Share

คำขอโทษ.. 227

last update Last Updated: 2026-01-13 22:49:09

               ทุกคนล้วนมีมุมส่วนตัวยามต้องการใช้ความคิดแตกต่างกันไป หากการปล่อยตัวเองไว้กับความเงียบคือการให้เวลาตัวเองในแบบของกะรัต การยืนมองภาพสะท้อนของดวงตะวันที่กำลังลับขอบฟ้ากว้างบนยอดตึกสูงก็เป็นการใช้เวลาเพื่อทบทวนบางอย่างในแบบฉบับของสินธร..

               ร่างสูงผอมในชุดผู้ป่วยโรงพยาบาลยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเนินนาน ราวกับไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของเวลาและการเดินไปข้างหน้าของมัน

               “มะเร็งลำไส้ระยะสุดท้ายงั้นเหรอ?”

               น้ำเสียงบางเบาตั้งคำถามกับตัวเองราวกับเป็นเรื่องน่าขบขัน แต่กระแสเสียงที่เปล่งออกมากลับฟังดูโกรธเคืองและสิ้นหวังในชะตาของตัวเองเต็มที

               ความจริงสินธรเพียงต้องการเวลาเพื่อสร้างหลักฐานเท็จให้ตัวเองรอดพ้นจากความผิดในอดีตเท่านั้น จึงตัดสินใจจัดฉากว่าตัวเองคิดฆ่าตัวตาย แล้วใครจะคาด? ว่าละครฉากใหญ่ที่วางแผนไว้อย่างแนบเนียน กำลังกลายเป็นละครฉากสุดท้ายของชีวิตจริง..

‘ผมเหลือเวลาแค่ไหน?’

‘หกเดือนหรืออาจน้อยกว่านั้นครับ...แต่ในคนไข้บางรายก็สามารถอยู่ได้อีกหลายปี ถ้าการรักษาได้ผลและคนไข้ดูแลตัวเองอย่างดี’

               บทสนทนากับนายแพทย์มังกรเมื่อหลายชั่วโมงก่อนไม่ได้ทำให้ความรู้สึกที่จมดิ่งไปชั่วขณะของคนฟังดีขึ้นสักนิด ตรงข้ามสินธรกลับรู้สึกเหมือนเส้นชีวิตแสนสั้นของตัวเองกำลังมอดไหม้เหมือนไส้เทียน

               และถ้าหากสุดท้ายต้องนอนรอเวลาตายเหมือนผักปลา สู้จบชีวิตนี้ด้วยตัวเองไม่ดีกว่าหรือ?

เจ้าของความคิดชั่วแล่นแค่นยิ้มให้ตัวเองราวกับกำลังเวทนา ไม่น่าเชื่อว่าชีวิตของเขาก็มีช่วงเวลาที่ต้องถามตัวเองอย่างนี้อยู่เหมือนกัน ถามเหมือนที่เคยกระซิบถามกะรัตที่นอนหลับไปโดยมีแค่เครื่องช่วยหายใจประคับประคองชีวิตอยู่นานร่วมเดือน และถ้าหากเพทายไม่เข้ามาขวางซ้ำยังเฝ้าคอยดูแลหลานสาวคนเล็กของเขาอยู่ไม่ห่าง น้าผู้แสนดีอย่างเขาก็คงช่วยถอดเครื่องมือพยุงชีพเหล่านั้นทิ้งไปแล้วด้วยความสงสาร

เพราะการใช้ชีวิตบนความหวังและการฝากทุกอย่างไว้กับโอกาสรอดอันน้อยนิดช่างเป็นเรื่องน่าขัน และคนอย่างเขาไม่มีทางยอมรับความคิดเหล่านั้นเข้ามาในชีวิตเด็ดขาด! 

ไม่ถึงนาทีร่างสูงผอมในชุดผู้ป่วยก็ปีนข้ามรั้วกั้นดาดฟ้าท่ามกลางความเงียบงันและแสงสุดท้ายของดวงตะวันที่ทำให้บรรยากาศรอบกายเริ่มมืดสลัว สายลมพัดไหวจนในหูได้ยินเสียงหวีดหวิวเป็นระยะไม่ได้ทำให้สินธรคิดเปลี่ยนใจสักนิด ตรงข้ามเขากลับทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นที่แคบๆหลังรั้วกั้นราวกับกำลังดื่มด่ำช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต

‘..มีใครรู้เรื่องนี้บ้าง?’

‘หมอพิรุณแจ้งให้ลูกชายของคุณสินธรทราบแล้วครับ’

ความคิดทุกอย่างสะดุดกึกเหมือนคนเพิ่งถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับลึกกะทันหัน ใบหน้าเรียบเฉยของสินธรกลับปรากฏรอยยิ้มให้เห็น แม้จะแฝงไว้ด้วยความเยาะหยันในโชคชะตาแต่ก็กลับเคลือบไว้ด้วยรอยอารีเช่นกัน

“..ขอให้แกมีความสุขนะ เจ้าลูกชาย”

ความลับบางอย่างก็ควรตายจากไปพร้อมกับตัวเขา เด็กคนนั้นไม่ควรได้รู้ว่าพ่อบุญธรรมที่เคารพรักเสมอมาคือคนเดียวกับพ่อแท้ๆที่ทอดทิ้งลูกเมียไปโดยไม่เหลียวแล และไม่ควรรู้ว่าตัวเองเกิดมาจากความใคร่ไม่ใช่ความรัก

ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นละสายตาจากเส้นขอบฟ้ามืดสลัว มองจ้องมือที่ยังอาบเลือดจากการดึงสายน้ำเกลือออกด้วยกำลังของตัวเองราวกับเพิ่งหวนนึกถึงเรื่องสำคัญบางอย่าง มือนี้เคยทุบตีแม่ของเด็กคนนั้นเพื่อบังคับให้เธอฆ่าลูกตัวเอง และถ้าหากเธอไม่ปกปิดแล้วหนีไปจากชีวิตของเขาเด็กคนนั้นคงไม่ได้มีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้

น่าแปลก? ในเวลาแบบนี้เขากลับนึกถึง ‘แม่ของลูก’ ที่ตัวเองเคยกำจัดออกจากชีวิต

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 248

    ร่างสูงผอมแลดูบอบบางจนเกือบจะคล้ายคนอมโรคหยุดชะงัก เมื่อสายตาที่มองตรงไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวจนถึงเมื่อครู่สังเกตเห็นบางอย่างตรงหางตา ดูเหมือนจะมีร่างเล็กป้อมเหมือนซาลาเปาเดินได้กำลังพยายามใช้นิ้วเล็กๆกดปุ่มสีเขียวบนเครื่องถ่ายเอกสาร แต่เพราะขาสั้นเกินไปจึงต้องเขย่งจนสุดตัวลูกใครนะ? ท่าทางน่าจะซนเอาเรื่องเพราะอยากรู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะทำยังไงกับระยะห่างอีกหลายคืบ ร่างสูงผอมจึงเปลี่ยนเส้นทางจากห้องประธานกรรมการของ ‘วัฒนากร เอ็นจิเนียริ่ง’ ที่มีเพื่อนสนิทของพี่เขยรออยู่ มาเป็นทางเข้าห้องเอกสารที่ภายในมีเด็กชายวัยประมาณห้าขวบเศษกำลังปีนป่ายเครื่องถ่ายเอกสารด้วยความมุ่งมั่นปกติเขาค่อนข้างเกลียดเด็กและไม่นิยมเข้าใกล้ ขนาดหลานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตาอย่างพลอยชมพูก็ยังไม่สามารถลบความรู้สึกเหล่านั้นออกไปได้ น่าแปลกที่เจ้าตัวเล็กหน้าตามอมแมมเหมือนคลุกน้ำหมึกตรงหน้ากลับดึงดูดใจอย่างประหลาด“ลุงจะทำงานเหรอ? ให้ผมช่วยคับ”เสียงเล็กๆที่ดังเจื้อยแจ้วอยู่บนพื้นเบื้องล่างทำให้คนเกลียดเด็กสะดุ้ง ไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กจะว่องไวขนาดนี้ทั้งที่ตัวกลมเหมือนหมูออมสิน“ให้ผมช่วยคับ”เด็กน้อยย้ำคำเดิมอีกค

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 247

    ท้องฟ้าสีเทาและเสียงครืนๆเป็นระยะทำให้บรรยากาศรอบกายหม่นหมองอย่างน่าประหลาด เด็กหนุ่มวัยสิบสามปีเศษในชุดดำสนิทแหงนมองท้องฟ้าอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองเขม่าควันไฟจากปล่องเมรุที่กำลังลอยสูงไปบนฟ้า พลันน้ำตาก็ค่อยๆรินไหลออกมาจากดวงตาสีถ่านคู่นั้นเขาใช้แขนเสื้อปาดน้ำตาลวกๆเมื่อรู้สึกถึงความอ่อนแอที่ทับถมจิตใจ แล้วหลบมุมไปนั่งเงียบๆที่ม้าหินอ่อนข้างศาลาวัดทั้งที่ดวงตายังแดงก่ำ...ไม่อยากเสียน้ำตาให้พ่อแม่ใจร้ายที่ฆ่าตัวตายแล้วปล่อยให้ตัวเองต้องอยู่บนโลกกว้างนี้เพียงลำพัง! แต่ถึงจะโกรธแค่ไหนความรู้สึกสูญเสียที่ถาโถมเข้ามาก็ทำให้ความเสียใจมีมากกว่าหลายเท่า“หนูขอนั่งด้วยได้ไหม?”เสียงเล็กๆที่แหบพร่าดังขึ้นข้างกายของคนที่กำลังจะร้องไห้อีกรอบต้องชะงักไป“ก็นั่งสิ แต่อย่าเสียงดังนะมันน่ารำคาญ!” “อืม ขอบคุณนะ” เสียงนั้นตอบกลับเบาๆ แล้วไม่พูดอะไรออกมาอีกราวกับว่ากลัวจะถูกตำหนิความเงียบนั้นทำให้เด็กหนุ่มอดไม่ได้จนต้องเงยหน้ามองคนที่มาขอนั่งด้วย เด็กผู้หญิงหน้าตาขลุกขมอมที่เอาแต่กอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลเข้มไว้แน่นเหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่พอจะมีได้ เธออยู่ในชุดสีดำสนิทเช่นเดียวกับเขา ก็พอจะเดาได้

  • เพทายลายกะรัต   บทส่งท้าย.. 246

    ช่อดอกไม้ขนาดกะทัดรัดแต่มีน้ำหนักพอดูถูกโยนจนลอยละลิ่วตามประสาดอกไม้งานแต่ง เพียงแต่ช่อดอกไม้ในคราวนี้อาจจะน่าสงสารกว่าช่อดอกไม้ในงานแต่งอื่นๆนิดหน่อย เพราะคนรอรับดอกไม้มีแต่ผู้ชาย? ต้องขอบคุณไอเดียสุดล้ำของเจ้าสาวสุดสวยนามว่ากะรัต ที่ดันนึกสนุกด้วยการเพิ่มดอกไม้งานแต่งเข้ามาอีกช่อ! พร้อมกับสร้างเงื่อนไขเล็กน้อยแต่กลับสามารถดึงดูดใจคนในงานได้เป็นอย่างดี‘จะมีผ้าขาวกั้นเวทีไว้ แล้วเราสองคนจะโยนช่อดอกไม้พร้อมกันนะคะ...สองคนที่รับช่อดอกไม้ได้ จะได้ตั๋วฟรีพร้อมที่พักสำหรับสามวันสองคืนให้ไปเที่ยวด้วยกันค่ะ!’เพราะเพื่อนของบ่าวสาวล้วนแล้วแต่เป็นคนโสดเสียส่วนมาก ผลตอบรับจึงแสดงออกมาให้เห็นด้วยจำนวนแขกเกือบทั้งงานที่ไปออรวมกันตรงหน้าเวที..“ไม่ไปแย่งดอกไม้กับเขาหรือไง?” น้ำเสียงขบขันของผู้อาวุโสเขื่อนเพชรตั้งคำถาม“คุณปู่ก็ยังนั่งอยู่นะครับ ไม่ได้ไปแย่งดอกไม้เหมือนกัน” ณัฐนัยตอบกลับลอยลมพลางจิบคอกเทลในมือด้วยท่าทางเรื่อยเฉื่อย เหลือบมองความวุ่นวายหน้าเวทีแล้วรู้สึกเหมือนกำลังเห็นสงครามขนาดย่อมของเหล่าชายฉกรรจ์“บ๊ะ! ถ้าลุกไปย่าของเจ้าพีทก็แพ่นกบาลแยกสิว่ะ!” น้ำเสียงกริ่งเกรงแกมขบขันตอบกลับ“ผ

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 245

    ดวงตากลมใสกวาดมองภาพสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกบานยาวจรดพื้นด้วยความพึงพอใจ วันนี้เธออยู่ในชุดเกาะอกสีขาวปักเลื่อมเงินประดับด้วยระบายลูกไม้อย่างพอเหมาะที่รับกับกระโปรงยีนฟูฟ่องเหนือเข่าเล็กน้อย กะรัตหมุนอีกรอบเหมือนต้องการชื่นชมชุดแต่งงานที่ออกแบบเอง แต่คงเพราะไม่ค่อยชินกับรองเท้าเท่าไรจึงเสียหลักเซถลาได้อย่างง่ายๆ เคราะห์ดีที่ใครอีกคนเปิดประตูเข้ามาแล้วช้อนอุ้มไว้ได้ทัน“เปลี่ยนเป็นรองเท้าผ้าใบดีไหม?”คนถูกถามครุ่นคิดครู่เดียว ค่อยยกมือกอดอกพลางส่ายหน้าปฏิเสธ“ไม่เอาค่ะ รองเท้าคู่นี้มันเข้ากับชุดนี้มากกว่า”“เดี๋ยวก็สะดุดอีก” เพทายค่อนขอดแต่ก็กระชับวงแขนขึ้นอีกนิด รู้ดีว่าถ้าหากกะรัตเริ่มยกมือขึ้นกอดอกแบบนี้แสดงว่าเธอไม่ค่อยชอบใจในสิ่งที่เขาพูดออกมาเท่าไร ก็เลยทำได้เพียงถอนใจแล้วบ่นเสียงอ่อน “แต่ถ้าเมื่อกี้พี่มาไม่ทัน เราก็คงเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นแล้วนะ”คนที่เกือบเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นทำหูทวนลม มือบางที่กอดอกอยู่จนถึงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นขยับเนกไทหูกระต่ายที่ทำจากผ้ายีนที่เข้าคู่กับสีกระโปรงของตัวเองให้เจ้าของวงแขนกว้างเล็กน้อย “ถ้าสะดุดอีก..” เสียงหวานเว้นวรรคเล็กน้อยเหมือนจะค

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 244

    กำหนดการงานแต่งหลังผ่านความช่วยเหลืออย่างหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความหวังดีของบรรดาญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทำให้กะรัตและเพทายเริ่มไม่แน่ใจว่า...สรุปแล้วมันคือการแต่งงานของคนสองคนหรือเป็นการแต่งงานของสองครอบครัวกันแน่? แต่ได้ความคิดเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าน่าจะเป็นอย่างหลังเพราะในตอนแรกกะรัตและเพทายเห็นพ้องต้องกันว่าควรจัดงานแต่งเล็กๆที่มีเฉพาะ ‘คนกันเอง’ เท่านั้น แต่พอพูดคุยกับครอบครัวทั้งสองฝ่ายดูเหมือน ‘คนกันเอง’ จะขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นงานเลี้ยงที่มีจำนวนแขกหลายร้อยคนตอนไหนก็ไม่ค่อยแน่ชัด..“เดี๋ยวนะ! ทำไมจำนวนซองงานแต่งมันงอกขึ้นมาอีกแล้วล่ะ?” กะรัตร้องถามด้วยความตกใจ เมื่อกวาดตาอ่านใบรายชื่อแขกฉบับล่าสุดที่จันทร์เจ้าส่งให้“คุณมาริสาท่านให้คนเอารายชื่อมาเพิ่มเมื่อเย็นวานนี้ เห็นบอกว่าเป็นเพื่อนของท่านที่ทำไร่ชาอยู่ทางเหนือ ถ้าไม่เชิญเกรงว่าจะเสียมารยาทค่ะ” เลขาคนสนิทแจกแจง“ห้าสิบคนเลยนะคะ ถ้าทำไร่ชาทั้งหมดไม่กินพื้นที่ภูเขาไปสองลูกครึ่งแล้วเหรอ?” กะรัตหัวเราะแกนๆก่อนจะรับแฟ้มเอกสารอีกฉบับมาอ่านทวนแล้วค่อยจรดปลายปากกาอนุมัติ “ช่วงบ่ายพิงค์มีนัดสัมภาษณ์หัวหน้าฝ่ายก

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 243

    สองเรื่องที่สินธรร้องขอไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรในความรู้สึกของกะรัต ตรงข้ามมันกลับฟังดูเป็นคำขอที่น่าพิศวงและไม่สมเป็นเขาเสียด้วยซ้ำไป แต่ความเคลือบแคลงสงสัยก็ไม่ได้วนเวียนอยู่ในความคิดนานนักเพราะไม่กี่วันหลังจากนั้น เพชรลดาก็โทร.มาแจ้งข่าวทั้งที่ยังร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจว่าสินธรจากไปแล้วงานศพของสินธรถูกจัดเจ็ดวันเต็มตามคำขอของเจ้าตัว ตลอดสัปดาห์ของการจัดงานกะรัตสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติหลายอย่าง อย่างแรกคือมารดาของเธอดูไม่ค่อยเศร้าเท่าไรกับการจากไปของน้องชายสุดที่รัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพชรลดาที่ร้องไห้จนเป็นลมล้มพับไปหลายหน...ในวันเผาค่อยเห็นว่านพเก้ายืนปาดน้ำตาเงียบๆอยู่หน้าเมรุ มองกลุ่มควันที่ลอยไกลไปบนท้องฟ้ากว้างราวกับกำลังบอกลาส่วนอีกเรื่องที่สร้างความฉงนให้อย่างแท้จริง คือการร่ำไห้อย่างหนักหน่วงของเลขาคนสนิทของเธอเอง จันทร์เจ้าดูเจ็บปวดกับการจากไปของสินธรมากกว่าพบธรรมที่คอยช่วยประคองอยู่ข้างๆเสียอีก กะรัตค่อยมาเข้าใจความหมายของน้ำตาในตอนหลัง เมื่อได้รู้ว่าเด็กในการอุปการะของสินธรเมื่อหลายปีก่อนไม่ได้มีเพียงพบธรรมแต่ยังรวมไปถึงจันทร์เจ้าด้วยอีกคน..‘น้าอยากให้เธอตามจันทร์เจ้ากลับมาทำ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status