LOGIN“องค์หญิงเพคะ อยู่ที่นี่หรือเปล่าเพคะ”
เสียงตะโกนเรียกที่ด้านหน้าตำหนักทำให้ไป่มู่ชิงสลัดความคิดออกจากภวังค์
“ข้าอยู่ด้านหลัง มีอะไรหรือ”
สิ้นเสียงขานรับนั่น นางกำนัลผู้หนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามากล่าวด้วยความร้อนใจ
“พระมเหสีทรงเรียกพบที่ตำหนักเพคะ”
“เดี๋ยวข้าไป”
ไป่มู่ชิงพยักหน้า รีบเคี้ยวขนมในปากจนหมดขณะที่ดวงตายังเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย ดูท่าทางไม่ได้หาเรื่องนางสามวันไป่ลู่อิงจะกินไม่ได้นอนไม่หลับแล้ว
หลี่หยู่สบตาอีกฝ่ายพลางกะพริบตาปริบๆ ใบหน้าเหยเก มองดูท่าทางไม่เดือดเนื้อร้อนใจขององค์หญิงแล้วก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ลองตามให้ไปที่ตำหนักเช่นนี้อีกฝ่ายต้องถูกหาเรื่องอะไรอีกแน่
“องค์หญิงเพคะ”
“อย่าห่วงเลย พวกเขาคงไม่มีอะไรทำ”
ไป่มู่ชิงโบกมือไหว หยิบขนมใส่ปากอย่างเชื่องช้าคล้ายไม่ทุกข์ร้อน อีกทั้งยังบิดขี้เกียจเป็นของแถมอีกต่างหาก!
ในเมื่อเจ้านายยังไม่รู้สึกรู้สา นางเองก็ได้แต่ลอบถอนหายใจ
“องค์หญิงระวังตัวด้วยนะเพคะ”
---------------------------------------------------------------
“ถวายพระพรเพคะเสด็จแม่”
ไป่มู่ชิงย่อตัวคำนับสวยงามด้วยใบหน้าเรียบเฉย มองดูพระมเหสีนั่งอยู่บนตั่งตัวสูงที่สุดในตำหนัก ข้างกายปรากฏร่างอรชรในชุดปักดอกเหมยสีชมพูงดงาม
พระมเหสีเหลือบมองไปที่องค์หญิงห้า รับสั่งเสียงนุ่มนวล
“อิงเอ๋อร์ เจ้ามีอันใดก็กล่าวออกไปเสีย”
ไป่ลู่อิงเชิดหน้าขึ้นพร้อมกับคลี่ผ้าพับหนึ่งออกไปตรงหน้า
“เสด็จแม่เพคะ เมื่อสองวันก่อนเสด็จพ่อนำผ้าต่วนสองผืนมาพระราชทานให้หม่อมฉันและน้องเก้าเพื่อตัดชุดในวันปีใหม่ ตอนนั้นพวกเราพึงใจผ้าผืนเดียวกัน หากแต่เสด็จพ่อประทานให้หม่อมฉัน”
พระมเหสีพยักหน้าหงึกหงักในขณะที่ไป่มู่ชิงลอบถอนลมหายใจ ผ้าก็ได้ไปแล้ว แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนางอีก
“เช้าวันนี้หม่อมฉันจะนำผ้าไปให้ช่างตัด แต่ก็บังเอิญเห็นรอยขาดนี้เสียก่อนเพคะ”
ได้ยินแบบนั้นแล้วไป่มู่ชิงก็พยายามเพ่งดูผ้าในมือของไป่ลู่อิง ทำให้เห็นถึงร่องรอยถูกคมมีดฉีกขาด หากแต่จุดที่โดนกระทำเป็นแค่ส่วนปลายผ้าเท่านั้น หากต้องการจะนำไปตัดชุดจริงก็ยังไม่มีปัญหา
ฟังมาตั้งนาน ยังไม่รู้เลยว่าเรียกนางมาที่นี่ด้วยเหตุอันใด
“เมื่อวานนี้มีนางกำนัลเห็นน้องเก้าไปที่หลังตำหนัก ซึ่งสามารถเชื่อมไปที่ตำหนักของหม่อมฉันได้เพคะ”
สิ้นประโยคทำให้คนฟังใบหน้าเหวอหวา จริงอยู่ที่เมื่อวานนางไปที่หลังตำหนัก แต่นั่นก็ไปรอเจ้านกพิราบสื่อสารต่างหาก ยังมิได้ก้าวเข้าไปในตำหนักองค์หญิงห้าเลยแม้เพียงก้าวหนึ่ง
“พี่หญิงกล่าวหาว่าหม่อมฉันทำหรือเพคะ”
ไป่มู่ชิงเอ่ยด้วยสุ้มเสียงตกใจ ทั้งที่ภายในเบื่อหน่ายยิ่ง
“เจ้าไปทำอะไรที่หลังตำหนัก”
พระมเหสีเอ่ยถาม
“หม่อมฉันเพียงไปเดินเล่นเท่านั้นเพคะ”
ตอบพลางก้มหน้าลงคล้ายสะเทือนใจ หากแต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความครุ่นคิด หากเป็นฝีมือนางคงไม่ทำแค่ตำหนิเล็กน้อยหรอก มันต้องฉีกออกเป็นชิ้นๆ แล้วเผาเสีย!
“องค์หญิงเก้า หากเจ้ายอมรับผิด แม่จะมิลงโทษเจ้ารุนแรง”
พระมเหสีเอ่ยออกมาพร้อมทั้งคลี่ยิ้มละมุน ทว่านัยน์ตายังแฝงไปด้วยความผยองใจ
แน่นอนล่ะ! สองแม่ลูกคู่นี้ขอแค่ได้แกล้งนางนิดๆ หน่อยๆ ถูกคัดตำรา กักบริเวณก็พึงพอใจแล้ว
ไป่มู่ชิงกระตุกยิ้มอ่อนหวาน
“พี่หญิง หากน้องลอบเข้าไปที่ตำหนักจริง ก็ย่อมต้องมีผู้รู้เห็น” หญิงสาวช้อนสายตาขึ้นมองด้วยท่าทีไม่ยี่หระ “เช่นนั้นเสด็จพี่เมตตาน้องได้หรือไม่ ผู้ใดกันที่เห็นน้องเข้าไปในตำหนัก”
สิ้นประโยคไป่ลู่อิงชะงักค้างไปชั่วขณะหนึ่ง ลอบสบตามารดาแล้วเหลือบมองนางกำนัลผู้หนึ่ง เชิดหน้าขึ้นตอบฉะฉาน
“เจ๋ากูกู เจ้าพูดออกไปสิ ว่าเห็นอันใดบ้าง”
นางกำนัลผู้หนึ่งที่กำลังก้มหน้าลงสะดุ้งเมื่อได้ยินองค์หญิงห้ากล่าวออกมาเช่นนั้น ในขณะที่ไป่มู่ชิงลอบสังเกตปฏิกิริยาอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ
“หม่อม...หม่อมฉัน...”
ท่าทางลุกลี้ลุกลนอยู่บ้าง แต่ถึงกระนั้นก็ก้มลงมองพื้นแล้วทำท่าจะเปล่งวาจาเสียงเบา
ทว่าสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อองค์หญิงเก้าถือวิสาสะเดินเข้าไปหานางกำนัลผู้นั้นที่อยู่ห่างกันเพียงสองก้าว มือนุ่มแตะบริเวณไหล่อีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง
ดวงตาเรียวหงส์จ้องมองร่างที่สั่นสะท้านพลางคลี่ยิ้มละมุน ตั้งสมาธิเล็กน้อยก่อนจะมีเสียงหนึ่งปรากฏขึ้นมาในหัว
‘แย่แล้ว! เมื่อวานข้าอยู่แต่ในครัวทั้งวัน คนในตำหนักองค์หญิงเก้าเห็นบ้างหรือไม่!’
ไป่มู่ชิงขยับริมฝีปากเบาๆ
“ข้าเห็นเจ้าอยู่ในครัวทั้งวันมิใช่หรือ กลับมาตำหนักพี่หญิงเมื่อใดกัน”
สิ้นประโยคใบหน้าคนฟังก็เหงื่อผุดพรายไม่เว้นแม้กระทั่งไป่ลู่อิงที่กะพริบตาถี่
“หม่อมฉัน...”
เจ๋ากูกูใบหน้าเหยเกด้วยมิรู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
“หากพูดปด ก็เท่ากับเจ้าหลอกลวงเสด็จแม่ โทษประหารเชียวนะ”
คราวนี้ไป่ลู่อิงช้อนสายตาขึ้นสบกับมารดา ริมฝีปากเม้มติดกันแน่นในขณะที่พระมเหสีขยิบตาให้ครั้งหนึ่ง สีหน้าเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ แต่ถึงกระนั้นก็ยังรักษาท่วงท่าสงบได้เป็นอย่างดี
“อิงเอ๋อร์ ข้าคิดว่าเรื่องนี้มีสิ่งแปลกประหลาดอยู่บ้าง มิสู้เจ้านำเจ๋ากูกูไปสืบสวนให้แน่ใจเสียก่อนว่านางมิได้พูดปดต่อเจ้า”
ได้ยินแบบนั้นแล้วไป่มู่ชิงก็ถอนหายใจ ปล่อยมือออกจากนางกำนัลผู้โชคร้ายแล้วทรุดตัวลงคุกเข่าที่เดิม นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเยาะหยันอย่างเห็นได้ชัด
กลัวว่าจะถูกจับได้ล่ะสิว่าสร้างเรื่องขึ้นมา!
เสียงกระบี่กระทบส่งเสียงดังสนั่นพร้อมๆ กับร่างสูงใหญ่ของชายผู้หนึ่งกำลังพลาดท่าตกเป็นเป้าของคมดาบทำให้ผู้ที่เงื้ออาวุธแท่งยาวหยุดมือ โยนแท่งเหล็กสีเงินวาวลงพื้น“ท่านอ๋องโปรดระงับโทสะด้วยพ่ะย่ะค่ะ”หมางกั๋ว องครักษ์คู่กายเอ่ยเสียงเรียบ หากแต่ริมฝีปากกลับกระตุกเล็กน้อยคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม“ข้ามีโทสะเมื่อใดกัน”สิ้นประโยคคนฟังแทบจะหัวเราะออกมาดังๆ ถึงแม้อีกฝ่ายจะปฏิเสธหากแต่หัวคิ้วที่ขมวดติดกันแน่นและใบหน้าอึมครึมนั่นทำให้เขาคาดเดาอารมณ์ท่านอ๋องตอนนี้ได้ไม่ยากนักเห็นอยู่ชัดๆ ว่าอีกฝ่ายกำลังอารมณ์ไม่ดี!“องค์หญิงเก้ารูปโฉมมิต้องตาหรือพ่ะย่ะค่ะ”“มิแย่นัก”ว่าแล้วก็ก้าวย่างไปนั่งในศาลา ยกจอกน้ำชาขึ้นมาดื่มดับกระหาย ใบหน้ายังไร้ซึ่งความรู้สึกเช่นเคยหมางกั๋วลอบหัวเราะเบา ขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับกระซิบกระซาบเสียงจริงจัง“หรือท่านอ๋องเกรงว่านางจะเป็นคนขององค์รัชทายาท”“มิมีทางเป็นเช่นนั้นแน่”ดวงตาพยัคฆ์จ้องมองไปยังจอกน้ำชาที่ถูกเขย่าเบาๆ อย่างครุ่นคิด องค์หญิงแห่งเหอเป่ยนั่นเป็นพระราชโองการของบิดา สงครามทางใจกำลังก่อตัวเช่นนี้ เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่เสด็จพ่อจะดึงคนเข้ามาเพิ่ม มั่นใจได้เส
“เชิญเสด็จองค์หญิงเก้าพ่ะย่ะค่ะ”กงกงร่างท้วมที่เดินนำเอ่ยบอกอย่างมีมารยาทก่อนจะเปิดประตูสลักลวดลายบุปผาออกตรงหน้าของนางคือห้องเล็กๆ ห้องหนึ่งที่ประดับตกแต่งไปด้วยดอกไม้หอมมากมาย ตรงกลางห้องมีถังน้ำโรยกลีบกุหลาบแดง อีกทั้งยังมีธูปหอมจุดไว้มุมหนึ่ง หน้าต่างมีลมพัดผ่านจนผ้าม่านสีขาวบางพลิ้วไหวไปตามแรง“องค์หญิง ที่นี่สวยจริงๆ เพคะ”หลี่หยู่ที่เดินตามเข้ามาติดๆ กระซิบกระซาบในขณะที่ไป่มู่ชิงพยักหน้ารับเงียบๆ ดูเหมือนว่าที่นี่จะถูกจัดเตรียมเอาไว้เพื่อต้อนรับนางโดยเฉพาะ“พระชายาซูเสี่ยนมีรับสั่งให้เตรียมไว้ต้อนรับพระองค์พ่ะย่ะค่ะ”พูดจบกงกงก็รีบขอตัวออกไป ปล่อยให้ไป่มู่ชิงเดินดูไปรอบๆ ห้องอย่างพิจารณา ดูเหมือนว่าชายารัชทายาทผู้นั้นต้องการทำดีกับนางไม่น้อย ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะความหวังดีจากใจจริงหรือมีอันใดแอบแฝงกันแน่หญิงสาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เดินอ้อมไปยังหลังฉากกั้น“หยู่เอ๋อร์ เจ้าปรนนิบัติเราหน่อยเถิด”ไป่มู่ชิงเอ่ยออกมาเสียงเรียบ ปล่อยให้หลี่หยู่จัดการกับอาภรณ์ของนางตามอำเภอใจ ไหนๆ พวกเขาก็อุตส่าห์เตรียมการต้อนรับนางถึงเพียงนี้ นางก็มิขัดศรัทธาเช่นกันน้ำในถังกระฉอกออกมาในขณ
ดูยิ่งใหญ่มากจริงๆ มิน่าเล่าผู้คนถึงได้ให้ความสนใจมากมายถึงเพียงนั้นไป่มู่ชิงคลี่ยิ้มเบิกบานมองดูขบวนองค์หญิงเก้าที่กำลังเดินทางอยู่ตรงหน้า เมื่อครู่นางแสร้งหยุดรถม้าก่อนจะอาศัยจังหวะชุลมุนเล็กน้อยนั่นหนีออกมาในคราบชุดของหลี่หยู่หญิงสาวสลัดผ้าที่ปิดบริเวณใบหน้าของตัวเองออก ถือเป็นความโชคดีอย่างหนึ่งที่แคว้นเหอเป่ยมีขนบธรรมเนียมประเพณีให้หญิงสาวต้องใช้ผ้าคลุมบริเวณจมูกลงมาหากไปเยือนเมืองอื่นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของแคว้นหญิงสาวลอบสำรวจเส้นทางเดินไปเรื่อยๆ มองดูการค้าขายที่เจริญรุ่งเรืองอย่างสนใจ อาหารหลายอย่างคล้ายคลึงกับสมัยใหม่ แต่บางอย่างก็ไม่เคยเห็นมาก่อนทันทีที่ดวงตากลมโตปะทะเข้ากับขนมเซาปิ่ง4 ประกายในดวงตาก็สลดลงเล็กน้อย ขาทั้งสองก้าวเข้าไปตามกลิ่นหอมน่ากินนั่นอย่างลืมตัว‘หม่าม้า...ขากลับอย่าลืมซื้อเซาปิ่งมาให้ด้วยนะ’นี่เป็นประโยคที่นางมักใช้กล่าวกับมารดาเสมอยามที่บุพการีออกไปทำธุระนอกบ้าน...มันคือขนมที่นางเคยชอบที่สุดในอดีต“แม่นางรับอะไรดี ขนมนี่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ เลยนะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นด้วยรอยยิ้ม พร้อมทั้งผายมือออกให้ดูเซาปิ่งวางเรียงรายกันอยู่มากมายไป่มู่ชิงกะพริบตาเล็กน้
“เสด็จพ่อมีอันใดจะรับสั่ง บอกหม่อมฉันได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”คราวนี้ฮ่องเต้พยายามจะลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล จ้องมองอีกฝ่ายนิ่งคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง“เรื่องที่พระสนมปลิดชีพตัวเอง เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร”ฉู่ซูเหยียนยิ้มน้อยๆ“หม่อมฉันมิทราบว่าสตรีมีใจซับซ้อนมากเพียงใด เป็นไปได้หรือไม่ว่าสิ่งที่ผู้คนพูดจะเป็นความจริง จากการตรวจสอบมิพบร่องรอยของการถูกลอบฆ่าหรือวางยา”เขาตอบตามใจคิด ผู้คนเล่าลือกันไปต่างๆ นานาว่าพระสนมไป่มีใจริษยาต่อกุ้ยเฟยที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งสนมที่สูงสุดรองมาจากฮองเฮาถึงแม้จะได้รับการอวยยศเป็นชินอ๋องถึงสามปี เคยมีสัมพันธ์กับสตรีมาบ้างตั้งแต่อายุสิบสี่ แต่ถึงกระนั้นก็ล้วนเป็นการเรียนรู้ที่จะตอบสนองความต้องการทางกายที่บุรุษเพศพึงมี โดยไม่มีความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะเป็นเช่นนั้น...เขาจึงไม่เคยเรียนรู้ความคิดอ่านของสตรีมาก่อนฮ่องเต้มิได้ตอบ หากแต่กระตุกริมฝีปากขึ้น“เดิมทีพระสนมไป่ถวายตัวแก่ข้า ก็เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีของเหอเป่ยกับถงเยว่ เจ้าคิดว่าการที่นางปลิดชีพในวังหลวงเช่นนี้ แคว้นเหอเป่ยจะคิดเช่นไร”คนฟังหรี่ตาลง ตอบเสียงทุ้มอย่างมีหลักการ“หากคิดในด้าน
ถึงแม้อีกฝ่ายจะมิใช่พ่อบังเกิดเกล้า แต่อย่างไรเสียนางมาใช้ชีวิตในร่างนี้ เขาก็ยังเป็นพ่อที่ควรปกป้องบุตร!ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มขึ้นคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม“เสด็จพ่อมีความเห็นอย่างไรเพคะ”ไป่ซีลู่มองดูบุตรสาวที่ไม่ยอมสบตาแล้วก็ได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ เขารู้ว่าที่ผ่านมาเขา ‘จงใจ’ เพิกเฉยบุตรีคนนี้เป็นอย่างมาก เรื่องที่สมควรปกป้องก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแต่นั่น...ก็เพื่อนางทั้งสิ้น...หากเขาออกตัวปกป้อง มีหรือที่พระมเหสีและไป่ลู่อิงจะไม่เพิ่มความรุนแรงเข้าไป แต่หากเขาทำตัวไม่สนใจแล้วพวกนางก็จะทำเพียงเล็กน้อยเท่านั้นทั้งหมดนี้เป็นเพราะความคับแค้นใจ ถึงแม้พระมเหสีจะเป็นชายาเอก หากแต่เขากลับปักใจอยู่ที่ชายารองเพียงผู้เดียว“ความสุขของเจ้าอยู่ที่ถงเยว่”เสียงทุ้มกล่าวออกมาด้วยความนุ่มนวล แต่นั่นกลับทำให้ไป่มู่ชิงเหลือบมองคนพูดอย่างไม่เชื่อสายตาประโยคที่ดูจะเรียบง่ายและเหมือนจะเป็นการบังคับกลายๆ นั่นกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกหนึ่งที่ไป่มู่ชิงไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีนั่นก็คือ...ความเป็นห่วงไม่ต้องมีคำพูดโจ่งแจ้ง ทว่านัยน์ตาของอีกฝ่ายกลับทำให้นางรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ถึงแม้แฝงไปด้วยความขึ้งเครียด แต่ก็ยัง
ไป่ลู่อิงรีบพยักหน้ารับ แสร้งตีหน้าขรึมหันไปทางเจ๋ากูกู“เจ้ามีเรื่องต้องคุยกับข้า”ไป่มู่ชิงกระตุกริมฝีปากเล็กน้อย ทว่ากลับแสร้งทำท่าทีเศร้าสร้อย แอบหัวเราะกับตัวเองเบาๆจะแกล้งผู้อื่นทั้งที ช่วยมีสมองมากกว่านี้ได้หรือไม่ อย่าทำตัวเป็นตัวร้ายในละครหลังข่าวไปหน่อยเลย!เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก พระมเหสีจึงกระแอมเสียงขึ้นครั้งหนึ่ง“ชิงเอ๋อร์ เรื่องวันนี้คงทำให้เจ้าตกใจมาก เจ้ากลับไปพักที่ตำหนักเถิด”“เพคะ”ไป่มู่ชิงรีบย่อตัวรับด้วยความรวดเร็ว เหลือบมองใบหน้าไป่ลู่อิงที่เต็มไปด้วยความขัดเคืองใจ แต่ถึงกระนั้นนางก็มิได้คิดเปิดโปงแต่อย่างใดนอกจากกล่าวลาแล้วรีบออกไปให้พ้นจากสองแม่ลูกโรคจิตนี่เสียหากแต่ยังไม่ทันที่จะได้เดินออกไปตามใจคิดด้วยซ้ำ จู่ๆ ข้าหลวงจากตำหนักเจ้าแคว้นก็ก้าวเข้ามาในตำหนักด้วยความเร่งรีบ“ถวายพระพรพระมเหสีและองค์หญิงทั้งสองพ่ะย่ะค่ะ”คราวนี้พระมเหสีหันไปมองใบหน้าไป่ลู่อิงพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเชิงเป็นคำถาม ในขณะที่องค์หญิงห้าโคลงศีรษะเบาๆ ใบหน้าซีดเผือดขึ้นมาอยู่บ้าง ถึงนางจะหาเรื่องแกล้งไป่มู่ชิงอยู่ตลอด แต่ก็เป็นการกลั่นแกล้งเพียงเล็กน้อยให้สำราญใจเท่านั้นข้ามิ







