Home / โรแมนติก / เพทายลายกะรัต / ปัญหาที่ไม่เคยหมดไป 20

Share

ปัญหาที่ไม่เคยหมดไป 20

last update Last Updated: 2026-01-12 21:57:26

ความเงียบ คือการเถียงที่ได้ผลที่สุด และตอนนี้เธอก็เห็นด้วยอย่างมากกับคำพูดนั้น..

               ดวงตากลมใสเคลือบประกายหวานจำต้องปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง เพื่อระงับความขุ่นมัวที่กำลังปะทุอยู่ภายในให้สงบลงอย่างยากลำบาก กะรัตไม่แน่ใจว่าตัวเธอต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหนกับการควบคุมอารมณ์ให้คงที่ในเวลาแบบนี้...เวลาที่ไม่มีใครยอมเปิดปาก เกี่ยวกับความเสียหายเกือบสิบล้านบาทที่เกิดขึ้น!

การเคลื่อนย้ายสิ่งของที่มีค่าหรือสามารถตีเป็นราคาได้ มักจะมีการทำประกันภัยสำหรับสินทรัพย์เหล่านั้นเสมอ ในการติดตั้งโซล่าฟาร์มของโพรเจกต์ซันก็เช่นกัน กะรัตเลือกเซ็นสัญญากับบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่งเพื่อรับประกันการขนย้ายที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อแผงโซล่าเซลล์ในทุกกรณี

แต่แล้วความเสียหายที่อยู่เหนือความคาดหมายก็เกิดขึ้นจนได้!

               ในตอนแรกที่บริษัทประกันภัยปฏิเสธการจ่ายค่าชดเชยต่อสินทรัพย์ที่สูญเสียไป ก็สร้างความปวดหัวให้คนรับหน้าที่ดูแลโพรเจกต์ซันมากพออยู่แล้ว แต่เมื่อได้รับคำชี้แจงและรายละเอียดเกี่ยวกับสเปกของแผงโซล่าเซลล์ที่ไม่ตรงตามคู่สัญญาที่เซ็นไว้ นอกเหนือจากความปวดหัวคือความโกรธที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของประธานคนใหม่ 

“พิงค์จะไม่ถามซ้ำนะคะ แต่! ถ้าไม่มีใครหาคำอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น...ทุกคนจะต้องรับผิดชอบร่วมกันเท่ากับค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น เข้าใจชัดนะคะ” เสียงหวานใสแต่ก้องกังวานและกดลึกลงในความหมายที่เอ่ยออกไปของประธานสาว ทำให้ความเงียบของห้องประชุมเริ่มเกิดเสียงขึ้นอีกครั้ง

“ฝ่ายกฎหมายด้วยเหรอคะ?” ธิดารัตน์หัวหน้าฝ่ายกฎหมายเอ่ยถามขึ้นด้วยความร้อนรน เพราะตนเองเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมีภาระครอบครัวที่ต้องหาเลี้ยงบุตรสาววัยเจ็ดขวบเศษ หากต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ครอบครัวของเธอคงลำบากไม่น้อย

“ทุกฝ่ายค่ะ” กะรัตมองใบหน้าที่ซีดลงอย่างเห็นได้ชัดของธิดารัตน์ และใครอีกหลายคนในห้องประชุมก็อดสงสารไม่ได้ แต่กระนั้นหญิงสาวก็เลือกจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วเอ่ยยืนยันในสิ่งที่ตัดสินใจออกไปอีกครั้ง

มนุษย์ทุกคนล้วนมีความเห็นแก่ตัวสอดแทรกอยู่ภายในใจเสมอ เมื่อปัญหาที่เกิดไม่ใช่เรื่องของตนเองก็ย่อมเมินเฉยเป็นเรื่องธรรมดา…แต่หากปัญหานั้นตนเองมีส่วนได้รับความเสียหายไปด้วย ทุกอย่างก็จะต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

“ผมว่ามันไม่ยุติธรรมนะครับคุณพิงค์...จริงๆเรื่องนี้มันเป็นความผิดของฝ่ายกฎหมายที่ร่างคู่สัญญามาไม่ดีต่างหาก” ปกรณ์หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมการเงินประกาศเสียงขุ่น 

“คุณกรณ์จะมาโทษกันแบบนี้ไม่ได้นะคะ! รัตน์ก็แค่เตรียมสัญญาตามที่ฝ่ายเอ็นยื่นเรื่องมา” ธิดารัตน์ท้วงเสียงกร้าว

“แต่ผมส่งรายละเอียดให้ฝ่ายการเงินตรวจก่อนส่งนะครับ จะมาโยนความผิดให้ผมได้ยังไงคุณ!” ฐิติหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมตอบกลับอย่างร้อนรน

               กะรัตนั่งมองการโต้เถียงที่ดุเดือดขึ้นมาอย่างรวดเร็วอยู่ครู่ใหญ่ นึกขันว่าเมื่อสิบนาทีก่อนมีเพียงเธอที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ราวกับเป็น ‘เรื่องใหญ่’ ที่เธอต้องรับผิดชอบเพียงลำพัง แต่เมื่อเธอทำให้มันกลายเป็น ‘เรื่องใหญ่ของทุกคน’ กลับกลายเป็นเธอที่สงบนิ่งอยู่เพียงลำพังในห้องประชุมแสนคุกรุ่น

เธอไม่ได้ชอบวิธีการแบบนี้ แต่เมื่อไม่มีทางเลือกก็จำเป็นต้องทำ

“หยุดโยนความผิดใส่กันได้แล้วค่ะ” ประธานสาวนั่งฟังอยู่นานเลือกเอ่ยขึ้นในที่สุด เพื่อหยุดไฟโทสะที่เริ่มสาดใส่กันตามแรงอารมณ์ของทุกฝ่าย ก่อนเอ่ยถึงสิ่งที่ตั้งใจไว้แต่แรก “พิงค์ไม่ได้ตามหาคนผิด แต่พิงค์ต้องการรู้ว่าความคิดพลาดทั้งหมดเกิดจากตรงไหน?...เลือกเอานะคะ ว่าจะช่วยกันหารอยรั่วแล้วซ่อมแซม หรือจะรับผิดชอบร่วมกันในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำ”

               คำพูดเรียบเรื่อยของประธานคนงามทำให้สงครามที่เริ่มคุกรุ่นเบาลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังมีท่าทีหมางเมินและขัดแย้งกันของแต่ละฝ่ายให้เห็น

“แล้วความเสียหายที่เกิดขึ้นใครจะรับผิดชอบครับ?” ปกรณ์เอ่ยถามคล้ายต้องการคำยืนยัน ว่าตนเองจะไม่เสียผลประโยชน์ใดๆอย่างที่กลัวในตอนแรก

“อยู่ที่ความร่วมมือของทุกคนค่ะ ถ้าหาคำตอบได้ชัดเจนพอ” หญิงสาวยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ เมื่อเห็นท่าทีมุ่งมั่นของทุกฝ่ายที่เริ่มก่อตัวขึ้น ค่อยพูดต่อ “พักสิบนาทีนะคะ ปรับอารมณ์ให้เรียบร้อยจะได้เริ่มงานกัน”

               ร่างระหงนำพาตัวเองออกจากห้องประชุมในทันที ก่อนจะตรงดิ่งไปยังห้องทำงานของประธานบริหารที่ใครบางคนยังไม่ยอมย้ายออกทั้งที่หมดวาระไปแล้ว เพียงไม่กี่นาทีกะรัตก็ยืนอยู่เบื้องหน้าของ ‘ที่ปรึกษาอาวุโส’ ผู้ไม่ยอมเข้าประชุมทั้งที่ไม่ได้มีกำหนดการอื่นซ้อนทับอยู่

“มาหาน้า ประชุมเสร็จแล้ว?” ผู้สูงวัยกว่าถามด้วยรอยยิ้ม แม้ดวงตาเรียวรีใต้กรอบแว่นจะฉายแววอริ

“สเปกแผงโซล่าที่ไม่ตรงตามสัญญา มันบอกอะไรได้มากมายเลยนะคะ” กะรัตเอ่ยเสียงเรียบ

“เหรอ?” รอยยิ้มตามแบบฉบับนักบุญยังคงเคลือบทับใบหน้าจืดจาง แต่กระนั้นดวงตาที่มองจ้องมากลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยประกายเยาะหยัน

“คนที่มีอำนาจในการเซ็นเปลี่ยนสเปกแผงโซล่ามีอยู่ไม่มาก และหนึ่งในนั้นก็คือเราสองคน...จริงไหมคะ?” ประธานสาวเอ่ยตามความจริง

“กะรัต มณีรัตนะ...จะพูดอะไรก็ระวังปากไว้ด้วย!” เสียงทุ้มแหบกร้าวขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มของนักบุญที่จางหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้าใจถึงความหมายที่อีกฝ่ายต้องการสื่อสาร

“กะรัต มณีรัตนะ” หญิงสาวทวนคำด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอ่ยต่อเสียงราบเรียบ “ก็ยังจำได้นี่ค่ะ พิงค์นึกว่าน้าสินธรลืมไปแล้ว...ว่าพิงค์เป็นใคร!”

“งั้นเธอก็คงลืมไปแล้ว ว่าฉันเป็นใคร!” สินธรเอ่ยเสียงกร้าว

“ไม่เลยค่ะ พิงค์ไม่เคยลืมว่าน้าสินธรเป็นใครและสำคัญมากแค่ไหน” กะรัตตอบกลับ ก่อนจะยกยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อได้เห็นรอยกร้าวกระด้างจากใบหน้าจืดจางของนักบุญ...ที่เธอรู้ดีอยู่แล้วว่าคนตรงหน้าไม่ใช่!

               “ถ้ารู้ก็ออกไปได้แล้ว น้ามีงานต้องทำ” ผู้สูงวัยตอบปัดเสียงกระด้าง

“นั่นสิค่ะ ต้องขอโทษด้วยที่เข้ามากวน...พิงค์แค่อยากจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบเพราะเห็นน้าสินธรไม่ว่างเข้าประชุมด้วยกัน งั้นขอตัวกลับไปประชุมต่อก่อนนะคะ” หญิงสาวแจกแจงเสียงหวานก่อนจะเดินออกไป แต่นึกบางอย่างที่สลักสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของตนเองไม่น้อย จึงเอ่ยขึ้น “อ้อ! ห้องที่ปรึกษาอาวุโสตกแต่งเสร็จแล้วนะคะ...แต่ไม่เห็นน้าย้ายไปสักที สงสัยว่าเลขาคงลืมแจ้งแน่ๆ พิงค์เลยแวะมาบอกค่ะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 248

    ร่างสูงผอมแลดูบอบบางจนเกือบจะคล้ายคนอมโรคหยุดชะงัก เมื่อสายตาที่มองตรงไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวจนถึงเมื่อครู่สังเกตเห็นบางอย่างตรงหางตา ดูเหมือนจะมีร่างเล็กป้อมเหมือนซาลาเปาเดินได้กำลังพยายามใช้นิ้วเล็กๆกดปุ่มสีเขียวบนเครื่องถ่ายเอกสาร แต่เพราะขาสั้นเกินไปจึงต้องเขย่งจนสุดตัวลูกใครนะ? ท่าทางน่าจะซนเอาเรื่องเพราะอยากรู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะทำยังไงกับระยะห่างอีกหลายคืบ ร่างสูงผอมจึงเปลี่ยนเส้นทางจากห้องประธานกรรมการของ ‘วัฒนากร เอ็นจิเนียริ่ง’ ที่มีเพื่อนสนิทของพี่เขยรออยู่ มาเป็นทางเข้าห้องเอกสารที่ภายในมีเด็กชายวัยประมาณห้าขวบเศษกำลังปีนป่ายเครื่องถ่ายเอกสารด้วยความมุ่งมั่นปกติเขาค่อนข้างเกลียดเด็กและไม่นิยมเข้าใกล้ ขนาดหลานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตาอย่างพลอยชมพูก็ยังไม่สามารถลบความรู้สึกเหล่านั้นออกไปได้ น่าแปลกที่เจ้าตัวเล็กหน้าตามอมแมมเหมือนคลุกน้ำหมึกตรงหน้ากลับดึงดูดใจอย่างประหลาด“ลุงจะทำงานเหรอ? ให้ผมช่วยคับ”เสียงเล็กๆที่ดังเจื้อยแจ้วอยู่บนพื้นเบื้องล่างทำให้คนเกลียดเด็กสะดุ้ง ไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กจะว่องไวขนาดนี้ทั้งที่ตัวกลมเหมือนหมูออมสิน“ให้ผมช่วยคับ”เด็กน้อยย้ำคำเดิมอีกค

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 247

    ท้องฟ้าสีเทาและเสียงครืนๆเป็นระยะทำให้บรรยากาศรอบกายหม่นหมองอย่างน่าประหลาด เด็กหนุ่มวัยสิบสามปีเศษในชุดดำสนิทแหงนมองท้องฟ้าอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองเขม่าควันไฟจากปล่องเมรุที่กำลังลอยสูงไปบนฟ้า พลันน้ำตาก็ค่อยๆรินไหลออกมาจากดวงตาสีถ่านคู่นั้นเขาใช้แขนเสื้อปาดน้ำตาลวกๆเมื่อรู้สึกถึงความอ่อนแอที่ทับถมจิตใจ แล้วหลบมุมไปนั่งเงียบๆที่ม้าหินอ่อนข้างศาลาวัดทั้งที่ดวงตายังแดงก่ำ...ไม่อยากเสียน้ำตาให้พ่อแม่ใจร้ายที่ฆ่าตัวตายแล้วปล่อยให้ตัวเองต้องอยู่บนโลกกว้างนี้เพียงลำพัง! แต่ถึงจะโกรธแค่ไหนความรู้สึกสูญเสียที่ถาโถมเข้ามาก็ทำให้ความเสียใจมีมากกว่าหลายเท่า“หนูขอนั่งด้วยได้ไหม?”เสียงเล็กๆที่แหบพร่าดังขึ้นข้างกายของคนที่กำลังจะร้องไห้อีกรอบต้องชะงักไป“ก็นั่งสิ แต่อย่าเสียงดังนะมันน่ารำคาญ!” “อืม ขอบคุณนะ” เสียงนั้นตอบกลับเบาๆ แล้วไม่พูดอะไรออกมาอีกราวกับว่ากลัวจะถูกตำหนิความเงียบนั้นทำให้เด็กหนุ่มอดไม่ได้จนต้องเงยหน้ามองคนที่มาขอนั่งด้วย เด็กผู้หญิงหน้าตาขลุกขมอมที่เอาแต่กอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลเข้มไว้แน่นเหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่พอจะมีได้ เธออยู่ในชุดสีดำสนิทเช่นเดียวกับเขา ก็พอจะเดาได้

  • เพทายลายกะรัต   บทส่งท้าย.. 246

    ช่อดอกไม้ขนาดกะทัดรัดแต่มีน้ำหนักพอดูถูกโยนจนลอยละลิ่วตามประสาดอกไม้งานแต่ง เพียงแต่ช่อดอกไม้ในคราวนี้อาจจะน่าสงสารกว่าช่อดอกไม้ในงานแต่งอื่นๆนิดหน่อย เพราะคนรอรับดอกไม้มีแต่ผู้ชาย? ต้องขอบคุณไอเดียสุดล้ำของเจ้าสาวสุดสวยนามว่ากะรัต ที่ดันนึกสนุกด้วยการเพิ่มดอกไม้งานแต่งเข้ามาอีกช่อ! พร้อมกับสร้างเงื่อนไขเล็กน้อยแต่กลับสามารถดึงดูดใจคนในงานได้เป็นอย่างดี‘จะมีผ้าขาวกั้นเวทีไว้ แล้วเราสองคนจะโยนช่อดอกไม้พร้อมกันนะคะ...สองคนที่รับช่อดอกไม้ได้ จะได้ตั๋วฟรีพร้อมที่พักสำหรับสามวันสองคืนให้ไปเที่ยวด้วยกันค่ะ!’เพราะเพื่อนของบ่าวสาวล้วนแล้วแต่เป็นคนโสดเสียส่วนมาก ผลตอบรับจึงแสดงออกมาให้เห็นด้วยจำนวนแขกเกือบทั้งงานที่ไปออรวมกันตรงหน้าเวที..“ไม่ไปแย่งดอกไม้กับเขาหรือไง?” น้ำเสียงขบขันของผู้อาวุโสเขื่อนเพชรตั้งคำถาม“คุณปู่ก็ยังนั่งอยู่นะครับ ไม่ได้ไปแย่งดอกไม้เหมือนกัน” ณัฐนัยตอบกลับลอยลมพลางจิบคอกเทลในมือด้วยท่าทางเรื่อยเฉื่อย เหลือบมองความวุ่นวายหน้าเวทีแล้วรู้สึกเหมือนกำลังเห็นสงครามขนาดย่อมของเหล่าชายฉกรรจ์“บ๊ะ! ถ้าลุกไปย่าของเจ้าพีทก็แพ่นกบาลแยกสิว่ะ!” น้ำเสียงกริ่งเกรงแกมขบขันตอบกลับ“ผ

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 245

    ดวงตากลมใสกวาดมองภาพสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกบานยาวจรดพื้นด้วยความพึงพอใจ วันนี้เธออยู่ในชุดเกาะอกสีขาวปักเลื่อมเงินประดับด้วยระบายลูกไม้อย่างพอเหมาะที่รับกับกระโปรงยีนฟูฟ่องเหนือเข่าเล็กน้อย กะรัตหมุนอีกรอบเหมือนต้องการชื่นชมชุดแต่งงานที่ออกแบบเอง แต่คงเพราะไม่ค่อยชินกับรองเท้าเท่าไรจึงเสียหลักเซถลาได้อย่างง่ายๆ เคราะห์ดีที่ใครอีกคนเปิดประตูเข้ามาแล้วช้อนอุ้มไว้ได้ทัน“เปลี่ยนเป็นรองเท้าผ้าใบดีไหม?”คนถูกถามครุ่นคิดครู่เดียว ค่อยยกมือกอดอกพลางส่ายหน้าปฏิเสธ“ไม่เอาค่ะ รองเท้าคู่นี้มันเข้ากับชุดนี้มากกว่า”“เดี๋ยวก็สะดุดอีก” เพทายค่อนขอดแต่ก็กระชับวงแขนขึ้นอีกนิด รู้ดีว่าถ้าหากกะรัตเริ่มยกมือขึ้นกอดอกแบบนี้แสดงว่าเธอไม่ค่อยชอบใจในสิ่งที่เขาพูดออกมาเท่าไร ก็เลยทำได้เพียงถอนใจแล้วบ่นเสียงอ่อน “แต่ถ้าเมื่อกี้พี่มาไม่ทัน เราก็คงเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นแล้วนะ”คนที่เกือบเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นทำหูทวนลม มือบางที่กอดอกอยู่จนถึงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นขยับเนกไทหูกระต่ายที่ทำจากผ้ายีนที่เข้าคู่กับสีกระโปรงของตัวเองให้เจ้าของวงแขนกว้างเล็กน้อย “ถ้าสะดุดอีก..” เสียงหวานเว้นวรรคเล็กน้อยเหมือนจะค

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 244

    กำหนดการงานแต่งหลังผ่านความช่วยเหลืออย่างหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความหวังดีของบรรดาญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทำให้กะรัตและเพทายเริ่มไม่แน่ใจว่า...สรุปแล้วมันคือการแต่งงานของคนสองคนหรือเป็นการแต่งงานของสองครอบครัวกันแน่? แต่ได้ความคิดเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าน่าจะเป็นอย่างหลังเพราะในตอนแรกกะรัตและเพทายเห็นพ้องต้องกันว่าควรจัดงานแต่งเล็กๆที่มีเฉพาะ ‘คนกันเอง’ เท่านั้น แต่พอพูดคุยกับครอบครัวทั้งสองฝ่ายดูเหมือน ‘คนกันเอง’ จะขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นงานเลี้ยงที่มีจำนวนแขกหลายร้อยคนตอนไหนก็ไม่ค่อยแน่ชัด..“เดี๋ยวนะ! ทำไมจำนวนซองงานแต่งมันงอกขึ้นมาอีกแล้วล่ะ?” กะรัตร้องถามด้วยความตกใจ เมื่อกวาดตาอ่านใบรายชื่อแขกฉบับล่าสุดที่จันทร์เจ้าส่งให้“คุณมาริสาท่านให้คนเอารายชื่อมาเพิ่มเมื่อเย็นวานนี้ เห็นบอกว่าเป็นเพื่อนของท่านที่ทำไร่ชาอยู่ทางเหนือ ถ้าไม่เชิญเกรงว่าจะเสียมารยาทค่ะ” เลขาคนสนิทแจกแจง“ห้าสิบคนเลยนะคะ ถ้าทำไร่ชาทั้งหมดไม่กินพื้นที่ภูเขาไปสองลูกครึ่งแล้วเหรอ?” กะรัตหัวเราะแกนๆก่อนจะรับแฟ้มเอกสารอีกฉบับมาอ่านทวนแล้วค่อยจรดปลายปากกาอนุมัติ “ช่วงบ่ายพิงค์มีนัดสัมภาษณ์หัวหน้าฝ่ายก

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 243

    สองเรื่องที่สินธรร้องขอไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรในความรู้สึกของกะรัต ตรงข้ามมันกลับฟังดูเป็นคำขอที่น่าพิศวงและไม่สมเป็นเขาเสียด้วยซ้ำไป แต่ความเคลือบแคลงสงสัยก็ไม่ได้วนเวียนอยู่ในความคิดนานนักเพราะไม่กี่วันหลังจากนั้น เพชรลดาก็โทร.มาแจ้งข่าวทั้งที่ยังร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจว่าสินธรจากไปแล้วงานศพของสินธรถูกจัดเจ็ดวันเต็มตามคำขอของเจ้าตัว ตลอดสัปดาห์ของการจัดงานกะรัตสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติหลายอย่าง อย่างแรกคือมารดาของเธอดูไม่ค่อยเศร้าเท่าไรกับการจากไปของน้องชายสุดที่รัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพชรลดาที่ร้องไห้จนเป็นลมล้มพับไปหลายหน...ในวันเผาค่อยเห็นว่านพเก้ายืนปาดน้ำตาเงียบๆอยู่หน้าเมรุ มองกลุ่มควันที่ลอยไกลไปบนท้องฟ้ากว้างราวกับกำลังบอกลาส่วนอีกเรื่องที่สร้างความฉงนให้อย่างแท้จริง คือการร่ำไห้อย่างหนักหน่วงของเลขาคนสนิทของเธอเอง จันทร์เจ้าดูเจ็บปวดกับการจากไปของสินธรมากกว่าพบธรรมที่คอยช่วยประคองอยู่ข้างๆเสียอีก กะรัตค่อยมาเข้าใจความหมายของน้ำตาในตอนหลัง เมื่อได้รู้ว่าเด็กในการอุปการะของสินธรเมื่อหลายปีก่อนไม่ได้มีเพียงพบธรรมแต่ยังรวมไปถึงจันทร์เจ้าด้วยอีกคน..‘น้าอยากให้เธอตามจันทร์เจ้ากลับมาทำ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status