Share

บทที่ 1 ดูตัว [100%]

last update Petsa ng paglalathala: 2026-10-07 13:15:24

หลังนั่งแท็กซี่กลับมาถึงบ้าน ชาลิสาก็เดินเข้าบ้านอย่างอ่อนล้า ตลอดทางกลับมา ถ้อยคำทิ้งท้ายของธีรุตม์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ซ้ำไปซ้ำมาจนยากจะสลัดออก

โชคดีที่เวลานี้ยังไม่มีใครกลับถึงบ้าน หญิงสาวจึงไม่ต้องคอยฝืนสีหน้าหรือหาคำตอบ หากถูกถามว่าการพบกันวันนี้เป็นอย่างไร

เธอเดินเข้าห้องนอน วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนจะยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเปิดกระเป๋าหยิบธนบัตรสีเทาใบนั้นออกมา

รอยยับบนธนบัตรยังคงอยู่

ชาลิสาใช้นิ้วค่อย ๆ รีดมันทีละรอยจนเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นจึงเปิดลิ้นชักโต๊ะอ่านหนังสือ หยิบกล่องเหล็กใบเล็กเก่า ๆ ที่เก็บอยู่ด้านในออกมา

เธอวางธนบัตรหนึ่งพันบาทลงในกล่อง ก่อนหยิบกระดาษแผ่นเล็กมาเขียนข้อความสั้น ๆ

“ค่ารถจากพี่ธีร์ วันที่ XX/XX/XX”

ปลายปากกาหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง

ชาลิสามองข้อความที่เพิ่งเขียน ก่อนพับกระดาษวางลงไปเคียงกับธนบัตร แล้วปิดฝากล่องอย่างแผ่วเบา

หญิงสาวนิ่งมองกล่องเหล็กในมืออยู่พักใหญ่ ก่อนเก็บมันกลับเข้าไปในลิ้นชักโต๊ะอ่านหนังสือตามเดิม

เมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ชาลิสาก็ยังอดรู้สึกไม่ได้ว่าทุกอย่างช่างเหนือความคาดหมายเหลือเกิน

เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะเป็นเขา...

ธีรุตม์คงจำเธอไม่ได้แล้ว สำหรับเขา การพบกันในวันนี้อาจเป็นเพียงครั้งแรกที่ได้รู้จักผู้หญิงคนหนึ่งอย่างเป็นทางการ แต่สำหรับชาลิสากลับไม่ใช่ เพราะใบหน้าของชายหนุ่มยังคงอยู่ในความทรงจำ และฝังลึกอยู่ในส่วนหนึ่งของหัวใจเธอมานานหลายปี

ก่อนออกจากบ้าน หญิงสาวเข้าใจเพียงว่ามารดาชวนมารับประทานอาหารกับอนงค์เท่านั้น ไม่เคยระแคะระคายมาก่อนว่าผู้ใหญ่ทั้งสองแอบจัดการนัดดูตัวเอาไว้โดยไม่บอกกล่าว และยิ่งไม่เคยคาดคิดว่าผู้ชายที่ถูกพามาให้รู้จักจะกลายเป็นธีรุตม์

เพราะอย่างนั้น ทันทีที่เห็นเขานั่งอยู่ตรงหน้า ชาลิสาจึงทั้งตกใจและทำตัวไม่ถูก

ตลอดเวลาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรเริ่มต้นพูดคุยกับเขาอย่างไร นอกจากไม่เคยผ่านการดูตัวมาก่อนแล้ว ชาลิสายังไม่เคยมีคนรักเลยสักครั้ง

ไม่ใช่ว่าไม่มีใครเข้ามาสนใจ ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมจนถึงตอนนี้ก็มีชายหนุ่มเข้ามาจีบอยู่หลายคน เพียงแต่ชาลิสาเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว อีกทั้งยังรู้ตัวเรื่องความรักช้ากว่าคนอื่นอยู่เสมอ หลายครั้งกว่าจะทันเข้าใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้เข้ามาหาเพราะอยากเป็นเพื่อน คนคนนั้นก็ถอดใจไปเสียก่อนแล้ว

เรื่องนี้ถึงกับกลายเป็นหัวข้อที่เพื่อนในกลุ่มหยิบมาล้อกันอยู่บ่อย ๆ ว่า หากรอให้ชาลิสารู้ตัวว่ากำลังถูกจีบ ผู้ชายคนนั้นก็คงมีแฟน แต่งงานมีลูกไปเรียบร้อยแล้ว

เสียงเคาะประตูดึงชาลิสาออกจากภวังค์ความคิด หญิงสาวหันไปมอง ก่อนประตูห้องจะเปิดออกพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้มของมารดา

“เป็นยังไงบ้างลูก วันนี้พี่ธีร์เขาถูกใจเอยไหม”

“เอ่อ...พี่ธีร์น่ารักดี สุภาพ แล้วก็คุยสนุกดีค่ะ”

ชาลิสาจำต้องพูดปดออกไป เมื่อเห็นแววตาคาดหวังบนใบหน้าของมารดา เธอไม่อยากเล่าว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยเฉพาะถ้อยคำที่ธีรุตม์ทิ้งไว้ก่อนเดินจากไป

ดูท่ามารดาจะประทับใจชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย หากรู้ว่าเขาปฏิบัติกับลูกสาวของตนอย่างไร คงทั้งผิดหวังและไม่สบายใจไปด้วย

เอาเถอะ...ในเมื่อธีรุตม์ประกาศชัดเจนถึงเพียงนั้นว่าไม่ต้องการพบเธออีก เรื่องปฏิเสธก็คงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขาไป อย่างไรเสีย เขาก็คงบอกมารดาของตัวเองในไม่ช้า

“แล้วพี่เขานัดเจอเอยอีกไหมลูก” ชุติมาถามต่ออย่างสนใจ

“ไม่ได้นัดอะไรกันหรอกค่ะแม่ แค่คุยกันเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เอง ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่าค่ะ”

ชุติมามองหน้าลูกสาวอย่างพิจารณา

“เอยไม่ชอบพี่เขาหรือลูก”

คำถามนั้นทำให้ชาลิสาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหลบสายตามารดา

“เพิ่งเจอกันครั้งแรกเองค่ะแม่ พี่เขาอาจจะไม่ชอบเอยก็ได้นะคะ” เธอฝืนยิ้มบาง ๆ “ถือเสียว่าได้รู้จักกันในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้องมหาวิทยาลัยเดียวกันก็พอค่ะ”

เมื่อเห็นสีหน้าของมารดาฉายแววผิดหวังอยู่เล็กน้อย ชาลิสาก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“แล้ววันนี้แม่ไปเจอเพื่อน ๆ เป็นยังไงบ้างคะ กลับมาเสียเย็นเลย”

“วันนี้มากันครบทีมเลยลูก นาน ๆ จะพร้อมหน้ากันที ก็คุยกันเพลิน อัปเดตเรื่องคนนั้นคนนี้กันไปเรื่อย” ชุติมาตอบอย่างอารมณ์ดี ก่อนนึกอะไรขึ้นมาได้ “อ้อ เดือนหน้าลูกสาวเพื่อนแม่คนหนึ่งจะแต่งงาน เขาเอาการ์ดมาเชิญด้วยนะ จัดงานที่ขอนแก่น พวกแม่ก็เลยคุยกันว่าจะไปด้วยกัน หลังงานแต่งก็เที่ยวต่ออีกสักวันแล้วค่อยกลับกรุงเทพฯ”

ชุติมาหันมาถามลูกสาว “เอยอยากไปกับแม่ไหมลูก”

“อยากไปสิคะ เดี๋ยวเอยขอลาพักร้อนไว้เลย”

หญิงสาวขยับเข้าไปกอดมารดาแน่น พลางซบศีรษะลงกับไหล่อย่างออดอ้อน

“ไปด้วยนะคะแม่ เอยอยากไปเที่ยวด้วย”

“จ้ะ ๆ โตแล้วยังอ้อนแม่เป็นเด็กอยู่ได้” ชุติมาหัวเราะเบา ๆ ก่อนยกมือลูบศีรษะลูกสาวอย่างเอ็นดู

ชุติมานึกย้อนไปถึงบทสนทนาระหว่างเธอกับอนงค์ ระหว่างนั่งรถไปพบกลุ่มเพื่อนด้วยกันเมื่อช่วงบ่าย

ตอนนั้นอนงค์เอ่ยปากทาบทามตรง ๆ ว่า หากเด็กทั้งสองเข้ากันได้ ก็อยากได้ชาลิสาไปเป็นลูกสะใภ้ ถึงขั้นพูดทีเล่นทีจริงว่าอยากมาขอลูกสาวของเธอให้ธีรุตม์เสียด้วยซ้ำ

แต่ชุติมาไม่ได้รีบร้อนรับปาก เพียงบอกเพื่อนไปว่า เรื่องของลูกก็ควรปล่อยให้ลูกเป็นคนตัดสินใจ อย่างน้อยให้ทั้งสองคนได้ทำความรู้จักและศึกษานิสัยใจกันไปสักระยะก่อน หากต่างฝ่ายต่างพึงพอใจกัน ค่อยพูดถึงเรื่องอนาคตก็ยังไม่สาย

ถึงอย่างนั้น ชุติมาก็ยอมรับกับตัวเองว่าเธอถูกใจธีรุตม์อยู่ไม่น้อย

แม้วันนี้ชายหนุ่มจะมีท่าทีเบื่อหน่ายให้เห็นอยู่บ้าง แต่เมื่ออนงค์แนะนำให้รู้จัก เขาก็ยังวางตัวสุภาพ พูดจามีสัมมาคารวะ และให้เกียรติเธอในฐานะผู้ใหญ่ อีกทั้งหน้าที่การงาน ฐานะ และพื้นฐานครอบครัวก็ล้วนมั่นคงเป็นหลักเป็นฐาน

หากวันหนึ่งชาลิสาจะเลือกใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิต คนเป็นแม่ก็คงสบายใจไม่น้อยหากผู้ชายคนนั้นมีคุณสมบัติเช่นธีรุตม์ อย่างน้อยก็เป็นคนที่รู้จักหัวนอนปลายเท้า รู้ว่ามาจากครอบครัวแบบไหน ทำงานอะไร และมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร

ย่อมทำให้เธอวางใจได้มากกว่าการเห็นลูกสาวไปคบหากับผู้ชายที่ไม่รู้จักพื้นเพ และต้องคอยกังวลว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนดีหรือร้ายเพียงใด

##########

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เธอคือรักครั้งสุดท้าย   บทที่ 3 ถลำไม่รู้ตัว [50%]

    ธีรุตม์จอดรถหน้าบ้านของชาลิสาซึ่งตั้งอยู่หลังสุดท้ายในซอย ทำให้บริเวณหน้าบ้านค่อนข้างเป็นส่วนตัวและสามารถจอดรถได้นานโดยไม่รบกวนเพื่อนบ้านหลังอื่นชายหนุ่มลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูให้คนที่นั่งอยู่ข้างคนขับ ทว่าเป็นจังหวะเดียวกับที่ชาลิสาเปิดประตูและก้าวลงมาพอดีระยะห่างที่เหลือเพียงนิดทำให้ทั้งคู่สบตากันโดยไม่ทันตั้งตัวชาลิสาเกิดอาการประหม่าขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เผลอยื่นมือไปเกาะแขนของธีรุตม์ไว้โดยไม่รู้ตัว“เอ่อ...ขอโทษด้วยค่ะ”หญิงสาวรีบปล่อยมือทันที ทว่าสัมผัสจากกล้ามเนื้อแข็งตึงใต้ฝ่ามือเมื่อครู่กลับทำให้เธอยิ่งทำตัวไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อชายหนุ่มยังยืนอยู่ใกล้เสียจนแทบชิดกับตัวรถชาลิสาก้มหน้าแล้วรีบเดินเข้าบ้าน ขณะที่ธีรุตม์เดินตามหลังมาอย่างไม่เร่งรีบเมื่อเข้ามาถึงห้องนั่งเล่น ชัยวัฒน์ บิดาของหญิงสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา ส่วนชุติมา มารดาของเธอกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ไม่ไกล“สวัสดีครับ”ธีรุตม์ยกมือไหว้ชัยวัฒน์และชุติมาอย่างนอบน้อม“ขอ

  • เธอคือรักครั้งสุดท้าย   บทที่ 2 ออกเดต [100%]

    หญิงสาวพยักหน้าโดยแทบไม่ต้องคิดที่ผ่านมาธีรุตม์ยังไม่เคยเจอผู้หญิงที่ออกเดตด้วยคนไหนเป็นฝ่ายขอไปกินปิ้งย่างมาก่อน ส่วนใหญ่ถ้าให้เลือก ก็มักเลือกร้านอาหารดี ๆ บรรยากาศหรูหน่อย หรือไม่ก็ร้านที่มีบาร์ มีดนตรีให้นั่งฟังสบาย ๆแต่คราวนี้ชาลิสาไม่คิดจะเกรงใจอีกแล้วไหน ๆ ชายหนุ่มก็น่าจะถูกมารดาบังคับให้มาหาเธอ และหลังจากวันนี้ทั้งคู่อาจไม่ได้เจอกันอีกก็ได้ แล้วเธอจะมัวรักษามารยาทด้วยการเลือกกินอะไรก็ได้ตามใจเขาไปทำไมเมื่อคืนเธอนั่งดูซีรีส์เกาหลี แล้วบังเอิญเจอฉากตัวละครกำลังกินปิ้งย่างกันอย่างเอร็ดอร่อย ภาพเนื้อย่างบนเตาร้อน ๆ ยังติดตาอยู่จนถึงตอนนี้ในเมื่ออยากกิน ก็จะกินส่วนเรื่องกลิ่นจะติดเสื้อ ติดผม...ก็ช่างมันสิ“เอาสิ แล้วมีร้านแนะนำไหม”เมื่อธีรุตม์ตอบตกลงง่าย ๆ ชาลิสาก็นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง“ตอนเดินเข้าห้าง เอยเห็นร้านหนึ่งอยู่ชั้นสอง ตรงหน้าทางเข้าที่จอดรถค่ะ มีทั้งแบบบุฟเฟต์แล้วก็แบบเป็นเซ็ต ไปลองร้านนั้นไหมคะ”ชายหนุ่มไม่ได้ตอบว่าอะไร เพียงเดินนำไปทางลิฟต์ ก่อนพาเธอลงไปยังชั้นสองและต

  • เธอคือรักครั้งสุดท้าย   บทที่ 2 ออกเดต [50%]

    ชาลิสาเดินเคียงข้างธีรุตม์ออกจากบ้านด้วยความรู้สึกที่ยังไม่หายแปลกใจดีนักก่อนหน้านี้ชายหนุ่มขับรถมารับเธอถึงบ้าน เข้าไปยกมือไหว้ทักทายบิดามารดาอย่างนอบน้อม ทั้งยังพูดคุยยิ้มแย้มเสียจนดูเป็นคนอัธยาศัยดี ก่อนจะเอ่ยปากขออนุญาตพาเธอออกไปดูหนังด้วยกันผิดกับผู้ชายเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่โยนเงินค่ารถไว้ให้ แล้วประกาศชัดว่าไม่อยากเจอเธออีกชนิดหน้ามือเป็นหลังมือทว่าทันทีที่ก้าวขึ้นรถและพ้นสายตาผู้ใหญ่ รอยยิ้มกับท่าทีช่างพูดช่างคุยเมื่อครู่ก็หายวับไปราวกับไม่เคยมีชาลิสาแอบเหลือบมองคนข้าง ๆ อยู่หลายครั้ง พลางนึกในใจว่า ผู้ชายที่เพิ่งนั่งยิ้มแย้มคุยกับพ่อแม่ของเธอเมื่อครู่คงถูกวิญญาณร้ายเข้าสิงไปชั่วขณะ ถึงได้กลายเป็นคนละคนกับธีรุตม์ที่กำลังนั่งตีหน้าขรึมอยู่หลังพวงมาลัยในตอนนี้ชายหนุ่มไม่พูดกับเธอสักคำ ซ้ำยังแทบไม่หันมามองหน้ากันตลอดทางจนกระทั่งรถแล่นมาจอดยังห้างสรรพสินค้าแห่งเดิม สถานที่ซึ่งเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน เธอกับเขาเคยนั่งรับประทานอาหารร่วมโต๊ะเดียวกันด้วยบรรยากาศไม่ต่างจากคนแปลกหน้าสองคนธีรุตม์ลงจากรถแล้วเดินนำเข้าไปในห้างโดยไม่คิดจะชะลอฝีเท้ารอ ชาลิสาจึงได้แต่เดินตามอยู่ด้านหลัง

  • เธอคือรักครั้งสุดท้าย   บทที่ 1 ดูตัว [100%]

    หลังนั่งแท็กซี่กลับมาถึงบ้าน ชาลิสาก็เดินเข้าบ้านอย่างอ่อนล้า ตลอดทางกลับมา ถ้อยคำทิ้งท้ายของธีรุตม์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ซ้ำไปซ้ำมาจนยากจะสลัดออกโชคดีที่เวลานี้ยังไม่มีใครกลับถึงบ้าน หญิงสาวจึงไม่ต้องคอยฝืนสีหน้าหรือหาคำตอบ หากถูกถามว่าการพบกันวันนี้เป็นอย่างไรเธอเดินเข้าห้องนอน วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนจะยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเปิดกระเป๋าหยิบธนบัตรสีเทาใบนั้นออกมารอยยับบนธนบัตรยังคงอยู่ชาลิสาใช้นิ้วค่อย ๆ รีดมันทีละรอยจนเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นจึงเปิดลิ้นชักโต๊ะอ่านหนังสือ หยิบกล่องเหล็กใบเล็กเก่า ๆ ที่เก็บอยู่ด้านในออกมาเธอวางธนบัตรหนึ่งพันบาทลงในกล่อง ก่อนหยิบกระดาษแผ่นเล็กมาเขียนข้อความสั้น ๆ“ค่ารถจากพี่ธีร์ วันที่ XX/XX/XX”ปลายปากกาหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่งชาลิสามองข้อความที่เพิ่งเขียน ก่อนพับกระดาษวางลงไปเคียงกับธนบัตร แล้วปิดฝากล่องอย่างแผ่วเบาหญิงสาวนิ่งมองกล่องเหล็กในมืออยู่พักใหญ่ ก่อนเก็บมันกลับเข้าไปในลิ้นชักโต๊ะอ่านหนังสือตามเดิมเมื่อนึกย้อนถึงเหต

  • เธอคือรักครั้งสุดท้าย   บทที่ 1 ดูตัว [50%]

    เสียงเปิดปิดฝาไฟแช็กทรงเหลี่ยมแบบคลาสสิกดังแกร๊ก ๆ แทรกอยู่ท่ามกลางเสียงจอแจของลูกค้าภายในร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองเสียงนั้นทำให้หญิงสาวผมหน้าม้าบาง ๆ ซึ่งเอาแต่ก้มหน้ามาตลอดเผลอเงยขึ้นมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ครั้นสบเข้ากับสายตาของอีกฝ่ายที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว เธอก็รีบหลุบตาลงด้วยความขวยเขิน“ชุจ๊ะ นี่ตาธีร์ ลูกชายของฉันเอง” อนงค์เอ่ยแนะนำลูกชายที่นั่งตีหน้านิ่งเจือแววเบื่อหน่ายอยู่ข้าง ๆ ให้ชุติมา เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยรู้จัก ก่อนจะแอบหยิกขาลูกชายใต้โต๊ะ พร้อมขยิบตาเป็นเชิงบอกให้เขาวางไฟแช็กในมือลงเสียทีธีรุตม์เหลือบมองมารดาเล็กน้อย ก่อนยอมวางไฟแช็กลงบนโต๊ะแต่โดยดี แล้วหันไปยกมือไหว้ชุติมาด้วยท่าทางนอบน้อมถึงจะเบื่อหน่ายกับการถูกมารดาหาเรื่องนัดดูตัวให้อยู่บ่อยครั้ง แต่เรื่องนั้นก็เป็นคนละเรื่องกับมารยาทที่พึงมีต่อผู้ใหญ่ ชายหนุ่มจึงคลี่ยิ้มกว้าง ก่อนเอ่ยทักทายเพื่อนของมารดาอย่างสุภาพ“สวัสดีครับป้าชุ”“ส่วนนี่น้องเอยจ้ะ ลูกสาวป้าชุ”อนงค์แนะนำห

  • เธอคือรักครั้งสุดท้าย   บทนำ

    ลำแสงจากไฟหน้ารถทอดยาวไปตามทาง ก่อนรถยนต์สีดำสัญชาติญี่ปุ่นระดับไฮเอนด์จะเคลื่อนเข้ามาจอดสนิทหน้าบ้านชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมคอไว้สองเม็ดก้าวลงจากเบาะหลัง กางเกงสแล็กส์สีดำเข้ารูปยิ่งขับให้รูปร่างสูงโปร่งดูเด่นชัด เขายืดตัวพลางบิดเอวไปมาสองสามครั้ง คลายความเมื่อยล้าหลังจากใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่บนเครื่องบิน ซ้ำยังต้องนั่งรถต่ออีกเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน“ลุงผันครับ ฝากช่วยยกกระเป๋าเข้าบ้านให้ผมด้วยนะครับ” พูดจบ ธีรุตม์ ฉัตรสุรัตน์ก็คว้ากระเป๋าเอกสารที่ใส่ไอแพดติดมือ ก่อนสาวเท้าเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็วเกือบสิบวันที่ต้องเดินทางไปสัมมนาต่างประเทศทำให้เขาคิดถึงน้องใบเตย ลูกสาววัยสองขวบจับใจ แม้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางจะยังไม่จาง แต่ทันทีที่กลับถึงบ้าน สิ่งแรกที่อยากทำคือไปเห็นหน้าลูกสาวตัวน้อยให้หายคิดถึงธีรุตม์วางกระเป๋าเอกสารลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น ก่อนจะตรงขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของลูกสาวทันทีทันทีที่เปิดประตูห้องลูกสาวเข้าไป ธีรุตม์ก็ต้องชะงัก เมื่อภายในห้องมีเพียงเตียงนอนว่างเปล่า อีกทั้งอากาศยังอบอ้าวราวกับไม่มีใครเข้ามาอยู่ในนี้พักใหญ่ความแปลกใจแล่นผ่านสีหน้า ก่อน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status