เอาแล้วไม่คิดแล้ว! ทันทีที่วิ่งกลับมาถึงบ้านเจ้าตัวจึงรีบกระชากประตูรั้วออกเสียงดัง!."แกร๊งงง!!! , ครืดดด!!!".หมาเฝ้าบ้านเห่าระงม และแน่นนอนว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่นี่พุ่งเข้ามาถามไถ่ก่อนเลยเป็นอันดับแรก พวกท่านเห็นแล้วว่าท่าทางของลูกผิดปกติไป ท่วงท่างุ่นง่านไม่สนใจโลก การก้าวเดินย่างสามขุมไม่พูดไม่จา แม้ทุกคำถามจากบิดามารดาจะเต็มไปด้วยความห่วงใย แต่จางอี







