เข้าสู่ระบบดั่งนรกชังหรือสวรรค์แกล้งทำไมฟ้าถึงเห็นเขาเป็นตัวตลกเช่นนี้ เทพเซียนเบื้องบนประทานพรสวรรค์ในการเตะบอลมาให้ แต่กลับกลายเป็นเขาเองที่ทำทุกอย่างพังลงกับมือ จางอี้เฟิงวิ่งฝ่าความมืดเอานิทราบดบังราคี ดวงหน้าเขาเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจ เขาทั้งผิดหวังในตัวเองและผิดหวังในตัวแอลลี่ เพราะไม่คิดไม่ฝันว่าเพื่อนที่สนิทกันขนาดนั้นจะกล้าทำในสิ่งที่เหมือนกับในหนัง AV ลงไปได้
.
แอลลี่จะทำอะไรให้พี่หลิงห่าวบ้างนะ เธอจะคุกเข่าลงแล้วถลกกางเกงพี่เขาออกใช่ไหม หรือจะเริ่มจากการค่อย ๆ ล้วงแล้วใช้ปาก อื้อหือ! ในหัวจางอี้เฟิงนี่เต็มไปด้วยฉากอีโรติค เขาอายุ 17 ยังไม่เต็ม 18 ดีด้วยซ้ำ แต่ฉากรักบำเรอกามเหล่านั้นกลับฟุ้งซ่านอยู่เต็มกบาลเต็มไปหมด ไม่ไหว ๆ ไม่เอาแล้วไม่คิดแล้ว! ทันทีที่วิ่งกลับมาถึงบ้านเจ้าตัวจึงรีบกระชากประตูรั้วออกเสียงดัง!
.
"แกร๊งงง!!! , ครืดดด!!!"
.
หมาเฝ้าบ้านเห่าระงม และแน่นนอนว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่นี่พุ่งเข้ามาถามไถ่ก่อนเลยเป็นอันดับแรก พวกท่านเห็นแล้วว่าท่าทางของลูกผิดปกติไป ท่วงท่างุ่นง่านไม่สนใจโลก การก้าวเดินย่างสามขุมไม่พูดไม่จา แม้ทุกคำถามจากบิดามารดาจะเต็มไปด้วยความห่วงใย แต่จางอี้เฟิงก็ไม่แคร์ไม่สนอะไรแล้ว
.
"เกิดอะไรขึ้นที่สำนักรึเปล่าลูก? ทำไมวันนี้กลับบ้านค่ำจัง?"
คุณแม่เชยคางขึ้นถาม
.
"ใช่! แล้วผลการคัดตัววันนี้เป็นยังไง พ่อก็รอลุ้นไม่ต่างจากลูกเลยนะ"
คุณพ่อเองก็ถามเช่นกัน ซึ่งแท้จริงแล้วพ่อแม่ในชีวิตจริงไม่ควรถามลูกแบบนี้เด็ดขาด มันเป็นการโหมแรงกดดันใส่ลูกเกินไป เพราะถ้าผลออกมาดีก็ดีไปแต่ถ้าผลออกมาชั่วอย่างที่จางอี้เฟิงเป็นสภาพก็อย่างที่เห็น
.
"วันนี้ผมไม่กินข้าวเย็นนะครับ ขอตัวอาบน้ำนอนเลยล่ะกัน หว่านอัน (晚安) ครับ! คุณพ่อคุณแม่!"
.
"ตุ๊บ! , ตุ๊บ! , ตุ๊บ! , ตุ๊บ!"
เดินลงส้นขึ้นบันไดไปอย่างเทพบุตรตุ๊ดรุมโทรม
.
เปิดประตูเข้าห้องนอนได้ปุ๊บกระเป๋าเป้บนแผ่นหลังก็ถูกปาโครม! อัดใส่กรอบหน้าต่าง! ไม่รู้ล่ะเข้าสู่โลกส่วนตัวแล้วจางอี้เฟิงเหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน น้ำตาเขาเริ่มหยุดไหล และแต่นี้ต่อไปเหมือนจะเหลือแต่ความแค้น! เขาถอดเสื้อแจ็คเก็ตเอาไปคลุมไว้กับเก้าอี้หน้าโต๊ะคอม หลังจากนั้นก็ถอยหลังมาติดประตูพลันกระโจนเข้าไปกระโดดถีบเก้าอี้แบบขาคู่! เสียงดัง!
.
"โครมมมม!!!"
สาเหตุก็เพราะเสื้อตัวนี้มีสีและลวดลาย เป็นแบบเดียวกับที่พี่หลิงห่าวกับแอลลี่ใส่ยังไงล่ะ
.
เหตุผลไม่ต้องอารมณ์มาเต็ม คนเป็นผู้ปกครองที่กินข้าวอยู่ข้างล่างถึงกับมองหน้ากันเหรอหรา นี่ลูกของพวกเขากลายเป็นอันธพาลไปแล้วเหรอ ทว่าก็ยังเป็นคุณพ่ออีกนั่นแหละที่ห้ามปรามคุณแม่เอาไว้ แกบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกอี้เฟิงน้อยเติบโตขึ้นแล้ว และเขาจะต้องหัดแก้ปัญหาด้วยตนเองจะให้แม่มาคอยโอ๋อยู่ตลอดไม่ได้
.
ซึ่งก็เห็นจะจริงอย่างที่พ่อว่า จางอี้เฟิงแม้จะไม่ได้ยินแต่ก็ยังแสดงอัตลักษณ์ดังกล่าวออกมา ไม่รู้เหมือนกันว่าที่จีนแผ่นดินใหญ่พระเอก MV เขาชอบยืนตากฝนเหมือนบ้านเราไหม แต่สิ่งที่คฑาชายนายอกหักทำกลับใกล้เคียงมาก ๆ หลังเดินโทง ๆ เข้าไปในห้องน้ำส่วนตัวที่อยู่ในห้องนอน ทั้ง ๆ ที่ยังใส่เสื้อผ้าอยู่ มิหนำซ้ำในมือก็ยังคว้าสมาร์ทโฟนติดมือเข้าไปด้วย
.
เพลงอกหักจากมณฑลเสฉวนดังกระหึ่ม คิดเอาเถอะว่าขนาดเอาโทรศัพท์วางไว้บนหิ้งตรงอ่างล้างหน้า กระจกห้องน้ำยังสั่นไหวในเดซิเบลของมัน ฝักบัวเริ่มทำงาน ฝนเทียมจากสายยางพร่างพรมลงมาชะล้างความขมขื่น จางอี้เฟิงแผดเสียงราวกับจะขาดใจตายหัวใจแหลกสลายแต่หัวควยกลับแข็งโด่!
.
"แอลลี่.. เพราะเธอคนเดียว.. เธอทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้! , ฮือ..อ..อ , ฮือ ๆ , ฮือ..อ..อ"
.
"ซู่ซ่า! , ซู่ซ่า! , ซู่ซ่า!"
หมุนปรับวาล์วเร่งระดับน้ำฝักบัวให้แรงยิ่งขึ้น
.
"หมับ!"
ตามติดมาด้วยการคว้าสมาร์ทโฟนมาถือไว้ในมือ พร้อมกับถลกกางเกงออก!
.
นี่คือโทรศัพท์รุ่นกันน้ำที่ได้รับการการันตีมาตรฐานจากนักบอลแห่งสำนักหวงหือลี่ เจ้าสิ่งนี้ไม่มีทางโดนน้ำแล้วพังเป็นแน่เพราะจางอี้เฟิงชักเว่าใส่มันมาแล้วไม่รู้กี่ล้านต่อกี่ล้านครั้ง! มิหนำซ้ำ 90% ของเมมโมรี่ที่เสียบเพิ่มก็ยังเต็มไปด้วยภาพนิ่งของแอลลี่ในอิริยาบถต่าง ๆ ด้วย
.
"ซีดดดดด!!! , ฉันอยากเย็ดเธอจังแอลลี่.. อ่ะ! , อืม~!"
.
"ขอฉันเย็ดเธอหน่อยน้าาา~!"
.
"ชัก! , ชัก! , ชัก! , ชัก! , ชัก! , ชัก!"
ชายหนุ่มเริ่มกำคอไอ้จ้อนช้า ๆ พลางลูบคลึงมันเบา ๆ บริเวณหัวเห็ด
.
"อ่า.. เสียวดีจัง เธอขาวจังเลยแอลลี่ ซอกคอของเธอคงหอมมากสินะ , ซูดดดดดดด!!! , เยสสสส! , อืมมม~!"
.
"ถ้าฉันรู้ว่าเธอร่านขนาดนี้ล่ะก็ฉันคงหาเรื่องเย็ดกับเธอไปนานแล้ว..ว..ว เสียดาย.. เสียดายเหลือเกิน..น..น..น! , อื้อ..อ..อ..!"
.
คราวนี้ถึงกับตัวกระตุก สโตคการชักดุ้นเอ็นของอี้เฟิงเริ่มเร็วและแรงขึ้น เขาพลิกตัวสลับด้านหันหน้าเข้าหากำแพงพลางใช้มือซ้ายค้ำกับผนังเอาไว้และโถมมือขวาชักจนสุดไหล่!
.
"ชัก! , ชัก! , ชัก! , ชัก! , ชัก! , ชัก!"
.
"พี่หลิงห่าวเขาจะเย็ดเธอด้วยท่าไหนบ้างนะ เขาจะยืนเย็ดตูดเธอแบบนี้รึเปล่า? , อ๊าาาาา! , อื้อ! , เสียวววว! , เสียวไม๊คะแอลลี่~! , ตูดเธอเด้งดีจัง ถ้าเป็นฉัน ๆ จะซุกหน้าลงไปเลียรูตูดเธอแบบไม่อายเลย~! , แผล็บ! , แผล็บ! , แผล็บ! , แผล็บ! "
.
ในท่าชูแขนซ้ายกดกับผนังและถือโทรศัพท์ ภาพในมือถือตอนนี้เป็นภาพของแอลลี่สวมชุดว่ายน้ำตอนเรียนพละ เธอกำลังยืนหันหลังพลางผินหน้าหันมายิ้มให้กล้อง ทว่าสรีระดังกล่าวกลับไปกระตุกต่อมเงี่ยนของอี้เฟิงขึ้นมาอย่างจัง เขาใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งซูมภาพเข้าไปอย่างทุลักทุเล และพอภาพในจอเห็นตูดของแอลลี่เต็ม ๆ เขาก็แลบลิ้นออกมาตวัดอีก!
.
"แผล็บ ๆ , แผล็บ ๆ , แผล็บ ๆ"
.
"อ๊าาาาา! , แอลลี่จ๋า! , แอลลี่! , แผล็บ ๆ , แอลลี่เค้าเงี่ยนอ่ะ~!"
.
"ชัก! , ชัก! , ชัก! , ชัก! , ชัก! , ชัก!"
"ชัก! , ชัก! , ชัก! , ชัก! , ชัก! , ชัก!"
.
น้ำจากฝักบัวก็แรงเข้าปากเข้าคอเต็มไปหมด แต่ทว่ากลับได้อารมณ์สยิวแบบไม่เคยเป็น หนุ่มอกหักหยุดตัวเองไม่ได้แล้วนาทีนี้คงไม่มีใครห้ามการเย็ดกับนางในฝันในจินตนาการได้ เสียงฝักบัวในห้องน้ำกลบเสียงครางของเขาหมด เขากำลังจะถึงสวรรค์และคิดว่าจะดีกว่านี้มั้งถ้าได้เห็นร่องนมของแอลลี่อีกสักที!
.
ในเสี้ยวอึดใจจางอี้เฟิงพลิกตัวอีกรอบ คราวนี้เขาเอาหลังพิงกำแพงและทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นห้องน้ำมันดื้อ ๆ สายฝนฝักบัวก็ยังทำงาน เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำแต่นิ้วเจ้ากรรมก็ยังปาดหน้าจอตะกุยหาภาพของแอลลี่ที่เห็นนมอูม ๆ กับร่องนมเน้น ๆ ของเธออยู่
.
"โอเค! ได้แล้วเอารูปนี้แหละ! ซีดดดดด! นมโคตรใหญ่อ่ะ! โคตรน่าเย็ดอ่ะแอลลี่! ฉันเย็ดเธออยู่นะ..! , อ่าาาา! , ฉันเย็ดหีเธอจนนมเธอกระเพื่อมดึ๋งดั๋งเลยค่ะที่รัก.. อ่าาาา! , เยสสสสสสส! , ซีดดดดดดด! , อื้อ! , เย็ด! ๆ , เย็ด! ๆ , เย็ด! ๆ , เย็ด! ๆ"
.
"ชัก! , ชัก! , ชัก! , ชัก! , ชัก! , ชัก!"
"ชัก! , ชัก! , ชัก! , ชัก! , ชัก! , ชัก!"
.
นาทีนี้แม้แต่ปลายนิ้วตีนก็ยังเกร็งช่วย ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงมวลของเหลวคราคลั่งที่ชักจะปริ่มล้นโพยพุ่งทะยาน ภาพสุดท้ายเขาปาดหน้าจอไปที่รูปของแอลลี่ที่เป็นใบหน้าใส ๆ ของเธอเต็ม ๆ แก้มอันบางใสสีชมพูอ่อนหวานของเครื่องสำอางบาง ๆ กลีบปากที่โค้งเป็นกระจับได้รูปและเผยอนิด ๆ นี่คือรูปของแอลลี่ที่จางอี้เฟิงใช้สำเร็จความใคร่บ่อยที่สุด เขาชอบคิดว่าช่องปากอันคับแคบนั่นถ้าเป็นควยของเขาแหย่แยงเข้าไปน้ำกามก็น่าจะเต็มกระพุ้งแก้ม
.
"แอลลี่จ๋าฉันรักเธอ! , ซีดดดดด! , โอ๊ยยย! , ฉันจะเสร็จแล้วค่ะแอลลี่! , ฉันจะแตกแล้วแอลลี่! , แตกใส่หน้านะ! , อั๊ก! , อ่ะ! , อ่ะ! , โอ๊ยยยย! , ซีดดดดดดด! , โอ๊ยยย! แตกแล้วววว!!!" , อ๊าาาาาาาาาาาาา!!!!!!"
.
"แหมะ! , แหมะ! , แหมะ!"
.
เมือกน้ำขุ่นขาวพุ่งออกจากรูควยแรงประหนึ่งสายฉีดตูด หน้าจอสมาร์ทโฟนอุดมไปด้วยเมือกยางเหนียวเขลอะ แล้วก็เป็นแอลลี่ในหน้าจอที่จมบุ๋มไปกับแอ่งน้ำกาม ใบหน้า close up เปื้อนยิ้มของเธอบัดนี้ไร้ซึ่งความบริสุทธิ์ เธอโดนจางอี้เฟิงกระทำชำเลาเป็นรอบที่ล้าน โดยไม่มีแม้แต่การต่อต้านหรือขัดขืน เมียก็คือเมียส่วนคนที่เพลียก็คือเจ้าของห้องน้ำที่นั่งแผ่หลาหมดแรงอยู่บนพื้น
.
เขาล้างโทรศัพท์ด้วยน้ำสะอาด พลางหันไปปิดน้ำจากฝักบัว ใบหน้าสดใสน่ารักของแอลลี่ที่รักกลับคืนมาแล้ว แม้ตัวจริงหัวใจเธอจะกลายเป็นของพี่หลิงห่าวแต่ในจอสมาร์ทโฟนเครื่องนี้เธอคือสมบัติของเขาแต่เพียงผู้เดียว ริมฝีปากหนาพรมจูบใส่จอเครื่อง ชายหนุ่มดูดดื่มไปกับมันและเพ้อฝันไปว่าถ้าไม่มีกระจกกั้นเขาคงได้จูบกับเธอแบบนี้ในสักวันหนึ่ง
สัมผัสแรกที่หยิบพู่กันหมึกทมิฬขึ้นมาถือ ก็รับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลราวกับพู่กันนี้มีชีวิต จางอี้เฟิงเข้าใจทันทีว่าทวยเทพทั้งหลายต้องแบกรับสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลาเมื่อยามที่ใช้สมบัติเวทย์ เขารู้สึกได้ถึงความเหน็ดเหนื่อยและพลังทางกายภาพที่ค่อย ๆ เสื่อมถอยลงไปทั้งที่ยังมิได้ขยับตัวใด ๆ แต่ครานั้นก็ยังกัดฟันสู้ ตั้งสติและทำหน้าที่การเป็นเฮดโค้ชเฉพาะกิจของตนต่อไป.ฝีแปรงแรกจึงถูกตวัดลงบนแผ่นกระดาษยักษ์ เพื่อลากเส้นทำเป็นกรอบสนาม เส้นข้าง เส้นกึ่งกลางวงกลม และกรอบประตู."ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"เบาราวกับขนนกประหนึ่งเพียงห้วงจิตคิด พู่กันวิเศษนี้ก็ลากไปจุดนั้นจุดนี้ได้เอง."เอาล่ะครับทุกท่านหลังบรรยายให้ฟังแบบปากเปล่า คราวนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นอีกขั้นนะครับ ภาพที่เห็นอยู่นี้คือสนามฟุตบอลเมื่อมองจากมุมสูง จุดทั้ง 11 จุดเทียบได้กับตำแหน่งของผู้เล่น 11 คน โดยจะแบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 3 แดน 3 บทบาท ได้แก่กองหน้า , กองกลาง , กองหลังและผู้รักษาประตู".""ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"ปาดพู่กันสะบัดวาดเป็นวงกลม แบบที่ไม่เหมือนกับในเนื้อเพลงเอาปากกามาวงของ เบล-วริศรา หากแต่เป็นการวงใน
"เอาล่ะข้าได้ทำกิจของข้าแล้วเสร็จแล้ว สหายหยานเซิงหลังพ้นยามเว่ย (未时) ค่ายกลนี้จะเสียสมดุล ถึงตอนนั้นท่านก็นำผังค่ายกลกลับไปคืนข้าที่ถ้ำเซียนด้วยแล้วกัน ข้าขอตัวไปที่หอเทียนอี (天医殿) ก่อนยังมีผู้ป่วยที่ข้าต้องดูแลต่ออีกมาก"เทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นสั่งเสียราวกับแถลงการณ์."โห.. ท่านพูดซะทำให้ข้าดูแย่ไปเลย~!"สวนทางกับอาจารย์หยานเซิงที่บ่นอุบด้วยคีย์เสียงเดียวกับพี่ยัต เฟดเฟ่ที่ออกรายการโหนกระแส.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ดวงไฟปฐมจิตของเฟินอวิ๋นพุ่งโค้งแหวกอากาศเป็นสีแดงและหายวับลับขอบฟ้าไป เหลือไว้แต่ทวยเทพด้านล่างราว 20 องค์กับจางอี้เฟิงที่เป็นมนุษย์เพียงคนเดียว ฉะนั้นจากนี้ไปอำนาจเต็มก็น่าจะตกอยู่ที่เขา เหลือจะเชื่อแต่ก็จริงที่จู่ ๆ จางอี้เฟิงก็เป็นใหญ่กว่าเทพเซียนบนสวรรค์ไปเสียแล้ว.ภายในโดมอาคมของค่ายกลชีวาตาลปัตร.อากาศในนี้นับว่าปลอดโปร่งเย็นสบายอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าตัวผืนหญ้าจะมีความอุ่นร้อนอยู่สักหน่อย แต่ก็มิได้เป็นปัญหาในการลงน้ำหนักเท้าแต่อย่างใด ยังคงเหยียบย่ำได้และคอนโทรลได้ทั้งยังสปรินท์ใส่สปีดได้เต็มที่อีกต่างหาก จางอี้เฟิงสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดพลันเดิน
บรรยากาศที่ดูร้อนอยู่แล้วยิ่งทวีองศามากยิ่งขึ้น ในชุดคลุมกันไฟทุกสายตาต่างก็เพ่งมองไปยังจุด ๆ เดียวที่อยู่กลางฟากฟ้า แล้วก็เป็นเทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นที่ได้แสดงความสามารถให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สิ่งที่ลอยอยู่เหนือมือแกแท้ที่จริงก็คือผังค่ายกลของค่ายกล "ชีวาตาลปัตร" (逆生回元阵) เดิมทีมันคืออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับรักษาคนไข้ แต่เฟินอวิ๋นกลับลอบนำมาใช้ในทางส่วนตัว."หึ! หากพวกเจ้ารู้แล้วก็อย่าริอาจไปบอกใครเสียล่ะ! ค่ายกลนี้แม้จะดีแต่ก็ใช่จะใช้ได้นาน เวลาของพวกเจ้าย่อมมีจำกัด , ฮึ่ยยย! , ย่ะ!"เปลี่ยนจากมุทรากระบี่กลายเป็นฝ่ามือ เฟินอวิ๋นในชุดคลุมสีชาดหงายฝ่ามือขึ้น เพื่อส่งผังค่ายกลให้ลอยขึ้นเหนือหัว."กริก! ๆ , กริก! ๆ".ต่อด้วยการขับปราณอัคคีใส่เข้าไปจนผังค่ายแยกตัวออกจากกันเป็นชั้น และหมุนปั่นด้วยความเร็วสูง! มีธงค่ายจำนวนมากพุ่งสวนออกมาเป็นพรวน! ลักษ
"วิงค์~!"ครู่สั้นต่อมาเทพโอสถเพลิงผู้สถาปนาตนเป็นอาจารย์ ก็วาร์ปร่างมาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างจางอี้เฟิง."ศิษย์เอ๋ยเป็นเช่นไรบ้าง? ท่าทางเยี่ยงนี้แปลว่าเจ้าพร้อมจะดำเนินการฝึกแล้วใช่หรือไม่? อันที่จริงข้าพร้อมยิ่งกว่าเจ้าเสียอีกนะ ข้าไปตามพรรคพวกเซียนที่ข้ารู้จักมาร่วมอีกเพียบเลย อ๊อ! แม้แต่สหายเฟินอวิ๋นที่ใช้ฝ่ามืออัคคีรักษาเจ้าก็จะมาเช่นกัน เรือนถ้ำของเขาอยู่บนเขาฝั่งตรงข้ามนี้เองอีกมินานก็น่าจะมาถึง!"."อุ๊ย! ข้านี่ตื่นเต้นเสียจริง! นานทีปีหนบางทีอาจจะเกินร้อยปีแล้วกระมังที่ขาข้ามิได้ใช้งานเลย สิ่งที่เจ้าจะสอนเขาเรียกว่าอะไรนะ "ฟุตบอล" รึ? วรยุทธพิสดารที่ใช้เท้าควบวัตถุทรงกลม รุกรับพร้อมกันและหากทำได้ถูกจังหวะตามลำดับขั้น ก็จะใช้โจมตีศัตรูได้ราวกับการปล่อยเวทย์ , อื้อหือ! หากได้ใช้ร่วมกับปราณวิญญาณธาตุไฟของข้าล่ะก็ พวกเทียนซิ่งจงมีหรือจะกล้ากำแหง , ฮ่า ๆ ๆ ๆ!".จบประโยคบอกเล่าอันยืดยาวด้วยการหัวเราะอย่างกับพวกคนชั่วอีกเช่นเดิม อาจารย์สายเพลิงผู้มัดมือชกรายนี้มีนามว่า "หยานเซิง" ที่หากจะแปลก็น่าจะแปลว่า "ไฟแห่งชีวิต" เพราะแกเป็นเทพแห่งการรักษาอาคมที่ใช้จึงมิได้มีไว้ทำลาย แต่มีไว้เผา
ลักษณะการพุ่งประหนึ่งกลุ่มควันของจรวด Space X ของ อีลอน มัสก์ ผสมกับบั้งไฟล้านแห่งเมืองยโสธร สาบานได้ว่าจางอี้เฟิงมิเคยเห็นการผายลมครั้งใดจะสะเทือนตับไตได้เท่ากับครั้งนี้ และครู่สั้นที่เขาชำเลืองมาทางท่านเซียนโอสถเพลิงผู้เป็นเจ้าของรูตูด เขาก็รู้ได้โดยพลันว่าเจ้าตัวเองก็มิได้ปลาบปลื้มไปกับกิริยาล่วงละเมิดทางทวารนี้สักเท่าไหร่."ปู้ห่าว! (不好!) เสว่เบงยู่วปู้วเฮา! (這樣做不好!)""แหกหัวข้าเป็นสองซีกก็หนหนึ่งแล้ว! นี่ยังมาแหกรูตูดข้าแล้วขับตัวหนีไปอีก! ท่านเห็นข้าเป็นก้อนริดสีดวงหรือเยี่ยงไรปู่ซืออี้จะรังแกกันเกินไปแล้ว! , ฮึ่ยยย!"แช่งชักหักกระดูกสบถคำด่าผรุสวาทไล่หลังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูท่าความอับอายนี้จะยากเกินพรรณนา ใครเห็นเข้าก็มีแต่จะขบขันมีอย่างที่ไหนทางไปดี ๆ มีตั้งมากมายแต่กลับเลือกที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความลำบากใจ.เดือดร้อนไปถึงสหายเทพโอสถเพลิงองค์ที่ถือถาดน้ำชาที่ต้องเร่งเข้ามาปลอบ."เรื่องผ่านไปแล้วเจ้าก็อย่าได้ถือสาหาความเลย ผู้อาวุโสซืออี้แกก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร การที่เจ้าถูกทำอาคมแฝงร่างใส่ก็เพราะปู่แกอ่อนแอเป็นทุนเดิม ผลจากการฝึกวิชากับอ่างคันฉ่องเนตรธาราพลั้งพลา
สาเหตุที่เรียกตำหนักเทียนอี (天医殿) ว่าโรงถ้ำแทนที่จะเป็นโถงถ้ำ ก็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าเซียนแห่งแคว้นตะวันเพลิงที่ใช้อาคมเวทย์สังเคราะห์ขึ้นมา ความกว้างใหญ่ไพศาลของสำนักแพทย์เทวะแห่งนี้เทียบได้กับความเมตตาของบรรพบุรุษ ผนังทุกด้านจวบจนเพดานสร้างขึ้นจากศิลากันไฟ ส่วนพื้นหินที่เหยียบอยู่เบื้องล่างก็หลอมขึ้นจากกองซากศพของเหล่าเซียนที่หมดอายุขัย ดวงวิญญาณดับสลายหากแต่ร่างกายกลับคืนเป็นฐานรากให้แก่เซียนรุ่นหลังที่ทุพพลภาพ.ด้วยเหตุนี้ตำหนักเทียนอี (天医殿) จึงเป็นสถานที่เดียวในแคว้นที่กักปราณโลกัณฑ์ได้ พวกเขาจะควบรวมไฟวิญญาณมิให้ผู้ที่รักษาได้รับผลกระทบเกินไป หรือหากต้องการจะเพิ่มพลังไฟก็ได้ แล้วแต่ว่าจะอยู่ในระดับไหนของการบาดเจ็บ หากธาตุหยางมากไปกายก็หลอมละลาย หากธาตุหยินเยอะไปจิตมารก็จะเข้าแทรกแล้วอาการก็จะทรุดหนัก.เหล่าเทพโอสถเพลิงที่ทำงานที่นี่จึงค่อนข้างสำคัญ จำนวนของพวกเขาน่าจะเทียบได้กับจำนวนของช่างหลอมอาวุธที่ตั้งสำนักอยู่ใกล้กับหุบเขาเพลิงสุริยัน หนำซ้ำยังแต่งตัวเหมือนกันด้วยการสวมใส่เสื้อคลุมกันไฟที่เรียกว่า "หานอวี้เผา (寒玉袍)" ไว
ความรกร้างว่างเปล่าปรากฏแก่สายตา เต็นท์พลับพลากลับกลายเป็นตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งทุ่งหมาหลง เป็นเคราะห์ดีในโชคดีหรือจะว่าเป็นเพราะบารมีที่บำเพ็ญตบะมาอย่างถึงพร้อมขององค์เง็กเซียนก็ว่าได้ ที่ทำให้ห้วงเวลาที่วาร์ปมานี้เป็นจังหวะที่เทียนซิ่งจงพากันถอยทัพหนีกันหมดแล้ว พวกเขาไม่เหลืออะไรไว้เลยนอก
ภาพเหตุการณ์ตัดมายังสถานที่แห่งหนึ่งในแคว้นเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) อาณาบริเวณนี้อยู่ลึกเข้าไปจากสมรภูมิเป็นระยะทางหลายลี้ มันถูกจัดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัย และเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะมีพลับพลาชั่วคราวของท่านเง็กเซียนประดิษฐานอยู่ เทพหลายองค์ยกย่องว่าที่นี่เป็นดั่งศูนย์กลางการบังคับบัญชา เป็นเต็นท์ของเหล่า
จางอี้เฟิงมิเคยเห็นปรากฏการณ์เฉกเช่นนี้มาก่อน เขาเคยแต่เป็นมนุษย์ผู้อยู่ใต้ฟ้า ก็เลยมิอยากจะเชื่อสายตาว่าฟ้าเหนือฟ้าก็ยังมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ด้วย ค่ายกลลูกหนัง 18 ทิศถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ! ประกายแฉกสายฟ้าสีม่วงอินทนิลที่เคยกลืนกินทุกสรรพสิ่ง จู่ ๆ ก็หดตัวกลับคืนไปราวกับกำลังวิ่งถอยหลัง! นักบ
ท่ามกลางร่างในชุดเกราะเหล็กของสหายร่วมรบที่กระเด็นกระดอน บางศพโดนบอลอัดกลางหน้าท้องแล้วลากผ่านหน้าจางอี้เฟิงไปเลยก็มี ชายหนุ่มอยู่ในสถานการณ์ที่จะพลาดมิได้อีกแล้ว ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งมีแต่การสูญเสีย มิหนำซ้ำขึ้นชื่อว่านักบอลแล้วไซร้การถูกตราหน้าว่าทำให้ทีมแพ้ยิ่งเป็นอะไรที่รับไม่ได้.การยอมจำนนมิใช่







