Share

สนิทกัน?

last update publish date: 2026-08-27 12:08:53

           บรรยากาศภายในรถตู้ซึ่งทีมงานของบริษัท HANO โดยสารไปออดิทโพรเซสของเวนเดอร์ตอนขากลับจากจังหวัดระยองเป็นไปด้วยความเงียบเหงาต่างจากตอนขามา เพราะว่าล่ามสาวเจ้าของเสียงเจื้อยแจ้วที่เคยชวนคนโน้นคนนี้พูดคุยแทบไม่ได้หยุดปาก มาคราวนี้กลับนั่งเงียบเป็นเป่าสากซะงั้น

           แปลก… ชินพัตต์บอกกับตัวเอง ความจริงเขาก็ไม่ได้อยากสนใจอะไรนักหรอก เพียงแต่ท่าทางที่ผิดไปจากที่เคยของคนที่ร่าเริงสดใสอยู่เป็นนิจทำให้เขาอดแปลกใจไม่ได้ ดวงตาคู่คมจึงปรายมองไปยังคนที่นั่งอยู่บนเบาะด้านหลังด้วยความสงสัย ล่ามสาวเอนศีรษะพิงกระจกรถหันหน้าออกด้านนอกคล้ายอิ่มเอมกับวิวทิวทัศน์ข้างทาง หากเสี้ยวหน้าด้านข้างที่ปกติก็ขาวจัดอยู่แล้วกลับขาวซีดไร้สีเลือดผิดไปจากปกติ

           “ปุณจัง” เป็นซาโต้ซังที่เรียกหญิงสาวแล้วเขาก็ส่งประโยคอะไรสักอย่างเป็นภาษาญี่ปุ่นออกไป

           ปุณยวีร์ยกศีรษะออกจากกระจกรถแล้วหันมาส่ายหน้าพลางส่งยิ้มเพลียๆ ก่อนจะตอบกลับเป็นภาษาญี่ปุ่นสั้นๆ

           “เมารถหรือเปล่าหนูปุ่น ลุงขับซิ่งเกินไปเหรอ” ลุงคนขับรถตู้ถามขึ้นมาบ้าง คงจะสังเกตเห็นความผิดปกติจากกระจกมองหลัง

           “เฮ้ย! น้องปุ่นเมารถเหรอ เอายาดมไหม พี่มียาดม”

           “ลูกอมไหมปุ่น หรือหมากฝรั่งดี พี่มีทั้งสองอย่าง”

           “น้ำดีกว่ามั้ง ดื่มน้ำเปล่าหรือชามะนาวสักหน่อยน่าจะดีขึ้น เอ้า ส่งให้น้องที” หลังจบคำสันนิษฐานของลุงคนขับรถตู้เพื่อนร่วมงานแต่ละคนก็รีบเสนอตัวให้ความช่วยเหลือ

           ปุณยวีร์ส่ายศีรษะ “ปุ่นไม่… อุ๊บ…”

           “ลุง! ปั๊มข้างหน้า โอยจะรอดไหมเนี่ยยัยปุ่น ใครมีถุงพลาสติกบ้างส่งมาก่อนเร็ว!” ฟารีดาตะโกนขึ้นมา โชคดีที่คนขับรถตบไฟเลี้ยวขอทางตั้งแต่สังเกตเห็นอาการผิดปกติของล่ามสาวแล้ว เมื่อเห็นสถานีบริการน้ำมันจึงสามารถเลี้ยวรถเข้าไปได้ทันที

           “Dozo Dozo” ซาโต้ซังรีบลุกออกจากที่นั่งแล้วเปิดประตูรถให้ล่ามสาว ซึ่งเธอก็รีบวิ่งลงไปและพุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที

           สมาชิกแต่ละคนที่นั่งอยู่บนรถหันมองหน้ากันก่อนที่สตาฟฟ์จากแผนกประกันคุณภาพจะตัดสินใจพูดขึ้นมา “ชิน เอ็งไปดูเขาหน่อยไป เป็นอะไรมากหรือเปล่าก็ไม่รู้”

           “อ้าว ทำไมถึงเป็นผมล่ะ พี่เฟย์เป็นผู้หญิงเหมือนกันก็ไปดูสิ”

           ฟารีดาส่ายหน้าหวือ “ไม่ไหวอะ ฉันเจออะไรแบบนี้ไม่ได้ เดี๋ยวจะอาการหนักไปด้วยอีกคน”

           ได้ฟังคำตอบของสาวห้าวแล้วเพื่อนร่วมงานแต่ละคนก็ทำหน้าเอือม ก่อนสตาฟฟ์จากแผนกประกันคุณภาพจะตัดสินใจพูดขึ้นอีกครั้ง “เอ็งนั่นแหละเหมาะแล้วชิน สนิทกับเขาที่สุดด้วย เห็นไปกินข้าวด้วยกันบ่อยๆ รีบไปเถอะน่า นั่นซาโต้ซังจะไปดูแล้วรีบไปสกัดแกไว้ก่อนเลย จะให้นายไปดูได้ยังไง”

           “เขาสนิทกับแก้วแล้วก็พี่ปุ้นต่างหาก ไม่ใช่ผมสักหน่อย” ชินพัตต์บ่นพึมพำแต่ก็ยอมไปบอกให้คนเป็นเจ้านายกลับมานั่งรอบนรถแล้วเขาจะเป็นฝ่ายไปดูอาการของล่ามสาวเอง

           ชินพัตต์ต้องยืนรีๆ รอๆ อยู่บริเวณทางเข้าออกห้องน้ำหญิงสักพักถึงได้เห็นว่าร่างเล็กๆ ของคนที่รออยู่เดินสะโหลสะเหลออกมา เขารอจนเธอล้างหน้าล้างตาจัดการตัวเองเรียบร้อยจึงเดินเข้าไปหาแล้วเอ่ยถามขึ้น “คุณ เป็นอะไรมากรึเปล่า ต้องไปหาหมอไหม”

           ปุณยวีร์ส่ายศีรษะ “พออ็อกหมดก็ดีขึ้นแล้วล่ะ” หากชั่วพริบตาดวงหน้าใสเจือเค้าอิดโรยก็เปลี่ยนเป็นบูดบึ้ง “ฮึ่ย! Umai บ้าบออะไรกันล่ะ Kirai ต่างหาก ไม่รู้กินกันเข้าไปได้ยังไงหอยนางรม อี๋... รสชาติกระเดือกไม่ลงอย่างแรง!”

           ดวงตาคู่คมฉายรอยแปลกใจ “ที่คุณเป็นนี่ไม่ใช่เพราะเมารถ แต่เป็นเพราะหอยนางรมอย่างนั้นเหรอ”

           “เมารถ? บ้าน่ะสิ ฉันต้องตามนายออกไซต์งานเกือบทุกวัน ถ้าเมารถจะทำงานนี้ได้ยังไง เป็นเพราะไอ้หอยบ้านั่นต่างหากที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ อี๋… แค่คิดก็แทบจะอ็อกอีกรอบ” ปุณยวีร์ทำหน้าสะอิดสะเอียน

           “ถ้าไม่ชอบถึงขนาดนี้แล้วคุณกินมันเข้าไปทำไม”

           “คุณก็เห็นว่าคุณไพโรจน์ภูมิใจนำเสนอมากแค่ไหน แถมซาโต้ซังก็ทำท่าว่าปลื้มมาก แล้วคุณจะให้ฉันเสียมารยาทบอกว่าไม่ชอบ กินไม่ได้ อี๋ แหวะอย่างนั้นเหรอ ฉันรู้กาลเทศะหรอกย่ะ” กอดอกบอกท่าทางเชิดๆ

           “รู้กาลเทศะแต่ต้องหมดสภาพอย่างนี้เนี่ยนะ”

           “แล้วถ้าเป็นคุณ คุณจะปฏิเสธไม่กินรึไง” ถามท่าทางเอาเรื่อง

           “ผมก็ต้องกินสิ”

           “เห็นไหมล่ะ คุณก็ต้องกินตามมารยาทเหมือนกัน แล้วทำเป็นมาว่าฉัน”

           “ใครบอกว่าผมกินตามมารยาทเหมือนคุณ ผมกินเพราะผมชอบมากต่างหากล่ะ อร่อยจะตาย น่าเสียดายแทนคนที่ไม่กินหรือกินแล้วอ้วก อดกินของอร่อยไปหนึ่งอย่างเลย” เขายักคิ้วยียวน

           “อ๊ายยย…นี่! นาย! นาย!” ปุณยวีร์ชี้นิ้วกรีดร้องปากคอสั่น ไม่รู้ทำไมกับคนอื่นเธอสามารถสั่งตัวเองให้อดกลั้นได้ แต่กับผู้ชายคนนี้คงเป็นเพราะเขาเคยเห็นภาคนางมารร้ายของเธอมาตั้งแต่แรกแล้วนั่นแหละ เธอจึงไม่คิดจะเก็บอาการใดๆ รู้สึกแบบไหนก็แสดงออกมาแบบนั้น

           และเพราะเสียงกับอาการที่ไม่ยอมแอ๊บไว้เลยของคนเจ้าอารมณ์ทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นหันมามองทั้งคู่เป็นตาเดียว ชินพัตต์กลอกตาใจนึกอยากตะโกนกลับไปบ้างว่า ‘โว้ย!นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ!’ แต่ที่เขาทำได้คือยกสองมือขึ้นเสมอไหล่

           “โอเค คุณทำถูกแล้ว ผมผิดเอง ผมขอโทษ” คนที่ทำท่าจะออกงิ้วออกโขนให้ชาวบ้านแตกตื่นถึงได้สงบสติอารมณ์ตัวเอง

           “จะเอายาดม ผ้าเย็นหรือว่าน้ำดื่มหน่อยไหม พี่ๆ เขาฝากมาให้ หรือถ้าดีขึ้นแล้วก็ไปขึ้นรถเถอะจะได้รีบกลับ” ไหนๆ ก็รับมอบหมายหน้าที่มาแล้ว คนมีความรับผิดชอบอย่างเขาก็ควรทำให้ดีที่สุด แม้จะขัดใจมากก็ตามที

            ปุณยวีร์พยักหน้า “อืม ฉันอยากดื่มชามะนาว”

           “ได้ ชามะนาวก็มีเหมือนกัน” หยิบขวดชามะนาวในถุงยื่นส่งให้

           หากคนบอกอยากดื่มชามะนาวกลับส่ายศีรษะแล้วบอกหน้าตาเฉยว่า “อันนี้ฉันไม่ชอบ ฉันชอบยี่ห้อ A รสชาติมันเข้มข้นกว่า เลือกเอาขวดเย็นๆ นะ อ้อ… ซื้อขนมปังลูกเกดมาด้วยล่ะ เมื่อกี้อ็อกซะเกลี้ยงกระเพาะเลย ฮิ้วหิว งั้นฉันไปรอที่รถก่อนนะ คุณเองก็รีบๆ ล่ะจะได้กลับถึงบริษัทไม่ดึกนัก” สั่งเป็นชุดจบคุณเธอก็สะบัดหน้าก้าวฉับๆ ตรงไปยังทิศทางที่รถตู้จอดรออยู่ทันที

           คนถูกสั่งอ้าปากค้างมองตามตาปริบๆ นี่เขาตกเป็นลูกไล่หรือคนรับใช้ของคุณเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กัน นึกแล้วก็อยากทึ้งผมของตัวเองซะจริงๆ แต่ในเมื่อทำไปมันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น เขาก็หลับตาพยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจ ‘เอาวะ ทำให้มันจบๆ ไปสักที’

           ...TBC...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   แกรนด์โอเพนนิ่ง

    “กรี๊ดดด… นังล่ามหน้าจืด แกกล้าทำกับฉันแบบนี้งั้นเหรอ” ภาวิณีกรีดเสียงเคียดแค้นขณะพยายามทรงตัวลุกขึ้นแล้วกระโจนเข้ามาอีกครั้ง หากยังไม่ทันถึงตัวคนที่อดทนอดกลั้นมานานก็ส่งหมัดเปรี้ยงเข้าไปที่ใบหน้าฉาบด้วยเมคอัพหนาๆ นั้นเต็มแรง “จะ จะ จมูกฉัน กรี๊ดดด…” นักบัญชีสาวกรีดเสียงลั่นอีกครั้งหลังจากยกมือที่กุมจมูกซึ่งถูกต่อยเต็มแรงออกมาแล้วพบว่ามันเต็มไปด้วยสีแดงฉานและกลิ่นคาวเลือด “กะ กะ แก๊…” จากที่เคยสวมวิญญาณผู้หญิงบ้า มาคราวนี้เจ้าหล่อนกลายพันธุ์เป็นหมาบ้าระห่ำโผนกระโจนเข้ามา ปุณยวีร์เบี่ยงตัวหลบแต่อีกฝ่ายก็ยังไวกระชากผมเธอจนหนังหัวแทบหลุด หากเธอก็ไม่ปล่อยให้คู่กรณีได้ใจนานรีบใช้ประโยชน์จากส้นแหลมๆ ของรองเท้าที่สวมอยู่กระแทกไปบนหลังเท้าของคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเต็มแรง ทำเอาฝ่ายนั้นทนความเจ็บปวดไม่ไหวจำต้องปล่อยมือออกจากผมแล้วทรุดตัวลงกุมเท้าของตัวเองแทน “โอ๊ยยย… พี่ตั้มช่วยวิด้วย วิเจ็บจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว อ๊ายยย… นังล่ามหน้าจืดชอบใช้กำลัง อีผู้หญิงหยำฉ่าชอบแย่งผัวชาวบ้าน แม่แกคงร่านสวาทมั่วผู้ชายไปทั่วสินะนิสัยมันถึงถ่ายทอดทางพันธุกรรมสันดานแกถ

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   นางฟ้าปีกหัก

    ล่ามลาวหลับตามโนสำนึกทั้งทางดีและทางร้ายตีกันให้วุ่นจนเธอตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะทำอย่างไร “ฮะๆๆ ” ภาวินีหัวเราะเสียงแหลม ท่าทางบอกความสะใจ “เป็นไงล่ะ นังล่ามหน้าจืด ทีนี้รู้ฤทธิ์ฉันรึยัง หวังว่าหล่อนจะหายบื้อแล้วเลิกตื๊อพี่ตั้มของฉันสักทีนะยะ เอ๊ะ! นังนี่! จะเอายังไงฮะ ฉันถามก็ตอบกลับมาสิยืนเอ๋ออยู่ได้ อ๋อ หรือยังคิดจะหน้าด้านแย่งผัวชาวบ้านไม่เลิกยะ หนอย! ตบแค่ครั้งเดียวมันยังน้อยไปไม่รู้สำนึกใช่ไหม นี่แน่ะ!” … “ยัยนั่นเป็นนักตบลูกยางเก่าหรือเปล่าแกถึงได้ตบฝังรอยนิ้วไว้ได้ชัดขนาดนี้” เหมือนพิมพ์ถามออกมาหลังจากใช้แผ่นเจลแช่เย็นช่วยประคบใบหน้าด้านที่ถูกตบจนหมดความเย็นไปแล้วแต่ร่องรอยฟกช้ำก็ยังหลงเหลืออยู่ ไม่มีเสียงตอบจากปุณยวีร์นอกจากดวงตาคู่กลมโตฉายแสงเขียวขุ่นที่ตวัดกลับมา คนพูดจาไม่เข้าหูยักไหล่ “ขำๆ น่ะแก ทำหน้ายักษ์ไปได้ ฉันเพื่อนแกนะไม่ใช่ยัยหมาบ้านั่นสักหน่อย เอาเป็นว่าไอ้รอยฝ่ามือมารนี่เดี๋ยวฉันจัดการเอง ถ้าประคบยังไม่หายก็ทายาเอา หยุดตั้งสองวันรับรองหายอยู่แล้วล่ะ หรือจะใช้เมคอัพช่วยก็ได้ไม่เห็นจะยากเชื่อมือเพื่อนแกสิ”

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   นางฟ้า VS จอมมาร

    “คุณ! มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ นี่คุณแอบฟังฉันเหรอ” จากที่ตั้งใจจะเอ่ยคำขอโทษกลายเป็นกล่าวโทษเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ไม่มีคำตอบกลับหรือคำแก้ตัวใดๆ จากชินพัตต์ เขาเพียงถอนหายใจท่าทางบอกความเบื่อหน่ายก่อนจะผละจากไป สิ่งที่เขาแสดงออกมาทำให้ล่ามสาวรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นอากาศธาตุไร้ความสำคัญใดๆ “นะ นี่คุณ! คุณ! จะไปไหน ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ มาแอบฟังฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ อ๊ายยย… ไอ้เด็กบ้า นิสัยไม่ดีแล้วยังไม่มีมารยาทอีก” ปุณยวีร์ยังไม่ทันได้จัดหนักจัดเต็มชายหนุ่มจากแผนกซ่อมบำรุงที่ขยันเข้ามาขายขนมจีบสร้างความรำคาญไม่เว้นวันเพราะยังคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงดี เธอไม่แน่ใจว่าถ้าทำตามคำแนะนำของเพื่อนแล้วจะปฏิเสธความหวังดีจากแม่ซึ่งเธอไม่ต้องการเลยได้ไหม และในระหว่างที่ยังลังเลตัดสินใจไม่ได้นั่นเองก็ดันมีเรื่องเกิดขึ้นเสียก่อน ‘ปึก!’ ล่ามสาวถอนหายใจ จนได้สิน่า… เธอว่าเธอระวังแล้วนะ แต่ก็อย่างว่าช่วงเวลาเลิกงานยิ่งในวันที่ไม่มีการทำงานล่วงเวลาอย่างเช่นวันนี้บริเวณลานจอดรถรับส่งของพนักงานจะมีคนพลุกพล่านมากกว่าปกติ การกระแทกชนกันมันก็ย่อมเ

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   เรื่องเอ็กซ์คลูซีฟ

    “จริงเหรอแก เข้าขั้นวัตถุอันตรายเลยนะเนี่ย ถ้างั้นแกก็ระวังตัวด้วยล่ะ อย่าไปอยู่ใกล้หมอนั่นเด็ดขาด” “ฉันก็ระวังอยู่ แต่ไอ้ชั่วนั่นมันตื๊อไม่เลิกน่ะสิ ขนาดถูกถองถูกตบไปเต็มแรงก็ยังไม่เข็ดตื๊ออยู่นั่นแหละ หน้าด้านหน้าทนยิ่งกว่ากะจั๊วอีก อี๋…” พูดถึงผู้ชายคนนี้ทีไรปุณยวีร์ก็รู้สึกขนลุกขนพองขึ้นมาทุกที “เอาเป็นว่าแกพยายามอยู่ให้ห่างจากไอ้ผู้ชายขี้หลีนั่นไว้ดีที่สุด อย่าไปออกอาการมาก เพราะนอกจากจะทำให้ผู้ชายชั่วๆ กระเจิงแล้วผู้ชายดีๆ ก็จะหนีหายไปหมดด้วย เอาไว้คว้าเจ้าชายที่แสนดีอย่าง ‘พี่ปุ้น’ มาไว้ในครอบครองได้เมื่อไหร่ค่อยเผยโฉมนางมารร้ายก็ยังไม่สาย” “เหอะ ถ้าไอ้ชั่วนั่นยังมาทำรุ่มร่ามอีกฉันไม่เอาไว้หรอกจะจัดหนักจัดเต็มเอาให้โคม่าเลยคราวนี้ และฉันก็บอกแกแล้วว่าฉันมาทำงานไม่ได้มาแรด ทำไมฉันจะต้องแอ๊บเป็นผู้หญิงแสนดีให้ผู้ชายหลงด้วย ตอนนี้ฉันมีงานประจำทำเหมือนเดิมแม่ก็ไม่มีปัญหาไม่หาเรื่องเรียกตัวฉันกลับบ้านเหมือนเก่าอีกแล้วด้วย” “หึๆ” เหมือนพิมพ์ส่งเสียงหัวเราะคล้ายพวกโรคจิตมาตามสัญญาณโทรศัพท์ “แกเสียรู้แม่แกแล้วล่ะปุ่น เห็นคลื่น

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   แอ๊บแล้วยังดูออก

    “อ๊าย ฮ็อตฮิตนะยะแก ไปทำงานแค่เดือนกว่าๆ ก็มีหนุ่มมาเจ๊าะแจ๊ะตั้งหลายคน” เหมือนพิมพ์ส่งเสียงกระแนะกระแหนมาตามสัญญาณโทรศัพท์ “พูดบ้าอะไรของแก เจ๊าะแจ๊ะหลายคนที่ไหนกัน ว่างๆ ก็หาเวลาแคะ ขี้หูออกบ้างนะยะ ฟังเขาพูดเขาเล่าอะไรจะได้เข้าใจง่ายๆ ไม่ใช่มโนไปเอง” “แหม ฉันแซวแค่หน่อยเดียวรัวกลับมาเป็นปืนกลเลยนะยะ” คนจากปลายสายบ่นเสียงขึ้นจมูก “ก็ได้ๆ สรุปว่าผู้ชายโชคร้ายที่หลงเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะแกมีคนเดียวคือนายบรรจบ ส่วนพี่ดำปืนแค่ชอบแกล้ง น้องชินจังก็ชอบทำตัวเกรียน คนที่เข้ารอบหัวใจจึงได้แก่เจ้าชายที่แสนดี ‘พี่ปุ้น’ ของน้องปุ่น แบบนี้โอไหมยะ” “ยังไม่โอย่ะ ผู้ชายขี้หลีอย่างนายบรรจบฉันไม่ขอยุ่งเกี่ยวและไม่นับให้เสียประวัติตัวเองเด็ดขาด ผู้ชายอะไรได้ยินแค่ชื่อก็อี๋ แหวะ” พูดไปก็ทำท่าขนลุกขนพองไปด้วย “แกพูดถูกแค่เรื่องไอ้พี่ดำปืนที่ชอบแกล้ง ส่วนไอ้เด็กเวรนรกนั่นก็ไม่ต้องเรียกเสียน่าเอ็นดูเพราะตัวจริงมันน่าเลาะเอ็นออกมาดูมากกว่า แล้วพี่ปุ้นน่ะเข้ารอบหัวจงหัวใจอะไรกัน ฉันแค่เล่าให้แกฟังว่าพี่เขาใจดีคอยช่วยเหลือฉันหลายครั้งก็เท่านั้น” “พี่

  • เทหน้าตักรักนางมารร้าย   เจ้าถิ่นทัก

    “ก็ต้องเส้นเมื่อกี้สิครับ เพราะมันเป็นทางลัดช่วงที่เปลี่ยวก็แค่ไม่กี่สิบเมตรเท่านั้นเอง พอเลี้ยวพ้นมุมมาก็ไม่เปลี่ยวแล้ว ปุ่นก็เห็น” “ทางลัดเมื่อกี้คงไม่ค่อยมีคนรู้จักใช่ไหมคะ ปุ่นไม่เห็นมีรถคันไหนผ่านมาเลย” พูดไปแล้วปุณยวีร์ก็ภาวนาให้อีกฝ่ายตอบกลับมาว่าใช่ ทว่า “ใครบอกล่ะครับ คนนิยมใช้มากต่างหาก นี่ถ้าปุ่นกับชินมาเร็วกว่านี้สักครึ่งชั่วโมงก็จะมีเพื่อนร่วมถนนหลายคันเลยล่ะ” เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มบอกเล่าให้ฟังก่อนจะหัวเราะน้อยๆ “อ้อ นอกจากเพื่อนร่วมถนนแล้วยังมีเจ้าถิ่นกระโดดลงจากต้นไม้มาทักทายด้วยนะ และก็เป็นไอ้เจ้านี่แหละที่เป็นปัญหาสำหรับพวกขาจรที่ไม่เคยผ่านเส้นนี้มาก่อน ถ้าจู่ๆ โดนทักขึ้นมาล่ะก็อาจจะช็อกได้” “พี่ปุ้นพูดแบบนี้ อย่าบอกนะคะว่าโดนเอ่อ… ทักจนชินแล้ว” “ก็ใช่สิครับ” ภควัตตอบรับหน้าตาเฉยราวกับว่าไอ้เจ้าอะไรสักอย่าง… ที่จู่ๆ ก็โผล่มาทักเขาเป็นสิ่งธรรมดาสามัญที่พบเห็นได้ทั่วไป ใครๆ เห็นแล้วก็ไม่รู้สึกหวาดผวา “อ้าว ทำไมมองหน้าพี่อย่างนี้ล่ะครับ มีเขาโผล่ขึ้นมาบนหัวพี่หรือไง” เขาถามกลั้วเสียงหัวเราะเมื่อหันมาเห็นสีห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status