Share

บทที่ 9 : ดวลเป้า!

Author: L.sunanta
last update publish date: 2025-12-05 23:00:00

อรุณเบิกฟ้านกกาโบยบิน ในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากหลับนอนกับแอลลี่ใน Multiverse ไปหลายน้ำ ก็ถึงเวลาที่จางอี้เฟิงจะลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับการต่อสู้ในชีวิตจริงซะที เขาอาบน้ำแต่งตัวลงมาทานข้าวเช้าที่คุณแม่เตรียมไว้ให้ อาหารวันนี้ยังคงหอมกรุ่นชวนกินเช่นเคย มีหมั่นโถว่ลูกใหญ่ , ซุปหัวไชเท้า , ข้าวต้มกุ๊ยร้อน ๆ แล้วก็ขนมกรุบกรอบไว้ทานเล่นอีกมากมายหลายชนิด เห็นแล้วก็ชวนให้เจริญอาหารดีเหลือเกิน

.

"ลูกเฟิงนั่งลงสิลูกเช้านี้แม่จัดชุดใหญ่ไว้ให้หนูเลยนะ แม่รู้นะว่าลูกมีเรื่องไม่สบายใจเมื่อวานก็ไม่เห็นจะกินอะไรสักคำ"

คุณแม่ตักน้ำแกงมาวางที่โต๊ะด้วยสีหน้าของคนเป็นห่วง

.

"ไม่มีอะไรหรอกครับแม่ แค่นี้ผมจัดการเองได้ ผมโตแล้วนะครับ"

จางอี้เฟิงตอบเสียงเรียบ เขาก็ยังเป็นเขาและไม่มีทางบอกหรอกว่าไอ้ที่ว่าแก้ปัญหาน่ะคือการชักว่าวแบบมาราธอน

.

คุณพ่อที่นั่งทานข้าวอยู่ก่อนแล้วก็เลยแทรกขึ้น

.

"งั้นถ้าไม่อยากเล่า! ก่อนจะนั่งลงกินข้าวก็ยกสำรับไปไหว้เทพเตาไฟเจ้าเสิน (灶神) ท่านสักหน่อยสิ ท่านเป็นเทพประจำบ้านผู้คอยปกป้องคุ้มครองเรา ลูกลองขอพรจากท่านดูอย่างน้อยจิตใจจะได้ผ่อนคลายลง ถ้าสมาธิไม่ดีจะเรื่องเรียนหรือเล่นกีฬาก็จะแย่ไปหมดนะลูก"

.

"อืม.. ได้เลยครับพ่อผมจะจัดการให้เดี๋ยวนี้ครับ"

.

ว่าแล้วก็ปีนขึ้นหิ้งไปปักธูปจำนวนสามดอก ตามติดด้วยการนำกับข้าวใส่ถ้วยเล็ก ๆ ขึ้นไปเปลี่ยนสลับกับของเดิม ปกติจางอี้เฟิงก็ทำการสักการะเทพเจ้าแบบนี้อยู่เป็นประจำ เขาเป็นเยาวชนสายมูตัวยงเอะอะอะไรก็เรียกหาเทพองค์นั้นองค์นี้ให้ช่วยอยู่เป็นนิจ และทุกทีเขาก็มักจะขอพรให้ตัวเองมีสุขภาพที่ดีมีพลานามัยที่สมบูรณ์ มีกำลังวังชาในการเบียดปะทะแย่งบอลกับคู่แข่ง เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่เขาลองขอพรในส่วนของความรักดู ซึ่งก็นะ! ก็ขอ ๆ ไปงั้นแหละเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าแอลลี่คบกับใครอยู่

.

.

ตัดภาพมาที่โรงเรียนสำนักกีฬาลี่ฮือหลวงดูเหมือนจะมีกฏข้อหนึ่งที่สำนักร่วมเมืองอื่น ๆ ไม่มีกัน นั่นก็คือประตูรั้วของพวกเขาไม่เคยปิด! ที่นี่เปิดโอเพ่นตลอดเพราะมีนโยบายว่ากีฬาไม่เคยเป็นพิษเป็นภัยต่อใคร ใครอยากใช้ก็ใช้ใครอยากมาเล่นก็เล่นเสียเหงื่อให้กับกีฬาดีกว่าเสียน้ำกามให้กระหรี่ติดเอดส์ เพราะงั้นแอลลี่ถึงแอบมาฝึกฟุตบอลตอนดึก ๆ ได้ และตอนนี้ที่ยังคงเป็นเวลาเช้าตรู่ตะวันยังไม่ขึ้นไก่ยังไม่โก่งคอขัน แต่จางอี้เฟิงกลับมาถึงสำนักก่อนใคร ๆ ตั้งหลายชั่วโมง

.

"เหอะ ๆ ก็มันนอนไม่หลับนี่นาอยู่บ้านก็ไม่รู้จะทำอะไรอยู่ดี สู้มาเตะบอลรอเพื่อน ๆ ที่นี่ดีกว่า ขืนไม่ทำอะไรเลยประเดี๋ยวหน้ายัยแอลลี่ก็จะตามมาหลอนเราอีก ไม่ไหวแล้ว.. น้ำเราจะหมดตัวอยู่แล้ว.. แข้งขาก็อ่อนล้า.. , เฮ้อ~! "

.

"ตุบ!!!"

เสียงบอลพลาสติกง่อย ๆ กลิ้งแคร๊ก ๆ ไถลไปกับพื้นปูน

.

จางอี้เฟิงวิ่งเตะบอลของเล่นของเขาอยู่คนเดียวตรงลานหน้าเสาธง เขาใช้ฐานของแป้นบาสเป็นโกลล์หนูเล็ก ๆ เพื่อเลี้ยงจี้ ๆ ๆ แล้วก็สับไกยิง! บางจังหวะก็เล่นชิ่งหนึ่งสองกับเงาตัวเอง ทำคอมโบแบบโคตรเหนือชั้นแล้วก็ตวัดยิง! ตูมมม! เจตนาเพื่อฆ่าเวลาล้วน ๆ เพราะสิ่งนี้ไม่ทำให้เขาเพิ่มพูนทักษะฟุตบอลที่เหลือล้นอยู่แล้วให้มากขึ้นแต่อย่างใด เขาแค่ไม่อยากฟุ้งซ่านไปกับแอลลี่นี่ต่างหากคือเจตนาที่แท้จริง

.

แต่ทว่าทำไปได้ราว 3 ก้านธูปก็เริ่มจะเบื่อ! ยังไม่มีเพื่อนร่วมสำนักคนไหนมาถึงสักคน ท้องฟ้าก็ยังโพล้เพล้จะเอายังไงต่อดียังคิดไม่ออก เดชะบุญที่ดวงตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นรูปปั้นเทพเจ้าประจำโรงเรียนที่ตั้งอยู่เยื้อง ๆ กับเสาธงเข้า นี่คือประติมากรรมลอยตัวขนาดเท่าคนจริงที่สวยสง่างามมาก ว่ากันว่าอดีตครูใหญ่ถึงกับจ้างช่างชาวอิตาลีมาแกะสลักเลยทีเดียว

.

ซึ่งนั่นมิใช่ประเด็นที่จะทำให้จางอี้เฟิงเกรงกลัว เขาหันซ้ายแลขวาดูแล้วก็ดูอีกว่าไม่มีใคร พลันคิดต่อไปว่าคงอีกนานกว่าจะมีนักเรียนคนแรกโผล่มาถึงสำนัก จิตอกุศลบวกความคิดอุตริจึงบังเกิด! เมื่อเจ้าตัวดันอยากจะท้าทายความสามารถของตัวเองขึ้นมาผ่านการทำชาเลนจ์!

.

"เอาวะ! มาทดสอบความแม่นดูดีกว่า เราเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าเป็นบอลพลาสติกเรายังจะเปิดได้แม่นอยู่ไหม?"

.

หนุ่มหัวใสจึงเริ่มเลี้ยงบอลไปตั้งไว้ที่ตรงกลางลานปูน แป้นบาสกลายเป็นอดีตเพราะเทวรูปด้านหน้านั้นหฤหรรษ์กว่าอย่างมหาศาล จากนั้นจางอี้เฟิงก็เอาโทรศัพท์สมาร์ทโฟนมาเข้าโหมดถ่ายวีดีโอ พลันเอาไปตั้งไว้บนพื้นปูนโดยพิงกับขวดน้ำเอาไว้ ณ ตอนนี้ภาพในจอเครื่องจึงเป็นคลิปวีดีโอที่บันทึกการกระทำของเขาไว้ได้แบบเต็มตัว เห็นตั้งแต่หัวยันหำทั้งยังเป็นมุมถ่ายเสยที่โคตรคูลและโคตรอาร์ทเอามาก ๆ

.

เมื่อทุกอย่างพร้อมเจ้าตัวจึงเริ่มพูดกับกล้อง

.

"สวัสดีครับชาวเน็ตทุกคน ๆ ดูทุกท่าน วันนี้ผมจะมาทำชาเลนจ์ปิดตาเตะบอลให้ดูกันนะครับ มาดูกันดีกว่าว่าผมจะเตะบอลโดน "กระจู๋" ของเทวรูปที่อยู่ตรงหน้าได้หรือไม่? แต่โดยส่วนตัวผมคิดว่าไม่! เพราะบอลพลาสติกลูกนี้ค่อนข้างเบาเป็นไปได้สูงว่าจะโดนลมเป่าให้ไซส์โค้งหลุดเป้าไปซะก่อน เดี๋ยวเรามาลองดูกันนะคร๊าบบบ!"

.

"พรึบ! , พรึบ!"

สะบัดผ้าเช็ดหน้าผืนโตออกมา พลันนำมาผูกเข้าที่ตาตัวเอง

.

ต่อด้วยการใช้มืองม ๆ อัง ๆ หาว่าลูกบอลอยู่ตรงไหน ภาพในกล้องคือทุลักทุเลมากจนคิดว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จางอี้เฟิงจะทำชาเลนจ์นี้ได้สำเร็จ แต่ทว่าหลังผ่านไปพักใหญ่เขาก็เริ่มตั้งหลักได้ จางอี้เฟิงเดินถอยหลังไปสามเก้าพลันสูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อตั้งสติ จากนั้นจึงวิ่งปรี่เข้ามาเต็มแรงแล้วก็หวดตู้มมม!!! ไปแบบพรวดเดียว!!!

.

"ตูมมม!!!"

.

บอลพลาสติกพุ่งทะยานส่ายยึกยือราวกับงูเลื้อย แต่ก็เป็นงูที่ฉวัดเฉวียนไม่เลว ใครรับบอลลูกนี้เข้าไปคงไม่แคล้วเจ็บตัวหนัก จางอี้เฟิงไม่รู้ว่าเขาเตะไปตรงทิศไหม แต่การที่เขาได้ยินเสียงลูกบอลกระทบกับสิ่งใดนั่นย่อมเท่ากับว่าเจ้าตัวมาถูกทาง นักบอลหนุ่มจึงรีบแกะผ้าปิดตาออกพลันหันมาเช็คคลิปวีดีโอที่อัดไว้เป็นการด่วน ถึงได้พบว่ามันเข้าเป้าแบบเต็ม ๆ เต็มกระเปาะหำขององค์เทพแบบเน้น ๆ เลยด้วย!

.

"ไอ้หยา! แม่นโคตร! นี่เราควรอัพโหลดคลิปนี้ลงโซเชียลดีไหมเนี่ยะ? แต่อย่าดีกว่านั่นมันรูปปั้นเทพเจ้าใครรู้เข้าจะดราม่าเอาเพราะเราเองก็ไมคิดว่ามันจะโดน!" เป้าเชี่ยน! (抱歉) , เป้าเชี่ยน! (抱歉) ศิษย์ผู้นี้กราบขออภัยต่อท่านองค์เทพ"

ผสานมือขึ้นกึ่งกลางอก แล้วยื่นออกมาเขย่าโค้งคำนับเหมือนในหนังจีน

.

แม้จะอยู่คนเดียวและไม่มีใครเห็นแต่จางอี้เฟิงก็สำนึกได้ด้วยตนเองว่าเขานั้นคึกคะนองเกินไป เขาขอขมาท่านเทพด้วยความบริสุทธิ์ใจ และหวังว่าเทพประจำโรงเรียนจะให้อภัยแก่เขา โดยหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้ว! เทวรูปสลักหินองค์ดังกล่าวแม่งก็คือ "เทพกงกง" เทพ LGBT บนสรวงสวรรค์ที่หายหน้าหายตาไปหลายตอนนั่นเอง!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 40 : ลงทีมซ้อม!

    สัมผัสแรกที่หยิบพู่กันหมึกทมิฬขึ้นมาถือ ก็รับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลราวกับพู่กันนี้มีชีวิต จางอี้เฟิงเข้าใจทันทีว่าทวยเทพทั้งหลายต้องแบกรับสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลาเมื่อยามที่ใช้สมบัติเวทย์ เขารู้สึกได้ถึงความเหน็ดเหนื่อยและพลังทางกายภาพที่ค่อย ๆ เสื่อมถอยลงไปทั้งที่ยังมิได้ขยับตัวใด ๆ แต่ครานั้นก็ยังกัดฟันสู้ ตั้งสติและทำหน้าที่การเป็นเฮดโค้ชเฉพาะกิจของตนต่อไป.ฝีแปรงแรกจึงถูกตวัดลงบนแผ่นกระดาษยักษ์ เพื่อลากเส้นทำเป็นกรอบสนาม เส้นข้าง เส้นกึ่งกลางวงกลม และกรอบประตู."ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"เบาราวกับขนนกประหนึ่งเพียงห้วงจิตคิด พู่กันวิเศษนี้ก็ลากไปจุดนั้นจุดนี้ได้เอง."เอาล่ะครับทุกท่านหลังบรรยายให้ฟังแบบปากเปล่า คราวนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นอีกขั้นนะครับ ภาพที่เห็นอยู่นี้คือสนามฟุตบอลเมื่อมองจากมุมสูง จุดทั้ง 11 จุดเทียบได้กับตำแหน่งของผู้เล่น 11 คน โดยจะแบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 3 แดน 3 บทบาท ได้แก่กองหน้า , กองกลาง , กองหลังและผู้รักษาประตู".""ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"ปาดพู่กันสะบัดวาดเป็นวงกลม แบบที่ไม่เหมือนกับในเนื้อเพลงเอาปากกามาวงของ เบล-วริศรา หากแต่เป็นการวงใน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 39 : ฟุตบอลของแท้

    "เอาล่ะข้าได้ทำกิจของข้าแล้วเสร็จแล้ว สหายหยานเซิงหลังพ้นยามเว่ย (未时) ค่ายกลนี้จะเสียสมดุล ถึงตอนนั้นท่านก็นำผังค่ายกลกลับไปคืนข้าที่ถ้ำเซียนด้วยแล้วกัน ข้าขอตัวไปที่หอเทียนอี (天医殿) ก่อนยังมีผู้ป่วยที่ข้าต้องดูแลต่ออีกมาก"เทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นสั่งเสียราวกับแถลงการณ์."โห.. ท่านพูดซะทำให้ข้าดูแย่ไปเลย~!"สวนทางกับอาจารย์หยานเซิงที่บ่นอุบด้วยคีย์เสียงเดียวกับพี่ยัต เฟดเฟ่ที่ออกรายการโหนกระแส.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ดวงไฟปฐมจิตของเฟินอวิ๋นพุ่งโค้งแหวกอากาศเป็นสีแดงและหายวับลับขอบฟ้าไป เหลือไว้แต่ทวยเทพด้านล่างราว 20 องค์กับจางอี้เฟิงที่เป็นมนุษย์เพียงคนเดียว ฉะนั้นจากนี้ไปอำนาจเต็มก็น่าจะตกอยู่ที่เขา เหลือจะเชื่อแต่ก็จริงที่จู่ ๆ จางอี้เฟิงก็เป็นใหญ่กว่าเทพเซียนบนสวรรค์ไปเสียแล้ว.ภายในโดมอาคมของค่ายกลชีวาตาลปัตร.อากาศในนี้นับว่าปลอดโปร่งเย็นสบายอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าตัวผืนหญ้าจะมีความอุ่นร้อนอยู่สักหน่อย แต่ก็มิได้เป็นปัญหาในการลงน้ำหนักเท้าแต่อย่างใด ยังคงเหยียบย่ำได้และคอนโทรลได้ทั้งยังสปรินท์ใส่สปีดได้เต็มที่อีกต่างหาก จางอี้เฟิงสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดพลันเดิน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 38 : อั๊วะจะได้เตะตอนไหน?

    บรรยากาศที่ดูร้อนอยู่แล้วยิ่งทวีองศามากยิ่งขึ้น ในชุดคลุมกันไฟทุกสายตาต่างก็เพ่งมองไปยังจุด ๆ เดียวที่อยู่กลางฟากฟ้า แล้วก็เป็นเทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นที่ได้แสดงความสามารถให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สิ่งที่ลอยอยู่เหนือมือแกแท้ที่จริงก็คือผังค่ายกลของค่ายกล "ชีวาตาลปัตร" (逆生回元阵) เดิมทีมันคืออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับรักษาคนไข้ แต่เฟินอวิ๋นกลับลอบนำมาใช้ในทางส่วนตัว."หึ! หากพวกเจ้ารู้แล้วก็อย่าริอาจไปบอกใครเสียล่ะ! ค่ายกลนี้แม้จะดีแต่ก็ใช่จะใช้ได้นาน เวลาของพวกเจ้าย่อมมีจำกัด , ฮึ่ยยย! , ย่ะ!"เปลี่ยนจากมุทรากระบี่กลายเป็นฝ่ามือ เฟินอวิ๋นในชุดคลุมสีชาดหงายฝ่ามือขึ้น เพื่อส่งผังค่ายกลให้ลอยขึ้นเหนือหัว."กริก! ๆ , กริก! ๆ".ต่อด้วยการขับปราณอัคคีใส่เข้าไปจนผังค่ายแยกตัวออกจากกันเป็นชั้น และหมุนปั่นด้วยความเร็วสูง! มีธงค่ายจำนวนมากพุ่งสวนออกมาเป็นพรวน! ลักษ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 37 : สนามซ้อมร้อนชิบเป๋ง!

    "วิงค์~!"ครู่สั้นต่อมาเทพโอสถเพลิงผู้สถาปนาตนเป็นอาจารย์ ก็วาร์ปร่างมาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างจางอี้เฟิง."ศิษย์เอ๋ยเป็นเช่นไรบ้าง? ท่าทางเยี่ยงนี้แปลว่าเจ้าพร้อมจะดำเนินการฝึกแล้วใช่หรือไม่? อันที่จริงข้าพร้อมยิ่งกว่าเจ้าเสียอีกนะ ข้าไปตามพรรคพวกเซียนที่ข้ารู้จักมาร่วมอีกเพียบเลย อ๊อ! แม้แต่สหายเฟินอวิ๋นที่ใช้ฝ่ามืออัคคีรักษาเจ้าก็จะมาเช่นกัน เรือนถ้ำของเขาอยู่บนเขาฝั่งตรงข้ามนี้เองอีกมินานก็น่าจะมาถึง!"."อุ๊ย! ข้านี่ตื่นเต้นเสียจริง! นานทีปีหนบางทีอาจจะเกินร้อยปีแล้วกระมังที่ขาข้ามิได้ใช้งานเลย สิ่งที่เจ้าจะสอนเขาเรียกว่าอะไรนะ "ฟุตบอล" รึ? วรยุทธพิสดารที่ใช้เท้าควบวัตถุทรงกลม รุกรับพร้อมกันและหากทำได้ถูกจังหวะตามลำดับขั้น ก็จะใช้โจมตีศัตรูได้ราวกับการปล่อยเวทย์ , อื้อหือ! หากได้ใช้ร่วมกับปราณวิญญาณธาตุไฟของข้าล่ะก็ พวกเทียนซิ่งจงมีหรือจะกล้ากำแหง , ฮ่า ๆ ๆ ๆ!".จบประโยคบอกเล่าอันยืดยาวด้วยการหัวเราะอย่างกับพวกคนชั่วอีกเช่นเดิม อาจารย์สายเพลิงผู้มัดมือชกรายนี้มีนามว่า "หยานเซิง" ที่หากจะแปลก็น่าจะแปลว่า "ไฟแห่งชีวิต" เพราะแกเป็นเทพแห่งการรักษาอาคมที่ใช้จึงมิได้มีไว้ทำลาย แต่มีไว้เผา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 36 : ถ้ำเซียนแห่งเปลวไฟ

    ลักษณะการพุ่งประหนึ่งกลุ่มควันของจรวด Space X ของ อีลอน มัสก์ ผสมกับบั้งไฟล้านแห่งเมืองยโสธร สาบานได้ว่าจางอี้เฟิงมิเคยเห็นการผายลมครั้งใดจะสะเทือนตับไตได้เท่ากับครั้งนี้ และครู่สั้นที่เขาชำเลืองมาทางท่านเซียนโอสถเพลิงผู้เป็นเจ้าของรูตูด เขาก็รู้ได้โดยพลันว่าเจ้าตัวเองก็มิได้ปลาบปลื้มไปกับกิริยาล่วงละเมิดทางทวารนี้สักเท่าไหร่."ปู้ห่าว! (不好!) เสว่เบงยู่วปู้วเฮา! (這樣做不好!)""แหกหัวข้าเป็นสองซีกก็หนหนึ่งแล้ว! นี่ยังมาแหกรูตูดข้าแล้วขับตัวหนีไปอีก! ท่านเห็นข้าเป็นก้อนริดสีดวงหรือเยี่ยงไรปู่ซืออี้จะรังแกกันเกินไปแล้ว! , ฮึ่ยยย!"แช่งชักหักกระดูกสบถคำด่าผรุสวาทไล่หลังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูท่าความอับอายนี้จะยากเกินพรรณนา ใครเห็นเข้าก็มีแต่จะขบขันมีอย่างที่ไหนทางไปดี ๆ มีตั้งมากมายแต่กลับเลือกที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความลำบากใจ.เดือดร้อนไปถึงสหายเทพโอสถเพลิงองค์ที่ถือถาดน้ำชาที่ต้องเร่งเข้ามาปลอบ."เรื่องผ่านไปแล้วเจ้าก็อย่าได้ถือสาหาความเลย ผู้อาวุโสซืออี้แกก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร การที่เจ้าถูกทำอาคมแฝงร่างใส่ก็เพราะปู่แกอ่อนแอเป็นทุนเดิม ผลจากการฝึกวิชากับอ่างคันฉ่องเนตรธาราพลั้งพลา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 35 : ฟอร์มทีมจากกองไฟ

    สาเหตุที่เรียกตำหนักเทียนอี (天医殿) ว่าโรงถ้ำแทนที่จะเป็นโถงถ้ำ ก็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าเซียนแห่งแคว้นตะวันเพลิงที่ใช้อาคมเวทย์สังเคราะห์ขึ้นมา ความกว้างใหญ่ไพศาลของสำนักแพทย์เทวะแห่งนี้เทียบได้กับความเมตตาของบรรพบุรุษ ผนังทุกด้านจวบจนเพดานสร้างขึ้นจากศิลากันไฟ ส่วนพื้นหินที่เหยียบอยู่เบื้องล่างก็หลอมขึ้นจากกองซากศพของเหล่าเซียนที่หมดอายุขัย ดวงวิญญาณดับสลายหากแต่ร่างกายกลับคืนเป็นฐานรากให้แก่เซียนรุ่นหลังที่ทุพพลภาพ.ด้วยเหตุนี้ตำหนักเทียนอี (天医殿) จึงเป็นสถานที่เดียวในแคว้นที่กักปราณโลกัณฑ์ได้ พวกเขาจะควบรวมไฟวิญญาณมิให้ผู้ที่รักษาได้รับผลกระทบเกินไป หรือหากต้องการจะเพิ่มพลังไฟก็ได้ แล้วแต่ว่าจะอยู่ในระดับไหนของการบาดเจ็บ หากธาตุหยางมากไปกายก็หลอมละลาย หากธาตุหยินเยอะไปจิตมารก็จะเข้าแทรกแล้วอาการก็จะทรุดหนัก.เหล่าเทพโอสถเพลิงที่ทำงานที่นี่จึงค่อนข้างสำคัญ จำนวนของพวกเขาน่าจะเทียบได้กับจำนวนของช่างหลอมอาวุธที่ตั้งสำนักอยู่ใกล้กับหุบเขาเพลิงสุริยัน หนำซ้ำยังแต่งตัวเหมือนกันด้วยการสวมใส่เสื้อคลุมกันไฟที่เรียกว่า "หานอวี้เผา (寒玉袍)" ไว

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 18 : ฟุตบอลในสนามรบ

    กล้ามเนื้อต้นขาของจางอี้เฟิงตึงแน่นดุจเหล็กกล้า ไฟหนุ่มภายในโหมกระหน่ำราวคลื่นเดือด เพียงก้าวเดียวก็ระเบิดแรงส่งจากนิ่งสงบสู่พุ่งทะยานดั่งอัสนีฟาดฟันขุนเขา ความเร็วต้นของเขาจึงเหนือกว่าผู้ใดในสมรภูมิ เขาใช้ปลายเท้าตรึงพื้นเป็นแกนหมุน กายฉับพลันประหนึ่งลูกข่างกลางลมกรดหลบหลีกทหารสวรรค์ที่ขวางหน้า มัน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 17 : เอาตัวรอด

    ความมะรุมมะตุ้มอลม่านเป็นดั่งที่คาดคิด จางอี้เฟิงมองเข้าไปยังแววตาของทหารสวรรค์แต่ละคนกลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่า พวกเขามิได้ขี้ขลาด พวกเขามิได้ไร้ประสบการณ์ แต่พวกเขาแค่กำลังสู้อยู่กับอะไรก็ไม่รู้ ท่ามกลางกองศพของสหายร่วมรบนับพันเบื้องหน้า ครั้นจะบุกขึ้นไปข้างหน้าก็เหมือนเอาตัวเองไปตายซ้ำ พอจะมองหา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 16 : กรูจะรอดไหมเนี่ยะ!

    "ดี! เป็นคำพูดที่ห้าวหาญดี! ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะส่งเจ้าลงไปเดี๋ยวนี้ หยุดพวกมันให้ได้ไม่ว่ามันจะเป็นใครก็ตาม ได้โปรดช่วยดินแดนเซียนแสงจันทร์ 月华仙洲 ของเราด้วย ปกป้องท่านเง็กเซียนฮ่องเต้แล้วเอาชีวิตรอดกลับมาให้ได้นะจางอี้เฟิง!"ช่างเป็นคำพูดปลุกใจที่เหมือนสั่งให้ไปตายกลาย ๆ ยังไงก็มิรู้ จางอี้เฟิงได้ฟังก

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 15 : ข้ายังไม่พร้อม!

    หลังจากที่นางฟ้าเหมยลี่ในร่างจำแลงทะลุก้อนเมฆลงไปยังโลกมนุษย์แล้ว สถานที่ ๆ นางจะไปโผล่ก็คงมิพ้นห้องส้วมบุรุษเพศตรงจุดที่จางอี้เฟิงได้พบกับเทพกงกงนั่นเอง! บอกตามตรงว่าแทบจินตนาการไม่ออกเหมือนกันว่านางจะทำหน้าเช่นไร เปิดตัวหนแรกก็ล่อห้องน้ำชายซะแล้ว! ทั้ง ๆ ที่หากเป็นกรณีของการสลับขั้วเปลี่ยนตัวทั่วไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status