Share

ข่าวจากต่างแดน

last update publish date: 2026-08-27 17:17:38

ไป่ลู่อิงรีบพยักหน้ารับ แสร้งตีหน้าขรึมหันไปทางเจ๋ากูกู

“เจ้ามีเรื่องต้องคุยกับข้า”

ไป่มู่ชิงกระตุกริมฝีปากเล็กน้อย ทว่ากลับแสร้งทำท่าทีเศร้าสร้อย แอบหัวเราะกับตัวเองเบาๆ

จะแกล้งผู้อื่นทั้งที ช่วยมีสมองมากกว่านี้ได้หรือไม่ อย่าทำตัวเป็นตัวร้ายในละครหลังข่าวไปหน่อยเลย!

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก พระมเหสีจึงกระแอมเสียงขึ้นครั้งหนึ่ง

“ชิงเอ๋อร์ เรื่องวันนี้คงทำให้เจ้าตกใจมาก เจ้ากลับไปพักที่ตำหนักเถิด”

“เพคะ”

ไป่มู่ชิงรีบย่อตัวรับด้วยความรวดเร็ว เหลือบมองใบหน้าไป่ลู่อิงที่เต็มไปด้วยความขัดเคืองใจ แต่ถึงกระนั้นนางก็มิได้คิดเปิดโปงแต่อย่างใดนอกจากกล่าวลาแล้วรีบออกไปให้พ้นจากสองแม่ลูกโรคจิตนี่เสีย

หากแต่ยังไม่ทันที่จะได้เดินออกไปตามใจคิดด้วยซ้ำ จู่ๆ ข้าหลวงจากตำหนักเจ้าแคว้นก็ก้าวเข้ามาในตำหนักด้วยความเร่งรีบ

“ถวายพระพรพระมเหสีและองค์หญิงทั้งสองพ่ะย่ะค่ะ”

คราวนี้พระมเหสีหันไปมองใบหน้าไป่ลู่อิงพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเชิงเป็นคำถาม ในขณะที่องค์หญิงห้าโคลงศีรษะเบาๆ ใบหน้าซีดเผือดขึ้นมาอยู่บ้าง ถึงนางจะหาเรื่องแกล้งไป่มู่ชิงอยู่ตลอด แต่ก็เป็นการกลั่นแกล้งเพียงเล็กน้อยให้สำราญใจเท่านั้น

ข้ามิได้ทูลความเสด็จพ่อแม้แต่นิดเดียว!

“มีเรื่องอันใด”

พระมเหสีถามเสียงเรียบ

“ฝ่าบาททรงเรียกพบทุกพระองค์โดยด่วนพ่ะย่ะค่ะ”

------------------------------------------------------------------------------

ภายในห้องโถงใหญ่เต็มไปด้วยสนมชายาและบุตรโอรสธิดาที่ยังมิตบแต่งออกไปนั่งเรียงรายกันอย่างพร้อมเพรียงโดยมีเจ้าแคว้นอยู่เบื้องบนตามตำแหน่ง

ไป่ซีลู่มองดูทุกคนที่จ้องมองมาด้วยความฉงน เขารู้ว่าทุกคนมีความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งที่จู่ๆ ก็ถูกเชิญตัวมานั่งประชุมกันพร้อมหน้าโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ข้าเรียกทุกคนมา ก็เพราะมีเรื่องจะแจ้งให้รับรู้พร้อมกัน”

ว่าแล้วมือหยาบก็บีบเข้าหากันแน่น ไป่มู่ชิงมองดูกระดาษแผ่นเล็กที่ยับยู่ยี่กับแววตาที่ดูประหลาดไปมากกว่าทุกทีของบิดา

“ถงเยว่ส่งม้าเร็วมา” น้ำเสียงสั่นคลอนเล็กน้อยในขณะที่ไป่มู่ชิงมองต่ำลงอย่างใช้ความคิด

หรือจะเป็นเรื่องที่พี่สามถูกแต่งตั้งให้เป็นกุ้ยเฟย?

องค์หญิงเก้าลอบถอนหายใจเบาๆ ถึงแม้จะรู้ล่วงหน้าจากจดหมายของพี่สามแล้ว แต่เพราะเหตุใดนางถึงได้มีความรู้สึกแปลกๆ ดูท่าทางไป่ซีลู่จะไม่มีท่าทียินดีเอาเสียเลย

“เสด็จพี่ ลู่อี้ส่งข่าวอันใดมาหรือเพคะ”

พระมเหสีเอ่ยปากถาม ถึงแม้บุตรีคนโตจะไม่ค่อยสนิทสนมกับนางนัก หากแต่อย่างไรก็นับได้ว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของนาง

เจ้าแคว้นมีท่าทีกระอักกระอ่วน นัยน์ตาเศร้า

“ลู่อี้ตัดสินใจจบชีวิตตนเองแล้ว...” ประโยคช่วงท้ายขาดห้วง อีกทั้งยังมีความสั่นคลอนอยู่มาก

สิ้นประโยคนั้นทั่วทั้งห้องโถงก็เงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจเบาๆ เท่านั้น ทุกคนที่ได้ยินข่าวต่างเบิกตากว้างและมีท่าทีมิสู้ดีเอาเสียเลย

ไป่มู่ชิงกะพริบตาถี่ ละล่ำละลั่กเอ่ยออกมาเสียงเบา

“เป็นไปมิได้”

พี่สามยังบอกให้อวยพรนางอยู่เลย ในเวลาห่างกันเพียงไม่กี่ชั่วยามพี่สามไม่มีทางตัดสินใจสิ้นคิดแบบนั้นแน่!

พระมเหสีเองก็เช่นเดียวกัน เมื่อได้ยินดังนั้นร่างทั้งร่างก็สั่นไหวจนไป่ลู่อิงต้องเข้ามาช่วยประคอง ทั้งที่ใบหน้าซีดเผือดมิต่างกัน

“เสด็จพี่ หม่อมฉันคิดว่าต้องมีเรื่องเข้าใจผิด”

ไป่ซีลู่ได้แต่หยัดนั่งหลังตรง อยากให้เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงความเข้าใจผิดเช่นเดียวกัน หากแต่ข้อความบนจดหมายที่มีเครื่องหมายของฮ่องเต้แห่งถงเยว่เป็นหลักฐานชั้นดีว่าทุกสิ่งทุกอย่างหาใช่เรื่องโป้ปด

หากแต่ยังไม่ทันที่เจ้าแคว้นจะได้กล่าวอะไรออกมา เสียงเรียกที่แฝงไปด้วยความตกใจก็ดังขึ้น

“เสด็จแม่!”

ไป่ลู่อิงประคองมารดาที่หมดสติไปในอ้อมแขน เหล่าบรรดานางกำนัลจึงเข้ามาช่วยกันประคองร่างผอมบางกลับตำหนัก

ท่ามกลางความชุลมุนและความเศร้าโศกของผู้คน ไป่ซีลู่จึงออกปากให้เหล่าชายาและโอรสธิดาทั้งหลายกลับตำหนักทั้งที่ยังมีความรู้สึกสับสนมึนงง ถึงแม้จะมิได้สนิทสนมกับองค์หญิงสามนัก หากแต่เมื่อได้ยินเรื่องเช่นนี้ก็ย่อมเกิดความหม่นหมอง

ไป่มู่ชิงคำนับกาย ทำท่าจะเดินตามทุกคนออกไปด้วยแววตาที่ยังเป็นปริศนา

“องค์หญิงเก้า เจ้าอยู่ที่นี่ก่อน”

หญิงสาวหยุดฝีเท้า มองดูพี่น้องคนอื่นๆ ที่ต่างทยอยกันออกไปจนหมดไม่เว้นแม้แต่ข้ารับใช้ จวบจนกระทั่งภายในห้องโถงใหญ่เหลือเพียงนางและบิดาเท่านั้น

“เพคะเสด็จพ่อ”

ไป่ซีลู่มองดูท่าทางอ่อนน้อมของธิดาแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเบา

“นอกจากข้อความแจ้งเรื่องพี่สามของเจ้า ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เจ้าต้องตัดสินใจ”

ว่าไปแล้วดวงตาก็เผลอพิจารณาสาวน้อยตรงหน้าอย่างตั้งใจ ในรอบหลายปีมานี้เพิ่งจะได้สังเกตบุตรสาวคนนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน เด็กน้อยในวันวานโตขึ้นเป็นดรุณีน้อยแรกแย้ม ดวงหน้าเกลี้ยงเกลาราวกับจันทรา ดวงตาหวานซึ้งละม้ายชายารองที่เขารักใคร่เอ็นดู

มารดาของนางคือสตรีที่เขาโปรดปรานมากที่สุด แต่ด้วยชาติสกุลของนางแล้วเขามิสามารถยกย่องนางอย่างเปิดเผยได้

“เพคะ”

“ถงเยว่ต้องการสู่ขอเจ้าให้ท่านอ๋องแปด ข้าจะให้เจ้าเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตนเอง”

ไป่มู่ชิงฟังพลางก้มหน้านิ่ง ถึงแม้จะเคลือบแคลงสงสัยในการกระทำของบิดา หากแต่ที่ผ่านมานางก็เห็นแล้วว่าอีกฝ่ายลืมองค์หญิงเก้าคนนี้ไปเสียสนิทใจ ถึงได้ปล่อยให้นางเรียนรู้เอาตัวรอดจากแม่เลี้ยงและพี่สาวใจร้ายนั่นโดยลำพัง!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   Special -แฝดสกุลหลิว,หลานเซ่อ

    แฝดสกุลหลิว“เป็นเช่นไรบ้าง ยังรู้สึกเจ็บอยู่อีกหรือไม่”เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับร่างของพี่ชายนั่งลงบนแคร่ไม้ไผ่ บุคคลที่อยู่เบื้องหน้ามีรูปลักษณ์ละม้ายคล้ายคลึงกับเขาทุกกระเบียดนิ้วเลยทีเดียว“ท่านจะบอกได้หรือยัง ว่าท่านทำแบบนี้ไปเพื่ออันใด”หมอหลิวเอ่ยถามด้วยนัยน์ตาสิ้นหวัง ร่างกายท่อนล่างของเขาไม่สามารถขยับช่วยเหลือตัวเองได้อีก“เพราะเจ้าเป็นน้องชายของข้า”หมออู๋เอ่ยด้วยความสัตย์จริง ครั้งหนึ่งเขาเคยให้คำมั่นกับบิดา มิว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ขอแค่เพียงน้องชายยังมีชีวิตอยู่ แม้จะอยู่ไกลแค่ไหนก็จะปกป้องและมิยอมให้เขาได้กระทำสิ่งไม่ดีคนฟังชะงัก เบือนใบหน้าไปทางอื่น เอ่ยด้วยความขมขื่น“ทั้งๆ ที่ข้าทำกับท่านถึงเพียงนี้”ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ตอนนั้นเขาและพี่ชายเป็นบุตรของหมอใหญ่ในวังหลวง พวกเขาเรียนรู้วิชาการรักษาคน ศึกษาสมุนไพรและพิษต่างๆ เพื่อหวังจะเป็นหมอที่มีชื่อเสียงเช่นบิดาหากแต่เขามิได้คิดแค่นั้น...พี่ชายของเขาสามารถเรียนรู้ได้ไวกว่า เก่งกว่า ทั้งที่ออกมาลืมตาดูโลกก่อนเขาไม่กี่นาที จากนั้นความอิจฉาริษยาก็ครอบงำทำให้ความรักใคร่กลมเกลียวถูกทำลาย มีปากเสียงกันอยู่บ่อยครั้ง

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   บทส่งท้าย - ไม่เป็นไร ข้าอยู่ข้างบน

    “เรื่องที่พวกขุนนางเสนอท่านวันนี้ ท่านคิดเห็นอย่างไรบ้าง”ไป่มู่ชิงนั่งอยู่บนเตียงทองคำ มือลูบไล้หน้าท้องที่นูนเด่นของตัวเองอย่างเหม่อลอย บอกแล้วอย่างไรว่าการใช้ชีวิตในวังหลวงมิใช่เรื่องที่ควรทำเลยสักนิด!“อย่าสนใจไปเลย ข้าเคยให้คำสัญญากับเจ้าไปแล้วอย่างไรว่าข้าจะมิแต่งผู้ใดอีก”“ฮ่องเต้จะมีชายาเพียงคนเดียวได้อย่างไร ท่านก็เห็นมิใช่หรือว่าการรับสตรีเพื่อคานอำนาจนั้นเป็นสิ่งที่ท่านควรทำ”หญิงสาวกล้ำกลืนความน้อยอกน้อยใจ นอกจากกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณแล้ว นางยังต้องเพิ่มความอดทนมากมายเพียงใดกับเรื่องนี้ หากนางไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้แล้ว นางจะมิกลายเป็นคนใจร้ายเหมือนแม่เลี้ยงของนางหรอกหรือฉู่ซูเหยียนถอดเสื้อคลุมมังกรออก เดินเข้าไปประคองคนที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่บนเตียง จุมพิตที่ริมฝีปากอวบอิ่มเบาๆ“ข้าเคยผิดสัญญาที่ให้ไว้ต่อเจ้าครั้งหนึ่งแล้ว ข้าจะมิทำมันอีก”“แล้วท่านจะทำอย่างไร หากท่านมิยอมแต่งสนมอีก อาจจะสร้างความมิพอใจแก่ขุนนางได้”“หากเจ้าหมายถึงการรับสตรีเข้าวังหลังเพื่อคานอำนาจล่ะก็ ขอเวลาแค่เพียงสิบกว่าปีเท่านั้น พวกเขาจะได้ตามที่ขอมากมายแน่”คราวนี้คนฟังช้อนสา

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ดอกบัวบูชาเมีย?

    ยังไม่ทันที่จะได้สนทนาอะไรกันไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าตึกตักก็ดังเข้ามาหาพร้อมกับปรากฏร่างของหมางกั๋วที่มีคราบเหงื่อติดอยู่บริเวณกรอบหน้า ดวงตาดูร้อนใจกว่าทุกที หากแต่ก็ยังสบตาท่านอ๋องเชิงคำถาม“กล่าวมาเถิด”ฉู่ซูเหยียนเอ่ยอนุญาตเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังลังเลว่าควรจะรายงาน บางอย่าง ต่อหน้าพระชายาหรือไม่“หมอหลวงหลิวและบุตรสาวหายตัวไปจากวังหลวงแต่มิมีผู้ใดพบสิ่งผิดปกติ ส่วนหมออู๋ที่ทำการรักษาอยู่ฝากจดหมายไว้ให้ท่านอ๋องฉบับหนึ่ง จากนั้นก็ขอปลีกตัวไปใช้ชีวิตตามเดิมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ฉู่ซูเหยียนปล่อยมือข้างหนึ่งออกจากสตรีในอ้อมแขน เอื้อมไปรับจดหมายจากมือของหมางกั๋วที่ค่อยๆ ถามเสียงเบา“ท่านอ๋องมีคำสั่งให้ติดตามหมอหลวงหลิวไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”“ไม่ต้อง”ว่าแล้วก็โบกมือให้อีกฝ่ายออกไป มือก็สะบัดแผ่นกระดาษในมือครั้งหนึ่ง ข้อความสั้นๆ ก็ปรากฏออกมาสู่สายตา‘ขอบพระทัยท่านอ๋อง’ไป่มู่ชิงช้อนสายตาขึ้นมองดวงตาที่ดำมืดนั่นอย่างพิจารณา หรี่ตาลงเอ่ยถามขึ้น“หมายความว่าอย่างไร”“หมออู๋คงจะเบื่อชีวิตในเมืองหลวงแล้วกระมัง” ว่าแล้วก็พับจดหมายวางลงบนโต๊ะ ประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากกลมมนแต่ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ยังมี

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ท่านอ๋องแพ้ท้อง

    หลังจากเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น ราชสำนักก็ระส่ำระส่าย ตำแหน่งขุนนางถูกผลัดเปลี่ยนจนเกือบหมด การสอบขุนนางถูกเลื่อนใกล้เข้ามาเพื่อคัดผู้มีความสามารถเข้ารับตำแหน่งโดยเร็วพร้อมๆ กับตำแหน่งองค์รัชทายาทที่เปลี่ยนแปลงอดีตองค์รัชทายาทฉู่เหวินหง พระชายาซูเสี่ยนและเหล่าขุนนางบางส่วนที่สนับสนุนการก่อกบฏบางส่วนถูกจองจำอยู่ในคุกหลวง บางคนที่มีหลักฐานมิมากพอก็ทยอยกันลาออกจากราชการไปเสียเองทางด้านหมอหลวงหลิวยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงหมอในการดูแลของหมออู๋ที่ฉู่ซูเหยียนส่งเข้าไปในภายหลัง บาดแผลจากคมกระบี่ของฉู่เหวินหงถูกอวัยวะสำคัญ ทำให้ต้องรักษาตัวอยู่นานและมีความเป็นไปได้อย่างสูงที่จะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อีกทางด้านพระสนมซิวหรงนั้น หลังจากที่ล้างมลทินได้ นางก็หลีกหนีความวุ่นวายไปบำเพ็ญเพียรภาวนาให้ฮ่องเต้หายจากอาการประชวรฮ่องเต้เองก็มีอาการดีขึ้น เริ่มสื่อสารกับคนรอบข้างได้บ้างแต่ยังมิสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติ อีกไม่กี่วันราชโองการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินกำลังจะเกิดขึ้น ทั้งในวังหลวงและจวนชินหวังฝู่เต็มไปด้วยความวุ่นวายมากมายแม้แต่ในเรือนเหอฮวาซึ่งเป็นสถานที่รโหฐานของท่านอ๋องและพระชายาก็เช่นกัน

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ข้ากำลังถูกบอกรัก?

    “ข้ามิเป็นอันใด”ไป่มู่ชิงเอ่ยตอบหลี่หยู่ที่เข้ามาประคองด้วยความเป็นห่วง สายตามองตรงไปเห็นหมางกั๋วกำลังเข้าใกล้มาพร้อมกับรถม้าที่แสนธรรมดา ไร้การตกแต่งใดๆ ไม่มีเครื่องหมายแสดงถึงจวนชินหวังฝู่เลยแม้แต่น้อย หากฉู่ซูเหยียนต้องการหย่านางขอเพียงเอ่ยต่อหน้าผู้อาวุโสห้าคนเป็นอันใช้ได้“พวกเราไปกันเถิด” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตัดพ้ออยู่บ้าง ทว่าคนฟังทั้งสองกลับมิสามารถช่วยเหลืออะไรได้เลยท่ามกลางความเงียบนั่นจู่ๆ ไป่มู่ชิงกังเกตได้ถึงความผิดปกติ จู่ๆ ผู้คนภายนอกต่างเบิกตาโตพูดคุยกันอื้ออึง สีหน้าของหมางกั๋วเองก็ดูเหมือนจะมิค่อยดีนัก“เสด็จเถิดพ่ะย่ะค่ะ”หญิงสาวมองดูท่าทางเร่งรีบนั่นแล้วก็หรี่ตาลงอย่างจับผิด“เกิดอันใดขึ้น มีผู้ใดมาเช่นนั้นหรือ”“มิได้พ่ะย่ะค่ะ”ทันทีที่พูดจบประโยคร่างสง่างามของพระชายาก็ย่ำเท้าเข้ามาหาเร็วๆ ยกมือหนึ่งขึ้นแตะท่อนแขนอีกฝ่ายแล้วกัดฟันแน่น‘ต้องรีบไปจากที่นี่ คนขององค์รัชทายาทกำลังมาที่จวนแน่’“เหตุใดองค์รัชทายาทส่งคนมา เรื่องนี้ท่านอ๋องทราบหรือไม่”หมางกั๋วใบหน้าเหวอหวาด้วยความตกใจ ครั้นหันไปทางหลี่หยู่ก็พบว่าอีกฝ่ายก็จ้องเขาเขม็งอย่างคาดคั้น “หากเจ้ามิพูด ข้าจะก

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ทาสภรรยา

    ความมืดมิดค่อยๆ เลือนหาย มีแสงสว่างเข้ามาแทนที่นั้นทำให้ไป่มู่ชิงลืมตาขึ้นด้วยใบหน้าง่วงงุนคล้ายกับคนยังนอนไม่เต็มอิ่มภาพและบทสนทนาเมื่อคืนหลั่งไหลเข้ามาในความทรงจำทีละฉากจนต้องหันขวับไปมองข้างกาย แต่แล้วบุคคลที่คิดว่าควรจะอยู่เคียงข้างนางในตอนนี้มีเพียงแค่ความว่างเปล่า“ตื่นแล้วหรือเพคะ”เสียงของหลี่หยู่ทำให้ภวังค์ความคิดหยุดลง ดวงตากลมโตช้อนสายตาขึ้นมองร่างของนางกำนัลที่ก้าวย่างเข้ามาหา ทว่านัยน์ตากลับเหลือบมองไปรอบๆ ห้อง เมื่อเห็นอีกฝ่ายลอบยิ้มไป่มู่ชิงถึงได้เอ่ยถาม“เมื่อคืนเจ้าไปนอนที่ไหนมา”“เรือนเหอฮวาเพคะ”หลี่หยู่กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่มีอาการของความโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย จนคนฟังถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดูท่าทางหมางกั๋วจะเกลี้ยกล่อมคนของนางให้แปรพรรคไปเรียบร้อยแล้ว!ไป่มู่ชิงมีท่าทีอึกอัก อยากจะถามถึงบุรุษผู้นั้นว่าน้อยใจจนหนีไปเสียแล้วหรือ?หลี่หยู่ที่ลอบสังเกตอีกฝ่ายมาตั้งแต่ต้นได้แต่ซ่อนความรู้สึกขบขัน“ท่านอ๋องกลับไปประทับที่เรือนเหอฮวาตั้งแต่เช้า อาการมิดีเท่าไหร่นักเพคะ”“เป็นอะไร” ถามขึ้นแทบจะทันที ไม่ต้องเสียเวลาคิดด้วยซ้ำ“หม่อมฉันเห็นท่านอ๋องดูมิค่อยสบายนัก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status