Share

กลับจวน

last update publish date: 2026-09-10 21:29:39

เกือบแล้ว...

เกือบถูกจับติดแล้ว!

ไป่มู่ชิงพ่นลมหายใจออกเฮือกใหญ่เมื่อก้าวออกจากตำหนักเฉียนชิงได้ มือที่กำแผ่นกระดาษไว้ล้วงเข้าไปซุกซ่อนไว้ในเสื้อตัวใน

“เหตุใดเสด็จพ่อถึงเรียกเจ้าเข้าเฝ้า”

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างหลังทำให้หญิงสาวสะดุ้ง รีบหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก่อนจะถลึงตามองอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าบุรุษใกล้ตายเจ้าของจวนชินหวังฝู่กำลังยืนอยู่เบื้องหลังนางด้วยใบหน้าถมึงทึง

“หม่อมฉัน...” ว่าไปแล้วก็เหลือบมองจางกุ้ยเฟยที่ยืนดูอยู่ห่างๆ “เสด็จพ่อเพียงแค่มอบของใช้พี่สามให้หม่อมฉันเพื่อคลายความคิดถึงเพคะ”

เอ่ยออกไปแล้วก็อยากยกมือตบปากตัวเองแรงๆ สักครั้ง แม้แต่แรงจะลุกนั่งฮ่องเต้ยังไม่สามารถกระทำได้ นับประสาอะไรกับการสนทนากับนางเรื่องพี่สามกัน!

และก็เป็นดังคาดเมื่อฉู่ซูเหยียนกระตุกยิ้มเหี้ยม

ทว่า...กลับไม่เอ่ยวาจากับนางแม้แต่ครึ่งคำ

“ท่านจะไปไหน”

ไป่มู่ชิงยื่นมือออกไปคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนอีกฝ่ายอย่างลืมตัวเมื่อเห็นว่าฉู่ซูเหยียนก้าวเดินออกตัวไปข้างหน้าเพื่อหวังจะเข้าไปภายในตำหนัก

“ท่านอ๋อง ช้าก่อนเถิด” จางกุ้ยเฟยที่มีสีหน้ากระอักกระอ่วนเอ่ยเรียกร่างสูงใหญ่พลางกุมมือทั้งสองไว้แน่น “ข้าเป็นผู้ให้คนนำตัวพระชายามาเอง”

ฉู่ซูเหยียนผ่อนลมหายใจ

“ข้าเพียงจะเข้าไปเยี่ยมเสด็จพ่อ”

“องค์รัชทายาทเพิ่งจะเข้าไป ท่านอย่าเพิ่งเข้าไปเลย”

ไป่มู่ชิงกระซิบข้างกายเขาเสียงเบา มองดูร่างสูงใหญ่ที่พยายามหยัดกายให้มั่นคงไว้ทั้งที่ใบหน้าซีดเซียวราวกระดาษแล้วก็ได้แต่เอือมระอาอยู่ในใจ หากเขามีปัญหากับฉู่เหวินหงจริงเขาก็ควรรอให้ร่างกายตัวเองแข็งแรงมากกว่านี้หน่อยเถิด!

ประโยคนั่นทำให้ฉู่ซูเหยียนชะงักงัน เม้มปากเข้าหากันแน่นอย่างครุ่นคิด ใจหนึ่งอยากจะเข้าไปดูอาการเสด็จพ่อ หากแต่อีกใจหนึ่งกลับไม่อยากให้องค์รัชทายาทเห็นเขาในสภาพไร้สิ้นเรี่ยวแรงเช่นนี้

“กลับจวน”

เสียงทุ้มห้าวเอ่ยออกมาคล้ายเป็นประโยคคำสั่ง แต่ถึงกระนั้นก็ทำให้ไป่มู่ชิงหยักหน้าหงึกหงัก เหลือบมองจางกุ้ยเฟยที่ยังมีแววตามิสู้ดี นางทำได้เพียงกล่าวลาแล้วเดินตามสามีจากไป

แต่ก่อนที่ทั้งสองร่างจะเดินมาถึงรถม้าของจวนชินหวังฝู่ที่จอดรออยู่ หญิงสาวก็เบิกตาโพลงเหมือนคิดอะไรขึ้นได้ จากนั้นจึงยกชายกระโปรงขึ้นสูง กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหยุดลงที่หน้าชายหนุ่ม

ฉู่ซูเหยียนหยุดฝีเท้าลง เพ่งมองนางด้วยความไม่ไว้วางใจ

ขี้ระแวงเป็นบ้า...

“หม่อมฉันอยากไปตำหนักที่พี่สามเคยอยู่ ท่านอ๋องพาหม่อมฉันไปได้หรือไม่เพคะ”

ถึงแม้จะรู้สึกหมั่นไส้กับท่าทีจ้องเขม็งราวกับนางเป็นตัวประหลาดแบบนั้น หากแต่ไป่มู่ชิงก็พยายามหลับหูหลับตาเสียข้างหนึ่ง ทอดน้ำเสียงคล้ายอ้อนวอนอยู่หลายส่วน

เมื่อไม่เห็นฉู่ซูเหยียนตอบ ดวงตากลมโตถึงได้ช้อนขึ้นมอง และพบว่านัยน์ตาพยัคฆ์ของเขายังคงจับจ้องมาที่นางอย่างคาดคั้นราวกับเป็นการเอ่ยถามโดยไร้สุ้มเสียง

ทำไม... สายตาเขาสื่อสารเช่นนั้น

“หม่อมฉันแค่อยากเห็นสถานที่ที่พี่สามเคยอาศัยอยู่ มิได้เชียวหรือเพคะ” ขณะที่พูดก็แสร้งตีหน้าเศร้า ริมฝีปากกระจับยังเบ้ออกน้อยๆ อีกด้วย!

“ตามมา”

ในที่สุดฉู่ซูเหยียนก็ตัดสินใจเอ่ยประโยคนั้นออกไป เปลี่ยนทิศทางจากรถม้าเดินนำเข้าไปในตำหนักส่วนในท่ามกลางสายตาอันไม่เข้าใจของหมางกั๋วและหลายๆ คนที่อยู่บริเวณนั้น

สองร่างเดินเคียงคู่กันเข้าไปในตำหนักส่วนใน ก่อนที่ภาพของตำหนักใหญ่โอ่อ่าหลังหนึ่งจะปรากฏเข้ามาในสายตา มองจากภายนอกแล้วตำหนักหลังนี้ถูกตกแต่งไว้ด้วยความเรียบง่าย มีต้นเหมยต้นใหญ่โดดเด่นอยู่อีกด้วย

“ตำหนักพระสนมไป่”

ฉู่ซูเหยียนอธิบายเสียงเรียบ ปล่อยให้คนข้างกายจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างตั้งใจ มิหนำซ้ำยังนึกไม่ถึงอีกด้วยว่าตัวเองกำลังลอบมองนางอย่างตั้งอกตั้งใจเช่นเดียวกัน

ไป่มู่ชิงระบายยิ้มออกมา อย่างน้อยๆ นางก็ได้รู้ว่าช่วงเวลาที่ไป่ลู่อี้อาศัยอยู่ที่นี่ นางได้รับความสะดวกสบายและความโปรดปรานจากฮ่องเต้มากเพียงใด

แต่แล้วดวงตาหวานก็แดงก่ำขึ้นเล็กน้อย ทำท่าจะเดินเข้าไปภายใน

“กราบทูลพระชายา ฝ่าบาททรงมีรับสั่งมิให้ผู้ใดเข้าไปภายในพ่ะย่ะค่ะ” เสียงของทหารนายหนึ่งที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ทรุดนั่งลงเบื้องหน้า

“แต่ข้าเป็น...”

“กลับกันเถิด”

ยังไม่ทันที่ไป่มู่ชิงจะได้เอ่ยจบประโยคด้วยซ้ำ ฉู่ซูเหยียนก็เดินเข้ามาหาพร้อมทั้งคว้าข้อมือเล็กเอาไว้ในอุ้งมือ แววตาดำมืดอย่างคาดเดาอารมณ์ไม่ออก

“เดิมทีหากพระสนมสิ้นพระชนม์ ตำหนักจะถูกปรับปรุงเพื่อนำมาใช้ต่อไป หากแต่ตำหนักหลังนี้เสด็จพ่อมีรับสั่งให้รักษาข้าวของภายในไว้ตามเดิม อีกทั้งยังสั่งห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปวุ่นวาย”

เป็นครั้งแรกที่ฉู่ซูเหยียนเอ่ยประโยคยาวๆ กับนาง

“แต่หม่อมฉัน...”

หากไม่เข้าไปแล้วจะหาเบาะแสต่อไปได้อย่างไร คิดได้เพียงในใจจนหัวคิ้วทั้งสองย่นเข้าหากัน

“กลับจวน”

คราวนี้เสียงของเขาถึงได้ดูแข็งขืนขึ้นมาบ้างทั้งที่ใบหน้าเริ่มดูไม่ดีเอาเสียเลย ร่างทั้งร่างก็โอนเอนราวกับจะพยุงตัวเองไม่ไหวอยู่แล้ว

‘หากอยู่ที่นี่นานอีกหน่อย ข้าจะไม่ไหวแล้วจริงๆ’

หญิงสาวลอบถอนหายใจก่อนจะพยักหน้ารับ เกิดเขาหมดสติที่ตรงนี้ ต้องสร้างเรื่องวุ่นวายแน่

“เพคะ”

ไหนๆ นางก็รู้ตำแหน่งของตำหนักแล้ว เอาไว้ต่อไปนางค่อยหาทางเข้ามาที่นี่ด้วยตนเองก็แล้วกัน...ถึงแม้ว่าหนทางจะดูลำบากจนคิดหาวิธีไม่ออกเลยก็ตามเถอะ!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ลงโทษนาง!

    แต่นางไม่มีเวลาแล้ว...ในที่สุดก็ตัดสินใจเหาะเหินเข้าไป ลักลอบเข้าไปในซอกหนึ่งก่อนจะถอดชุดบุรุษที่คลุมร่างออกอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นชุดนางกำนัลที่ใส่ไว้ภายในใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อเท่านั้น ตำหนักของพระสนมไป่ก็ปรากฏเข้ามาในสายตา หันซ้ายขวาก็ไม่เห็นมีใคร!ไหนฉู่ซูเหยียนบอกเอาไว้ว่าฝ่าบาทรับสั่งให้มีการเฝ้าตำหนักเอาไว้...ถึงแม้ความคิดจะผุดขึ้นมาเช่นนั้น หากแต่ร่างบอบบางก็เข้าไปภายในอย่างง่ายดายกว่าที่คาดการณ์ พยายามสอดส่องไปรอบๆ จนกระทั่งเห็นของบางอย่างประกายแวววับอยู่ใต้ต้นเหมย มีผืนหญ้ายาวๆ ปกคลุมอยู่“ปิ่นของใคร”ไป่มู่ชิงพึมพำกับตัวเอง หยิบปิ่นทองคำสลักลวดลายบุปผาขึ้นมาดูแล้วซุกซ่อนไว้ในเสื้อตัวในอย่างเงียบๆ ย่างเข้าไปใกล้ประตูตำหนักที่ถูกลงกลอนเอาไว้ยิ่งเห็นแล้วก็ยิ่งทวีความสงสัย โซ่ที่คล้องเอาไว้มิได้ล็อกกุญแจ แบบนี้หากต้องการจะเข้าไปก็ไม่ใช่เรื่องยากมือเล็กพยายามปรับสายตาให้เข้ากับความมืด ปลดโซ่ที่พันธการประตูออกก่อนจะเปิดเข้าไปอย่างรวดเร็วหมับ!ฟิ้วว!!“อื้อ!”จู่ๆ ร่างเล็กก็ถูกกอดรัดจากข้างหลัง มือหยาบข้างหนึ่งปิดปากนางไว้แน่นพร้อมกับลากตัวนางออกไปจากตำหนัก เมื่อนางดิ้นรนหนักเ

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ลักลอบเข้าตำหนัก

    ‘คนยืนพูดไม่ปวดเอว’“มิเป็นนางย่อมมิเข้าใจหรือ”ไป่มู่ชิงพึมพำออกมาเสียงเบา ข้อความบนแผ่นกระดาษที่จางกุ้ยเฟยเขียนให้นางมีเพียงเท่านี้จริงๆแต่นั่นกลับทำให้หัวคิ้วทั้งสองขมวดติดกันแน่น ในใจรู้สึกเชื่อมั่นไปมากกว่าครึ่งว่าจางกุ้ยเฟยย่อมต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของไป่ลู่อี้อย่างแน่นอนหญิงสาวสลัดความคิดทั้งหมดออกจากหัวก่อนจะสอดมือเข้าไปใต้หมอน หยิบเอากระดาษแผ่นที่ได้จากตำหนักเฉียนชิงออกมา คราวนี้ถึงได้มีสีหน้าไม่สบายใจเป็นทวีคูณลายมือที่ปรากฏอยู่ในกระดาษสวยงามทั้งคู่ ทว่ากลับมิใช่ลายมือเดียวกัน...แล้วตกลงจางกุ้ยเฟยเป็นคนดีหรือร้ายกันแน่!ไป่มู่ชิงพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ทิ้งตัวลงบนพื้นเตียงในขณะที่หลี่หยู่นิ่วหน้า“พระชายา...”“ข้าคิดว่าข้าต้องหาโอกาสเข้าไปที่ตำหนักพี่สามสักครั้ง”“พระชายาจะเข้าไปได้อย่างไรกัน การเข้าวังแต่ละครั้งมิใช่เรื่องง่าย มิหนำซ้ำท่านอ๋องยังมิเคยมีท่าทีโปรดปรานท่านเลย”ไป่มู่ชิงขบกัดริมฝีปาก นิ้วก็เคาะลงบนเตียงอย่างครุ่นคิด“หากเข้าไปอย่างถูกต้องมิได้ เราก็อย่าให้ผู้ใดรู้สิ”----------------------------------------------------------หลายชั่วยามแล้ว ก็ยังมิมีผู้

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   พระชายาคงไม่มีความลับต่อสามี

    “เข้าวัง...เข้าวัง...เข้าวัง”เสียงเล็กแหลมคล้ายเด็กทารกพูดอ้อแอ้นั่นทำให้ไป่มู่ชิงที่กำลังจะเตรียมตัวกระโดดลงหันขวับมามอง เห็นหลานเซ่อกำลังอ้าปากพร้อมกับมีเสียงดังขึ้นเป็นจังหวะนั่นแล้วก็ได้แต่เบิกตาโตนกแก้วหรือ สีแบบนี้จะใช่มาคอร์หรือเปล่า ในโลกอนาคตนกแก้วชนิดนี้ราคาค่อนข้างสูง นางควรเปลี่ยนใจนำกลับไปเลี้ยงดีหรือไม่!“พระชายาเพคะ มีคนกำลังมา”ยังไม่ทันที่จะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น เสียงของหลี่หยู่ก็ดังขึ้น เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก“ข้ารู้แล้ว” ไป่มู่ชิงร้องตอบ เหลือบมองหลานเซ่อที่เอียงคอมอง “หลานเซ่อ เจ้าเองก็รักษาตัวให้ดีก็แล้วกัน ข้าไปล่ะ”พูดจบก็กระโดดตุ๊บลงมาเบื้องล่าง“หยู่เอ๋อร์ ก่อนหน้านี้เจ้าเคยพูดเรื่องเข้าวังให้หลานเซ่อได้ยินบ้างหรือไม่”หลี่หยู่เบิกตากว้างก่อนจะละล่ำละลั่กตอบเสียงเบา“หม่อมฉันเพียงพูดออกมาลอยๆ เท่านั้นเพคะ ว่าจะช่วยพระชายาหาทางเข้าวังได้อย่างไร” ว่าแล้วก็ยิ้มแห้ง แต่ถึงกระนั้นในใจก็ยังเต็มไปด้วยความสงสัย “มีอันใดหรือไม่เพคะ”“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก”ไป่มู่ชิงโบกมือไหวเมื่อเห็นผู้คนราวๆ หกคนกำลังเดินตรงมาทางนี้ก่อนที่นัยน์ตากลมโตจะเคลือบแคลงสงสัยเหตุใดจางกุ้

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   เข้าวัง...เข้าวัง...เข้าวัง

    “ท่านอ๋องไหวหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”หมางกั๋วเอ่ยถามอย่างระมัดระวังเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีน้ำตาลเข้มเดินออกมาจากห้องโถงใหญ่ของวังหลวงที่ใช้สำหรับประชุมขุนนาง“อืม”หลังจากฮ่องเต้ประชวรได้เพียงสองวัน จู่ๆ องค์รัชทายาทซึ่งมีอำนาจสั่งการแทนฮ่องเต้ได้เจ็ดในสิบส่วนก็เรียกประชุมขุนนางขึ้นกะทันหันเพื่อเรียกเก็บภาษีพ่อค้าเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งส่วนเหตุผลที่เรียกตัวกระชั้นชิดเช่นนี้เป็นไปได้สูงที่ฉู่เหวินหงคิดว่าเขาได้รับพิษจนมิสามารถเข้าร่วมประชุมเพื่อขัดขวางผลประโยชน์ได้‘พิษในตัวท่านอ๋องยังมิได้ถูกกำจัด เพียงแค่ถูกระงับไว้เท่านั้น ทำให้อาการสามารถกำเริบขึ้นมาได้อีกพ่ะย่ะค่ะ’เสียงของหมออู๋ยังดังก้องไปทั่ว พิษที่เขากินเข้าไปนั่นหาได้เป็นพิษรุนแรงจนมิสามารถขับออกได้ หากแต่เขาถูกรักษาไม่ครบถ้วนทุกกระบวนการต่างหาก พิษนั่นถึงมิได้สลายไปอย่างถาวรหลังจากที่หมออู๋รักษาเขาเพียงมิกี่ชั่วยาม ร่างกายที่หมดเรี่ยวแรงก็ฟื้นคืนกลับมาอย่างน่าประหลาด มิมีร่องรอยของการได้รับพิษเลยแม้แต่น้อยฉับพลันนัยน์ตาพยัคฆ์ก็เคลือบไปด้วยความมืดราวห้วงรัตติกาล...ที่แท้แล้วหมอหลวงหลิวมีใจภักดีต่อองค์รัชทายาทไปแล้ว ไม่รู้ด้วยซ

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   หนังสือสั่งเสีย

    ตลอดทางกลับจวนชินหวังฝู่ ไป่มู่ชิงลอบสังเกตอากัปกิริยาของฉู่ซูเหยียนที่เอาแต่นั่งหลับตาพิงหน้าต่างไม้ตลอดทาง ไร้ซึ่งแววตาและน้ำเสียงที่คอยข่มขู่นางเช่นเคยหญิงสาวยกมือกอดอก ฮัมเพลงเบาๆนอนหลับนิ่งๆ อยู่แบบนี้ ก็น่ารักเหมือนกันแฮะ!“สิ้นฤทธิ์แล้วสิท่า!”ทันทีที่รถม้าหยุดลงที่หน้าจวนชินหวังฝู่ บุรุษที่นางคิดว่ากำลังโบยบินอยู่ในความฝันกลับลืมตาโพลงขึ้นมาพร้อมๆ กับไป่มู่ชิงที่ใบหน้าเหวอหวา ถ้าเขารู้ตัวเร็วขนาดนี้ก็แสดงว่าไม่ได้หลับ สิ่งที่นางกล่าวออกไปเมื่อครู่เขาจะได้ยินหรือไม่!เอาจริงๆ ก็ไม่อยากจะปลอบใจตัวเองนัก...หญิงสาวก้มหน้าลงลอบถอนลมหายใจ หรี่ตามองเขาเล็กน้อยฉู่ซูเหยียนเหลือบมองร่างบอบบางพลางเค้นเสียงในลำคอขึ้นครั้งหนึ่ง เรื่องที่นางเอ่ยวาจาหมิ่นเขาเมื่อครู่เขาได้ยินเต็มสองหู หากแต่ตอนนี้เขาไม่มีแรงมากพอที่จะลงโทษนาง“เชิญเสด็จพ่ะย่ะค่ะ”ประตูรถม้าถูกเปิดออกพร้อมๆ กับปรากฏร่างของหมางกั๋วที่รอรับเจ้านายของตนเองอยู่เบื้องล่างฉู่ซูเหยียนพยายามควบคุมลมปราณเดินลงไปอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าพิษที่ได้รับเข้าไปจะยังถูกกำจัดออกไม่หมด“ถวายพระพรเพคะท่านอ๋อง”เสียงของหลิวอี้ถ่งดังขึ้นด้านข

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   กลับจวน

    เกือบแล้ว...เกือบถูกจับติดแล้ว!ไป่มู่ชิงพ่นลมหายใจออกเฮือกใหญ่เมื่อก้าวออกจากตำหนักเฉียนชิงได้ มือที่กำแผ่นกระดาษไว้ล้วงเข้าไปซุกซ่อนไว้ในเสื้อตัวใน“เหตุใดเสด็จพ่อถึงเรียกเจ้าเข้าเฝ้า”เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างหลังทำให้หญิงสาวสะดุ้ง รีบหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก่อนจะถลึงตามองอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าบุรุษใกล้ตายเจ้าของจวนชินหวังฝู่กำลังยืนอยู่เบื้องหลังนางด้วยใบหน้าถมึงทึง“หม่อมฉัน...” ว่าไปแล้วก็เหลือบมองจางกุ้ยเฟยที่ยืนดูอยู่ห่างๆ “เสด็จพ่อเพียงแค่มอบของใช้พี่สามให้หม่อมฉันเพื่อคลายความคิดถึงเพคะ”เอ่ยออกไปแล้วก็อยากยกมือตบปากตัวเองแรงๆ สักครั้ง แม้แต่แรงจะลุกนั่งฮ่องเต้ยังไม่สามารถกระทำได้ นับประสาอะไรกับการสนทนากับนางเรื่องพี่สามกัน!และก็เป็นดังคาดเมื่อฉู่ซูเหยียนกระตุกยิ้มเหี้ยมทว่า...กลับไม่เอ่ยวาจากับนางแม้แต่ครึ่งคำ“ท่านจะไปไหน”ไป่มู่ชิงยื่นมือออกไปคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนอีกฝ่ายอย่างลืมตัวเมื่อเห็นว่าฉู่ซูเหยียนก้าวเดินออกตัวไปข้างหน้าเพื่อหวังจะเข้าไปภายในตำหนัก“ท่านอ๋อง ช้าก่อนเถิด” จางกุ้ยเฟยที่มีสีหน้ากระอักกระอ่วนเอ่ยเรียกร่างสูงใหญ่พลางกุมมือทั้งสองไว้แน่น “ข้าเป็นผู้ใ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status