LOGINอรุณเบิกฟ้านกกาโบยบิน ในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากหลับนอนกับแอลลี่ใน Multiverse ไปหลายน้ำ ก็ถึงเวลาที่จางอี้เฟิงจะลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับการต่อสู้ในชีวิตจริงซะที เขาอาบน้ำแต่งตัวลงมาทานข้าวเช้าที่คุณแม่เตรียมไว้ให้ อาหารวันนี้ยังคงหอมกรุ่นชวนกินเช่นเคย มีหมั่นโถว่ลูกใหญ่ , ซุปหัวไชเท้า , ข้าวต้มกุ๊ยร้อน ๆ แล้วก็ขนมกรุบกรอบไว้ทานเล่นอีกมากมายหลายชนิด เห็นแล้วก็ชวนให้เจริญอาหารดีเหลือเกิน
.
"ลูกเฟิงนั่งลงสิลูก เช้านี้แม่จัดชุดใหญ่ไว้ให้หนูเลยนะ"
"แม่รู้นะว่าลูกมีเรื่องไม่สบายใจ เมื่อวานก็ไม่เห็นจะกินอะไรสักคำ.."
คุณแม่ตักน้ำแกงมาวางที่โต๊ะ ด้วยสีหน้าของคนเป็นห่วง
.
"ไม่มีอะไรหรอกครับแม่ แค่นี้ผมจัดการเองได้ ผมโตแล้วนะครับ"
จางอี้เฟิงตอบเสียงเรียบ เขาก็ยังเป็นเขาและไม่มีทางบอกหรอกว่าไอ้ที่ว่าแก้ปัญหาน่ะ คือการชักว่าวแบบมาราธอน!
.
คุณพ่อที่นั่งทานข้าวอยู่ก่อนแล้ว ก็เลยแทรกขึ้น
.
"งั้นถ้าไม่อยากเล่า! ก่อนจะนั่งลงกินข้าวก็ยกสำรับไปไหว้เทพเตาไฟเจ้าเสิน (灶神) ท่านสักหน่อยสิ"
"ท่านเป็นเทพประจำบ้านผู้คอยปกป้องคุ้มครองเรา ลูกลองขอพรจากท่านดู อย่างน้อยจิตใจจะได้ผ่อนคลายลง"
"ถ้าสมาธิไม่ดีจะเรื่องเรียน หรือเล่นกีฬาก็จะแย่ไปหมดนะลูก.."
.
"อืม.. ได้เลยครับพ่อ ผมจะจัดการให้เดี๋ยวนี้"
.
ว่าแล้วก็ปีนขึ้นหิ้งไปปักธูปจำนวนสามดอก ตามติดด้วยการนำกับข้าวใส่ถ้วยเล็ก ๆ ขึ้นไปเปลี่ยนสลับกับของเดิม ปกติจางอี้เฟิงก็ทำการสักการะเทพเจ้าแบบนี้อยู่เป็นประจำ เขาเป็นเยาวชนสายมูตัวยง เอะอะอะไรก็เรียกหาเทพองค์นั้นองค์นี้ให้ช่วยอยู่เป็นนิจ และทุกทีเขาก็มักจะขอพรให้ตัวเองมีสุขภาพที่ดี มีพลานามัยที่สมบูรณ์ มีกำลังวังชาในการเบียดปะทะแย่งบอลกับคู่แข่ง เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่เขาลองขอพรในส่วนของความรักดู ซึ่งก็นะ! ก็ขอ ๆ ไปงั้นแหละ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าแอลลี่คบกับใครอยู่
.
.
ตัดภาพมาที่โรงเรียน สำนักกีฬาลี่ฮือหลวงดูเหมือนจะมีกฏข้อหนึ่งที่สำนักร่วมเมืองอื่น ๆ ไม่มีกัน นั่นก็คือประตูรั้วของพวกเขาไม่เคยปิด! ที่นี่เปิดโอเพ่นตลอดเพราะมีนโยบายว่ากีฬาไม่เคยเป็นพิษเป็นภัยต่อใคร ใครอยากใช้ก็ใช้ ใครอยากมาเล่นก็เล่น เสียเหงื่อให้กับกีฬาดีกว่าเสียน้ำกามให้กระหรี่ติดเอดส์ เพราะงั้นแอลลี่ถึงแอบมาฝึกฟุตบอลตอนดึก ๆ ได้ และตอนนี้ที่ยังคงเป็นเวลาเช้าตรู่ ตะวันยังไม่ขึ้นไก่ยังไม่โก่งคอขัน แต่จางอี้เฟิงกลับมาถึงสำนักก่อนใคร ๆ ตั้งหลายชั่วโมง
.
"เหอะ ๆ ก็มันนอนไม่หลับนี่นา อยู่บ้านก็ไม่รู้จะทำอะไรอยู่ดี"
"สู้มาเตะบอลรอเพื่อน ๆ ที่นี่ดีกว่า ขืนไม่ทำอะไรเลยประเดี๋ยวหน้ายัยแอลลี่ก็จะตามมาหลอนเราอีก"
"ไม่ไหวแล้ว.. น้ำเราจะหมดตัวอยู่แล้ว.. แข้งขาก็อ่อนล้า.. , เฮ้อ~! "
.
"ตุบ!!!"
เสียงบอลพลาสติกง่อย ๆ กลิ้งแคร๊ก ๆ ไถลไปกับพื้นปูน
.
จางอี้เฟิงวิ่งเตะบอลของเล่นของเขาอยู่คนเดียวตรงลานหน้าเสาธง เขาใช้ฐานของแป้นบาสเป็นโกลล์หนูเล็ก ๆ เพื่อเลี้ยงจี้ ๆ ๆ แล้วก็สับไกยิง! บางจังหวะก็เล่นชิ่งหนึ่งสองกับเงาตัวเอง ทำคอมโบแบบโคตรเหนือชั้นแล้วก็ตวัดยิง! ตูมมม! เจตนาเพื่อฆ่าเวลาล้วน ๆ เพราะสิ่งนี้ไม่ทำให้เขาเพิ่มพูนทักษะฟุตบอลที่เหลือล้นอยู่แล้วให้มากขึ้นแต่อย่างใด เขาแค่ไม่อยากฟุ้งซ่านไปกับแอลลี่ นี่ต่างหากคือเจตนาที่แท้จริง
.
แต่ทว่าทำไปได้ราว 3 ก้านธูปก็เริ่มจะเบื่อ! ยังไม่มีเพื่อนร่วมสำนักคนไหนมาถึงสักคน ท้องฟ้าก็ยังโพล้เพล้จะเอายังไงต่อดียังคิดไม่ออก เดชะบุญที่ดวงตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นรูปปั้นเทพเจ้าประจำโรงเรียน ที่ตั้งอยู่เยื้อง ๆ กับเสาธงเข้า นี่คือประติมากรรมลอยตัวขนาดเท่าคนจริงที่สวยสง่างามมาก ว่ากันว่าอดีตครูใหญ่ถึงกับจ้างช่างชาวอิตาลีมาแกะสลักเลยทีเดียว
.
ซึ่งนั่นมิใช่ประเด็นที่จะทำให้จางอี้เฟิงเกรงกลัว เขาหันซ้ายแลขวาดูแล้วก็ดูอีกว่าไม่มีใคร พลันคิดต่อไปว่าคงอีกนานกว่าจะมีนักเรียนคนแรกโผล่มาถึงสำนัก จิตอกุศลบวกความคิดอุตริจึงบังเกิด! เมื่อเจ้าตัวดันอยากจะท้าทายความสามารถของตัวเองขึ้นมา ผ่านการทำชาเลนจ์!
.
"เอาวะ! มาทดสอบความแม่นดูดีกว่า"
"เราเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าเป็นบอลพลาสติก เรายังจะเปิดได้แม่นอยู่ไหม?"
.
หนุ่มหัวใสจึงเริ่มเลี้ยงบอลไปตั้งไว้ที่ตรงกลางลานปูน แป้นบาสกลายเป็นอดีต เพราะเทวรูปด้านหน้านั้นหฤหรรษ์กว่าอย่างมหาศาล จากนั้นจางอี้เฟิงก็เอาโทรศัพท์สมาร์ทโฟนมาเข้าโหมดถ่ายวีดีโอ พลันเอาไปตั้งไว้บนพื้นปูนโดยพิงกับขวดน้ำเอาไว้ ณ ตอนนี้ภาพในจอเครื่องจึงเป็นคลิปวีดีโอที่บันทึกการกระทำของเขาไว้ได้แบบเต็มตัว เห็นตั้งแต่หัวยันหำ ทั้งยังเป็นมุมถ่ายเสยที่โคตรคูลและโคตรอาร์ทเอามาก ๆ !
.
เมื่อทุกอย่างพร้อมเจ้าตัวจึงเริ่มพูดกับกล้อง
.
"สวัสดีครับชาวเน็ตทุกคน ๆ ดูทุกท่าน วันนี้ผมจะมาทำชาเลนจ์ปิดตาเตะบอลให้ดูกันนะครับ"
"มาดูกันดีกว่าว่าผมจะเตะบอลโดน "กระจู๋" ของเทวรูปที่อยู่ตรงหน้าได้หรือไม่?"
"แต่โดยส่วนตัวผมคิดว่าไม่! เพราะบอลพลาสติกลูกนี้ค่อนข้างเบา เป็นไปได้สูงว่าจะโดนลมเป่าให้ไซส์โค้งหลุดเป้าไปซะก่อน"
"เดี๋ยวเรามาลองดูกันนะคร๊าบบบ!"
.
"พรึบ! , พรึบ!"
สะบัดผ้าเช็ดหน้าผืนโตออกมา พลันนำมาผูกเข้าที่ตาตัวเอง
.
ต่อด้วยการใช้มืองม ๆ อัง ๆ หาว่าลูกบอลอยู่ตรงไหน ภาพในกล้องคือทุลักทุเลมาก จนคิดว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จางอี้เฟิงจะทำชาเลนจ์นี้ได้สำเร็จ แต่ทว่าหลังผ่านไปพักใหญ่เขาก็เริ่มตั้งหลักได้ จางอี้เฟิงเดินถอยหลังไปสามเก้าพลันสูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อตั้งสติ จากนั้นจึงวิ่งปรี่เข้ามาเต็มแรงแล้วก็หวดตู้มมม!!! ไปแบบพรวดเดียว!!!
.
"ตูมมม!!!"
.
บอลพลาสติกพุ่งทะยานส่ายยึกยือราวกับงูเลื้อย แต่ก็เป็นงูที่ฉวัดเฉวียนไม่เลว ใครรับบอลลูกนี้เข้าไปคงไม่แคล้วเจ็บตัวหนัก จางอี้เฟิงไม่รู้ว่าเขาเตะไปตรงทิศไหม แต่การที่เขาได้ยินเสียงลูกบอลกระทบกับสิ่งใด นั่นย่อมเท่ากับว่าเจ้าตัวมาถูกทาง นักบอลหนุ่มจึงรีบแกะผ้าปิดตาออก พลันหันมาเช็คคลิปวีดีโอที่อัดไว้เป็นการด่วน ถึงได้พบว่ามันเข้าเป้าแบบเต็ม ๆ เต็มกระเปาะหำขององค์เทพแบบเน้น ๆ เลยด้วย!
.
"ไอ้หยา! แม่นโคตร!"
"นี่เราควรอัพโหลดคลิปนี้ลงโซเชียลดีไหมเนี่ยะ?"
"แต่อย่าดีกว่านั่นมันรูปปั้นเทพเจ้า ใครรู้เข้าจะดราม่าเอา เพราะเราเองก็ไมคิดว่ามันจะโดน!"
"เป้าเชี่ยน! (抱歉) , เป้าเชี่ยน! (抱歉) ศิษย์ผู้นี้กราบขออภัยต่อท่านองค์เทพ"
ผสานมือขึ้นกึ่งกลางอก แล้วยื่นออกมาเขย่าโค้งคำนับเหมือนในหนังจีน
.
แม้จะอยู่คนเดียวและไม่มีใครเห็น แต่จางอี้เฟิงก็สำนึกได้ด้วยตนเองว่าเขานั้นคึกคะนองเกินไป เขาขอขมาท่านเทพด้วยความบริสุทธิ์ใจ และหวังว่าเทพประจำโรงเรียนจะให้อภัยแก่เขา โดยหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้ว! เทวรูปสลักหินองค์ดังกล่าวแม่งก็คือ "เทพกงกง" เทพ LGBT บนสรวงสวรรค์ที่หายหน้าหายตาไปหลายตอนนั่นเอง!
เสียงระเบ็งเซ็งแซ่จากระเบิดลูกหนังตูมตามกดดันหนัก เทพกงกงยืนกำหมัดแน่นตัวสั่นสะท้านเฝ้ารอว่าจางอี้เฟิงจะให้คำตอบแนวไหน และบางทีหากเราย้ายจิตไปอยู่ในมุมของอี้เฟิง เราก็อาจจะเข้าใจในสิ่งที่เขาคิด เพราะขึ้นชื่อว่าฟุตบอลนั้นใช่ว่าจะสร้างกันได้ง่าย ๆ ทุกอย่างต้องมีเวลาฝึกซ้อม ต้องมีการเล่นที่เป็นทีมเวิร์ค ไหนจะเรื่องเฟ้นหานักเตะให้ตรงกับตำแหน่งอีก กงกงเป็นเทพ LGBT บนสวรรค์ดีดนิ้วสั่งอะไรก็ได้ดั่งใจ พวกเขาไม่มีทางเข้าใจความลำบากในกิจกรรมที่มนุษย์เนรมิตขึ้นหรอก."ว่าเช่นไรเล่าข้ารอคำตอบเจ้าอยู่นะ? ข้ารับปากเลยว่าเจ้าจะสุขสบาย น้ำท่าบริบูรณ์มีห้องนอนมีห้องน้ำ อาหารการกินเพรียบพร้อม เรียกได้ว่าในโลกมนุษย์เจ้ามีอะไร สิ่งที่เจ้าเคยถวายให้เทพเจ้าไว้เจ้าจะได้เช่นนั้นทุกอย่าง แค่เพียงเจ้าช่วยพวกเรา.."."ผมดีใจที่ได้ยินแบบนั้นครับท่านองค์เทพ แต่นอกเหนือจากความยากเรื่องทำทีมแล้ว ผมยังมีอีกประเด็นที่สลัดออกไปจากหัวไม่พ้นจริง ๆ หากเป็นไปได้ผมอยากให้ท่านช่วยเคลียร์เรื่องนี้ให้หน่อย แล้วผมจะสอนมรรคาฟุตบอลแห่งสวรรค์ให้พวกท่านเป็นที่แรก"."ว่ามาเลย! เร็วเข้าเจ้าต้องการสิ่งใด?!""ชีวิตข้ามีแค่ไข่ข้างซ้าย
"จริงรึ!? จงเร่งชี้แจงมาเดี๋ยวนี้!"เทพกงกงถึงกับเสียกิริยา บุคลิกแกดูขึงขังขับความแมนออกมาหลายส่วน."จริงครับท่าน! ผมจำได้แม่นเลย ถึงผมจะไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว แต่เขาคือศูนย์หน้าเบอร์ 9 ตัวจบสกอร์ของสำนักกีฬาหลงเซียงถื่อ! พวกเรากรำศึกหนักฟาดฟันกันมาหลายปี ตัวนักกีฬาอาจจะมีผลัดใบเปลี่ยนหน้าคร่าตาไปบ้าง แต่ลวดลายสีสันและโลโก้บนเสื้อ ผมไม่มีทางลืมคู่แข่งตัวฉกาจอย่างพวกเขาเป็นแน่!"."ลุกขึ้น.. แล้วเชิญพูดต่อ"กงกงผายมือเป็นสัญญาณ พลางกอดอกฟังอย่างตั้งใจ."อะ.. อืม.. ครับ! เสื้อตัวนี้เป็นเสื้อคอกลมที่ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์คุณภาพสูง Polyester เกรดกีฬา เป็นเสื้อที่ไม่ได้ถูกสร้างมาแค่ใส่! แต่ถูกออกแบบมาเพื่อลงสนามอย่างแท้จริง!"."ผมมีโอกาสได้สัมผัสมันบ้างตอนที่เผชิญหน้ากับพวกเขาในสนาม ผมพยายามดึงพยายามกระชากแล้วปล่อยเพื่อทำลายจังหวะ แต่ครั้งแรกที่จับโดนก็สัมผัสได้ถึงความกระชับที่พอดีตัวเหลือเชื่อ! พวกเขาไร้ซึ่งความอึดอัดใด ๆ เนื้อผ้าที่ยืดหยุ่นสูงทำให้เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะสปรินต์สุดแรงเกิด หรือเลี้ยงหลบแบบซิ๊กแซ๊ก ยิ่งจังหวะยกเท้ายิงเต็มข้อยิ่งไม่ต้องพูดถึง เสื้อมันจะขยับ
จางอี้เฟิงสะดุ้งโหยงในท่วงท่าที่ไม่ต่างจากการกระโดดหลบกองหลัง ที่พุ่งตัวเข้ามาเสียบสกัด เขากระเด้งถอยหลังไปอีกราว 2 - 3 ช่วงตัวเอาให้พ้นระยะปลอดภัยจากภัยคุกคามบานกระจก ทว่าแผ่นหลังก็เกือบจะชนเข้ากับประตูห้องส้วมอยู่ดี ถูกต้องที่สุดว่าใบหน้าสุดคมเข้มที่ปรากฏอยู่บนแผ่นสะท้อนก็คือเทพกงกง เทพผู้เฝ้าตำหนักสวรรค์หวงหือลี่ ( 黄花梨 ) ท่านน่าจะมีเวลาไม่มากเลยรีบเข้าประเด็นด้วยประโยคห้วน ๆ."มิต้องตกใจพ่อหนุ่ม ข้ามิทำอะไรเจ้าหรอก ตอนนี้เจ้าหายเจ็บอัณฑะแล้วใช่หรือไม่?".จางอี้เฟิงตกใจจนเกือบลืมไปแล้วว่าตนเองเข้ามาในนี้ทำไม ทั้งที่ไม่ได้มีกิจธุระ."เอ้อ..! ใช่จริงด้วย! ใช่ครับใช่! ตอนนี้ผมหายปวดแล้ว ทุกอย่างปกติดีหมดเลย!""ท่านเป็นเทพเจ้าประจำโรงเรียนเหรอครับ? นี่พวกท่านมีตัวตนอยู่จริง ๆ เหรอครับเนี่ยะ ผมแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลย!"."ข้ารู้.. แต่ข้ามิมีเวลาจะแถลงไขมากนัก เอาเป็นว่าเจ้าจงเร่งเข้าประตูห้องน้ำหมายเลข 4 ที่อยู่ด้านหลังนั่นก่อน""ขึ้นมาหาข้าบนนี้ แล้วข้าจะชี้แจงทุกอย่างให้เจ้าฟัง".หนุ่มน้อยยอดนักบอลเริ่มชักแปลกใจ เขาหันหลังไปมองประตูที่ว่าอยู่หลายครั้ง พลันคิดในใจว่านั่นมันห้อ
โกหกตกนรกใต้ดิน , ใครไม่รักษาคำสัตย์ต้องกลืนเข็มพันเล่ม , ให้แล้วเอาคืนมะรืนนี้ตาย ฯลฯ สารพัดถ้อยคำสาปส่งในตำนานมักจะเชื่อมโยงโลกมนุษย์เข้ากับปรภพ แล้วก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่ามักจะมีเทพองค์นั้นองค์นี้ลงมาเกี่ยวข้อง คำถามคือแล้วจางอี้เฟิงของเราล่ะ! นักบอลตำแหน่งตัวสำรองของสำนักลี่ฮือหลวงผู้นี้ เพิ่งจะเตะบอลอัดไข่กระโปกเทพกงกงไปเมื่อเช้า คิดเหรอว่าเขาจะรอดจากอาชญากรรมพวงอัณฑะนี้ไปได้ อนิจจาสาสมใจ ยังไม่ถึงครึ่งวันเคราะห์กรรมก็เห็นผล."อั๊ก! , อ่ะ! , อึ๊ก..ก..ก..ก..! , อั๊ก!""เหี้ย! เกิดอะไรขึ้นกับไข่เราวะ แม่งปวดชิบเป๋ง!""มันเหมือนมีอะไรมาบีบไข่เราไว้เป็นพัก ๆ บีบแล้วก็ปล่อย! ปล่อยแล้วก็บีบ! อู๊ยยยย!!!".กริยาบิดไปบิดมาอยู่บนเก้าอี้ช่างดูไม่สง่างาม เขาดูเหมือนกับเด็กอนุบาลที่ปวดฉี่แต่ไม่กล้ายกมือขอคุณครู หนำซ้ำยังทนอยู่ ทนต่อ แล้วก็ทนต่อไป จนกระทั่งลามมาถึงช่วงพักเที่ยง."กริ๊งงงงงง!!!! , กริ๊งงงงงง!!!!"เสียงออดพักเที่ยงดังสนั่น คุณครูเก็บเอกสารปล่อยนักเรียนไปรับประทานข้าวเที่ยง และทันใดนั้นแอลลี่ที่นั่งอยู่โต๊ะฝั่งตรงข้าม ก็ได้เร่งเดินเข้ามาหาจางอี้เฟิงเป็นคนแรก."อี้เฟิงนายเป็นอะไร
อรุณเบิกฟ้านกกาโบยบิน ในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากหลับนอนกับแอลลี่ใน Multiverse ไปหลายน้ำ ก็ถึงเวลาที่จางอี้เฟิงจะลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับการต่อสู้ในชีวิตจริงซะที เขาอาบน้ำแต่งตัวลงมาทานข้าวเช้าที่คุณแม่เตรียมไว้ให้ อาหารวันนี้ยังคงหอมกรุ่นชวนกินเช่นเคย มีหมั่นโถว่ลูกใหญ่ , ซุปหัวไชเท้า , ข้าวต้มกุ๊ยร้อน ๆ แล้วก็ขนมกรุบกรอบไว้ทานเล่นอีกมากมายหลายชนิด เห็นแล้วก็ชวนให้เจริญอาหารดีเหลือเกิน."ลูกเฟิงนั่งลงสิลูก เช้านี้แม่จัดชุดใหญ่ไว้ให้หนูเลยนะ""แม่รู้นะว่าลูกมีเรื่องไม่สบายใจ เมื่อวานก็ไม่เห็นจะกินอะไรสักคำ.."คุณแม่ตักน้ำแกงมาวางที่โต๊ะ ด้วยสีหน้าของคนเป็นห่วง."ไม่มีอะไรหรอกครับแม่ แค่นี้ผมจัดการเองได้ ผมโตแล้วนะครับ"จางอี้เฟิงตอบเสียงเรียบ เขาก็ยังเป็นเขาและไม่มีทางบอกหรอกว่าไอ้ที่ว่าแก้ปัญหาน่ะ คือการชักว่าวแบบมาราธอน!.คุณพ่อที่นั่งทานข้าวอยู่ก่อนแล้ว ก็เลยแทรกขึ้น."งั้นถ้าไม่อยากเล่า! ก่อนจะนั่งลงกินข้าวก็ยกสำรับไปไหว้เทพเตาไฟเจ้าเสิน (灶神) ท่านสักหน่อยสิ""ท่านเป็นเทพประจำบ้านผู้คอยปกป้องคุ้มครองเรา ลูกลองขอพรจากท่านดู อย่างน้อยจิตใจจะได้ผ่อนคลายลง""ถ้าสมาธิไม่ดีจะเรื่องเรียน หรื
ดั่งนรกชังหรือสวรรค์แกล้ง ทำไมฟ้าถึงเห็นเขาเป็นตัวตลกเช่นนี้ เทพเซียนเบื้องบนประทานพรสวรรค์ในการเตะบอลมาให้ แต่กลับกลายเป็นเขาเองที่ทำทุกอย่างพังลงกับมือ จางอี้เฟิงวิ่งฝ่าความมืดเอานิทราบดบังราคี ดวงหน้าเขาเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจ เขาทั้งผิดหวังในตัวเอง และผิดหวังในตัวแอลลี่ เพราะไม่คิดไม่ฝันว่าเพื่อนที่สนิทกันขนาดนั้น จะกล้าทำในสิ่งที่เหมือนกับในหนัง AV ลงไปได้.แอลลี่จะทำอะไรให้พี่หลิงห่าวบ้างนะ เธอจะคุกเข่าลงแล้วถลกกางเกงพี่เขาออกใช่ไหม หรือจะเริ่มจากการค่อย ๆ ล้วงแล้วใช้ปาก อื้อหือ! ในหัวจางอี้เฟิงนี่เต็มไปด้วยฉากอีโรติค เขาอายุ 17 ยังไม่เต็ม 18 ดีด้วยซ้ำ แต่ฉากรักบำเรอกามเหล่านั้นกลับฟุ้งซ่านอยู่เต็มกบาลเต็มไปหมด ไม่ไหว ๆ ไม่เอาแล้วไม่คิดแล้ว! ทันทีที่วิ่งกลับมาถึงบ้านเจ้าตัวจึงรีบกระชากประตูรั้วออกเสียงดัง!."แกร๊งงง!!! , ครืดดด!!!".หมาเฝ้าบ้านเห่าระงม และแน่นนอนว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่นี่พุ่งเข้ามาถามไถ่ก่อนเลยเป็นอันดับแรก พวกท่านเห็นแล้วว่าท่าทางของลูกผิดปกติไป ท่วงท่างุ่นง่านไม่สนใจโลก การก้าวเดินย่างสามขุมไม่พูดไม่จา แม้ทุกคำถามจากบิดามารดาจะเต็มไปด้วยความห่วงใย แต่จางอี







