Share

บทที่ 10 : สาส์นจากอัณฑะ

Author: L.sunanta
last update Petsa ng paglalathala: 2025-12-10 00:37:52

โกหกตกนรกใต้ดิน , ใครไม่รักษาคำสัตย์ต้องกลืนเข็มพันเล่ม , ให้แล้วเอาคืนมะรืนนี้ตาย ฯลฯ สารพัดถ้อยคำสาปส่งในตำนานมักจะเชื่อมโยงโลกมนุษย์เข้ากับปรภพ แล้วก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่ามักจะมีเทพองค์นั้นองค์นี้ลงมาเกี่ยวข้อง คำถามคือแล้วจางอี้เฟิงของเราล่ะนักบอลตำแหน่งตัวสำรองของสำนักลี่ฮือหลวงผู้นี้ เพิ่งจะเตะบอลอัดไข่กระโปกเทพกงกงไปเมื่อเช้า คิดเหรอว่าเขาจะรอดจากอาชญากรรมพวงอัณฑะนี้ไปได้ อนิจจาสาสมใจยังไม่ถึงครึ่งวันเคราะห์กรรมก็เห็นผล

.

"อั๊ก! , อ่ะ! , อึ๊ก..ก..ก..ก..! , อั๊ก! , เหี้ย! เกิดอะไรขึ้นกับไข่เราวะแม่งปวดชิบเป๋ง! มันเหมือนมีอะไรมาบีบไข่เราไว้เป็นพัก ๆ บีบแล้วก็ปล่อย! ปล่อยแล้วก็บีบ! อู๊ยยยย!!!"

.

กริยาบิดไปบิดมาอยู่บนเก้าอี้ช่างดูไม่สง่างาม เขาดูเหมือนกับเด็กอนุบาลที่ปวดฉี่แต่ไม่กล้ายกมือขอคุณครู หนำซ้ำยังทนอยู่ทนต่อแล้วก็ทนต่อไปจนกระทั่งลามมาถึงช่วงพักเที่ยง

.

"กริ๊งงงงงง!!!! , กริ๊งงงงงง!!!!"

เสียงออดพักเที่ยงดังสนั่นคุณครูเก็บเอกสารปล่อยนักเรียนไปรับประทานข้าวเที่ยง และทันใดนั้นแอลลี่ที่นั่งอยู่โต๊ะฝั่งตรงข้ามก็ได้เร่งเดินเข้ามาหาจางอี้เฟิงเป็นคนแรก

.

"อี้เฟิงนายเป็นอะไรอ่ะ.. นายไม่สบายรึเปล่า?"

ถึงใบหน้านจะแสนเรียบเฉย แต่ทุกคำล้วนเป็นห่วงจากใจจริง

.

"หึ.. เธอสนใจฉันด้วยเหรอ ฉันไม่ใช่พี่หลิงห่าวของเธอสักหน่อย.."

โรคจิตแค่ไหนถามใจเฟิงดู จะมีสักกี่คนในโลกที่เอาความเจ็บใจรวมเข้ากับความเจ็บไข่ได้

.

"เอ้าไอ้นี่! คนเขาก็ถามดี ๆ จะกวนประสาททำไม? ฉันก็แค่เป็นห่วงนายโต๊ะฉันอยู่ฝั่งโน้นฉันเห็นนายนั่งตัวสั่นงก ๆ มาตั้งแต่เช้า เหงื่อก็แตกพลั่ก ๆ จนพักเที่ยงเนี่ยะ ไปห้องพยาบาลไหมเดี๋ยวฉันพาไป สภาพนายแบบนี้นั่งเรียนต่อไม่ไหวหรอก"

.

พอดีกันกับเพื่อนร่วมชั้นอีกกลุ่มหนึ่งที่ตรงเข้ามาชวนจางอี้เฟิงไปทานข้าวที่โรงอาหาร พวกเขาชวนแอลลี่ไปด้วยเพราะอยากให้ไปพร้อมกัน จะได้ดูเป็นกลุ่มแก๊งค์ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวก็ทำกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เว้นก็แต่วันนี้ที่ชายหนุ่มเลือกที่จะปฏิเสธ เขาก้มหัวลงต่ำหลบตาทุกคน พลางตวัดมือบอกให้ทั้งหมดไปที่โรงอาหารก่อนเลย เขาขอเข้าห้องน้ำก่อนแล้วจะตามไปทีหลัง

.

"ห่าวม่า ๆ (好嘛!) ก็ได้ ๆ เอางั้นก็ได้! ป่ะแอลลี่พวกเราไปกันเถอะไปช้าเดี๋ยวไม่มีโต๊ะนั่งอีก!"

.

"อือ.. เข้าใจแล้ว! ว่าแต่นาย..? , ไหวแน่นะจางอี้เฟิง..?"

.

"ไหวสิไม่ต้องเป็นห่วงหรอก พวกเธอไปก่อนเลยเดี๋ยวฉันตามไป หึ ๆ อ่าว! แล้วดูทำหน้า! อย่ามองฉันแบบนี้สิแอลลี่! ไปก่อนเล๊ยไม่ต้องห่วง พวกแกก็ด้วยไปไป๊! ๆ ชิ่ว! ๆ"

.

ไล่ขนาดนี้ใครมันจะอยู่สุดท้ายทั้งแก๊งค์ก็มีอันต้องจากไป ทิ้งให้จางอี้เฟิงสมสู่อยู่กับความเจ็บปวดตรงหว่างขา เขาก้มหน้าแอบมองจนเห็นแอลลี่เดินลับออกไปแล้ว กระนั้นถึงเริ่มแค่นรอยยิ้มฝ่าดงมรสุมออกมา สาบานต่อหน้าไฟว่าเขาจะกล้าบอกใครได้ไงว่าเขาดีใจชิบหายที่แอลลี่เป็นห่วงเขา เธอยังเป็นที่หนึ่งในดวงใจและจะไมมีวันลืมสายตาแบบ "นายเจ็บฉันเจ็บ" นี้ไปจากห้วงจิตสำนึก

.

"ขอบคุณนะแอลลี่.. อูยยยย~! , เจ็บ ๆ ๆ !"

.

ด้วยความสัตย์จริงหากเป็นสถานการณ์ปกติจังหวะนี้ควยของจางอี้เฟิงคงแข็งเป็นแท่งหินไปแล้ว แต่ทว่าก็อย่างที่เห็น! ยิ่งมีอารมณ์ไข่ก็ยิ่งเหมือนโดนบีบจนบวมมากยิ่งขึ้น เจ้าตัวทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว จึงจำเป็นต้องหาสถานที่สักแห่งเพื่อที่จะได้ตรวจสอบอวัยวะสืบพันธุ์ของตัวเอง ว่ามันเกิดเหี้ยอะไรขึ้นกับไข่ของเขา!

.

.

หวยก็เลยมาออกที่ห้องน้ำชาย คฑาชายนายนักบอลเริ่มลงมือล็อคประตูหลัก ซึ่งเป็นทางเข้าออกทางเดียวของห้องน้ำแห่งนี้เป็นลำดับแรก นั่นจึงเท่ากับว่าเขาได้เปลี่ยนห้องน้ำย่อย 5 ห้อง และโถฉี่ 12 โถ ให้กลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวไปในบัดดล เวลาจึงมีจำกัดจะทำอะไรจึงต้องรีบ กระจกยาวบานยักษ์ในห้องน้ำก็เลยเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับจางอี้เฟิงที่สุดในตอนนี้

.

"เราต้องดูผ่านกระจก อูยยยย~! มีแต่สิ่งนี้ที่จะทำให้เราเช็คสภาพไข่ของตัวเองได้"

.

ยกขาขวาขึ้นพาดอ่างล้างหน้าอย่างทุลักทุเล ดีแค่ไหนแล้วที่อยู่ในนี้คนเดียวไม่งั้นท่วงท่าที่เกิดขึ้นใครมาเห็นเข้าคงคิดว่าเป็นหมาตัวผู้ฉี่รดเสาไฟ จางอี้เฟิงปลดซิบรูดกางเกงทุกตัวออกพลางก้มลงไปมองความบวมเป่งของลูกกระโปกตัวเอง

.

"อ๊าากกก! เหี้ยเอ๊ย! ม่วงเป็นมันเทศเผาไฟเลยมึงเอ๊ย! นี่ต้องเป็นการลงทัณฑ์จากเทพเจ้าประจำโรงเรียนแน่ ๆ เราไม่น่าไปทำชั่วแบบเมื่อเช้าเล๊ย~! , โอ๊ย! , เจ็บ! , เจ็บ! , เจ็บ! , เจ็บ!"

.

อย่างที่บอกว่าอาการปวดของเขานั้นเป็นการปวดแบบหน่วง ๆ ปวดแบบแปร๊บ ๆ เป็นพัก ๆ คล้ายมีคนมาบีบขยำเป็นช่วง ๆ ซึ่งนั่นคือสภาวะการที่เรียกว่า "จิตเชื่อมจิต" กล่าวคือจิตของจางอี้เฟิงได้เชื่อมกับจิตของเทพกงกงบนสวรรค์แล้ว เพราะเทพองค์นี้แต่เดิมก็มีไข่เพียงแค่ข้างเดียว! นี่จึงเป็นเรื่องของพันธะสัญญาแห่งไข่! มีแต่เพศชายเท่านั้นถึงจะเข้าใจเจตจำนงค์แห่งคู่อัณฑะนี้!

.

ประกอบกับด้วยจิตสำนึกแห่งความรู้ผิดชอบชั่วดี ตั้งแต่ก่อเหตุจนถึงปัจจุบันจางอี้เฟิงก็ยังไม่หยุดอธิษฐานขอโทษขอขมาเลย เขาผสานมือโค้งคำนับเทพทุกองค์ที่เขารู้จัก เอ่ยปากขอโทษเป็นพันคำเอาหัวโขกก็อกน้ำไปก็หลายสิบที พล่ามบอกแต่ว่า "ตนผิดไปแล้ว" , "ตนทำไปเพราะความคึกคะนอง" , "ทวยเทพโปรดให้อภัยด้วย" ฯลฯ

.

"โป๊ก! , โป๊ก! , โป๊ก!"

.

หลับหูหลับตาเอาหัวโขกก็อกน้ำไปจนสาแก่ใจ พอเงยหน้าขึ้นบนกระจกก็พบว่าหน้าของเขานั้นทั้งแดงแล้วก็ม่วงไม่ต่างจากองคชาตที่ปวดระบมอยู่เลย และพอเพ่งดูเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกส้วมต่ออีกสักครู่ ก็ยังพบอีกว่าใบหน้าตัวเองเร่ิมจะเปลี่ยนรูปร่างไปแล้ว! รอยแดงตรงหน้าผากไต่วนยึกยือไปรอบผิวหน้า! โครงหน้าเขาเริ่มบิดเบี้ยวเบ้เอียงไปมา! ตาวิ่งไปรวมกับหู! ปากไหลไปรวมกับจมูก! คิ้วกับเคราก็ไหลหลากลงมารวมกัน! ใบหน้าจางอี้เฟิงในกระจกจึงเละเทะ! ราวกับจานสีโปสเตอร์ที่ขาดน้ำในคลาสเรียนศิลปะ

.

"ไอ้หน้าเหี้ย!"

เขาอุทานลั่น

.

และทันใดนั้นใบหน้าทั้งหน้าบนคอเขาก็เซ็ตตัวขึ้นใหม่ คราวนี้มันกลายเป็นหน้าของเทพกงกงที่ทั้งหล่อและสวยรวมครบอยู่บนคน ๆ เดียวกัน และปรากฏขึ้นตรงกลางบานกระจก!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 40 : ลงทีมซ้อม!

    สัมผัสแรกที่หยิบพู่กันหมึกทมิฬขึ้นมาถือ ก็รับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลราวกับพู่กันนี้มีชีวิต จางอี้เฟิงเข้าใจทันทีว่าทวยเทพทั้งหลายต้องแบกรับสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลาเมื่อยามที่ใช้สมบัติเวทย์ เขารู้สึกได้ถึงความเหน็ดเหนื่อยและพลังทางกายภาพที่ค่อย ๆ เสื่อมถอยลงไปทั้งที่ยังมิได้ขยับตัวใด ๆ แต่ครานั้นก็ยังกัดฟันสู้ ตั้งสติและทำหน้าที่การเป็นเฮดโค้ชเฉพาะกิจของตนต่อไป.ฝีแปรงแรกจึงถูกตวัดลงบนแผ่นกระดาษยักษ์ เพื่อลากเส้นทำเป็นกรอบสนาม เส้นข้าง เส้นกึ่งกลางวงกลม และกรอบประตู."ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"เบาราวกับขนนกประหนึ่งเพียงห้วงจิตคิด พู่กันวิเศษนี้ก็ลากไปจุดนั้นจุดนี้ได้เอง."เอาล่ะครับทุกท่านหลังบรรยายให้ฟังแบบปากเปล่า คราวนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นอีกขั้นนะครับ ภาพที่เห็นอยู่นี้คือสนามฟุตบอลเมื่อมองจากมุมสูง จุดทั้ง 11 จุดเทียบได้กับตำแหน่งของผู้เล่น 11 คน โดยจะแบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 3 แดน 3 บทบาท ได้แก่กองหน้า , กองกลาง , กองหลังและผู้รักษาประตู".""ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"ปาดพู่กันสะบัดวาดเป็นวงกลม แบบที่ไม่เหมือนกับในเนื้อเพลงเอาปากกามาวงของ เบล-วริศรา หากแต่เป็นการวงใน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 39 : ฟุตบอลของแท้

    "เอาล่ะข้าได้ทำกิจของข้าแล้วเสร็จแล้ว สหายหยานเซิงหลังพ้นยามเว่ย (未时) ค่ายกลนี้จะเสียสมดุล ถึงตอนนั้นท่านก็นำผังค่ายกลกลับไปคืนข้าที่ถ้ำเซียนด้วยแล้วกัน ข้าขอตัวไปที่หอเทียนอี (天医殿) ก่อนยังมีผู้ป่วยที่ข้าต้องดูแลต่ออีกมาก"เทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นสั่งเสียราวกับแถลงการณ์."โห.. ท่านพูดซะทำให้ข้าดูแย่ไปเลย~!"สวนทางกับอาจารย์หยานเซิงที่บ่นอุบด้วยคีย์เสียงเดียวกับพี่ยัต เฟดเฟ่ที่ออกรายการโหนกระแส.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ดวงไฟปฐมจิตของเฟินอวิ๋นพุ่งโค้งแหวกอากาศเป็นสีแดงและหายวับลับขอบฟ้าไป เหลือไว้แต่ทวยเทพด้านล่างราว 20 องค์กับจางอี้เฟิงที่เป็นมนุษย์เพียงคนเดียว ฉะนั้นจากนี้ไปอำนาจเต็มก็น่าจะตกอยู่ที่เขา เหลือจะเชื่อแต่ก็จริงที่จู่ ๆ จางอี้เฟิงก็เป็นใหญ่กว่าเทพเซียนบนสวรรค์ไปเสียแล้ว.ภายในโดมอาคมของค่ายกลชีวาตาลปัตร.อากาศในนี้นับว่าปลอดโปร่งเย็นสบายอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าตัวผืนหญ้าจะมีความอุ่นร้อนอยู่สักหน่อย แต่ก็มิได้เป็นปัญหาในการลงน้ำหนักเท้าแต่อย่างใด ยังคงเหยียบย่ำได้และคอนโทรลได้ทั้งยังสปรินท์ใส่สปีดได้เต็มที่อีกต่างหาก จางอี้เฟิงสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดพลันเดิน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 38 : อั๊วะจะได้เตะตอนไหน?

    บรรยากาศที่ดูร้อนอยู่แล้วยิ่งทวีองศามากยิ่งขึ้น ในชุดคลุมกันไฟทุกสายตาต่างก็เพ่งมองไปยังจุด ๆ เดียวที่อยู่กลางฟากฟ้า แล้วก็เป็นเทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นที่ได้แสดงความสามารถให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สิ่งที่ลอยอยู่เหนือมือแกแท้ที่จริงก็คือผังค่ายกลของค่ายกล "ชีวาตาลปัตร" (逆生回元阵) เดิมทีมันคืออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับรักษาคนไข้ แต่เฟินอวิ๋นกลับลอบนำมาใช้ในทางส่วนตัว."หึ! หากพวกเจ้ารู้แล้วก็อย่าริอาจไปบอกใครเสียล่ะ! ค่ายกลนี้แม้จะดีแต่ก็ใช่จะใช้ได้นาน เวลาของพวกเจ้าย่อมมีจำกัด , ฮึ่ยยย! , ย่ะ!"เปลี่ยนจากมุทรากระบี่กลายเป็นฝ่ามือ เฟินอวิ๋นในชุดคลุมสีชาดหงายฝ่ามือขึ้น เพื่อส่งผังค่ายกลให้ลอยขึ้นเหนือหัว."กริก! ๆ , กริก! ๆ".ต่อด้วยการขับปราณอัคคีใส่เข้าไปจนผังค่ายแยกตัวออกจากกันเป็นชั้น และหมุนปั่นด้วยความเร็วสูง! มีธงค่ายจำนวนมากพุ่งสวนออกมาเป็นพรวน! ลักษ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 37 : สนามซ้อมร้อนชิบเป๋ง!

    "วิงค์~!"ครู่สั้นต่อมาเทพโอสถเพลิงผู้สถาปนาตนเป็นอาจารย์ ก็วาร์ปร่างมาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างจางอี้เฟิง."ศิษย์เอ๋ยเป็นเช่นไรบ้าง? ท่าทางเยี่ยงนี้แปลว่าเจ้าพร้อมจะดำเนินการฝึกแล้วใช่หรือไม่? อันที่จริงข้าพร้อมยิ่งกว่าเจ้าเสียอีกนะ ข้าไปตามพรรคพวกเซียนที่ข้ารู้จักมาร่วมอีกเพียบเลย อ๊อ! แม้แต่สหายเฟินอวิ๋นที่ใช้ฝ่ามืออัคคีรักษาเจ้าก็จะมาเช่นกัน เรือนถ้ำของเขาอยู่บนเขาฝั่งตรงข้ามนี้เองอีกมินานก็น่าจะมาถึง!"."อุ๊ย! ข้านี่ตื่นเต้นเสียจริง! นานทีปีหนบางทีอาจจะเกินร้อยปีแล้วกระมังที่ขาข้ามิได้ใช้งานเลย สิ่งที่เจ้าจะสอนเขาเรียกว่าอะไรนะ "ฟุตบอล" รึ? วรยุทธพิสดารที่ใช้เท้าควบวัตถุทรงกลม รุกรับพร้อมกันและหากทำได้ถูกจังหวะตามลำดับขั้น ก็จะใช้โจมตีศัตรูได้ราวกับการปล่อยเวทย์ , อื้อหือ! หากได้ใช้ร่วมกับปราณวิญญาณธาตุไฟของข้าล่ะก็ พวกเทียนซิ่งจงมีหรือจะกล้ากำแหง , ฮ่า ๆ ๆ ๆ!".จบประโยคบอกเล่าอันยืดยาวด้วยการหัวเราะอย่างกับพวกคนชั่วอีกเช่นเดิม อาจารย์สายเพลิงผู้มัดมือชกรายนี้มีนามว่า "หยานเซิง" ที่หากจะแปลก็น่าจะแปลว่า "ไฟแห่งชีวิต" เพราะแกเป็นเทพแห่งการรักษาอาคมที่ใช้จึงมิได้มีไว้ทำลาย แต่มีไว้เผา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 36 : ถ้ำเซียนแห่งเปลวไฟ

    ลักษณะการพุ่งประหนึ่งกลุ่มควันของจรวด Space X ของ อีลอน มัสก์ ผสมกับบั้งไฟล้านแห่งเมืองยโสธร สาบานได้ว่าจางอี้เฟิงมิเคยเห็นการผายลมครั้งใดจะสะเทือนตับไตได้เท่ากับครั้งนี้ และครู่สั้นที่เขาชำเลืองมาทางท่านเซียนโอสถเพลิงผู้เป็นเจ้าของรูตูด เขาก็รู้ได้โดยพลันว่าเจ้าตัวเองก็มิได้ปลาบปลื้มไปกับกิริยาล่วงละเมิดทางทวารนี้สักเท่าไหร่."ปู้ห่าว! (不好!) เสว่เบงยู่วปู้วเฮา! (這樣做不好!)""แหกหัวข้าเป็นสองซีกก็หนหนึ่งแล้ว! นี่ยังมาแหกรูตูดข้าแล้วขับตัวหนีไปอีก! ท่านเห็นข้าเป็นก้อนริดสีดวงหรือเยี่ยงไรปู่ซืออี้จะรังแกกันเกินไปแล้ว! , ฮึ่ยยย!"แช่งชักหักกระดูกสบถคำด่าผรุสวาทไล่หลังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูท่าความอับอายนี้จะยากเกินพรรณนา ใครเห็นเข้าก็มีแต่จะขบขันมีอย่างที่ไหนทางไปดี ๆ มีตั้งมากมายแต่กลับเลือกที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความลำบากใจ.เดือดร้อนไปถึงสหายเทพโอสถเพลิงองค์ที่ถือถาดน้ำชาที่ต้องเร่งเข้ามาปลอบ."เรื่องผ่านไปแล้วเจ้าก็อย่าได้ถือสาหาความเลย ผู้อาวุโสซืออี้แกก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร การที่เจ้าถูกทำอาคมแฝงร่างใส่ก็เพราะปู่แกอ่อนแอเป็นทุนเดิม ผลจากการฝึกวิชากับอ่างคันฉ่องเนตรธาราพลั้งพลา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 35 : ฟอร์มทีมจากกองไฟ

    สาเหตุที่เรียกตำหนักเทียนอี (天医殿) ว่าโรงถ้ำแทนที่จะเป็นโถงถ้ำ ก็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าเซียนแห่งแคว้นตะวันเพลิงที่ใช้อาคมเวทย์สังเคราะห์ขึ้นมา ความกว้างใหญ่ไพศาลของสำนักแพทย์เทวะแห่งนี้เทียบได้กับความเมตตาของบรรพบุรุษ ผนังทุกด้านจวบจนเพดานสร้างขึ้นจากศิลากันไฟ ส่วนพื้นหินที่เหยียบอยู่เบื้องล่างก็หลอมขึ้นจากกองซากศพของเหล่าเซียนที่หมดอายุขัย ดวงวิญญาณดับสลายหากแต่ร่างกายกลับคืนเป็นฐานรากให้แก่เซียนรุ่นหลังที่ทุพพลภาพ.ด้วยเหตุนี้ตำหนักเทียนอี (天医殿) จึงเป็นสถานที่เดียวในแคว้นที่กักปราณโลกัณฑ์ได้ พวกเขาจะควบรวมไฟวิญญาณมิให้ผู้ที่รักษาได้รับผลกระทบเกินไป หรือหากต้องการจะเพิ่มพลังไฟก็ได้ แล้วแต่ว่าจะอยู่ในระดับไหนของการบาดเจ็บ หากธาตุหยางมากไปกายก็หลอมละลาย หากธาตุหยินเยอะไปจิตมารก็จะเข้าแทรกแล้วอาการก็จะทรุดหนัก.เหล่าเทพโอสถเพลิงที่ทำงานที่นี่จึงค่อนข้างสำคัญ จำนวนของพวกเขาน่าจะเทียบได้กับจำนวนของช่างหลอมอาวุธที่ตั้งสำนักอยู่ใกล้กับหุบเขาเพลิงสุริยัน หนำซ้ำยังแต่งตัวเหมือนกันด้วยการสวมใส่เสื้อคลุมกันไฟที่เรียกว่า "หานอวี้เผา (寒玉袍)" ไว

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 26 : ไหนดูซิ?!

    ความรกร้างว่างเปล่าปรากฏแก่สายตา เต็นท์พลับพลากลับกลายเป็นตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งทุ่งหมาหลง เป็นเคราะห์ดีในโชคดีหรือจะว่าเป็นเพราะบารมีที่บำเพ็ญตบะมาอย่างถึงพร้อมขององค์เง็กเซียนก็ว่าได้ ที่ทำให้ห้วงเวลาที่วาร์ปมานี้เป็นจังหวะที่เทียนซิ่งจงพากันถอยทัพหนีกันหมดแล้ว พวกเขาไม่เหลืออะไรไว้เลยนอก

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 25 : ท่านเง็กเซียนลงสนามรบ

    ภาพเหตุการณ์ตัดมายังสถานที่แห่งหนึ่งในแคว้นเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) อาณาบริเวณนี้อยู่ลึกเข้าไปจากสมรภูมิเป็นระยะทางหลายลี้ มันถูกจัดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัย และเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะมีพลับพลาชั่วคราวของท่านเง็กเซียนประดิษฐานอยู่ เทพหลายองค์ยกย่องว่าที่นี่เป็นดั่งศูนย์กลางการบังคับบัญชา เป็นเต็นท์ของเหล่า

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 24 : ถอนทัพ

    จางอี้เฟิงมิเคยเห็นปรากฏการณ์เฉกเช่นนี้มาก่อน เขาเคยแต่เป็นมนุษย์ผู้อยู่ใต้ฟ้า ก็เลยมิอยากจะเชื่อสายตาว่าฟ้าเหนือฟ้าก็ยังมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ด้วย ค่ายกลลูกหนัง 18 ทิศถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ! ประกายแฉกสายฟ้าสีม่วงอินทนิลที่เคยกลืนกินทุกสรรพสิ่ง จู่ ๆ ก็หดตัวกลับคืนไปราวกับกำลังวิ่งถอยหลัง! นักบ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 23 : กุนซือ

    ท่ามกลางร่างในชุดเกราะเหล็กของสหายร่วมรบที่กระเด็นกระดอน บางศพโดนบอลอัดกลางหน้าท้องแล้วลากผ่านหน้าจางอี้เฟิงไปเลยก็มี ชายหนุ่มอยู่ในสถานการณ์ที่จะพลาดมิได้อีกแล้ว ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งมีแต่การสูญเสีย มิหนำซ้ำขึ้นชื่อว่านักบอลแล้วไซร้การถูกตราหน้าว่าทำให้ทีมแพ้ยิ่งเป็นอะไรที่รับไม่ได้.การยอมจำนนมิใช่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status