Beranda / รักโบราณ / เปิ่นหวางเฟย 八王妃 / ใส่ร้ายผิดคนแล้วน้อง!

Share

ใส่ร้ายผิดคนแล้วน้อง!

last update Tanggal publikasi: 2026-08-27 17:16:46

“องค์หญิงเพคะ อยู่ที่นี่หรือเปล่าเพคะ”

เสียงตะโกนเรียกที่ด้านหน้าตำหนักทำให้ไป่มู่ชิงสลัดความคิดออกจากภวังค์

“ข้าอยู่ด้านหลัง มีอะไรหรือ”

สิ้นเสียงขานรับนั่น นางกำนัลผู้หนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามากล่าวด้วยความร้อนใจ

“พระมเหสีทรงเรียกพบที่ตำหนักเพคะ”

“เดี๋ยวข้าไป”

ไป่มู่ชิงพยักหน้า รีบเคี้ยวขนมในปากจนหมดขณะที่ดวงตายังเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย ดูท่าทางไม่ได้หาเรื่องนางสามวันไป่ลู่อิงจะกินไม่ได้นอนไม่หลับแล้ว

หลี่หยู่สบตาอีกฝ่ายพลางกะพริบตาปริบๆ ใบหน้าเหยเก มองดูท่าทางไม่เดือดเนื้อร้อนใจขององค์หญิงแล้วก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ลองตามให้ไปที่ตำหนักเช่นนี้อีกฝ่ายต้องถูกหาเรื่องอะไรอีกแน่

“องค์หญิงเพคะ”

“อย่าห่วงเลย พวกเขาคงไม่มีอะไรทำ”

ไป่มู่ชิงโบกมือไหว หยิบขนมใส่ปากอย่างเชื่องช้าคล้ายไม่ทุกข์ร้อน อีกทั้งยังบิดขี้เกียจเป็นของแถมอีกต่างหาก!

ในเมื่อเจ้านายยังไม่รู้สึกรู้สา นางเองก็ได้แต่ลอบถอนหายใจ

“องค์หญิงระวังตัวด้วยนะเพคะ”

---------------------------------------------------------------

“ถวายพระพรเพคะเสด็จแม่”

ไป่มู่ชิงย่อตัวคำนับสวยงามด้วยใบหน้าเรียบเฉย มองดูพระมเหสีนั่งอยู่บนตั่งตัวสูงที่สุดในตำหนัก ข้างกายปรากฏร่างอรชรในชุดปักดอกเหมยสีชมพูงดงาม

พระมเหสีเหลือบมองไปที่องค์หญิงห้า รับสั่งเสียงนุ่มนวล

“อิงเอ๋อร์ เจ้ามีอันใดก็กล่าวออกไปเสีย”

ไป่ลู่อิงเชิดหน้าขึ้นพร้อมกับคลี่ผ้าพับหนึ่งออกไปตรงหน้า

“เสด็จแม่เพคะ เมื่อสองวันก่อนเสด็จพ่อนำผ้าต่วนสองผืนมาพระราชทานให้หม่อมฉันและน้องเก้าเพื่อตัดชุดในวันปีใหม่ ตอนนั้นพวกเราพึงใจผ้าผืนเดียวกัน หากแต่เสด็จพ่อประทานให้หม่อมฉัน”

พระมเหสีพยักหน้าหงึกหงักในขณะที่ไป่มู่ชิงลอบถอนลมหายใจ ผ้าก็ได้ไปแล้ว แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนางอีก

“เช้าวันนี้หม่อมฉันจะนำผ้าไปให้ช่างตัด แต่ก็บังเอิญเห็นรอยขาดนี้เสียก่อนเพคะ”

ได้ยินแบบนั้นแล้วไป่มู่ชิงก็พยายามเพ่งดูผ้าในมือของไป่ลู่อิง ทำให้เห็นถึงร่องรอยถูกคมมีดฉีกขาด หากแต่จุดที่โดนกระทำเป็นแค่ส่วนปลายผ้าเท่านั้น หากต้องการจะนำไปตัดชุดจริงก็ยังไม่มีปัญหา

ฟังมาตั้งนาน ยังไม่รู้เลยว่าเรียกนางมาที่นี่ด้วยเหตุอันใด

“เมื่อวานนี้มีนางกำนัลเห็นน้องเก้าไปที่หลังตำหนัก ซึ่งสามารถเชื่อมไปที่ตำหนักของหม่อมฉันได้เพคะ”

สิ้นประโยคทำให้คนฟังใบหน้าเหวอหวา จริงอยู่ที่เมื่อวานนางไปที่หลังตำหนัก แต่นั่นก็ไปรอเจ้านกพิราบสื่อสารต่างหาก ยังมิได้ก้าวเข้าไปในตำหนักองค์หญิงห้าเลยแม้เพียงก้าวหนึ่ง

“พี่หญิงกล่าวหาว่าหม่อมฉันทำหรือเพคะ”

ไป่มู่ชิงเอ่ยด้วยสุ้มเสียงตกใจ ทั้งที่ภายในเบื่อหน่ายยิ่ง

“เจ้าไปทำอะไรที่หลังตำหนัก”

พระมเหสีเอ่ยถาม

“หม่อมฉันเพียงไปเดินเล่นเท่านั้นเพคะ”

ตอบพลางก้มหน้าลงคล้ายสะเทือนใจ หากแต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความครุ่นคิด หากเป็นฝีมือนางคงไม่ทำแค่ตำหนิเล็กน้อยหรอก มันต้องฉีกออกเป็นชิ้นๆ แล้วเผาเสีย!

“องค์หญิงเก้า หากเจ้ายอมรับผิด แม่จะมิลงโทษเจ้ารุนแรง”

พระมเหสีเอ่ยออกมาพร้อมทั้งคลี่ยิ้มละมุน ทว่านัยน์ตายังแฝงไปด้วยความผยองใจ

แน่นอนล่ะ! สองแม่ลูกคู่นี้ขอแค่ได้แกล้งนางนิดๆ หน่อยๆ ถูกคัดตำรา กักบริเวณก็พึงพอใจแล้ว

ไป่มู่ชิงกระตุกยิ้มอ่อนหวาน

“พี่หญิง หากน้องลอบเข้าไปที่ตำหนักจริง ก็ย่อมต้องมีผู้รู้เห็น” หญิงสาวช้อนสายตาขึ้นมองด้วยท่าทีไม่ยี่หระ “เช่นนั้นเสด็จพี่เมตตาน้องได้หรือไม่ ผู้ใดกันที่เห็นน้องเข้าไปในตำหนัก”

สิ้นประโยคไป่ลู่อิงชะงักค้างไปชั่วขณะหนึ่ง ลอบสบตามารดาแล้วเหลือบมองนางกำนัลผู้หนึ่ง เชิดหน้าขึ้นตอบฉะฉาน

“เจ๋ากูกู เจ้าพูดออกไปสิ ว่าเห็นอันใดบ้าง”

นางกำนัลผู้หนึ่งที่กำลังก้มหน้าลงสะดุ้งเมื่อได้ยินองค์หญิงห้ากล่าวออกมาเช่นนั้น ในขณะที่ไป่มู่ชิงลอบสังเกตปฏิกิริยาอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ

“หม่อม...หม่อมฉัน...”

ท่าทางลุกลี้ลุกลนอยู่บ้าง แต่ถึงกระนั้นก็ก้มลงมองพื้นแล้วทำท่าจะเปล่งวาจาเสียงเบา

ทว่าสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อองค์หญิงเก้าถือวิสาสะเดินเข้าไปหานางกำนัลผู้นั้นที่อยู่ห่างกันเพียงสองก้าว มือนุ่มแตะบริเวณไหล่อีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง

ดวงตาเรียวหงส์จ้องมองร่างที่สั่นสะท้านพลางคลี่ยิ้มละมุน ตั้งสมาธิเล็กน้อยก่อนจะมีเสียงหนึ่งปรากฏขึ้นมาในหัว

‘แย่แล้ว! เมื่อวานข้าอยู่แต่ในครัวทั้งวัน คนในตำหนักองค์หญิงเก้าเห็นบ้างหรือไม่!’

ไป่มู่ชิงขยับริมฝีปากเบาๆ

“ข้าเห็นเจ้าอยู่ในครัวทั้งวันมิใช่หรือ กลับมาตำหนักพี่หญิงเมื่อใดกัน”

สิ้นประโยคใบหน้าคนฟังก็เหงื่อผุดพรายไม่เว้นแม้กระทั่งไป่ลู่อิงที่กะพริบตาถี่

“หม่อมฉัน...”

เจ๋ากูกูใบหน้าเหยเกด้วยมิรู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี

“หากพูดปด ก็เท่ากับเจ้าหลอกลวงเสด็จแม่ โทษประหารเชียวนะ”

คราวนี้ไป่ลู่อิงช้อนสายตาขึ้นสบกับมารดา ริมฝีปากเม้มติดกันแน่นในขณะที่พระมเหสีขยิบตาให้ครั้งหนึ่ง สีหน้าเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ แต่ถึงกระนั้นก็ยังรักษาท่วงท่าสงบได้เป็นอย่างดี

“อิงเอ๋อร์ ข้าคิดว่าเรื่องนี้มีสิ่งแปลกประหลาดอยู่บ้าง มิสู้เจ้านำเจ๋ากูกูไปสืบสวนให้แน่ใจเสียก่อนว่านางมิได้พูดปดต่อเจ้า”

ได้ยินแบบนั้นแล้วไป่มู่ชิงก็ถอนหายใจ ปล่อยมือออกจากนางกำนัลผู้โชคร้ายแล้วทรุดตัวลงคุกเข่าที่เดิม นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเยาะหยันอย่างเห็นได้ชัด

กลัวว่าจะถูกจับได้ล่ะสิว่าสร้างเรื่องขึ้นมา!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   Special -แฝดสกุลหลิว,หลานเซ่อ

    แฝดสกุลหลิว“เป็นเช่นไรบ้าง ยังรู้สึกเจ็บอยู่อีกหรือไม่”เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับร่างของพี่ชายนั่งลงบนแคร่ไม้ไผ่ บุคคลที่อยู่เบื้องหน้ามีรูปลักษณ์ละม้ายคล้ายคลึงกับเขาทุกกระเบียดนิ้วเลยทีเดียว“ท่านจะบอกได้หรือยัง ว่าท่านทำแบบนี้ไปเพื่ออันใด”หมอหลิวเอ่ยถามด้วยนัยน์ตาสิ้นหวัง ร่างกายท่อนล่างของเขาไม่สามารถขยับช่วยเหลือตัวเองได้อีก“เพราะเจ้าเป็นน้องชายของข้า”หมออู๋เอ่ยด้วยความสัตย์จริง ครั้งหนึ่งเขาเคยให้คำมั่นกับบิดา มิว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ขอแค่เพียงน้องชายยังมีชีวิตอยู่ แม้จะอยู่ไกลแค่ไหนก็จะปกป้องและมิยอมให้เขาได้กระทำสิ่งไม่ดีคนฟังชะงัก เบือนใบหน้าไปทางอื่น เอ่ยด้วยความขมขื่น“ทั้งๆ ที่ข้าทำกับท่านถึงเพียงนี้”ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ตอนนั้นเขาและพี่ชายเป็นบุตรของหมอใหญ่ในวังหลวง พวกเขาเรียนรู้วิชาการรักษาคน ศึกษาสมุนไพรและพิษต่างๆ เพื่อหวังจะเป็นหมอที่มีชื่อเสียงเช่นบิดาหากแต่เขามิได้คิดแค่นั้น...พี่ชายของเขาสามารถเรียนรู้ได้ไวกว่า เก่งกว่า ทั้งที่ออกมาลืมตาดูโลกก่อนเขาไม่กี่นาที จากนั้นความอิจฉาริษยาก็ครอบงำทำให้ความรักใคร่กลมเกลียวถูกทำลาย มีปากเสียงกันอยู่บ่อยครั้ง

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   บทส่งท้าย - ไม่เป็นไร ข้าอยู่ข้างบน

    “เรื่องที่พวกขุนนางเสนอท่านวันนี้ ท่านคิดเห็นอย่างไรบ้าง”ไป่มู่ชิงนั่งอยู่บนเตียงทองคำ มือลูบไล้หน้าท้องที่นูนเด่นของตัวเองอย่างเหม่อลอย บอกแล้วอย่างไรว่าการใช้ชีวิตในวังหลวงมิใช่เรื่องที่ควรทำเลยสักนิด!“อย่าสนใจไปเลย ข้าเคยให้คำสัญญากับเจ้าไปแล้วอย่างไรว่าข้าจะมิแต่งผู้ใดอีก”“ฮ่องเต้จะมีชายาเพียงคนเดียวได้อย่างไร ท่านก็เห็นมิใช่หรือว่าการรับสตรีเพื่อคานอำนาจนั้นเป็นสิ่งที่ท่านควรทำ”หญิงสาวกล้ำกลืนความน้อยอกน้อยใจ นอกจากกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณแล้ว นางยังต้องเพิ่มความอดทนมากมายเพียงใดกับเรื่องนี้ หากนางไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้แล้ว นางจะมิกลายเป็นคนใจร้ายเหมือนแม่เลี้ยงของนางหรอกหรือฉู่ซูเหยียนถอดเสื้อคลุมมังกรออก เดินเข้าไปประคองคนที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่บนเตียง จุมพิตที่ริมฝีปากอวบอิ่มเบาๆ“ข้าเคยผิดสัญญาที่ให้ไว้ต่อเจ้าครั้งหนึ่งแล้ว ข้าจะมิทำมันอีก”“แล้วท่านจะทำอย่างไร หากท่านมิยอมแต่งสนมอีก อาจจะสร้างความมิพอใจแก่ขุนนางได้”“หากเจ้าหมายถึงการรับสตรีเข้าวังหลังเพื่อคานอำนาจล่ะก็ ขอเวลาแค่เพียงสิบกว่าปีเท่านั้น พวกเขาจะได้ตามที่ขอมากมายแน่”คราวนี้คนฟังช้อนสา

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ดอกบัวบูชาเมีย?

    ยังไม่ทันที่จะได้สนทนาอะไรกันไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าตึกตักก็ดังเข้ามาหาพร้อมกับปรากฏร่างของหมางกั๋วที่มีคราบเหงื่อติดอยู่บริเวณกรอบหน้า ดวงตาดูร้อนใจกว่าทุกที หากแต่ก็ยังสบตาท่านอ๋องเชิงคำถาม“กล่าวมาเถิด”ฉู่ซูเหยียนเอ่ยอนุญาตเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังลังเลว่าควรจะรายงาน บางอย่าง ต่อหน้าพระชายาหรือไม่“หมอหลวงหลิวและบุตรสาวหายตัวไปจากวังหลวงแต่มิมีผู้ใดพบสิ่งผิดปกติ ส่วนหมออู๋ที่ทำการรักษาอยู่ฝากจดหมายไว้ให้ท่านอ๋องฉบับหนึ่ง จากนั้นก็ขอปลีกตัวไปใช้ชีวิตตามเดิมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ฉู่ซูเหยียนปล่อยมือข้างหนึ่งออกจากสตรีในอ้อมแขน เอื้อมไปรับจดหมายจากมือของหมางกั๋วที่ค่อยๆ ถามเสียงเบา“ท่านอ๋องมีคำสั่งให้ติดตามหมอหลวงหลิวไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”“ไม่ต้อง”ว่าแล้วก็โบกมือให้อีกฝ่ายออกไป มือก็สะบัดแผ่นกระดาษในมือครั้งหนึ่ง ข้อความสั้นๆ ก็ปรากฏออกมาสู่สายตา‘ขอบพระทัยท่านอ๋อง’ไป่มู่ชิงช้อนสายตาขึ้นมองดวงตาที่ดำมืดนั่นอย่างพิจารณา หรี่ตาลงเอ่ยถามขึ้น“หมายความว่าอย่างไร”“หมออู๋คงจะเบื่อชีวิตในเมืองหลวงแล้วกระมัง” ว่าแล้วก็พับจดหมายวางลงบนโต๊ะ ประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากกลมมนแต่ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ยังมี

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ท่านอ๋องแพ้ท้อง

    หลังจากเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น ราชสำนักก็ระส่ำระส่าย ตำแหน่งขุนนางถูกผลัดเปลี่ยนจนเกือบหมด การสอบขุนนางถูกเลื่อนใกล้เข้ามาเพื่อคัดผู้มีความสามารถเข้ารับตำแหน่งโดยเร็วพร้อมๆ กับตำแหน่งองค์รัชทายาทที่เปลี่ยนแปลงอดีตองค์รัชทายาทฉู่เหวินหง พระชายาซูเสี่ยนและเหล่าขุนนางบางส่วนที่สนับสนุนการก่อกบฏบางส่วนถูกจองจำอยู่ในคุกหลวง บางคนที่มีหลักฐานมิมากพอก็ทยอยกันลาออกจากราชการไปเสียเองทางด้านหมอหลวงหลิวยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงหมอในการดูแลของหมออู๋ที่ฉู่ซูเหยียนส่งเข้าไปในภายหลัง บาดแผลจากคมกระบี่ของฉู่เหวินหงถูกอวัยวะสำคัญ ทำให้ต้องรักษาตัวอยู่นานและมีความเป็นไปได้อย่างสูงที่จะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อีกทางด้านพระสนมซิวหรงนั้น หลังจากที่ล้างมลทินได้ นางก็หลีกหนีความวุ่นวายไปบำเพ็ญเพียรภาวนาให้ฮ่องเต้หายจากอาการประชวรฮ่องเต้เองก็มีอาการดีขึ้น เริ่มสื่อสารกับคนรอบข้างได้บ้างแต่ยังมิสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติ อีกไม่กี่วันราชโองการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินกำลังจะเกิดขึ้น ทั้งในวังหลวงและจวนชินหวังฝู่เต็มไปด้วยความวุ่นวายมากมายแม้แต่ในเรือนเหอฮวาซึ่งเป็นสถานที่รโหฐานของท่านอ๋องและพระชายาก็เช่นกัน

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ข้ากำลังถูกบอกรัก?

    “ข้ามิเป็นอันใด”ไป่มู่ชิงเอ่ยตอบหลี่หยู่ที่เข้ามาประคองด้วยความเป็นห่วง สายตามองตรงไปเห็นหมางกั๋วกำลังเข้าใกล้มาพร้อมกับรถม้าที่แสนธรรมดา ไร้การตกแต่งใดๆ ไม่มีเครื่องหมายแสดงถึงจวนชินหวังฝู่เลยแม้แต่น้อย หากฉู่ซูเหยียนต้องการหย่านางขอเพียงเอ่ยต่อหน้าผู้อาวุโสห้าคนเป็นอันใช้ได้“พวกเราไปกันเถิด” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตัดพ้ออยู่บ้าง ทว่าคนฟังทั้งสองกลับมิสามารถช่วยเหลืออะไรได้เลยท่ามกลางความเงียบนั่นจู่ๆ ไป่มู่ชิงกังเกตได้ถึงความผิดปกติ จู่ๆ ผู้คนภายนอกต่างเบิกตาโตพูดคุยกันอื้ออึง สีหน้าของหมางกั๋วเองก็ดูเหมือนจะมิค่อยดีนัก“เสด็จเถิดพ่ะย่ะค่ะ”หญิงสาวมองดูท่าทางเร่งรีบนั่นแล้วก็หรี่ตาลงอย่างจับผิด“เกิดอันใดขึ้น มีผู้ใดมาเช่นนั้นหรือ”“มิได้พ่ะย่ะค่ะ”ทันทีที่พูดจบประโยคร่างสง่างามของพระชายาก็ย่ำเท้าเข้ามาหาเร็วๆ ยกมือหนึ่งขึ้นแตะท่อนแขนอีกฝ่ายแล้วกัดฟันแน่น‘ต้องรีบไปจากที่นี่ คนขององค์รัชทายาทกำลังมาที่จวนแน่’“เหตุใดองค์รัชทายาทส่งคนมา เรื่องนี้ท่านอ๋องทราบหรือไม่”หมางกั๋วใบหน้าเหวอหวาด้วยความตกใจ ครั้นหันไปทางหลี่หยู่ก็พบว่าอีกฝ่ายก็จ้องเขาเขม็งอย่างคาดคั้น “หากเจ้ามิพูด ข้าจะก

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ทาสภรรยา

    ความมืดมิดค่อยๆ เลือนหาย มีแสงสว่างเข้ามาแทนที่นั้นทำให้ไป่มู่ชิงลืมตาขึ้นด้วยใบหน้าง่วงงุนคล้ายกับคนยังนอนไม่เต็มอิ่มภาพและบทสนทนาเมื่อคืนหลั่งไหลเข้ามาในความทรงจำทีละฉากจนต้องหันขวับไปมองข้างกาย แต่แล้วบุคคลที่คิดว่าควรจะอยู่เคียงข้างนางในตอนนี้มีเพียงแค่ความว่างเปล่า“ตื่นแล้วหรือเพคะ”เสียงของหลี่หยู่ทำให้ภวังค์ความคิดหยุดลง ดวงตากลมโตช้อนสายตาขึ้นมองร่างของนางกำนัลที่ก้าวย่างเข้ามาหา ทว่านัยน์ตากลับเหลือบมองไปรอบๆ ห้อง เมื่อเห็นอีกฝ่ายลอบยิ้มไป่มู่ชิงถึงได้เอ่ยถาม“เมื่อคืนเจ้าไปนอนที่ไหนมา”“เรือนเหอฮวาเพคะ”หลี่หยู่กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่มีอาการของความโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย จนคนฟังถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดูท่าทางหมางกั๋วจะเกลี้ยกล่อมคนของนางให้แปรพรรคไปเรียบร้อยแล้ว!ไป่มู่ชิงมีท่าทีอึกอัก อยากจะถามถึงบุรุษผู้นั้นว่าน้อยใจจนหนีไปเสียแล้วหรือ?หลี่หยู่ที่ลอบสังเกตอีกฝ่ายมาตั้งแต่ต้นได้แต่ซ่อนความรู้สึกขบขัน“ท่านอ๋องกลับไปประทับที่เรือนเหอฮวาตั้งแต่เช้า อาการมิดีเท่าไหร่นักเพคะ”“เป็นอะไร” ถามขึ้นแทบจะทันที ไม่ต้องเสียเวลาคิดด้วยซ้ำ“หม่อมฉันเห็นท่านอ๋องดูมิค่อยสบายนัก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status