Mag-log inชาลิสาเดินเคียงข้างธีรุตม์ออกจากบ้านด้วยความรู้สึกที่ยังไม่หายแปลกใจดีนัก
ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มขับรถมารับเธอถึงบ้าน เข้าไปยกมือไหว้ทักทายบิดามารดาอย่างนอบน้อม ทั้งยังพูดคุยยิ้มแย้มเสียจนดูเป็นคนอัธยาศัยดี ก่อนจะเอ่ยปากขออนุญาตพาเธอออกไปดูหนังด้วยกัน
ผิดกับผู้ชายเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่โยนเงินค่ารถไว้ให้ แล้วประกาศชัดว่าไม่อยากเจอเธออีกชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ
ทว่าทันทีที่ก้าวขึ้นรถและพ้นสายตาผู้ใหญ่ รอยยิ้มกับท่าทีช่างพูดช่างคุยเมื่อครู่ก็หายวับไปราวกับไม่เคยมี
ชาลิสาแอบเหลือบมองคนข้าง ๆ อยู่หลายครั้ง พลางนึกในใจว่า ผู้ชายที่เพิ่งนั่งยิ้มแย้มคุยกับพ่อแม่ของเธอเมื่อครู่คงถูกวิญญาณร้ายเข้าสิงไปชั่วขณะ ถึงได้กลายเป็นคนละคนกับธีรุตม์ที่กำลังนั่งตีหน้าขรึมอยู่หลังพวงมาลัยในตอนนี้
ชายหนุ่มไม่พูดกับเธอสักคำ ซ้ำยังแทบไม่หันมามองหน้ากันตลอดทาง
จนกระทั่งรถแล่นมาจอดยังห้างสรรพสินค้าแห่งเดิม สถานที่ซึ่งเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน เธอกับเขาเคยนั่งรับประทานอาหารร่วมโต๊ะเดียวกันด้วยบรรยากาศไม่ต่างจากคนแปลกหน้าสองคน
ธีรุตม์ลงจากรถแล้วเดินนำเข้าไปในห้างโดยไม่คิดจะชะลอฝีเท้ารอ ชาลิสาจึงได้แต่เดินตามอยู่ด้านหลัง กระทั่งมาถึงชั้นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์ชื่อดัง ชายหนุ่มก็ยังไม่หันกลับมาดูสักครั้งว่าเธอยังตามมาหรือหลงหายไปไหนแล้ว
เขาเดินตรงไปยังตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ กดเลือกภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องหนึ่ง เลือกที่นั่งติดกันสองที่ ชำระเงิน แล้วรับตั๋วออกมาสองใบ
ทุกอย่างเสร็จสรรพโดยไม่ถามความคิดเห็นของคนที่เขาชวนมาด้วยแม้แต่คำเดียว
ธีรุตม์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปตั๋วหนังทั้งสองใบเก็บไว้ ก่อนหันมายื่นตั๋วใบหนึ่งให้เธอ
“คุณเข้าไปดูก่อน เดี๋ยวผมตามเข้าไป”
พูดจบก็ปล่อยมือจากตั๋วแล้วเดินจากไปทันที โดยไม่ทันมองด้วยซ้ำว่าชาลิสายังรับไว้ไม่ถนัด กระดาษแผ่นเล็กจึงร่วงลงกับพื้นต่อหน้าต่อตา
หญิงสาวก้มลงเก็บ ก่อนเงยหน้ามองตามแผ่นหลังของคนที่เดินห่างออกไปโดยไม่คิดจะเหลียวกลับมา
ชาลิสาถอนหายใจยาว
เธอแวะซื้อเครื่องดื่ม ก่อนเดินเข้าไปยังบริเวณโรงภาพยนตร์ ยื่นตั๋วให้พนักงานตรวจ แล้วเดินเข้าไปในโรงตามหมายเลขที่ระบุไว้
เมื่อหาที่นั่งเจอ หญิงสาวก็ทรุดตัวลงนั่ง วางเครื่องดื่มไว้ข้างตัว ก่อนทอดสายตามองจอภาพยนตร์เบื้องหน้าที่ยังฉายเพียงโฆษณา
ไม่รู้ว่าธีรุตม์หายไปไหน และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะกลับเข้ามาตามที่บอกจริงหรือเปล่า
ยิ่งคิด ชาลิสาก็ยิ่งนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า ตอนที่มารดาเข้ามาปลุกเธอตั้งแต่ยังไม่ทันลุกจากเตียง
“เอย ป้าอนงค์เขาโทรมาคุยกับแม่ บอกว่าอยากให้เอยไปดูหนังเป็นเพื่อนพี่ธีร์เขาหน่อยน่ะลูก”
ชาลิสาที่ตอนนั้นยังงัวเงียอยู่ถึงกับตื่นเต็มตา
“พี่ธีร์เหรอคะแม่”
“จ้ะ เห็นป้าอนงค์บอกว่าคราวก่อนพี่เขาลืมขอเบอร์โทรเอยไว้ เลยให้ป้าอนงค์โทรมาถามแม่ก่อนว่า วันนี้เอยสะดวกหรือเปล่า ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะลูก เดี๋ยวแม่ปฏิเสธป้าเขาให้”
ชาลิสานิ่งอึ้งไปชั่วครู่ พยายามประมวลผลสิ่งที่เพิ่งได้ยินจากปากมารดา
ก็ไหนบอกว่าไม่อยากเจอกันอีกแล้วไง...หรือที่แท้ไม่กล้าบอกแม่ตัวเองกันแน่
หญิงสาวลอบถอนหายใจ ก่อนเงยหน้าสบตากับมารดาที่กำลังมองเธอด้วยรอยยิ้มแจ่มใส สีหน้าของชุติมาปิดความดีใจไว้แทบไม่มิด ราวกับปลื้มอกปลื้มใจเหลือเกินที่ในที่สุดลูกสาวก็มีหนุ่มนัดออกเดตเสียที
“ได้ค่ะแม่ แม่กับป้าอนงค์นัดเวลากันมาแล้วกันค่ะ เอย...”
ยังไม่ทันพูดจบประโยค ชุติมาก็รีบปิดประตูห้องแล้วเดินจากไปเสียก่อน
ชาลิสาได้แต่มองบานประตูที่ปิดลงตรงหน้าอย่างงุนงง ไม่นานก็ได้ยินเสียงมารดาแว่วเข้ามาจากด้านนอก กำลังคุยโทรศัพท์กับอนงค์ด้วยน้ำเสียงสดใสเสียจนไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคนเป็นแม่กำลังดีอกดีใจแค่ไหน
จนกระทั่งภาพยนตร์เริ่มฉาย ธีรุตม์ก็ยังไม่โผล่เข้ามา
สิบนาทีผ่านไป...ยี่สิบนาทีผ่านไป...
ที่นั่งข้างกายยังคงว่างเปล่า ไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่บอกว่า ‘เดี๋ยวตามเข้าไป’
ชาลิสาเหลือบมองเก้าอี้ตัวนั้น ก่อนถอนหายใจเบา ๆ อย่างคนที่ทำใจไว้แล้ว
ก็ไม่ผิดจากที่คิดเท่าไรนัก
หญิงสาวเอนศีรษะพิงพนักเก้าอี้แล้วหลับตาลง ตัดสินใจใช้เวลาชั่วโมงกว่านี้งีบเอาแรงเสียยังจะดีกว่า เพราะเมื่อคืนก็นอนดึก แถมเช้านี้ยังถูกมารดาปลุกตั้งแต่เช้า หลังจากนั้นถึงพยายามกลับไปนอนต่อ แต่กลับข่มตาให้หลับสนิทไม่ได้
ในหัวมีแต่คำถามเดิมวนไปวนมา
ในเมื่อธีรุตม์ประกาศกับเธอชัดเจนตั้งแต่สัปดาห์ก่อนว่าไม่อยากเจอกันอีก แล้วทำไมเขาถึงไม่บอกแม่ตัวเองไปตรง ๆ ว่าไม่ต้องการสานสัมพันธ์ต่อ
แล้วเธอต้องทำอย่างไรกับเรื่องนี้?
คิดไปคิดมา ชาลิสาก็ได้คำตอบง่าย ๆ ให้ตัวเองในที่สุด
ไม่เห็นต้องทำอะไรเลยนี่ คนที่ไม่อยากคบไม่ใช่เธอเสียหน่อย
ในเมื่อธีรุตม์เป็นฝ่ายไม่ต้องการสานต่อ เขาก็ควรหาทางจัดการเรื่องนี้กับมารดาของตัวเอง จะด้วยวิธีไหนก็เป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่ปัญหาที่เธอต้องตามแก้ให้
เมื่อตกลงกับตัวเองได้ดังนั้น ชาลิสาก็ขยับตัวหาท่านั่งสบาย ๆ ก่อนหลับตาลงอีกครั้ง
ไหน ๆ ก็เสียค่าตั๋วมาแล้ว นั่งหลับตาตากแอร์เย็น ๆ ให้สบายใจดีกว่า...ถึงคนซื้อตั๋วจะไม่อยู่ดูด้วยก็เถอะ
เสียงจากภาพยนตร์ยังคงดังสลับกับเสียงกรีดร้องเป็นระยะ ขณะที่เวลาค่อย ๆ ผ่านไปโดยที่หญิงสาวยังคงหลับตานิ่งอยู่ในท่าเดิม
ธีรุตม์เหลือบมองคนข้างตัวที่นั่งหลับสบายราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาว ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย
ไปอดหลับอดนอนมาจากไหน ขนาดมีคนมานั่งข้าง ๆ ยังไม่รู้ตัวอีก
นี่ถ้ามีใครมาทำมิดีมิร้าย คงไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขา
ชายหนุ่มถอนหายใจ ก่อนหันกลับไปมองจอภาพยนตร์เบื้องหน้า
หนังสยองขวัญเสียงกรี๊ดลั่นโรงขนาดนี้ยังหลับลงได้อีก...
สักพัก ชาลิสาจึงขยับตัวเล็กน้อยเพื่อคลายความเมื่อยขบจากการนั่งอยู่ในท่าเดิมมานานเกือบชั่วโมง
อันที่จริงหญิงสาวรู้ตัวตั้งแต่ธีรุตม์เข้ามานั่งข้าง ๆ เมื่อไม่กี่นาทีก่อนแล้ว
เพียงแต่เธอเลือกที่จะแกล้งหลับต่อไป เพราะต่อให้ลืมตาขึ้นมา ชาลิสาก็นึกไม่ออกอยู่ดีว่าเธอกับเขาจะมีอะไรให้พูดคุยกัน
จนกระทั่งภาพยนตร์จบลงและเครดิตท้ายเรื่องเริ่มเลื่อนขึ้นบนจอ ชาลิสาจึงค่อย ๆ ขยับเปลือกตา ก่อนขยับตัวเล็กน้อย ทำทีราวกับเพิ่งตื่นจากการหลับใหล
หญิงสาวหันไปทางคนข้าง ๆ แล้วก็พบว่าธีรุตม์กำลังมองเธออยู่ก่อนแล้ว
“หนังจบแล้วเหรอคะ สนุกดีนะคะ” ชาลิสาพูดจบก็ส่งยิ้มบาง ๆ ให้เขา ราวกับตลอดเวลาที่ผ่านมานั่งดูหนังตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ได้หลับตาแทบตลอดทั้งเรื่อง
ธีรุตม์มองคนที่กล้าบอกว่าหนังสนุกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ได้เอ่ยทักท้วงอะไร
ชายหนุ่มลุกขึ้นจากที่นั่ง
“ไปทานข้าวกันต่อเถอะ ทานเสร็จแล้วผมจะพาคุณไปส่งบ้าน”
“ขอเป็นร้านปิ้งย่างเกาหลีได้ไหมคะ” ชาลิสาเอ่ยขึ้นทันทีที่ทั้งคู่เดินออกจากโรงภาพยนตร์
ธีรุตม์ชะงักฝีเท้า หันมามองเธอเหมือนไม่แน่ใจว่าตัวเองได้ยินถูกหรือเปล่า
“มันมีกลิ่นติดผมติดตัว คุณแน่ใจนะว่าจะกินปิ้งย่าง?”
ธีรุตม์จอดรถหน้าบ้านของชาลิสาซึ่งตั้งอยู่หลังสุดท้ายในซอย ทำให้บริเวณหน้าบ้านค่อนข้างเป็นส่วนตัวและสามารถจอดรถได้นานโดยไม่รบกวนเพื่อนบ้านหลังอื่นชายหนุ่มลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูให้คนที่นั่งอยู่ข้างคนขับ ทว่าเป็นจังหวะเดียวกับที่ชาลิสาเปิดประตูและก้าวลงมาพอดีระยะห่างที่เหลือเพียงนิดทำให้ทั้งคู่สบตากันโดยไม่ทันตั้งตัวชาลิสาเกิดอาการประหม่าขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เผลอยื่นมือไปเกาะแขนของธีรุตม์ไว้โดยไม่รู้ตัว“เอ่อ...ขอโทษด้วยค่ะ”หญิงสาวรีบปล่อยมือทันที ทว่าสัมผัสจากกล้ามเนื้อแข็งตึงใต้ฝ่ามือเมื่อครู่กลับทำให้เธอยิ่งทำตัวไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อชายหนุ่มยังยืนอยู่ใกล้เสียจนแทบชิดกับตัวรถชาลิสาก้มหน้าแล้วรีบเดินเข้าบ้าน ขณะที่ธีรุตม์เดินตามหลังมาอย่างไม่เร่งรีบเมื่อเข้ามาถึงห้องนั่งเล่น ชัยวัฒน์ บิดาของหญิงสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา ส่วนชุติมา มารดาของเธอกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ไม่ไกล“สวัสดีครับ”ธีรุตม์ยกมือไหว้ชัยวัฒน์และชุติมาอย่างนอบน้อม“ขอ
หญิงสาวพยักหน้าโดยแทบไม่ต้องคิดที่ผ่านมาธีรุตม์ยังไม่เคยเจอผู้หญิงที่ออกเดตด้วยคนไหนเป็นฝ่ายขอไปกินปิ้งย่างมาก่อน ส่วนใหญ่ถ้าให้เลือก ก็มักเลือกร้านอาหารดี ๆ บรรยากาศหรูหน่อย หรือไม่ก็ร้านที่มีบาร์ มีดนตรีให้นั่งฟังสบาย ๆแต่คราวนี้ชาลิสาไม่คิดจะเกรงใจอีกแล้วไหน ๆ ชายหนุ่มก็น่าจะถูกมารดาบังคับให้มาหาเธอ และหลังจากวันนี้ทั้งคู่อาจไม่ได้เจอกันอีกก็ได้ แล้วเธอจะมัวรักษามารยาทด้วยการเลือกกินอะไรก็ได้ตามใจเขาไปทำไมเมื่อคืนเธอนั่งดูซีรีส์เกาหลี แล้วบังเอิญเจอฉากตัวละครกำลังกินปิ้งย่างกันอย่างเอร็ดอร่อย ภาพเนื้อย่างบนเตาร้อน ๆ ยังติดตาอยู่จนถึงตอนนี้ในเมื่ออยากกิน ก็จะกินส่วนเรื่องกลิ่นจะติดเสื้อ ติดผม...ก็ช่างมันสิ“เอาสิ แล้วมีร้านแนะนำไหม”เมื่อธีรุตม์ตอบตกลงง่าย ๆ ชาลิสาก็นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง“ตอนเดินเข้าห้าง เอยเห็นร้านหนึ่งอยู่ชั้นสอง ตรงหน้าทางเข้าที่จอดรถค่ะ มีทั้งแบบบุฟเฟต์แล้วก็แบบเป็นเซ็ต ไปลองร้านนั้นไหมคะ”ชายหนุ่มไม่ได้ตอบว่าอะไร เพียงเดินนำไปทางลิฟต์ ก่อนพาเธอลงไปยังชั้นสองและต
ชาลิสาเดินเคียงข้างธีรุตม์ออกจากบ้านด้วยความรู้สึกที่ยังไม่หายแปลกใจดีนักก่อนหน้านี้ชายหนุ่มขับรถมารับเธอถึงบ้าน เข้าไปยกมือไหว้ทักทายบิดามารดาอย่างนอบน้อม ทั้งยังพูดคุยยิ้มแย้มเสียจนดูเป็นคนอัธยาศัยดี ก่อนจะเอ่ยปากขออนุญาตพาเธอออกไปดูหนังด้วยกันผิดกับผู้ชายเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่โยนเงินค่ารถไว้ให้ แล้วประกาศชัดว่าไม่อยากเจอเธออีกชนิดหน้ามือเป็นหลังมือทว่าทันทีที่ก้าวขึ้นรถและพ้นสายตาผู้ใหญ่ รอยยิ้มกับท่าทีช่างพูดช่างคุยเมื่อครู่ก็หายวับไปราวกับไม่เคยมีชาลิสาแอบเหลือบมองคนข้าง ๆ อยู่หลายครั้ง พลางนึกในใจว่า ผู้ชายที่เพิ่งนั่งยิ้มแย้มคุยกับพ่อแม่ของเธอเมื่อครู่คงถูกวิญญาณร้ายเข้าสิงไปชั่วขณะ ถึงได้กลายเป็นคนละคนกับธีรุตม์ที่กำลังนั่งตีหน้าขรึมอยู่หลังพวงมาลัยในตอนนี้ชายหนุ่มไม่พูดกับเธอสักคำ ซ้ำยังแทบไม่หันมามองหน้ากันตลอดทางจนกระทั่งรถแล่นมาจอดยังห้างสรรพสินค้าแห่งเดิม สถานที่ซึ่งเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน เธอกับเขาเคยนั่งรับประทานอาหารร่วมโต๊ะเดียวกันด้วยบรรยากาศไม่ต่างจากคนแปลกหน้าสองคนธีรุตม์ลงจากรถแล้วเดินนำเข้าไปในห้างโดยไม่คิดจะชะลอฝีเท้ารอ ชาลิสาจึงได้แต่เดินตามอยู่ด้านหลัง
หลังนั่งแท็กซี่กลับมาถึงบ้าน ชาลิสาก็เดินเข้าบ้านอย่างอ่อนล้า ตลอดทางกลับมา ถ้อยคำทิ้งท้ายของธีรุตม์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ซ้ำไปซ้ำมาจนยากจะสลัดออกโชคดีที่เวลานี้ยังไม่มีใครกลับถึงบ้าน หญิงสาวจึงไม่ต้องคอยฝืนสีหน้าหรือหาคำตอบ หากถูกถามว่าการพบกันวันนี้เป็นอย่างไรเธอเดินเข้าห้องนอน วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนจะยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเปิดกระเป๋าหยิบธนบัตรสีเทาใบนั้นออกมารอยยับบนธนบัตรยังคงอยู่ชาลิสาใช้นิ้วค่อย ๆ รีดมันทีละรอยจนเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นจึงเปิดลิ้นชักโต๊ะอ่านหนังสือ หยิบกล่องเหล็กใบเล็กเก่า ๆ ที่เก็บอยู่ด้านในออกมาเธอวางธนบัตรหนึ่งพันบาทลงในกล่อง ก่อนหยิบกระดาษแผ่นเล็กมาเขียนข้อความสั้น ๆ“ค่ารถจากพี่ธีร์ วันที่ XX/XX/XX”ปลายปากกาหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่งชาลิสามองข้อความที่เพิ่งเขียน ก่อนพับกระดาษวางลงไปเคียงกับธนบัตร แล้วปิดฝากล่องอย่างแผ่วเบาหญิงสาวนิ่งมองกล่องเหล็กในมืออยู่พักใหญ่ ก่อนเก็บมันกลับเข้าไปในลิ้นชักโต๊ะอ่านหนังสือตามเดิมเมื่อนึกย้อนถึงเหต
เสียงเปิดปิดฝาไฟแช็กทรงเหลี่ยมแบบคลาสสิกดังแกร๊ก ๆ แทรกอยู่ท่ามกลางเสียงจอแจของลูกค้าภายในร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองเสียงนั้นทำให้หญิงสาวผมหน้าม้าบาง ๆ ซึ่งเอาแต่ก้มหน้ามาตลอดเผลอเงยขึ้นมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ครั้นสบเข้ากับสายตาของอีกฝ่ายที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว เธอก็รีบหลุบตาลงด้วยความขวยเขิน“ชุจ๊ะ นี่ตาธีร์ ลูกชายของฉันเอง” อนงค์เอ่ยแนะนำลูกชายที่นั่งตีหน้านิ่งเจือแววเบื่อหน่ายอยู่ข้าง ๆ ให้ชุติมา เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยรู้จัก ก่อนจะแอบหยิกขาลูกชายใต้โต๊ะ พร้อมขยิบตาเป็นเชิงบอกให้เขาวางไฟแช็กในมือลงเสียทีธีรุตม์เหลือบมองมารดาเล็กน้อย ก่อนยอมวางไฟแช็กลงบนโต๊ะแต่โดยดี แล้วหันไปยกมือไหว้ชุติมาด้วยท่าทางนอบน้อมถึงจะเบื่อหน่ายกับการถูกมารดาหาเรื่องนัดดูตัวให้อยู่บ่อยครั้ง แต่เรื่องนั้นก็เป็นคนละเรื่องกับมารยาทที่พึงมีต่อผู้ใหญ่ ชายหนุ่มจึงคลี่ยิ้มกว้าง ก่อนเอ่ยทักทายเพื่อนของมารดาอย่างสุภาพ“สวัสดีครับป้าชุ”“ส่วนนี่น้องเอยจ้ะ ลูกสาวป้าชุ”อนงค์แนะนำห
ลำแสงจากไฟหน้ารถทอดยาวไปตามทาง ก่อนรถยนต์สีดำสัญชาติญี่ปุ่นระดับไฮเอนด์จะเคลื่อนเข้ามาจอดสนิทหน้าบ้านชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมคอไว้สองเม็ดก้าวลงจากเบาะหลัง กางเกงสแล็กส์สีดำเข้ารูปยิ่งขับให้รูปร่างสูงโปร่งดูเด่นชัด เขายืดตัวพลางบิดเอวไปมาสองสามครั้ง คลายความเมื่อยล้าหลังจากใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่บนเครื่องบิน ซ้ำยังต้องนั่งรถต่ออีกเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน“ลุงผันครับ ฝากช่วยยกกระเป๋าเข้าบ้านให้ผมด้วยนะครับ” พูดจบ ธีรุตม์ ฉัตรสุรัตน์ก็คว้ากระเป๋าเอกสารที่ใส่ไอแพดติดมือ ก่อนสาวเท้าเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็วเกือบสิบวันที่ต้องเดินทางไปสัมมนาต่างประเทศทำให้เขาคิดถึงน้องใบเตย ลูกสาววัยสองขวบจับใจ แม้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางจะยังไม่จาง แต่ทันทีที่กลับถึงบ้าน สิ่งแรกที่อยากทำคือไปเห็นหน้าลูกสาวตัวน้อยให้หายคิดถึงธีรุตม์วางกระเป๋าเอกสารลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น ก่อนจะตรงขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของลูกสาวทันทีทันทีที่เปิดประตูห้องลูกสาวเข้าไป ธีรุตม์ก็ต้องชะงัก เมื่อภายในห้องมีเพียงเตียงนอนว่างเปล่า อีกทั้งอากาศยังอบอ้าวราวกับไม่มีใครเข้ามาอยู่ในนี้พักใหญ่ความแปลกใจแล่นผ่านสีหน้า ก่อน







