Share

องค์หญิงเก้า

last update publish date: 2026-09-03 13:22:31

“เสด็จพ่อมีอันใดจะรับสั่ง บอกหม่อมฉันได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”

คราวนี้ฮ่องเต้พยายามจะลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล จ้องมองอีกฝ่ายนิ่งคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

“เรื่องที่พระสนมปลิดชีพตัวเอง เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร”

ฉู่ซูเหยียนยิ้มน้อยๆ

“หม่อมฉันมิทราบว่าสตรีมีใจซับซ้อนมากเพียงใด เป็นไปได้หรือไม่ว่าสิ่งที่ผู้คนพูดจะเป็นความจริง จากการตรวจสอบมิพบร่องรอยของการถูกลอบฆ่าหรือวางยา”

เขาตอบตามใจคิด ผู้คนเล่าลือกันไปต่างๆ นานาว่าพระสนมไป่มีใจริษยาต่อกุ้ยเฟยที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งสนมที่สูงสุดรองมาจากฮองเฮา

ถึงแม้จะได้รับการอวยยศเป็นชินอ๋องถึงสามปี เคยมีสัมพันธ์กับสตรีมาบ้างตั้งแต่อายุสิบสี่ แต่ถึงกระนั้นก็ล้วนเป็นการเรียนรู้ที่จะตอบสนองความต้องการทางกายที่บุรุษเพศพึงมี โดยไม่มีความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง

เพราะเป็นเช่นนั้น...เขาจึงไม่เคยเรียนรู้ความคิดอ่านของสตรีมาก่อน

ฮ่องเต้มิได้ตอบ หากแต่กระตุกริมฝีปากขึ้น

“เดิมทีพระสนมไป่ถวายตัวแก่ข้า ก็เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีของเหอเป่ยกับถงเยว่ เจ้าคิดว่าการที่นางปลิดชีพในวังหลวงเช่นนี้ แคว้นเหอเป่ยจะคิดเช่นไร”

คนฟังหรี่ตาลง ตอบเสียงทุ้มอย่างมีหลักการ

“หากคิดในด้านชั่วร้าย เหอเป่ยอาจจะคิดว่าเราดูถูกเหยียดหยาม”

“พวกเขาอาจจะคิดว่าเราดูแลองค์หญิงเหอเป่ยได้มิดี ทำร้ายน้ำใจนางจนกระทั่งฆ่าตัวตาย หรือไม่ก็คิดว่าเราวางยานาง”

ฉู่ซูเหยียนลอบถอนหายใจ หากเป็นเช่นนั้นจริง ไม่ช้าเร็วอาจจะต้องเกิดสงครามเป็นแน่

“หากต้องทำสงคราม ข้าจะ...”

ฮ่องเต้ไอออกมาเล็กน้อย ยกมือขึ้นห้าม

“ข้ารู้ว่าเจ้ามิได้กลัวสงคราม แต่ถ้าหากเรามีวิธีการประนีประนอมมิให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อนทั้งสองฝ่ายย่อมดีกว่ามิใช่หรือ”

องค์ชายแปดก้มหน้าลง ใบหน้าเต็มไปด้วยความครุ่นคิดอย่างถึงที่สุด องค์หญิงเหอเป่ยยอมถวายตัวเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี ก็นับได้ว่ายอมตกเป็นตัวประกันให้กับถงเยว่

ทว่าตอนนี้นางมิมีชีวิตอยู่ ก็เท่ากับถงเยว่ขาดหลักประกัน

“ข้าส่งจดหมายแจ้งข่าวให้กับแคว้นเหอเป่ยเรื่องพระสนม อีกทั้งยังขอความเห็นที่จะสู่ขอองค์หญิงเก้าแห่งเหอเป่ยแต่งมาที่ถงเยว่”

ได้ยินเช่นนั้นแล้วฉู่ซูเหยียนก็มีทีท่าลำบากใจ แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงอย่างชัดเจน

“หากเป็นเช่นนั้นได้ย่อมเป็นข่าวดี”

ฮ่องเต้มีสีหน้าคลายลง เอื้อมมือไปแตะไหล่บุตรชายเบาๆ คล้ายต้องการปลอบประโลม ดวงตายังเหลือบไปมองที่หีบใบหนึ่งบริเวณมุมห้องด้วยความเศร้าสร้อย

จากนั้นจึงเอ่ยออกมาเป็นประโยคเบาๆ

“มีอีกเรื่องหนึ่งที่เจ้าควรยินดี นั่นก็คือนางจะแต่งเข้าจวนชินหวังฝู่ เป็นชายาเอกของเจ้า”

---------------------------------------------------------------------------------------

ขบวนรถม้าที่กำลังเดินทางผ่านเข้าเมืองหลวงแห่งถงเยว่ทำให้บรรดาผู้คนต่างยืนชมด้วยความตื่นตา ถึงแม้ขบวนจะมิได้เอิกเกริกนักหากแต่ขบวนก็ดูยาวเหยียดมิต่ำกว่าห้าลี้ อีกทั้งรถม้ายังถูกประดับตกแต่งด้วยผ้าแดงมงคลสวยงามไม่แพ้ใคร

เบื้องหน้ามีนายทหารผู้หนึ่งถือธงปลิวไสว อันเป็นสัญลักษณ์ของแคว้นเหอเป่ย

ภายในรถม้านั่น มีสตรีสองคนกำลังนั่งตัวโคลงเคลง ผู้หนึ่งใช้มือเท้าคางดวงตาพริ้มลง ส่วนอีกคนหนึ่งกำลังตัดสินใจกระตุกแขนเสื้ออีกฝ่ายเบาๆ

“องค์หญิงเพคะ พวกเราเข้ามาในถงเยว่แล้ว”

“จริงหรือ ไหน! ให้ข้าดูหน่อย”

ไป่มู่ชิงเบิกตาโพลงไร้ซึ่งความง่วงงุน ใช้มือเปิดม่านหน้าต่างออก พึมพำออกมาอย่างตื่นเต้น

“เจ้าดูสิ ยิ่งใหญ่กว่าที่คิดเสียอีก”

หญิงสาวรีบดันตัวหลี่หยู่ให้ดูบ้าง เห็นร้านค้าและผู้คนมากมายถึงเพียงนี้ในใจก็อดคิดถึงยุคที่จากมาไม่ได้ ตอนนั้นนางเองก็ชอบไปเดินย่านการค้ากับเพื่อนๆ เช่นกัน

แต่มันก็นานเสียจนภาพบางอย่างเริ่มเลือนรางไปแล้ว

จนกระทั่งถึงช่วงเวลาหนึ่งที่ไป่มู่ชิงเริ่มจะสังเกตเห็นว่าผู้คนต่างจับจ้องมาบนรถม้า นางถึงได้ใช้ม่านปิดลงตามเดิม รู้สึกไม่ชินเอาเสียเลย

“องค์หญิงเป็นอันใดไปหรือเพคะ”

หลี่หยู่เลิกคิ้วถามอย่างสงสัยในขณะที่ไป่มู่ชิงโคลงศีรษะเล็กน้อย

หากเป็นนางในยุคก่อนคงจะไม่ได้สนใจสายตาที่จับจ้องนางเป็นตาเดียวเช่นนี้ หากแต่เมื่อมาสิงอยู่ในร่างองค์หญิงเก้าก็ล้วนมีข้อจำกัดมากมาย ชีวิตวัยเด็กถูกกักขังอยู่ในรั้ววัง เรียนหนังสือ ฝึกฝีมือและหาทางเอาตัวรอดจากคนที่ไม่ประสงค์ดี!

ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าถึงแม้นางจะมาจากยุคที่ชายหญิงมีอิสระ แต่เมื่อมาอาศัยอยู่ในร่างองค์หญิงเก้าเข้า นางก็มีความเคยชินกับสตรีที่สมควรอยู่แต่ในห้องหอไปเสียแล้ว

แต่ว่า...

ย่านการค้าของถงเยว่ก็ดูน่าสนใจ ไม่แน่ว่าการลอบออกไปสำรวจเส้นทางตอนนี้อาจจะมีประโยชน์ต่อนางในภายภาคหน้าก็ได้

“ข้าอยากจะไปเดินดูตลาดครู่หนึ่ง”

“องค์หญิงล้อเล่นแล้ว”

หลี่หยู่หัวเราะเบาๆ เห็นอยู่ว่าขบวนเสด็จยิ่งใหญ่เป็นที่น่าจับตาถึงเพียงนี้ องค์หญิงเก้าจะลอบหนีไปได้อย่างไร

ไป่มู่ชิงเลิกคิ้วขึ้น นัยน์ตาแฝงไปด้วยความซุกซน

“ข้าหรือจะล้อเล่นเจ้า”

หลี่หยู่มองดูท่าทีจริงจังของอีกฝ่ายแล้วก็ได้แต่ชะงัก คิดคำพูดไม่ออกไปชั่วขณะหนึ่ง

“ผู้คนรายล้อมอยู่มากเช่นนี้ องค์หญิงตรองด้วยเถิด...หรือไม่ รอเข้าจวนชินอ๋องแล้ว ท่านค่อยหาโอกาสมาอย่างเปิดเผยมิดีกว่าหรือ”

“เจ้าจะไปรู้อะไร การแต่งเข้าจวนอ๋องก็ย่อมมีกฎมิต่างจากวังหลวง” เป็นเช่นนั้นนางจะหาโอกาสออกมาเที่ยวเล่นได้อย่างไร

ไป่ซีลู่กำชับนักหนาว่ากฎเกณฑ์ของถงเยว่ช่างเข้มงวดยิ่งกว่าเหอเป่ยนัก จะสืบสาวราวเรื่องอย่างไรก็ต้องทำอย่างรอบคอบ นางจะต้องทำตัวเป็นภรรยาที่ดีและเชื่อฟังเพื่อมิให้ชินอ๋องระแคะระคายว่ามีแผนการอะไร

หลี่หยู่นิ่วหน้า โคลงศีรษะเล็กน้อย

“อย่างไรเสียก็เป็นเรื่องยาก”

“มิยาก หากมีเจ้าช่วย” ไป่มู่ชิงขยิบตาเล็กน้อย มองดูอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าจนนางกำนัลต้องย่นตัวหนี “ถอดเสื้อผ้าของเจ้ามาให้ข้าเร็วเข้า ก่อนที่ขบวนจะเข้าใกล้จวนอ๋องไปมากกว่านี้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   Special -แฝดสกุลหลิว,หลานเซ่อ

    แฝดสกุลหลิว“เป็นเช่นไรบ้าง ยังรู้สึกเจ็บอยู่อีกหรือไม่”เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับร่างของพี่ชายนั่งลงบนแคร่ไม้ไผ่ บุคคลที่อยู่เบื้องหน้ามีรูปลักษณ์ละม้ายคล้ายคลึงกับเขาทุกกระเบียดนิ้วเลยทีเดียว“ท่านจะบอกได้หรือยัง ว่าท่านทำแบบนี้ไปเพื่ออันใด”หมอหลิวเอ่ยถามด้วยนัยน์ตาสิ้นหวัง ร่างกายท่อนล่างของเขาไม่สามารถขยับช่วยเหลือตัวเองได้อีก“เพราะเจ้าเป็นน้องชายของข้า”หมออู๋เอ่ยด้วยความสัตย์จริง ครั้งหนึ่งเขาเคยให้คำมั่นกับบิดา มิว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ขอแค่เพียงน้องชายยังมีชีวิตอยู่ แม้จะอยู่ไกลแค่ไหนก็จะปกป้องและมิยอมให้เขาได้กระทำสิ่งไม่ดีคนฟังชะงัก เบือนใบหน้าไปทางอื่น เอ่ยด้วยความขมขื่น“ทั้งๆ ที่ข้าทำกับท่านถึงเพียงนี้”ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ตอนนั้นเขาและพี่ชายเป็นบุตรของหมอใหญ่ในวังหลวง พวกเขาเรียนรู้วิชาการรักษาคน ศึกษาสมุนไพรและพิษต่างๆ เพื่อหวังจะเป็นหมอที่มีชื่อเสียงเช่นบิดาหากแต่เขามิได้คิดแค่นั้น...พี่ชายของเขาสามารถเรียนรู้ได้ไวกว่า เก่งกว่า ทั้งที่ออกมาลืมตาดูโลกก่อนเขาไม่กี่นาที จากนั้นความอิจฉาริษยาก็ครอบงำทำให้ความรักใคร่กลมเกลียวถูกทำลาย มีปากเสียงกันอยู่บ่อยครั้ง

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   บทส่งท้าย - ไม่เป็นไร ข้าอยู่ข้างบน

    “เรื่องที่พวกขุนนางเสนอท่านวันนี้ ท่านคิดเห็นอย่างไรบ้าง”ไป่มู่ชิงนั่งอยู่บนเตียงทองคำ มือลูบไล้หน้าท้องที่นูนเด่นของตัวเองอย่างเหม่อลอย บอกแล้วอย่างไรว่าการใช้ชีวิตในวังหลวงมิใช่เรื่องที่ควรทำเลยสักนิด!“อย่าสนใจไปเลย ข้าเคยให้คำสัญญากับเจ้าไปแล้วอย่างไรว่าข้าจะมิแต่งผู้ใดอีก”“ฮ่องเต้จะมีชายาเพียงคนเดียวได้อย่างไร ท่านก็เห็นมิใช่หรือว่าการรับสตรีเพื่อคานอำนาจนั้นเป็นสิ่งที่ท่านควรทำ”หญิงสาวกล้ำกลืนความน้อยอกน้อยใจ นอกจากกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณแล้ว นางยังต้องเพิ่มความอดทนมากมายเพียงใดกับเรื่องนี้ หากนางไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้แล้ว นางจะมิกลายเป็นคนใจร้ายเหมือนแม่เลี้ยงของนางหรอกหรือฉู่ซูเหยียนถอดเสื้อคลุมมังกรออก เดินเข้าไปประคองคนที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่บนเตียง จุมพิตที่ริมฝีปากอวบอิ่มเบาๆ“ข้าเคยผิดสัญญาที่ให้ไว้ต่อเจ้าครั้งหนึ่งแล้ว ข้าจะมิทำมันอีก”“แล้วท่านจะทำอย่างไร หากท่านมิยอมแต่งสนมอีก อาจจะสร้างความมิพอใจแก่ขุนนางได้”“หากเจ้าหมายถึงการรับสตรีเข้าวังหลังเพื่อคานอำนาจล่ะก็ ขอเวลาแค่เพียงสิบกว่าปีเท่านั้น พวกเขาจะได้ตามที่ขอมากมายแน่”คราวนี้คนฟังช้อนสา

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ดอกบัวบูชาเมีย?

    ยังไม่ทันที่จะได้สนทนาอะไรกันไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าตึกตักก็ดังเข้ามาหาพร้อมกับปรากฏร่างของหมางกั๋วที่มีคราบเหงื่อติดอยู่บริเวณกรอบหน้า ดวงตาดูร้อนใจกว่าทุกที หากแต่ก็ยังสบตาท่านอ๋องเชิงคำถาม“กล่าวมาเถิด”ฉู่ซูเหยียนเอ่ยอนุญาตเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังลังเลว่าควรจะรายงาน บางอย่าง ต่อหน้าพระชายาหรือไม่“หมอหลวงหลิวและบุตรสาวหายตัวไปจากวังหลวงแต่มิมีผู้ใดพบสิ่งผิดปกติ ส่วนหมออู๋ที่ทำการรักษาอยู่ฝากจดหมายไว้ให้ท่านอ๋องฉบับหนึ่ง จากนั้นก็ขอปลีกตัวไปใช้ชีวิตตามเดิมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ฉู่ซูเหยียนปล่อยมือข้างหนึ่งออกจากสตรีในอ้อมแขน เอื้อมไปรับจดหมายจากมือของหมางกั๋วที่ค่อยๆ ถามเสียงเบา“ท่านอ๋องมีคำสั่งให้ติดตามหมอหลวงหลิวไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”“ไม่ต้อง”ว่าแล้วก็โบกมือให้อีกฝ่ายออกไป มือก็สะบัดแผ่นกระดาษในมือครั้งหนึ่ง ข้อความสั้นๆ ก็ปรากฏออกมาสู่สายตา‘ขอบพระทัยท่านอ๋อง’ไป่มู่ชิงช้อนสายตาขึ้นมองดวงตาที่ดำมืดนั่นอย่างพิจารณา หรี่ตาลงเอ่ยถามขึ้น“หมายความว่าอย่างไร”“หมออู๋คงจะเบื่อชีวิตในเมืองหลวงแล้วกระมัง” ว่าแล้วก็พับจดหมายวางลงบนโต๊ะ ประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากกลมมนแต่ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ยังมี

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ท่านอ๋องแพ้ท้อง

    หลังจากเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น ราชสำนักก็ระส่ำระส่าย ตำแหน่งขุนนางถูกผลัดเปลี่ยนจนเกือบหมด การสอบขุนนางถูกเลื่อนใกล้เข้ามาเพื่อคัดผู้มีความสามารถเข้ารับตำแหน่งโดยเร็วพร้อมๆ กับตำแหน่งองค์รัชทายาทที่เปลี่ยนแปลงอดีตองค์รัชทายาทฉู่เหวินหง พระชายาซูเสี่ยนและเหล่าขุนนางบางส่วนที่สนับสนุนการก่อกบฏบางส่วนถูกจองจำอยู่ในคุกหลวง บางคนที่มีหลักฐานมิมากพอก็ทยอยกันลาออกจากราชการไปเสียเองทางด้านหมอหลวงหลิวยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงหมอในการดูแลของหมออู๋ที่ฉู่ซูเหยียนส่งเข้าไปในภายหลัง บาดแผลจากคมกระบี่ของฉู่เหวินหงถูกอวัยวะสำคัญ ทำให้ต้องรักษาตัวอยู่นานและมีความเป็นไปได้อย่างสูงที่จะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อีกทางด้านพระสนมซิวหรงนั้น หลังจากที่ล้างมลทินได้ นางก็หลีกหนีความวุ่นวายไปบำเพ็ญเพียรภาวนาให้ฮ่องเต้หายจากอาการประชวรฮ่องเต้เองก็มีอาการดีขึ้น เริ่มสื่อสารกับคนรอบข้างได้บ้างแต่ยังมิสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติ อีกไม่กี่วันราชโองการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินกำลังจะเกิดขึ้น ทั้งในวังหลวงและจวนชินหวังฝู่เต็มไปด้วยความวุ่นวายมากมายแม้แต่ในเรือนเหอฮวาซึ่งเป็นสถานที่รโหฐานของท่านอ๋องและพระชายาก็เช่นกัน

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ข้ากำลังถูกบอกรัก?

    “ข้ามิเป็นอันใด”ไป่มู่ชิงเอ่ยตอบหลี่หยู่ที่เข้ามาประคองด้วยความเป็นห่วง สายตามองตรงไปเห็นหมางกั๋วกำลังเข้าใกล้มาพร้อมกับรถม้าที่แสนธรรมดา ไร้การตกแต่งใดๆ ไม่มีเครื่องหมายแสดงถึงจวนชินหวังฝู่เลยแม้แต่น้อย หากฉู่ซูเหยียนต้องการหย่านางขอเพียงเอ่ยต่อหน้าผู้อาวุโสห้าคนเป็นอันใช้ได้“พวกเราไปกันเถิด” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตัดพ้ออยู่บ้าง ทว่าคนฟังทั้งสองกลับมิสามารถช่วยเหลืออะไรได้เลยท่ามกลางความเงียบนั่นจู่ๆ ไป่มู่ชิงกังเกตได้ถึงความผิดปกติ จู่ๆ ผู้คนภายนอกต่างเบิกตาโตพูดคุยกันอื้ออึง สีหน้าของหมางกั๋วเองก็ดูเหมือนจะมิค่อยดีนัก“เสด็จเถิดพ่ะย่ะค่ะ”หญิงสาวมองดูท่าทางเร่งรีบนั่นแล้วก็หรี่ตาลงอย่างจับผิด“เกิดอันใดขึ้น มีผู้ใดมาเช่นนั้นหรือ”“มิได้พ่ะย่ะค่ะ”ทันทีที่พูดจบประโยคร่างสง่างามของพระชายาก็ย่ำเท้าเข้ามาหาเร็วๆ ยกมือหนึ่งขึ้นแตะท่อนแขนอีกฝ่ายแล้วกัดฟันแน่น‘ต้องรีบไปจากที่นี่ คนขององค์รัชทายาทกำลังมาที่จวนแน่’“เหตุใดองค์รัชทายาทส่งคนมา เรื่องนี้ท่านอ๋องทราบหรือไม่”หมางกั๋วใบหน้าเหวอหวาด้วยความตกใจ ครั้นหันไปทางหลี่หยู่ก็พบว่าอีกฝ่ายก็จ้องเขาเขม็งอย่างคาดคั้น “หากเจ้ามิพูด ข้าจะก

  • เปิ่นหวางเฟย 八王妃   ทาสภรรยา

    ความมืดมิดค่อยๆ เลือนหาย มีแสงสว่างเข้ามาแทนที่นั้นทำให้ไป่มู่ชิงลืมตาขึ้นด้วยใบหน้าง่วงงุนคล้ายกับคนยังนอนไม่เต็มอิ่มภาพและบทสนทนาเมื่อคืนหลั่งไหลเข้ามาในความทรงจำทีละฉากจนต้องหันขวับไปมองข้างกาย แต่แล้วบุคคลที่คิดว่าควรจะอยู่เคียงข้างนางในตอนนี้มีเพียงแค่ความว่างเปล่า“ตื่นแล้วหรือเพคะ”เสียงของหลี่หยู่ทำให้ภวังค์ความคิดหยุดลง ดวงตากลมโตช้อนสายตาขึ้นมองร่างของนางกำนัลที่ก้าวย่างเข้ามาหา ทว่านัยน์ตากลับเหลือบมองไปรอบๆ ห้อง เมื่อเห็นอีกฝ่ายลอบยิ้มไป่มู่ชิงถึงได้เอ่ยถาม“เมื่อคืนเจ้าไปนอนที่ไหนมา”“เรือนเหอฮวาเพคะ”หลี่หยู่กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่มีอาการของความโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย จนคนฟังถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดูท่าทางหมางกั๋วจะเกลี้ยกล่อมคนของนางให้แปรพรรคไปเรียบร้อยแล้ว!ไป่มู่ชิงมีท่าทีอึกอัก อยากจะถามถึงบุรุษผู้นั้นว่าน้อยใจจนหนีไปเสียแล้วหรือ?หลี่หยู่ที่ลอบสังเกตอีกฝ่ายมาตั้งแต่ต้นได้แต่ซ่อนความรู้สึกขบขัน“ท่านอ๋องกลับไปประทับที่เรือนเหอฮวาตั้งแต่เช้า อาการมิดีเท่าไหร่นักเพคะ”“เป็นอะไร” ถามขึ้นแทบจะทันที ไม่ต้องเสียเวลาคิดด้วยซ้ำ“หม่อมฉันเห็นท่านอ๋องดูมิค่อยสบายนัก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status