로그인คุณเป็นคนแรก
“อะแฮ่ม! แหม...ไอ้คุณฌอน มิน่าล่ะถึงไม่รับเด็ก แอบควงสาวมาแล้วนี่เอง สวัสดีครับคนสวยผมชื่อสิงหา เป็นเพื่อนสนิทหรือบางทีอาจจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรของไอ้หมอนี่ครับ ไม่ทราบคุณคนสวยชื่ออะไรครับ” สิ้นสุดบทสนทนาระหว่างชยางกูรกับอัญญาจู่ ๆ สิงหาก็เดินเข้ามานั่งที่เดิมที่อคินทร์พึ่งลุกออกไป โซฟาตัวนี้น่าจะมีมนต์ขลังเรียกแขก คนหนึ่งลุกอีกคนก็มานั่งต่อ
สิงหาแอบมองดูสถานการณ์อยู่นานละ พึ่งจะได้จังหวะเดินเข้ามาสอดรู้สอบถาม
“อะไรของมึงวะ”
“นี่ใครเหรอ ไม่คิดจะแนะนำสาวคนใหม่ให้รู้จักหน่อยเหรอวะ”
“นี่อัญญา เธอเป็นเพื่อนสนิทของพิ้งค์พราวไง”
“จริงดิ? ว้าว คุณพราวมีเพื่อนสนิทสวยขนาดนี้ทำไมไอ้คุณธามม์ไม่แนะนำให้เพื่อนรู้จักเลยวะ” สิงหายิ้มหวานส่งสายตาหว่านเสน่ห์ให้อัญญาจนชยางกูรรู้สึกหมั่นไส้ รีบรั้งเอวบางของหญิงสาวเข้าไปแนบกายตัวเองอีกครั้ง
“อะไรวะ หวงเหรอ? แค่คนควงไม่มีสิทธิ์หวงนะเพื่อน”
“คนควงอะไรนี่แฟนกูโว้ย”
“ฮะ! ว่าไงนะ กูหูฝาดไปรึเปล่าวะ มึงเนี่ยนะมีแฟน” สิงหาเลิกคิ้วเข้ม ทำหน้าตกใจแรงมาก
“ทำไม? หล่อขนาดนี้ไม่มีแฟนสิแปลก”
“เออแปลก เมื่อก่อนมึงแปลกมากที่ไม่ยอมคบใครจริงจังและลั่นวาจาว่าจะไม่รักใครจนเพื่อนในกลุ่มเริ่มชิน แต่ตอนนี้แปลกยิ่งกว่าเพราะมึงบอกว่ามีแฟน? อะไรเข้าสิงวะ”
“เวลาเปลี่ยนใจคนมันก็เปลี่ยนได้ปะวะ ตอนนี้กูโตขึ้นแล้ว อยากมีคนข้างกายบ้างผิดตรงไหน” คำพูดที่ฟังดูจริงจังของเขาแต่กลับทำเอาเพื่อนอย่างสิงหาขำลั่น
“ฮ่า ๆ ๆ ทศกัณฐ์อยากจะเป็นพระราม แหม...พ่อพระเอก กูจะคอยดูว่ามึงจะเอาจริงแค่ไหน คือ...อย่าหาว่าผมขายเพื่อนเลยนะครับคุณอัญญา ผมแค่อยากเตือนให้คุณระวังเพื่อนผมไว้ ไม่อยากให้คุณเสียใจ ถ้าแค่เล่น ๆ ผมไม่ห่วง แต่อย่าเผลอใจจริงจังกับฌอนนะครับถ้าไม่อยากเสียใจทีหลัง”
“อ้าวไอ้นี่ มึงเป็นเพื่อนกูมั้ยวะ แทนที่จะช่วยให้เพื่อนสมหวังกลับมาขายหน้าเพื่อนซะงั้น”
“ก็กูพูดจริง ไม่เห็นมึงเคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหนสักคน”
“แต่คนนี้กูจริงจัง” ชยางกูรเอ่ยเสียงดังตอกหน้าเพื่อนสนิท หน้านิ่วคิ้วขมวดใส่คนตรงหน้า อัญญาก็พลอยตกใจกับอารมณ์ที่แสดงออกของเขา ไม่คิดว่าจะเล่นบทโกรธได้เหมือนจริงขนาดนี้
“ใจเย็นสิเพื่อน เออ ๆ กูรู้แล้วว่าจริงจัง กูหวังดีกับมึงหรอก แล้วนี่เพื่อนในกลุ่มมีใครรู้รึยัง” สิงหารีบเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากทะเลาะกันต่อหน้าสาว
“ยัง มึงอย่าพึ่งไปบอกไอ้สองคนนั้นนะ โดยเฉพาะไอ้ธามม์”
“ทำไมวะ”
“อย่าถามมากได้มั้ย ยังไม่พร้อมเปิดตัวโว้ย แฟนกูขี้อาย”
“อ๋อ โอเคครับคุณฌอน”
“เรากลับกันเถอะที่รัก ผมง่วงแล้ว” ชยางกูรชวนอัญญากลับ เพราะเริ่มรำคาญเพื่อนรักที่คอยเซ้าซี้ไม่เลิก เดี๋ยวจะเผลอหลุดความลับออกไป
“ค่ะ” อัญญาเออออไปตามเขา จะปฏิเสธก็ไม่ได้เพราะวันนี้ต้องทำหน้าที่แฟนปลอม ๆ
“ไปแล้ว” ชยางกูรโบกมือลาเพื่อนก่อนจะดีดตัวลุกจากโซฟา
“กลับก่อนนะคะ” อัญญาก็บอกลาสิงหาเดินตามชายหนุ่มไปเช่นกัน
“ทำไมรู้สึกแปลก ๆ วะ” สิงหามองตามหลังทั้งคู่ไปจนลับสายตา สงสัยว่าชยางกูรมีความลับปิดบังเขาอยู่ คนไม่เคยคบใครอย่างชยางกูรจู่ ๆ มาบอกว่ามีแฟน แถมยังสั่งให้เก็บเป็นความลับ มันน่าสงสัย...
“อย่าถือสาเพื่อนผมเลยนะ มันก็เป็นแบบนี้แหละ ชอบพูดไปเรื่อย” ขับรถออกมาได้สักพักชยางกูรจึงเอ่ยขึ้นหนึ่งประโยค
“ทำไมต้องถือสาคะ เพื่อนคุณจะพูดอะไรก็ไม่มีผลกับฉันอยู่แล้ว เราแค่เล่นละครหลอกคนอื่น”
“เฮอ...” ชายหนุ่มไม่พูดอะไรต่อได้แค่ถอนหายใจยาวออกมาหนึ่งที เหนื่อยใจที่จะพูดต่อ ในหัวเธอเขาคงเป็นแค่แฟนปลอม ๆ ไม่ยอมรับรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของเขาเลย
กรอก... จ๊อก...
สิ้นเสียงพูดก็มีเสียงร้องจากท้องของหญิงสาวดังแทรกขึ้นมาแทน อัญญารีบกุมท้องเล็ก ๆ ของตัวเองกลัวว่าคนข้าง ๆ จะได้ยิน ทว่าไม่ทันแล้ว
“หิวเหรอ? คุณยังไม่ได้ทานอะไรเลยงั้นสินะ”
“ค่ะ”
“ผมก็รู้สึกหิวเหมือนกัน งั้นเราไปหาอะไรกินกันก่อนกลับดีมั้ย” ชายหนุ่มหักเลี้ยวพวงมาลัยวกกลับทางเดิมอย่างรวดเร็ว
“จะไปไหนคะ”
“จะพาคุณไปหาอะไรกินน่ะสิ อุตส่าห์ได้ไปงานกาล่าดินเนอร์บรรยากาศดีทั้งที กลับไม่ได้กินอะไรเลย เดี๋ยวผมจะพาคุณไปกินของดี รับรองว่าคุณภาพไม่ต่างกับของเชฟชื่อดังที่คุณชื่นชอบแน่นอน”
ไม่นานล้อรถยนต์หรูก็หยุดลงตรงหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งบนเนินเขา บรรยากาศคล้ายกับรีสอร์ตที่พวกเขาพึ่งออกมาเมื่อครู่นี้
“ร้านนี้เป็นร้านลับของผมเลย เชฟเป็นคนอิตาลี ทำอาหารอร่อยมาก” ชายหนุ่มภูมิใจเสนอสุด ๆ
“คงพาสาว ๆ มาบ่อยใช่มั้ยคะ”
“ถ้าบอกว่าคุณเป็นคนแรกที่พามาจะเชื่อผมมั้ย”
“ไม่เชื่อค่ะ” อัญญายิ้มแห้งพลางส่ายหน้า
“ว่าแล้ว งั้นก็ไม่มีอะไรต้องพูด ไปกันเถอะ” ชยางกูรปลดเข็มขัดนิรภัยออก ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ
“สวัสดีค่ะคุณฌอน” ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในร้านหญิงวัยกลางคนที่น่าจะเป็นเจ้าของร้านรีบเดินเข้ามาทักทายกับชายหนุ่มอย่างคุ้นเคย ดูแล้วเขาน่าจะมาที่นี่บ่อย
“สวัสดีครับ วันนี้โต๊ะประจำผมว่างมั้ยครับ”
“ว่างแน่นอนค่ะ วันนี้ลูกค้าไม่เยอะ ตอนนี้ก็เหลือไม่กี่คนแล้ว คุณฌอนจะรับอาหารเหมือนเดิมมั้ยคะ”
“ขอเหมือนเดิมครับ แต่ขอเพิ่มเป็นสองที่นะครับ”
“เอ้ะ” หญิงวัยกลางคนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองเลยไปด้านหลังชายหนุ่มจึงเห็นว่ามีหญิงสาวหน้าตาสะสวยกำลังเดินตามมา เธอยิ้มกรุ้มกริ่มมองหน้าชายหนุ่มอย่างแปลกใจ “วันนี้ทำไมมีสาวสวยมาด้วยคะเนี่ย ปกติเห็นมาคนเดียว หรือว่าคุณฌอนของเรามีคนรู้ใจแล้ว”
อัญญาเดินมาได้ยินประโยคนี้พอดี ทำให้รู้ว่าเขาไม่เคยพาใครมาด้วยจริง ๆ
“ใช่ครับ เธอเป็นแฟนผมเอง เธอชื่ออัญญาครับ” ชายหนุ่มเดินเข้าไปโอบไหล่หญิงสาวเปิดตัวเธอไปเลยสิ
“โอ้ ยินดีด้วยนะคะ เธอสวยเหมาะสมกันมาก”
“นี่คุณทิพย์ เป็นภรรยาเจ้าของร้าน” เขาแนะนำคนคุ้นเคยให้อัญญารู้จัก
“สวัสดีค่ะ” เธอประนมมือไหว้คุณทิพย์ หญิงวัยกลางคนก็รับไหว้และมองอัญญาอย่างเอ็นดู
“เชิญตามสบายนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะบอกสามีให้ทำสุดฝีมือเลยค่ะวันนี้”
“ขอบคุณครับ”
ชยางกูรพาอัญญามานั่งที่โต๊ะประจำของเขา เป็นโซนเอาท์ดอร์อยู่ห่างไกลออกมาจากโต๊ะอื่น มีความเป็นส่วนตัวมากกว่า อีกทั้งยังสามารถมองเห็นวิวภูเขาธรรมชาติ แสงไฟจากโรงแรมต่าง ๆ ที่ดูสวยไปอีกแบบ
แม้จะเป็นร้านเล็ก ๆ แต่กลับเรียบหรูดูแพง มุมที่ทั้งคู่อยู่ประดับไฟเพียงเล็กน้อยเพื่อให้มองเห็นดวงดาวได้ชัดขึ้น
“ชอบรึเปล่า” ชายหนุ่มจดจ้องใบหน้าหวานที่กำลังกวาดสายตาไปรอบ ๆ เพื่อชื่นชมบรรยากาศ ดวงตาเป็นประกายของเธอบ่งบอกว่ากำลังตื่นตาตื่นใจ ไม่เคยไปร้านอาหารวิวดีแบบนี้มาก่อน
“สวยดีค่ะ”
“ถ้าชอบเดี๋ยวผมพามาบ่อย ๆ” คนพูด พูดแล้วก็ทำหน้าตาเฉย ส่วนคนฟังกลับแอบตงิดใจ
“พามาเนื่องในโอกาสอะไรคะ”
“มาเดตไง ผมเป็นแฟนคุณ พามาทานข้าวจะเป็นอะไรไป”
“เราคบกันจริงที่ไหนคะ”
“เลิกพูดสักทีได้มั้ยว่าคบกันปลอม ๆ คุณฟังผมนะระหว่างนี้เราคือคู่รักกัน เพราะฉะนั้นทำตัวให้เหมือนคนรักกัน นะครับที่รัก”
อัญญาไม่เข้าใจที่เขาพูดทั้งหมด แต่ก็ไม่อยากถกเถียงให้มากความ ตราบใดที่เขาไม่ได้ทำอะไรเสียหายอีกอย่างเธอก็มีแต่ได้กับได้ ว่ายังไงก็ว่าตาม
ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงที่ทั้งคู่นั่งทานอาหารกันอยู่เงียบ ๆ ต่างคนต่างตั้งหน้าตั้งตากินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
“อิ่มแล้วเหรอ สั่งอะไรอีกมั้ย” ชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวเมื่อเห็นว่าเธอยกน้ำขึ้นดื่มแล้ว
“ไม่ไหวแล้วค่ะ แค่นี้ก็อิ่มมากแล้ว”
“อร่อยมั้ย”
“ก็...อร่อยดีนะคะ”
“ดี” ชยางกูรตอบสั้น ๆ ก่อนจะยกแก้วน้ำดื่มเช่นกัน
ได้นั่งทานข้าวกับเธอคืนนี้ ทำให้เขารู้สึกอิ่มอกอิ่มใจบอกไม่ถูก ปกติมาคนเดียวจะก็เหงาหน่อย วันนี้มีเธอมาด้วยหัวใจก็พลอยจะพองโตขึ้น
กินอิ่มทั้งคู่ก็กลับมาขึ้นรถกลับ
“คุณมาที่นี่บ่อยเหรอคะ” อัญญาเอ่ยถามในขณะที่รถกำลังเคลื่อนตัวออกจากร้าน
“นาน ๆ ที วันไหนอยากอยู่กับตัวเองผมจะชอบแวะมาที่นี่ มันสงบดีนะโดยเฉพาะตอนเช้า ๆ”
“ที่นี่เปิดแต่เช้าเลยเหรอคะ”
“เปล่า ร้านอาหารเปิดสิบเอ็ดโมงเช้า”
“แล้วคุณแวะมาทำอะไรแต่เช้าคะ มาชมบรรยากาศในยามเช้าแค่นั้นเหรอ”
“ผมเคยเปิดห้องพักรีสอร์ตใกล้ที่นี่ต่างหาก บางทีก็เบื่อห้องตัวเอง วันหยุดเลยมานอนค้างแถวนี้”
“พาสาวมาเปลี่ยนบรรยากาศว่างั้นเถอะ”
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่เคยพาผู้หญิงมา คุณทิพย์ยังแซวผมอยู่เลย คุณไม่ได้ยินรึไง”
“ไม่พามาร้านอาหาร อาจจะแค่มานอนก็ได้นี่คะ คุณทิพย์เลยไม่เห็น”
“รีสอร์ตข้างในเป็นของคุณทิพย์ทำไมจะไม่เห็น ถามแบบนี้หึงผมรึไง”
“ฉันเนี่ยนะหึงคุณ ถ้าแกล้งหึงก็พอทำให้ได้นะคะ แต่หึงหวงจริง ๆ นี่ คงยากอะค่ะ”
“ระวังใจตัวเองให้ดีก็แล้วกัน สักวันจะหลงเสน่ห์ผมเข้าให้”
“คุณก็เหมือนกันอย่ามาตกหลุมรักฉันนะคะ”
เอี๊ยด!...ได้ยินประโยคนี้เท้าก็รีบแตะเบรกอย่างเร็ว
“คุณเบรกทำไมคะ!” ชยางกูรเหยียบเบรกกะทันหันทำเอาอัญญาหน้าเกือบทิ่ม ดีที่คาดเข็มขัดนิรภัยไว้
“....” เขาไม่ตอบ มือขวาเลื่อนไปปลดสายเบลท์ ก่อนจะยื้อตัวและโน้มหน้าเข้าไปใกล้อัญญาจนลมหายใจสัมผัสโดนแก้มของเธอ
“ทำอะไรคะ” ร่างบางเบิกตาโต หัวใจแอบสั่นไหว
“แล้วถ้าอนาคตผมเกิดตกหลุมรักคุณขึ้นมาจริง ๆ คุณจะรับรักผมมั้ย” เขาเอ่ยถามเสียงแผ่ว นัยน์ตาเต็มไปด้วยความคาดหวังที่จะได้คำตอบที่ดี อัญญาทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าเขาต้องการคำตอบแบบไหน
“ไม่มีทางค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ
“....” คำตอบของเธอราวกับคำปฏิเสธที่ทิ่มแทงใจคนฟัง ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมถอยกายออกจากเธอ กลับไปขับรถต่อ
ชยางกูรนั่งขับรถเงียบ ๆ มาตลอดทาง จนมาถึงหอพักพนักงาน
“ถึงแล้ว อีกสองวันผมจะมารับกลับบ้านคุณนะ” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างเย็นชาไม่แม้จะมองหน้าหญิงสาว
อัญญารู้สึกได้ว่าชายหนุ่มเปลี่ยนไป เธอชั่งใจอยู่ว่าจะถามเขาดีไหม แต่พอเห็นเขาเมินหน้าหนีหันไปทางอื่น เลยตัดสินใจเปิดประตูรถ ทว่าถ้าไม่ถามให้รู้เรื่องคืนนี้เธอคงนอนไม่หลับ
“คุณเป็นอะไรไปคะคุณฌอน...ฉันทำอะไรให้คุณไม่พอใจรึเปล่า” เธอหันกลับมาถามเขาตรง ๆ แอบใส่ใจเขาอยู่ไม่น้อยเลย
ชยางกูรหันกลับมาสบตากับอัญญา เขาไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใด ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปนัยน์ตาคู่สวยที่รอฟังคำตอบจากเขาอยู่ แต่เขากลับทำสิ่งที่เธอคาดไม่ถึง...
หมับ...อุ๊บ...
บทส่งท้าย หนึ่งเดือนผ่านไป “สวัสดีค่ะจีเอ็ม” “สวัสดีครับจีเอ็ม” “ดีครับ” พนักงานในรีสอร์ตของอัญญาต่างพากันยกมือไหว้และให้ความเคารพชยางกูรเมื่อเขาเดินผ่าน “ดูคุณจะทำตัวเว่อร์กว่าเจ้าของรีสอร์ตอีกนะคะ ที่นี่มีจีเอ็มที่ไหนกัน” แฟนสาวเดินเข้ามาแซวเมื่อได้ยินพนักงานเรียกเขาว่าจีเอ็ม “ก็ไม่ต่างอะไรกันนักหรอกที่รัก ผมเป็นที่ปรึกษาด้านบริหารโดยตรงถ้าไม่เรียกจีเอ็มจะให้เรียกอะไรละครับ” ว่าที่สามีอ้อนภรรยาอย่างน่ารัก ที่บอกว่าเขาเป็นว่าที่สามี เพราะอีกสองเดือนทั้งคู่จะเข้าพิธีแต่งงานกันแล้ว หลังจากไปง้อกันสำเร็จ กลับมาชยางกูรก็ถือพานดอกไม้เข้ามาขอขมาพ่อแม่และยายของแฟนสาวที่เขาได้ล่วงเกินแก้วตาดวงใจของพวกท่านไป และถือโอกาสนี้สู่ขออัญญาด้วยเสียเลย พ่อแม่และยายหอมไม่ติดใจอะไรเขา แถมยังชื่นชมว่าใจกล้าและมีความรับผิดชอบดีมาก ชายหนุ่มจึงเป็นที่โปรดปรานของผู้ใหญ่ไปแล้ว ทำให้เขาสามารถเดินเข้าออกห้องนอนของอัญญาได้อย่างสบายใจ เป็นการอยู่ก่อนแต่งทดลองความเป็นสามีไปในตัว แต่ชยางกูรไม่ได้มาเกาะอัญญากินนะ เขาท
รักต้องง้อ(18+) “ตกลงจะให้ผมทำอะไร” อัญญาไม่ยอมเอ่ยออกมาสักที เอาแต่จ้องหน้าสบตาเขาอยู่หลายวินาทีแล้ว “ฉัน...ขอให้คุณยกขันหมากไปสู่ขอฉันภายในเดือนหน้า” ในที่สุดเธอก็กล้าเอ่ยปาก เป็นคำขอที่ทำให้ใจของเขาแทบจะละลายลงตรงนั้น ก่อนหน้านี้กลัวแทบแย่ ว่าเธอจะขอเลิก พอได้ยินประโยคนี้หัวใจพองโตคล้ายกับกำลังเต้นเฉลิมฉลองกันยกใหญ่ แต่เขายังเก็บอาการดีใจเอาไว้ก่อน “นี่คุณกำลังขอผมแต่งงานเหรอ?” “ใช่ที่ไหนกัน ฉันสั่งให้คุณไปขอฉันแต่งงานต่างหาก” “มัดมือชกผมเหรอ?” “ใช่ จะคิดอย่างนั้นก็ได้” “ไม่โกรธผมแล้วเหรอที่ผมพาสาวอื่นมานอนค้างด้วย”คำพูดนี้ของเขาทำให้อัญญาโกรธขึ้นมาจริง ๆ เดิมที คิดว่าเขาแค่แกล้งพูดให้เธอโมโหเท่านั้น “นี่คุณมีคนอื่นจริงเหรอ?” “....” เขาแกล้งไม่ตอบ เอาแต่ทำหน้านิ่ง จนแฟนสาวคิดว่าเป็นเรื่องจริง “คนสารเลว!” อัญญาจะง้างมือตบเขา ทว่าชายหนุ่มคว้าเอาไว้ทันแล้วรวบร่างบางไว้ในอ้อมแขนแกร่ง จากนั้นพาเธอไปในห้องนอน “ปล่อยฉันนะไอ้คนใจหมา ฉันไม่แต่งงานกับผู้ชายหลายใจสำส่อนอย่างคุณแล้ว”
คุณแพ้พนันฉันแล้ว อัญญานั่งเหม่อใจลอยที่ระเบียงห้องนั่งเล่นในที่พัก เสียงน้ำไหลเป็นธาร เสียงนกร้องเพลงเจื้อยแจ้ว เสียงลมพัดใบไม้ร่วงหล่น บรรยากาศดูสงบร่มรื่น ช่วงเวลาแบบนี้เธอต้องใจสงบ แต่ในใจกลับว้าวุ่นคิดถึงแต่เขา สามวันแล้วที่ติดต่อเขาไม่ได้ “คนใจร้าย จะเลิกกับฉันจริง ๆ ใช่มั้ย ชยางกูรนายมันงี่เง่า” เธอพึมพำคนเดียว สายตาก็ยังไร้ความสุข ไม่มีชีวิตชีวาเหมือนเดิม “มานั่งเหม่ออะไรตรงนี้ลูกสาวแม่” กัญญาเดินถือแก้วกาแฟเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวข้าง ๆ “ดื่มกาแฟให้สดชื่นก่อนสิลูก” แม่ของเธอชงกาแฟมาให้ “ขอบคุณค่ะแม่” “คิดถึงก็ไปตามเขาสิลูก” หญิงวัยกลางคนเอ่ยอย่างคนรู้ใจลูก เพราะสามวันมานี้เธอสังเกตเห็นว่าลูกสาวทำหน้าเศร้าตลอดเวลาอัญญามองหน้าแม่อย่างเขิน ๆ “หนูจะง้อเขาทำไมคะ เขาไม่มีเหตุผลเองนี่คะ” “อันไม่รักเขาแล้วเหรอ?” “ไม่ค่ะ” คนปากแข็งเอ่ยไม่เต็มเสียง “ไม่อยากแต่งงานกับคุณฌอนเหรอ?” เจอคำถามนี้เธอนิ่งไปหลายวิ “ไม่...ค่ะ” ปฏิเสธอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก จนแม่ก็แอบยิ้ม “แต่แม่อยากได้คุณฌอนเป็นลูกเขยน
ครอบครัวอบอุ่น ชายหนุ่มบอกลา สามเดือนผ่านไป @ สายธารารินทร์ รีสอร์ต “พี่อัน ได้ยินพนักงานบอกว่าวันนี้ห้องพักเต็มทุกห้องเลยเหรอจ๊ะ?” รัญญาเดินเข้ามาในห้องทำงานของพี่สาว อัญญากำลังนั่งดูแฟ้มอยู่บนโต๊ะทำงานเล็ก ๆ ในบ้านไม้สองชั้น ที่เป็นทั้งบ้านและห้องน้ำงานของเธอ เดิมทีพ่อปรีชาเตรียมห้องทำงานไว้ให้เธออย่างดี เป็นห้องทำงานเดิมของภรรยาใหม่ แต่เธอเกรงใจจึงขอใช้ชั้นหนึ่งของบ้านเป็นห้องทำงานตัวเอง “ใช่ วันนี้ห้องเต็มหมดเลย และพื้นที่ลานกลางเต็นท์ก็เต็มด้วยนะ” หญิงสาวในบทบาทของผู้บริหารรีสอร์ตเอ่ยอย่างภูมิอกภูมิใจ ตั้งแต่เธอก้าวขึ้นมาทำตำแหน่งนี้ เธอได้ศึกษาและเรียนรู้ปัญหาของที่นี่อย่างละเอียดถี่ถ้วน และได้นำปัญหาต่าง ๆ ไปปรึกษาชยางกูร ซึ่งเขาก็เก่งมาก มองขาดในทุกเรื่อง ชายหนุ่มได้แนะนำวิธีการจัดการให้เธอทีละขั้น เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ ยอดการจองก็เพิ่มขึ้น ทำให้พนักงานทุกคนยอมรับในตัวของอัญญา ต่างกับตอนแรกที่เดินเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ แต่ละคนแทบไม่เห็นหัวเธอเลย “พี่สาวรัญญ์เก่งจริง ๆ” “เรื่องนี้ต้องขอบคุณ คุ
หน้าที่ใหม่(18+) หลังจากชยางกูรนั่งคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าว่าที่พ่อตาประมาณห้านาทีเห็นจะได้ ปรีชาจึงให้เขาลุกขึ้น อัญญาจึงเชิญพ่อกับแฟนหนุ่มเข้ามาในบ้าน พ่อปรีชาได้เจอกับรัญญาก็หลั่งน้ำตาอีกรอบ ส่วนรัญญาก็ดีใจที่ได้เจอพ่ออีกครั้ง อัญญาจำต้องปลุกยายให้ตื่นกลางดึก เพราะอดีตลูกเขยมาเยี่ยม ยายหอมดีใจมาก โผเข้ากอดปรีชา เพราะยายหอมเองก็รู้สึกผิดต่อเขา เป็นเพราะลูกสาวตัวเองที่อยากเลิกกับปรีชา ยายหอมไม่ได้อยากให้ครอบครัวของลูกสาวแตกแยก ชยางกูรแปลกใจที่ทุกคนต้อนรับปรีชาเป็นอย่างดี ผิดกับตอนที่แม่ของอัญญามา ทุกคนไม่ดีใจขนาดนี้ นึกแล้วก็เห็นใจน้ากัญญา ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง “คุณฌอน พ่อหนุ่ม ฌอน!” ยายหอมเรียกชยางกูรที่เอาแต่เหม่อลอยจนไม่ได้ยินเสียงใครเลย “ครับ! ครับคุณยาย” จนสะดุ้งตื่น “ไง...ฉันอุตส่าห์เอ็นดูคุณ ไม่คิดว่าจะกล้าพาหลานฉันชิงสุกก่อนห่าม” ยายหอมคงรู้เรื่องนี้จากปากปรีชา “ผมขอโทษครับที่ทำให้น้องเสียหาย ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่างนะครับคุณยายคุณพ่อ” “ผมยังไม่กล้ายกยัยอันให้ผู้ชายคนนี้หรอกครับคุณ
นั่นพ่อค่ะ...ที่รัก หนึ่งเดือนผ่านไป เวลาไม่เคยหยุดเดิน ความรักที่ชยางกูรมีให้อัญญาก็เช่นกัน ตลอดเวลาที่คบกันไม่มีวันไหนที่ชายหนุ่มจะไม่เสิร์ฟขนมจีบให้เธอเลย ช่วงแรกอาจจะยังไม่เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ทำอะไรต้องคอยแอบ แต่สองอาทิตย์ก่อนนี้เอง เขาได้เข้าไปเห็นช็อตที่เชฟแดเนียลกำลังใส่ผ้ากันเปื้อนให้แฟนสาวในห้องครัว วันต่อมาชายหนุ่มขี้หึงรีบมาประกาศถึงในครัวเรื่องที่เขาคบกับอัญญา จากตอนแรกที่รู้กันเป็นบางกลุ่มตอนนี้น่าจะรู้กันทุกคนแล้ว แรงหึงทำให้เขากล้าได้กล้าเสียจริง ๆ แม้จะถูกเบื้องบนตำหนิเขาก็ไม่สนใจ เดินหน้าโชว์ความหวานอย่างไม่อายใคร ล่าสุดแฟนสาวกลับบ้านมาหายายกับน้องสาวที่กรุงเทพฯ เขาก็อยากตามมาด้วยทั้งที่ตัวเองมีประชุมใหญ่ ทว่าอัญญาไม่ยอมให้เขาเสียการเสียงานจึงสั่งให้เขาอยู่ทำงานของตัวเองให้เต็มที่ ถ้าไม่ทำตามที่เธอบอกเธอยื่นคำขาดจะไม่คบกับเขาต่อ ชายหนุ่มจึงยอมฟังคนไม่เคยคบใครอะเนอะ “ยาย...ดึกแล้วไปนอนเถอะจ้ะ เดี๋ยวทางนี้อันกับยัยรัญญ์จะจัดการให้เอง” อัญญาเหลือบดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ผนังบ้านจึงบอกให้ยายขึ้นไปพักผ่อน แต่ยายหอมยังคงขะมักเ







