“มากับ...”
“มากับผมเอง!”
ยังไม่ทันที่เมรีจะตอบก็พลันมีเสียงเข้มๆ ดังแทรกมาจากด้านหลังเสียก่อน
คนหน้าดุปนหยิ่งที่ตอนนี้กำลังทำหน้ายักษ์เดินฉับๆ ตรงเข้ามา โดยมีคู่หมั้นสาวเกาะแขนตามมาติดๆ เมรีแอบมองบนอย่างเซ็งจิต แต่ด้วยมารยาททางสังคมหญิงสาวจึงต้องข่มใจไม่ให้มีน้ำโห หันมาแนะนำตามมารยาท
“พ่อเลี้ยงภูคะ เมรีขอแนะนำให้รู้จักแขกของพี่สาธุค่ะ นี่คุณชิษณุกร น้องชายแท้ๆ ของพี่สาธุ แล้วนี่ก็คุณนันทิกา หรือพี่แนน เป็น ‘คู่หมั้นของเขา’ ค่ะ” เมรีแกล้งลงเสียงเน้นที่คำว่าคู่หมั้นของเขา ให้ใครบางคนไม่ลืมสถานะตัวเอง
“แล้วนี่ก็พ่อเลี้ยงภูตะวัน เป็นเจ้าของไร่ชาที่นี่ค่ะ”
“โธ่...พี่ก็นึกว่าน้องเมรีจะแนะนำพี่ว่าเป็นคนรู้ใจเสียอีก” คนหล่อแกล้งตัดพ้อ
เอ้า! หยอดเข้าไปพ่อ เห็นหน้ายักษ์ขมูขีนั่นไหม ดูเถอะ หน้าบึ้งแทบจะกินหัวกันอยู่แล้วเนี่ย แต่ใครสน!
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะพ่อเลี้ยง ไร่ชาของคุณสวยมากๆ เลยค่ะ แนนเดินเซลฟี่เพลินเลย” นันทิกาส่งยิ้มทำหน้าที่นางงามมิตรภาพ ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดคลี่คลายดีขึ้น
“ยินดีเช่นกันครับ เชิญคุณแนนกับแฟนตามสบายเลยนะครับ พวกเราคนกันเองทั้งนั้น ผมเป็นเพื่อนสนิทของเจ้าสาธุรู้จักกันมานาน ไปเที่ยวที่ไร่บ่อย ไหนๆ วันนี้พวกคุณก็แวะมาแล้ว งั้นให้ผมเป็นเจ้ามือเลี้ยงต้อนรับแขกของน้องเมรีดีกว่า ว่าไงครับ เลือกได้หรือยังว่าจะเอาเค้กอะไรดี ถ้าน้องเมรีเหมาหมดตู้ตอนนี้มีโปรแถมเจ้าของไร่ฟรีด้วยนะ สนใจไหม” หนุ่มไร่ชารูปงามหันไปหยอดทีเล่นทีจริง
โดยหารู้ไม่ว่าภาพนั้นช่างขัดหูขัดตาใครบางคนชะมัด
“พี่ชิษคะ...พี่ชิษ” นันทิกาหันไปมองหน้าคู่หมั้นหนุ่มอย่างสงสัย จนกระทั่งต้องกระตุกมืออีกฝ่ายเสียทีหนึ่ง นั่นแหละ เขาจึงยอมหันมา
“ครับ แนนว่าไงนะ”
“แนนยังไม่ได้ว่าอะไรค่ะ แค่จะถามว่าพี่ชิษอยากทานอะไรดีจะได้สั่งให้”
“อะไรก็ได้ พี่กินได้ทั้งนั้น” ปากตอบคู่หมั้นไปส่งๆ แต่ตากลับมองหนุ่มสาวตรงหน้าที่ช่วยกันเลือกเค้กสนุกสนานราวกับคู่รักอย่างไม่สบอารมณ์ คิดพาลในใจ
นี่คงเป็นหนึ่งในแคนดิเดตว่าที่คุณพ่อใหม่ของเด็กหญิงตัวน้อยนั่นสินะ เลือกได้ไม่เลว หมอนี่ทั้งหน้าตาดี แถมยังรวยเป็นถึงเจ้าของไร่ชาเสียด้วย ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด
แล้วนั่นจะขยันยิ้มไปไหน ปากจะฉีกถึงรูหูแล้วไหม เห็นแล้วมันน่าหงุดหงิดขัดนัยน์ตาชะมัด อยากไปหยิกแก้มขาวๆ ใสๆ นั่นให้หุบยิ้มเสียบ้าง
ซื้อเค้กแถมเจ้าของไร่ โปรอะไรของมันวะ เห่ยไปไหน
/////////////////////////////////////////////
แล้วคณะทัวร์ก็ได้แขกกิตติมศักดิ์มาร่วมวงเพิ่ม ภูตะวันเป็นคนคุยสนุกและรอบรู้โดยเฉพาะเรื่องที่เขาถนัดด้วยแล้ว ถือว่าชายหนุ่มเป็นคู่สนทนาที่น่าสนใจทีเดียว แต่นั่นไม่นับที่อีกฝ่ายคอยเอาอกเอาใจแม่ลูกหนึ่งอย่างเมรีจนน่าหมั่นไส้
“อุ๊ย! ชาเขียวมัทฉะปั่นนี่อร่อยจัง ไม่หวานมาก แต่หอมกลิ่นใบชาดีจัง” นันทิกาทำตาโต ชมไม่ขาดปาก
“ชาเขียวของที่นี่เราคัดแต่ชาสายพันธุ์ดีมีคุณภาพแถมยังเป็นชาออแกนิคแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ไร่ของเรามีแหล่งกำเนิดต้นน้ำตามธรรมชาติจากภูเขาสูงมาหล่อเลี้ยงทำให้ชาของเรามีรสชาติดีและหอม มาก ถ้าคุณแนนสนใจ ทางนั้นเรามีการสาธิตวิธีชงชาแบบดั้งเดิมให้ชมแล้วก็ชิมด้วยนะครับ หรือถ้าชอบชาอะไรก็บอกได้ เดี๋ยวผมให้เด็กจัดการให้ คุณแนนเป็นแขกของน้องเมรี ก็ถือว่าเป็นแขกของผมด้วย เราคนกันเอง...”
กึก! เคร้ง!
จู่ๆ ช้อนที่คนแก้วชาร้อนก็มีอันกระเด็นหลุดมือของแขกหนุ่มอีกคนหล่นพื้น จนเมรีต้องหันไปตำหนิคนซุ่มซ่ามด้วยสายตา
โมโหหึงคู่หมั้นหรือไง ดูทำหน้าเข้า แค่เขาคุยกันก็ออกอาการขนาดนี้ แล้วนี่จะกินหัวชาวบ้านไหมล่ะนั่น
“พ่อเลี้ยงภูคะ เค้กนี่อร่อยจังหอมมากด้วย คราวก่อนที่เมรีมาทำไมไม่เห็นมีเลย”
“อ๋อ...นั่นเค้กชาไทยน่ะครับ เขาเพิ่งทดลองทำออกมาวางขายไม่กี่วันก่อน แต่ยอดขายโอเคเลย คนชอบกันมาก ถ้าน้องเมรีชอบเดี๋ยวพี่สั่งให้เด็กใส่กล่องให้นะ”
“ได้ค่ะ แต่มีข้อแม้ว่าต้องคิดเงินนะคะ ไม่งั้นเมรีไม่เอาด้วย”
“โธ่...นานๆ น้องเมรีจะมาให้พี่เลี้ยงสักทีจะเป็นไร แค่นี้ขนหน้าแข้งพี่ไม่ร่วงหรอกน่า”
“ไม่ร่วงก็ดีค่ะ แต่เมรีกลัวพี่รจกับพี่สาธุจะว่า แล้วคราวหน้าเมรีคงไม่กล้ามาเที่ยวที่นี่แล้วเพราะเกรงใจเจ้าของไร่”
“งั้นเอาอย่างนี้สิครับ คราวหน้าพี่ไปหาที่ไร่พ่อเลี้ยงสาธุบ้าง แล้วน้องเมรีค่อยเลี้ยงคืนก็ได้ หรือว่าอยากไปที่อื่นก็บอก ถ้าเป็นน้องเมรีพี่ยอมทุ่มสุดตัวเลย...”
“แค่กๆ” จู่ๆ ชิษณุกรก็เกิดสำลักชาขึ้นมาเสียดื้อๆ
“ตายแล้วพี่ชิษ เป็นอะไรคะ” นันทิการีบลูบหลังลูบไหล่ให้คู่หมั้นหนุ่มอย่างเป็นห่วง
“ไม่รู้สิ สงสัยจะเลี่ยนชา คือปกติผมไม่ค่อยดื่มชาน่ะครับ ชอบกาแฟหรือไม่ก็...สาโทมากกว่า”
“สาโทเหรอคะ” นันทิกาฟังแล้วขมวดคิ้วสงสัย
เมรีกัดฟันแน่น ฉุนกึกเมื่อได้ยินเครื่องดื่มสุดแสลงใจ รู้แกวว่าอีกฝ่ายจงใจย้ำเตือนสิ่งที่เธออยากลืมแต่ลืมไม่ลง หากอีกใจก็แบบหวิว
เขาเองก็ยังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ แต่ทำไม...
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้โต้ตอบ ก็มีมือหนึ่งยื่นมาใกล้เสียก่อน กว่าจะรู้ตัวอีกทีปลายนิ้วอุ่นๆ ของพ่อเลี้ยงรูปงามก็ปาดไล้เศษครีมเค้กที่เลอะมุมปากออกให้เสียแล้ว
ตึง!ขาเม้าท์ทั้งฝูงสะดุ้งโหยง หันมองต้นเสียงกันเลิ่กลั่ก พอเห็นว่าเป็นใครต่างก็หน้าเสียไปตามๆ กัน“รับอะไรดีจ๊ะพ่อหนุ่ม” เจ้าของร้านเปลี่ยนสีหน้ายิ้มแย้มรับลูกค้าทันใด“น้ำเย็นขวดหนึ่งครับป้า”“ได้จ้ะ รอเดี๋ยวนะ”“นั่นไงๆ ผัวเก่ายัยเมรี หูย...หน้าอย่างกับมหาโจร หนวดเครางี้ครึ้มเชียว”คนถูกนินทายังคงวางหน้านิ่ง“หน้าโหดแบบนี้ไงเล่าถึงโดนเมียทิ้งหอบลูกหอบเต้าหนีไปกับผัวใหม่”กร๊อบบบบเสียงขวดน้ำดื่มในมือถูกบีบจนแตกยับเยินคามือ ก่อนที่ดวงตาดุเข้มปรายมองฝูงไฮยีนากระหายเลือดอย่างเย็นชาและเหี้ยมเกรียม“ขอโทษนะครับป้า ผมขอแก้ข่าวหน่อย”“จ๊ะ...กะ แก้ข่าวอะไรหรือพ่อหนุ่ม”“ผมชื่อชิษณุกร ไม่ใช่ผัวเก่าของเมรีลูกแม่สีดา แต่เป็นผัวคนปัจจุบัน และผัวคนเดียวของเธอต่างหาก อ้อ! แล้วน้องเวียงพิงค์นั่นก็ลูกผมเอง ไม่ใช่เด็กไม่มีพ่อที่ไหน แล้วถ้าใครอยากเสือก เอ๊ย! สงสัยอยากรู้อะไรก็ไปถามผมได้ทุกเมื่อที่ไร่พี่สาธุ แต่ถ้าผมได้ยินว่ามีคนปากหมามาว่าลูกเมียผมในทางไม่ดีหรือไม่จริงอีกล่ะก็ รอรับหมายศาลถึงบ้านเลยก็แล้วกัน งานนี้ผมรับคำขอโทษเป็นเงินสดหกหลักขึ้นเท่านั้น หวังว่าป้าๆ ทุกคนคงเข้าใจนะครับ”พอพูดจบ ความ
เขาคิดถึงและเป็นห่วงเธอจะแย่แล้ว ไหนจะคิดถึงลูกสาวตัวน้อยที่ไม่ได้เจอหน้าตั้งหลายวัน หลังจากวันนั้นที่เขาบอกกับแม่ของเธอว่าจะมาหาในวันรุ่งขึ้น แต่พอมาถึงนางสีดาก็บอกว่าเธอไปทำงานแล้ว และหลังจากนั้นมาเขาก็ไม่ได้พบหน้าเธอและลูกสาวอีกเลยคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากอีกฝ่ายต้องการหลบหน้ากัน แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ยังแอบมาส่องหน้าบ้านเธอทุกคืน ไม่ได้เห็นหน้าขอเห็นหลังคาก็ยังดีแต่วันนี้เขาต้องพบเธอให้ได้ ก่อนที่อกจะแตกตายเพราะความอัดอั้นที่มีจนมากล้น แต่พอชายหนุ่มไปถึงบ้านของเมรีก็พบว่ามันปิดเงียบเชียบเหมือนไม่มีคนอยู่“มีใครอยู่ไหมครับ” ชิษณุกรตะโกนเรียก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา และไม่ว่าจะเรียกอย่างไรก็ไม่มีใครขานตอบจากในบ้าน ไหนว่าลาป่วย หรือว่าอาการหนักจนต้องไปโรงพยาบาลยิ่งคิดก็ยิ่งห่วง รออยู่นานจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แน่ๆ ชายหนุ่มจึงยอมถอยไปตั้งหลักที่บ้านพี่ชาย แต่ทว่าตอนที่เขากำลังจะเข้าบ้านนั้นเอง ก็มีใครบางคนเดินสวนออกมาเสียก่อน“น้าสีดา น้าแผน”ชิษณุกรเผลอยิ้มออกมาอย่างดีใจ โดยไม่ทันสังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายที่ดูไม่ค่อยสู้ดีเท่าไร“ที่แท้ก็มาอยู่นี่เอง เมื่อกี้ผมไปหาที่บ้าน แต่เห็นปิดป
“สะดุดตกคันนามาน่ะแม่ ฉันมันโง่เองน่ะแม่ เดินไม่ระวัง ไม่สิจริงๆก็ระวังแล้วล่ะ แต่ก็ยังอุตส่าห์พลาดอีกจนได้” เมรียิ้มเยาะตัวเอง ทั้งที่ตอนนี้ขอบตาร้อนผ่าวแต่เธอพยายามสะกดกลั้นไม่ปล่อยให้ความรู้สึกที่กำลังเอ่อท้นล้นออกมาฟ้องความอ่อนแอให้ใครเห็นเธอไม่ต้องการให้พ่อแม่หรือใครต้องเป็นห่วงหรือสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น“พูดอะไรของแกน่ะ แม่งงไปหมดแล้ว”“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะแม่ อย่าสนใจเลย แล้วนี่เจ้าเวียงพิงค์ล่ะ ขึ้นนอนแล้วเหรอ”“อืม งอแงตั้งแต่หัวค่ำ บอกจะให้พาไปหาแกกับพ่อจ๋าที่ไร่โน้น แม่กับพ่อแกทั้งกล่อมทั้งปลอบอยู่ตั้งนานกว่าจะยอมนอนหลับได้”คำว่า ‘พ่อจ๋า’ ทำให้คนฟังสะอึก คงเป็นสายใยผูกพันทางสายเลือดที่ทำให้ลูกเธอติดเขา แม้ว่าจะพบกันไม่กี่หนลูกติดเขายังพออ้างได้ แต่เธอนี่สิหลงเชื่อเขาซ้ำๆ มากี่ครั้งกี่หนแล้วจะอ้างอะไรดี“งั้นฉันขึ้นไปดูลูกก่อนนะแม่”“อ้าว ไม่กินข้าวกินปลาก่อนเหรอ” คนเป็นแม่มองตามหลังแม่ลูกสาวที่เดินคอตกขึ้นบ้านไปเงียบๆ อย่างแปลกใจ“เป็นอะไรของมันไปอีกล่ะนั่น หรือว่า...”“เมรี! เมรี...” ยังไม่ทันได้คำตอบ ก็มีเสียงเรียกขึ้นที่หน้าบ้านอีกครั้ง“ใครกันมาตะโกนเรียกค่ำๆ มืดๆ” นางสีดา
“พี่ชิษคะ!”เสียงนั้นมีผลทำให้เลือดในกายของเมรีเย็นเฉียบเป็นน้ำแข็งทันใด เมื่อหันไปเห็นหญิงสาวที่ยืนจ้องมองมาที่เธอและชิษณุกรด้วยสายตากังขาระคนผิดหวัง“พี่แนน!”“น้องแนน มาตั้งแต่เมื่อไหร่” ชิษณุกรถามเสียงเรียบ แต่กลับไม่ยอมปล่อยมือของเมรีให้เป็นอิสระเขาทำตัวเป็นปกติไม่ได้เลิ่กลั่กหรือตกใจที่ต้องเผชิญหน้ากับว่าที่เจ้าสาว และที่สำคัญคือถูกเธอจับได้คาหนังคาเขาว่าจูงมือผู้หญิงอื่น ตรงข้ามกับเมรีที่ตอนนี้ใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะเกรงอีกฝ่ายจะพุ่งเข้ามาตบเธอล้างน้ำ“แนนมาถึงตั้งแต่บ่ายแล้วค่ะ ได้ยินว่าพี่ชิษไปถ่ายรายการกับน้องเมรีและพี่รจยังไม่กลับ ก็เลยมาดักรอที่นี่ แล้วนี่พี่ชิษกับน้องเมรีมาทำอะไรกันอยู่เหรอคะ” เสียงนั้นไม่ได้โวยวายหรือวีนเหวี่ยง แต่คำถามเรียบๆ นั่นกลับทำให้เมรีร้อนๆ หนาวๆ อย่างบอกไม่ถูก“พี่กับเมรี เรา...”“ไม่มีอะไรกันค่ะ” เมรีชิงตอบตัดหน้า “ที่จริงเราสองคนโดนรถที่ไปส่งทีมงานทิ้งไว้ที่แปลงนาสาธิต ก็เลยต้องเดินกลับมาด้วยกันเท่านั้น”“เมรี!” ชิษณุกรถลึงตามองคนข้างกายอย่างไม่เห็นด้วย เขาไม่กลัวสักนิดที่จะบอกความจริงกับนันทิกาหรือใครหน้าไหน ในเมื่อเขาตัดสินใจแล้วว่า
“จะแก้อะไรก็ช่าง ตอนนี้ปล่อยฉันก่อน”โรแมนติกเป็นบ้า มาง้อกันกลางแปลงนาที่มีแต่กลิ่นโคลนปลักควายเป็นพยานเนี่ยนะ เดี๋ยวเถอะ คนคงได้ลือไปทั้งหมู่บ้านอีกว่า อีเมรีให้ท่าจนผู้ชายจนจมปลักหาทางขึ้นไม่ได้ งามไส้ล่ะทีนี้เป็นอันว่าแผนการถ่ายทำรายการล่มไม่เป็นท่า ร้อนถึงรจนาในฐานะเจ้าของสถานที่ต้องเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์และรีบพาคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็คอาการ เพราะอิทธิกรตกจากหลังควายจนข้อเท้าพลิก และถลอกปอกเปิกเล็กน้อย ส่วนตัวต้นเหตุทั้งสองที่มัวแต่ทะเลาะกันก็ถูกทิ้งให้หาทางกลับไร่เอง เพราะคนอื่นๆ นั่งรถอีแต๋นกลับไปหมดแล้วเวลาต่อมา...“เมรี...รอพี่ก่อน”“ตามมาทำไมเนี่ย ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ” เมรีสะบัดเสียงใส่อย่างโมโหพลางเดินจ้ำอ้าวไปข้างหน้าไม่หยุด เนื้อตัวเปื้อนดินโคลนจนแห้งกรังดูไม่จืดเพราะตาบ้านี่คนเดียวที่ทำให้ชีวิตเธอพังไม่เป็นท่า แถมยังถูกทิ้งให้เดินกลับเองอีกต่างหากเมรีก็ยิ่งโกรธชิษณุกรหัวฟัดหัวเหวี่ยง ตอนนี้เธอต้องการอยู่คนเดียวเพื่อเรียกสติกลับมา แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ จนสุดท้าย กว่าจะรู้ตัวอีกทีเมรีก็มาหยุดอยู่ที่กลางทุ่งนารกร้างแห่งหนึ่งเสียแล้วห้างนาน้อยทรุดโทรม
ตูม!ดึงเขาไม่ขึ้นไม่ว่า แต่ตัวเธอดันเซถลาหน้าทิ่มลงไปในแปลงนาด้วยอีกคนแทน หญิงสาวยักแย่ยักยันลุกขึ้น ตัวจมเปียกน้ำเปื้อนดินโคลนแฉะๆ เลอะเทอะยิ่งกว่าคนที่ลงไปรอก่อนหน้าเสียอีก“ฮ่าๆ”ถึงทีหนุ่มชาวกรุงได้หัวเราะสภาพของแม่สาวบ้านนาที่ลงมาจับกบข้างๆ ตัวเขาอีกคนอย่างกลั้นไม่อยู่“คนบ้า! คุณจงใจแกล้งฉันใช่ไหม” เมรีแหวใส่อย่างลืมตัว เจ็บใจนัก เธอไม่ควรยื่นมือช่วยเขาเลย ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ ดูสิ อุตส่าห์แต่งตัวเสียสวยเช้ง แต่ตอนนี้น่ะเหรอ อย่าว่าแต่ความสวย เอาแค่พอดูได้ยังยากฮือ...หมดกัน“อย่ามาใส่ความกันสิ พี่ก็อยู่ของพี่เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย เธอต่างหากล้มลงมาหาพี่เองนะ เอาน่า...ทีนี้เราก็เป็นพวกเดียวกันแล้วไง อย่าโกรธเลยนะ”คำนั้นทำให้คนฟังปรี๊ดแตก เหลียวซ้ายแลขวาหาอาวุธ แต่ไม่เจอ เลยขยุ้มดินเหนียวเละๆ ได้ก็ปาใส่อีกฝ่าย แต่โชคดีที่เขาหลบทันดินนั่นเลยไปเข้าเบ้าหน้าของคนดวงซวยที่กำลังขี่ควายผ่านเข้ามาพอดีพลั่ก!“ว้ายยย แม่แหก!” เสียงร้องลั่นสะท้านทุ่ง ทำสองหนุ่มสาวตกใจหันไปมองด้านหลังพร้อมกันว้าย! แม่แหก...งั้นเหรอ!เมรีเบิกตาค้างมองใบหน้าอันหล่อเหลาของพระเอกในดวงใจเปื้อนโคลนเละไปแถบหนึ่ง