Inicio / รักโบราณ / เปิ่นหวางเฟย 八王妃 / เข้าวัง...เข้าวัง...เข้าวัง

Compartir

เข้าวัง...เข้าวัง...เข้าวัง

last update Fecha de publicación: 2026-09-11 23:03:12

“ท่านอ๋องไหวหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

 

หมางกั๋วเอ่ยถามอย่างระมัดระวังเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีน้ำตาลเข้มเดินออกมาจากห้องโถงใหญ่ของวังหลวงที่ใช้สำหรับประชุมขุนนาง

 

“อืม”

 

หลังจากฮ่องเต้ประชวรได้เพียงสองวัน จู่ๆ องค์รัชทายาทซึ่งมีอำนาจสั่งการแทนฮ่องเต้ได้เจ็ดในสิบส่วนก็เรียกประชุมขุนนางขึ้นกะทันหันเพื่อเรียกเก็บภาษีพ่อค้าเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งส่วน

 

เหตุผลที่เรียกตัวกระชั้นชิดเช่นนี้เป็นไปได้สูงที่ฉู่เหวินหงคิดว่าเขาได้รับพิษจนมิสามารถเข้าร่วมประชุมเพื่อขัดขวางผลประโยชน์ได้

 

‘พิษในตัวท่านอ๋องยังมิได้ถูกกำจัด เพียงแค่ถูกระงับไว้เท่านั้น ทำให้อาการสามารถกำเริบขึ้นมาได้อีกพ่ะย่ะค่ะ’

 

เสียงของหมออู๋ยังดังก้องไปทั่ว พิษที่เขากินเข้าไปนั่นหาได้เป็นพิษรุนแรงจนมิสามารถขับออกได้ หากแต่เขาถูกรักษาไม่ครบถ้วนทุกกระบวนการต่างหาก พิษนั่นถึงมิได้สลายไปอย่างถาวร

 

หลังจากที่หมออู๋รักษาเขาเพียงมิกี่ชั่วยาม ร่างกายที่หมดเรี่ยวแรงก็ฟื้นคืนกลับมาอย่างน่าประหลาด มิมีร่องรอยของการได้รับพิษเลยแม้แต่น้อย

 

ฉับพลันนัยน์ตาพยัคฆ์ก็เคลือบไปด้วยความมืดราวห้วงรัตติกาล...

 

ที่แท้แล้วหมอหลวงหลิวมีใจภักดีต่อองค์รัชทายาทไปแล้ว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบัดนี้อาการที่ทรุดลงของฮ่องเต้ หมอหลวงหลิวจะมีส่วนด้วยหรือไม่

 

“หมออู๋ส่งข่าวมาแล้วหรือยัง”

 

“อีกสองรัตติกาลหมออู๋จะนำของที่พระองค์ต้องการมาถวายพ่ะย่ะค่ะ”

 

“ดี” ฉู่ซูเหยียนพยักหน้ารับก่อนที่จะถามเสียงเย็น “พระชายาเป็นอย่างไรบ้าง”

 

ประโยคนั้นหาใช่ความเป็นห่วง หากแต่ต้องการรู้ความเคลื่อนไหวของนางต่างหาก!

 

“ระหว่างที่ท่านอ๋องประชุม พระชายาเหาะขึ้นต้นไม้หน้าเรือนเซียงอี้ราวๆ หนึ่งเค่อพ่ะย่ะค่ะ” หมางกั๋วรายงานน้ำเสียงฉะฉาน ก่อนที่จะร้องอ๋อขึ้นเบาๆ เมื่อคิดอะไรขึ้นได้ “พระสนมกุ้ยเฟยเดินทางไปที่จวนชินหวังฝู่ตั้งแต่ยามเฉิน7พ่ะย่ะค่ะ”

 

“เหาะ?”

 

ทวนคำเสียงเบา ในขณะที่แววตาประกายวาบ เรื่องที่นางมีวรยุทธนั้น อันที่จริงเขารู้ตั้งแต่วันที่ขบวนเสด็จของนางเข้าเมืองถงเยว่มา ตั้งแต่วันที่นางถูกลอบทำร้ายแล้ว

 

“เหมือนพระชายาต้องการซุกซ่อนของบางอย่างไว้บนนั้นพ่ะย่ะค่ะ”

 

สิ้นประโยคฉู่ซูเหยียนขบกรามติดกันแน่นอย่างใช้ความคิด เหตุใดสตรีผู้นั้นถึงต้องขึ้นไปบนต้นไม้ นางต้องการหลบซ่อนอะไรกันแน่ ส่วนจางกุ้ยเฟยเองก็ดูมีเรื่องปิดบังเขา แต่กลับเปิดเผยต่อไป่มู่ชิงผู้นั้น มิหนำซ้ำยังเลือกเวลาที่เขาไม่อยู่จวนเพื่อไปสนทนากับนางอีกต่างหาก

 

หรือที่แท้แล้วพระสนมกุ้ยเฟยเองก็มิสามารถไว้วางใจได้เช่นกัน

 

“ท่านอ๋องจะเสด็จไปตำหนักเฉียนชิงก่อนหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

 

ฉู่ซูเหยียนโคลงศีรษะเล็กน้อยเป็นคำตอบ แม้เขาไปตอนนี้ก็หาได้มีประโยชน์อันใด รอให้หมออู๋นำสิ่งที่เขาต้องการมาก่อนเถิด

 

คิดได้เช่นนั้นแล้วก็สะบัดเสื้อคลุมยาวจนพลิ้วไหว เอ่ยเสียงเข้มแฝงความร้อนรนอยู่บ้าง

 

“รีบกลับจวน”

 

ร่างสูงใหญ่ที่ก้าวห่างออกไปทำให้คนที่ลอบมองดูอยู่ไกลๆ ขบกรามแน่น ดวงตาแดงช้ำเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธอย่างเห็นได้ชัด

 

ซูเสี่ยนเอื้อมมือแตะท่อนแขนอีกฝ่ายเบาๆ 

 

“ระงับโทสะก่อนเถิดเพคะ”

 

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดอ๋องแปดถึงได้ดีขึ้นเร็วนัก”

 

ไม่ว่าเปล่ายังกำหมัดเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เรื่องที่ต้องการจะเรียกเก็บภาษีในปีนี้เขาได้หารือกับพวกขุนนางที่ต้องการผลประโยชน์บางส่วนแล้ว หากในวันนี้ฉู่ซูเหยียนไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ เสียงที่มีมากกว่าย่อมทำให้สำเร็จดังใจหมาย

 

หากแต่เมื่ออ๋องแปดเข้ามาขัดขวาง ก็ยังมีขุนนางที่มีสิทธิ์ออกเสียงอีกประเภทหนึ่งที่มิได้อยู่ข้างเขา

 

ซูเสี่ยนถอนหายใจออกมาเบาๆ กล่าวเสียงเบา

 

“ฝ่าบาท เรื่องภาษีนั้นเราเอาไว้จัดการคราวหลังได้ แต่ตอนนี้มีเรื่องหนึ่งที่มิสามารถรอได้แล้วเพคะ หม่อมฉันคิดอยู่นานว่าควรบอกกล่าวแก่พระองค์ดีหรือไม่”

 

ฉู่เหวินหงได้ยินดังนั้นแล้วจึงเบือนสายตามายังคนข้างกาย

 

“มีเรื่องอันใด”

 

“เมื่อวานนี้นางกำนัลของหม่อมฉันเห็นพระชายาอ๋องแปดไปที่ตำหนักพระสนมไป่ แต่โชคดีที่นางเข้าไปในตำหนักมิได้”

 

สิ้นประโยคฉู่เหวินหงเงียบไปครู่หนึ่ง หลังจากนั้นจึงเค้นเสียงหึในลำคอออกมาเบาๆ

 

“เหตุใดเจ้าต้องกลัว”

 

“หม่อมฉันเกรงว่า...”

 

“เสี่ยนเอ๋อร์” ฉู่เหวินหงเอื้อมมือจับไหล่ทั้งสองข้างของนาง มองดูแววตาที่สั่นระริกไปด้วยความไม่แน่ใจ “หากนางต้องการเข้าไปในตำหนักพระสนมไป่ ก็ให้นางเข้าไปเถิด อย่างไรเสียเสด็จพ่อก็ยังมิเชื่อมิใช่หรือว่านางฆ่าตัวตาย เช่นนั้นก็ให้น้องสาวของนางจัดการลากตัวคนร้ายออกมาเสีย”

 

-----------------------------------------------------------------------

 

 

 

“หลานเซ่อเป็นอย่างไรบ้าง”

 

ไป่มู่ชิงเอ่ยถามทันทีที่หลี่หยู่ถือกรงไม้เล็กๆ เข้ามาหา มือบางเอื้อมรับพร้อมทั้งมองดูเจ้านกน้อยตัวสีฟ้าอย่างพิจารณา

 

“ขยับปีกได้แล้วนี่”

 

“เพคะ”

 

“จิ๊บ...จิ๊บ”

 

เจ้านกน้อยกระโดดโหยงมองหน้าไป่มู่ชิงตาใส อีกทั้งยังกระพือปีกเบาๆ คล้ายเป็นการโอ้อวดอีกต่างหาก

 

“ขอโทษนะที่ไม่ได้ดูแลเจ้า”

 

ไป่มู่ชิงกล่าวออกมาเบาๆ พลางถอนหายใจเฮือก นางมัวแต่ห่วงหน้าพะวงหลังเรื่องของพี่สาม มิหนำซ้ำยังมีเรื่องของฉู่ซูเหยียนเข้ามาอีก หน้าที่การดูแลหลานเซ่อจึงตกเป็นของหลี่หยู่ไปโดยปริยาย

 

“พระชายาจะเลี้ยงหลานเซ่อไว้หรือไม่เพคะ”

 

คนฟังทำหน้าครุ่นคิดครู่ใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ โคลงศีรษะ

 

“เจ้าคิดว่าเหตุใดนกถึงมีปีก”

 

หลี่หยู่ย่นคิ้ว เอ่ยตอบอย่างแปลกใจ 

 

“ไว้บินอย่างไรเล่าเพคะ”

 

“หากนำมากักขังเอาไว้ในกรง ปีกที่รักษาจนหายก็น่าเสียดาย” ว่าแล้วก็สอดมือเข้าไปในกรงไม้ ปล่อยให้เจ้านกน้อยกระโดดเกาะฝ่ามือ “เอามันกลับรังเถิด อีกมิกี่รัตติกาลมันก็น่าจะบินได้แล้ว”

 

ไป่มู่ชิงยืดตัวขึ้นพร้อมกับช้อนตัวก้อนกลมๆ สีฟ้าไว้ในฝ่ามือ เดินนำออกไปนอกเรือนเซียงอี้ ตรงไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่เคยเจอกับหลานเซ่อเป็นครั้งแรก

 

“เดี๋ยวหม่อมฉันไปตามคนมาให้นะเพคะ”

 

กล่าวด้วยความหวังดีพลางช้อนสายตาขึ้นมองยอดไม้ที่เห็นเศษฟางที่พันเป็นรังนกเล็กๆ

 

ไป่มู่ชิงหันซ้ายขวา ขยับเข้าไปใกล้

 

“มิเป็นไร เจ้าคอยดูคนก็แล้วกัน”

 

ไม่รอคำตอบด้วยซ้ำหญิงสาวก็สูดลมหายใจเรียกพลัง ตั้งสมาธิใช้วิชาตัวเบา กระโดดครั้งเดียวก็ลอยละลิ่วนั่งบนกิ่งก้านแข็งแรง ค่อยๆ ประคองนกน้อยวางลงในรังที่ว่างเปล่านั่น

 

“เข้าวัง...เข้าวัง...เข้าวัง”

 

 

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ลงโทษนาง!

    แต่นางไม่มีเวลาแล้ว...ในที่สุดก็ตัดสินใจเหาะเหินเข้าไป ลักลอบเข้าไปในซอกหนึ่งก่อนจะถอดชุดบุรุษที่คลุมร่างออกอย่างรวดเร็วเผยให้เห็นชุดนางกำนัลที่ใส่ไว้ภายในใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อเท่านั้น ตำหนักของพระสนมไป่ก็ปรากฏเข้ามาในสายตา หันซ้ายขวาก็ไม่เห็นมีใคร!ไหนฉู่ซูเหยียนบอกเอาไว้ว่าฝ่าบาทรับสั่งให้มีการเฝ้าตำหนักเอาไว้...ถึงแม้ความคิดจะผุดขึ้นมาเช่นนั้น หากแต่ร่างบอบบางก็เข้าไปภายในอย่างง่ายดายกว่าที่คาดการณ์ พยายามสอดส่องไปรอบๆ จนกระทั่งเห็นของบางอย่างประกายแวววับอยู่ใต้ต้นเหมย มีผืนหญ้ายาวๆ ปกคลุมอยู่“ปิ่นของใคร”ไป่มู่ชิงพึมพำกับตัวเอง หยิบปิ่นทองคำสลักลวดลายบุปผาขึ้นมาดูแล้วซุกซ่อนไว้ในเสื้อตัวในอย่างเงียบๆ ย่างเข้าไปใกล้ประตูตำหนักที่ถูกลงกลอนเอาไว้ยิ่งเห็นแล้วก็ยิ่งทวีความสงสัย โซ่ที่คล้องเอาไว้มิได้ล็อกกุญแจ แบบนี้หากต้องการจะเข้าไปก็ไม่ใช่เรื่องยากมือเล็กพยายามปรับสายตาให้เข้ากับความมืด ปลดโซ่ที่พันธการประตูออกก่อนจะเปิดเข้าไปอย่างรวดเร็วหมับ!ฟิ้วว!!“อื้อ!”จู่ๆ ร่างเล็กก็ถูกกอดรัดจากข้างหลัง มือหยาบข้างหนึ่งปิดปากนางไว้แน่นพร้อมกับลากตัวนางออกไปจากตำหนัก เมื่อนางดิ้นรนหนักเ

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ลักลอบเข้าตำหนัก

    ‘คนยืนพูดไม่ปวดเอว’“มิเป็นนางย่อมมิเข้าใจหรือ”ไป่มู่ชิงพึมพำออกมาเสียงเบา ข้อความบนแผ่นกระดาษที่จางกุ้ยเฟยเขียนให้นางมีเพียงเท่านี้จริงๆแต่นั่นกลับทำให้หัวคิ้วทั้งสองขมวดติดกันแน่น ในใจรู้สึกเชื่อมั่นไปมากกว่าครึ่งว่าจางกุ้ยเฟยย่อมต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของไป่ลู่อี้อย่างแน่นอนหญิงสาวสลัดความคิดทั้งหมดออกจากหัวก่อนจะสอดมือเข้าไปใต้หมอน หยิบเอากระดาษแผ่นที่ได้จากตำหนักเฉียนชิงออกมา คราวนี้ถึงได้มีสีหน้าไม่สบายใจเป็นทวีคูณลายมือที่ปรากฏอยู่ในกระดาษสวยงามทั้งคู่ ทว่ากลับมิใช่ลายมือเดียวกัน...แล้วตกลงจางกุ้ยเฟยเป็นคนดีหรือร้ายกันแน่!ไป่มู่ชิงพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ทิ้งตัวลงบนพื้นเตียงในขณะที่หลี่หยู่นิ่วหน้า“พระชายา...”“ข้าคิดว่าข้าต้องหาโอกาสเข้าไปที่ตำหนักพี่สามสักครั้ง”“พระชายาจะเข้าไปได้อย่างไรกัน การเข้าวังแต่ละครั้งมิใช่เรื่องง่าย มิหนำซ้ำท่านอ๋องยังมิเคยมีท่าทีโปรดปรานท่านเลย”ไป่มู่ชิงขบกัดริมฝีปาก นิ้วก็เคาะลงบนเตียงอย่างครุ่นคิด“หากเข้าไปอย่างถูกต้องมิได้ เราก็อย่าให้ผู้ใดรู้สิ”----------------------------------------------------------หลายชั่วยามแล้ว ก็ยังมิมีผู้

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   พระชายาคงไม่มีความลับต่อสามี

    “เข้าวัง...เข้าวัง...เข้าวัง”เสียงเล็กแหลมคล้ายเด็กทารกพูดอ้อแอ้นั่นทำให้ไป่มู่ชิงที่กำลังจะเตรียมตัวกระโดดลงหันขวับมามอง เห็นหลานเซ่อกำลังอ้าปากพร้อมกับมีเสียงดังขึ้นเป็นจังหวะนั่นแล้วก็ได้แต่เบิกตาโตนกแก้วหรือ สีแบบนี้จะใช่มาคอร์หรือเปล่า ในโลกอนาคตนกแก้วชนิดนี้ราคาค่อนข้างสูง นางควรเปลี่ยนใจนำกลับไปเลี้ยงดีหรือไม่!“พระชายาเพคะ มีคนกำลังมา”ยังไม่ทันที่จะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น เสียงของหลี่หยู่ก็ดังขึ้น เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก“ข้ารู้แล้ว” ไป่มู่ชิงร้องตอบ เหลือบมองหลานเซ่อที่เอียงคอมอง “หลานเซ่อ เจ้าเองก็รักษาตัวให้ดีก็แล้วกัน ข้าไปล่ะ”พูดจบก็กระโดดตุ๊บลงมาเบื้องล่าง“หยู่เอ๋อร์ ก่อนหน้านี้เจ้าเคยพูดเรื่องเข้าวังให้หลานเซ่อได้ยินบ้างหรือไม่”หลี่หยู่เบิกตากว้างก่อนจะละล่ำละลั่กตอบเสียงเบา“หม่อมฉันเพียงพูดออกมาลอยๆ เท่านั้นเพคะ ว่าจะช่วยพระชายาหาทางเข้าวังได้อย่างไร” ว่าแล้วก็ยิ้มแห้ง แต่ถึงกระนั้นในใจก็ยังเต็มไปด้วยความสงสัย “มีอันใดหรือไม่เพคะ”“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก”ไป่มู่ชิงโบกมือไหวเมื่อเห็นผู้คนราวๆ หกคนกำลังเดินตรงมาทางนี้ก่อนที่นัยน์ตากลมโตจะเคลือบแคลงสงสัยเหตุใดจางกุ้

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   เข้าวัง...เข้าวัง...เข้าวัง

    “ท่านอ๋องไหวหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”หมางกั๋วเอ่ยถามอย่างระมัดระวังเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีน้ำตาลเข้มเดินออกมาจากห้องโถงใหญ่ของวังหลวงที่ใช้สำหรับประชุมขุนนาง“อืม”หลังจากฮ่องเต้ประชวรได้เพียงสองวัน จู่ๆ องค์รัชทายาทซึ่งมีอำนาจสั่งการแทนฮ่องเต้ได้เจ็ดในสิบส่วนก็เรียกประชุมขุนนางขึ้นกะทันหันเพื่อเรียกเก็บภาษีพ่อค้าเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งส่วนเหตุผลที่เรียกตัวกระชั้นชิดเช่นนี้เป็นไปได้สูงที่ฉู่เหวินหงคิดว่าเขาได้รับพิษจนมิสามารถเข้าร่วมประชุมเพื่อขัดขวางผลประโยชน์ได้‘พิษในตัวท่านอ๋องยังมิได้ถูกกำจัด เพียงแค่ถูกระงับไว้เท่านั้น ทำให้อาการสามารถกำเริบขึ้นมาได้อีกพ่ะย่ะค่ะ’เสียงของหมออู๋ยังดังก้องไปทั่ว พิษที่เขากินเข้าไปนั่นหาได้เป็นพิษรุนแรงจนมิสามารถขับออกได้ หากแต่เขาถูกรักษาไม่ครบถ้วนทุกกระบวนการต่างหาก พิษนั่นถึงมิได้สลายไปอย่างถาวรหลังจากที่หมออู๋รักษาเขาเพียงมิกี่ชั่วยาม ร่างกายที่หมดเรี่ยวแรงก็ฟื้นคืนกลับมาอย่างน่าประหลาด มิมีร่องรอยของการได้รับพิษเลยแม้แต่น้อยฉับพลันนัยน์ตาพยัคฆ์ก็เคลือบไปด้วยความมืดราวห้วงรัตติกาล...ที่แท้แล้วหมอหลวงหลิวมีใจภักดีต่อองค์รัชทายาทไปแล้ว ไม่รู้ด้วยซ

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   หนังสือสั่งเสีย

    ตลอดทางกลับจวนชินหวังฝู่ ไป่มู่ชิงลอบสังเกตอากัปกิริยาของฉู่ซูเหยียนที่เอาแต่นั่งหลับตาพิงหน้าต่างไม้ตลอดทาง ไร้ซึ่งแววตาและน้ำเสียงที่คอยข่มขู่นางเช่นเคยหญิงสาวยกมือกอดอก ฮัมเพลงเบาๆนอนหลับนิ่งๆ อยู่แบบนี้ ก็น่ารักเหมือนกันแฮะ!“สิ้นฤทธิ์แล้วสิท่า!”ทันทีที่รถม้าหยุดลงที่หน้าจวนชินหวังฝู่ บุรุษที่นางคิดว่ากำลังโบยบินอยู่ในความฝันกลับลืมตาโพลงขึ้นมาพร้อมๆ กับไป่มู่ชิงที่ใบหน้าเหวอหวา ถ้าเขารู้ตัวเร็วขนาดนี้ก็แสดงว่าไม่ได้หลับ สิ่งที่นางกล่าวออกไปเมื่อครู่เขาจะได้ยินหรือไม่!เอาจริงๆ ก็ไม่อยากจะปลอบใจตัวเองนัก...หญิงสาวก้มหน้าลงลอบถอนลมหายใจ หรี่ตามองเขาเล็กน้อยฉู่ซูเหยียนเหลือบมองร่างบอบบางพลางเค้นเสียงในลำคอขึ้นครั้งหนึ่ง เรื่องที่นางเอ่ยวาจาหมิ่นเขาเมื่อครู่เขาได้ยินเต็มสองหู หากแต่ตอนนี้เขาไม่มีแรงมากพอที่จะลงโทษนาง“เชิญเสด็จพ่ะย่ะค่ะ”ประตูรถม้าถูกเปิดออกพร้อมๆ กับปรากฏร่างของหมางกั๋วที่รอรับเจ้านายของตนเองอยู่เบื้องล่างฉู่ซูเหยียนพยายามควบคุมลมปราณเดินลงไปอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าพิษที่ได้รับเข้าไปจะยังถูกกำจัดออกไม่หมด“ถวายพระพรเพคะท่านอ๋อง”เสียงของหลิวอี้ถ่งดังขึ้นด้านข

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   กลับจวน

    เกือบแล้ว...เกือบถูกจับติดแล้ว!ไป่มู่ชิงพ่นลมหายใจออกเฮือกใหญ่เมื่อก้าวออกจากตำหนักเฉียนชิงได้ มือที่กำแผ่นกระดาษไว้ล้วงเข้าไปซุกซ่อนไว้ในเสื้อตัวใน“เหตุใดเสด็จพ่อถึงเรียกเจ้าเข้าเฝ้า”เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างหลังทำให้หญิงสาวสะดุ้ง รีบหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก่อนจะถลึงตามองอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าบุรุษใกล้ตายเจ้าของจวนชินหวังฝู่กำลังยืนอยู่เบื้องหลังนางด้วยใบหน้าถมึงทึง“หม่อมฉัน...” ว่าไปแล้วก็เหลือบมองจางกุ้ยเฟยที่ยืนดูอยู่ห่างๆ “เสด็จพ่อเพียงแค่มอบของใช้พี่สามให้หม่อมฉันเพื่อคลายความคิดถึงเพคะ”เอ่ยออกไปแล้วก็อยากยกมือตบปากตัวเองแรงๆ สักครั้ง แม้แต่แรงจะลุกนั่งฮ่องเต้ยังไม่สามารถกระทำได้ นับประสาอะไรกับการสนทนากับนางเรื่องพี่สามกัน!และก็เป็นดังคาดเมื่อฉู่ซูเหยียนกระตุกยิ้มเหี้ยมทว่า...กลับไม่เอ่ยวาจากับนางแม้แต่ครึ่งคำ“ท่านจะไปไหน”ไป่มู่ชิงยื่นมือออกไปคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนอีกฝ่ายอย่างลืมตัวเมื่อเห็นว่าฉู่ซูเหยียนก้าวเดินออกตัวไปข้างหน้าเพื่อหวังจะเข้าไปภายในตำหนัก“ท่านอ๋อง ช้าก่อนเถิด” จางกุ้ยเฟยที่มีสีหน้ากระอักกระอ่วนเอ่ยเรียกร่างสูงใหญ่พลางกุมมือทั้งสองไว้แน่น “ข้าเป็นผู้ใ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status