แชร์

ผู้ชนะการประมูล? 7

ผู้เขียน: เนื้อทราย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-12 21:47:11

การประมูลที่ดินขายทอดตลาดตามกฎหมายใหม่จะจัดเพียงสี่นัดต่อการประมูลหนึ่งครั้งเท่านั้น และในแต่ละนัดหากไม่มีผู้สนใจ ราคาของที่ดินจะถูกลดลงสิบเปอร์เซ็นต์ในนัดถัดมา...การประมูลนัดสุดท้ายจึงสำคัญที่สุด

“หมายเลขยี่สิบเจ็ด...ลักกี้นัมเบอร์หรือเปล่าครับ เท่าอายุคุณเลยนะ” เสียงทุ้มของคนที่นั่งลงข้างกันเอ่ยถาม

“สามสิบแปดก็คงเป็นอายุคุณ?” ดวงตากลมใสเหลือบไปมองหมายเลขประมูลในมือเพทายแล้วตอบกลับเรียบๆ

“อีกหกปีก็ได้อยู่...ถ้าผมไม่เส้นเลือดในสมองแตกตายไปก่อน เพราะเอาแต่คิดเรื่องของคุณนะ” คนถูกเพิ่มอายุไปหลายปีว่ายิ้มๆ แม้จะมีส่วนจริงอยู่ไม่น้อยก็ตาม

“งั้นคุณอาจจะอยู่ไม่ถึงจริงๆก็ได้” คำตอบแบบมะนาวไม่มีน้ำของหญิงสาวทำให้คนถูกแช่งกรายๆ อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปากคล้ายชอบใจ

               เสียงเคาะสามครั้งที่ดังขึ้นสามารถเรียกความสนใจของทุกคนในห้องประชุมได้อย่างดี เพราะนั่นคือสัญญาณการเปิดประมูลอย่างเป็นทางการ คนทั้งคู่ละความสนใจต่อบทสนทนาที่เกิดขึ้น เพราะรู้ดีว่าการประมูลในนัดนี้มีความสำคัญต่อโพรเจกต์ใหม่ของบริษัทตนเองแค่ไหน

“หมายเลขสิบหกเพิ่มหนึ่งแสน...ราคาโฉนดเลขที่..” เสียงประกาศยอดราคาที่ดินติดหน้าถนนใหญ่เขตสถานที่ท่องเที่ยวในตัวอำเภอปากช่อง พุ่งสูงขึ้นไปเป็นสองเท่าของราคาที่ดินอย่างรวดเร็ว

“หมายเลขยี่สิบเจ็ดเพิ่มห้าแสน...ราคารวม ‘สิบล้านห้าแสนบาท’ ” เสียงประกาศดังขึ้นทำให้ผู้เข้าประมูลหลายคนที่หมายตาที่ดินผืนเดียวกันนี้ต้องถอดใจในที่สุด กะรัตยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยกับชัยชนะที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม กับที่ดินแปลงงามที่สามารถสร้างมูลค่าได้สูงกว่าราคาของมันอีกเกือบเท่าตัว

               เสียงประกาศทวนซ้ำอีกหนสำหรับการเคาะครั้งที่หนึ่งสร้างความลุ้นระทึกในทุกคนในงานไม่น้อย เพราะราคาที่พุ่งสูงเช่นนี้บ่งบอกได้หลากหลายความหมาย...คู่แข่งก็เช่นกัน

“ ‘สิบล้านห้าแสนบาท’ ครั้งที่สอง”

               หญิงสาวยิ้มกว้างเมื่อไม่เห็นใครมีท่าทีจะชูป้ายขึ้นมาขัดขวางอย่างที่นึกกังวล แต่แรงสะกิดจากคนข้างกายที่เธอเกือบลืมไปแล้วว่ารู้จักกันก็ทำให้กะรัตชะงักไป ก่อนจะต้องเม้มปากเข้าหากันอย่างขุ่นเคืองเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากที่มาพร้อมดวงตาสีถ่านที่ฉายประกายเย้าแหย่...เขาชูป้ายขึ้น!

“หมายเลขสามสิบแปดเพิ่มสองล้านห้าแสน...ราคารวม ‘สิบสามล้านบาท’ ” เสียงประกาศที่ดังขึ้นทำให้กะรัตต้องตวัดสายตามองคนข้างกายอย่างขุ่นเคือง ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะสนใจที่ดินแปลงนี้เช่นกัน

“คุณแกล้งฉัน?” เธอถามเสียงขุ่น ทั้งที่มีคำตอบของคำถามอยู่แล้ว

“ห้าเท่า...หลักการประมูลง่ายๆที่ใครก็รู้” เสียงทุ้มติดจะรื่นรมย์เอ่ยขึ้น พร้อมๆกับการเคาะครั้งที่สามกับราคา ‘สิบสามล้านบาท’

               กะรัตรู้สึกเหมือนเลือดในกายของเธอกำลังสูบฉีดอย่างรวดเร็วเพราะคำอธิบายของคนตรงหน้า คำว่า ‘ห้าเท่า...หลักการประมูลง่ายๆที่ใครก็รู้’ ช่างส่งผลต่ออารมณ์ด้านลบของเธอได้อย่างไม่น่าเชื่อ

การยกป้ายประมูลแต่ละครั้งจะต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของราคาที่ดินเสมอ นั่นคือเงื่อนไขพื้นฐานในการประมูลครั้งนี้ ดังนั้นการที่เธอเสนอ ‘ห้าเท่า’ ของคนที่ชูป้ายก่อนหน้า จึงเป็นการการันตีว่าที่ดินผืนนั้นจะกลายเป็นของเธอ แต่การที่เพทายชูป้ายขึ้นไปอีก ‘ห้าเท่า’ ของราคาที่เธอเสนอ...มันน่าโมโหนัก!

“อย่าโกรธสิคุณ มันก็แค่เกม” เจ้าของคนใหม่ของที่ดินผืนงามที่กะรัตหมายตาไว้ร้องบอก ก่อนจะหัวเราะเบาๆในลำคอเมื่อเห็นแววอาฆาตมาดร้ายจากคนข้างกายแทนคำตอบโต้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 248

    ร่างสูงผอมแลดูบอบบางจนเกือบจะคล้ายคนอมโรคหยุดชะงัก เมื่อสายตาที่มองตรงไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวจนถึงเมื่อครู่สังเกตเห็นบางอย่างตรงหางตา ดูเหมือนจะมีร่างเล็กป้อมเหมือนซาลาเปาเดินได้กำลังพยายามใช้นิ้วเล็กๆกดปุ่มสีเขียวบนเครื่องถ่ายเอกสาร แต่เพราะขาสั้นเกินไปจึงต้องเขย่งจนสุดตัวลูกใครนะ? ท่าทางน่าจะซนเอาเรื่องเพราะอยากรู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะทำยังไงกับระยะห่างอีกหลายคืบ ร่างสูงผอมจึงเปลี่ยนเส้นทางจากห้องประธานกรรมการของ ‘วัฒนากร เอ็นจิเนียริ่ง’ ที่มีเพื่อนสนิทของพี่เขยรออยู่ มาเป็นทางเข้าห้องเอกสารที่ภายในมีเด็กชายวัยประมาณห้าขวบเศษกำลังปีนป่ายเครื่องถ่ายเอกสารด้วยความมุ่งมั่นปกติเขาค่อนข้างเกลียดเด็กและไม่นิยมเข้าใกล้ ขนาดหลานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตาอย่างพลอยชมพูก็ยังไม่สามารถลบความรู้สึกเหล่านั้นออกไปได้ น่าแปลกที่เจ้าตัวเล็กหน้าตามอมแมมเหมือนคลุกน้ำหมึกตรงหน้ากลับดึงดูดใจอย่างประหลาด“ลุงจะทำงานเหรอ? ให้ผมช่วยคับ”เสียงเล็กๆที่ดังเจื้อยแจ้วอยู่บนพื้นเบื้องล่างทำให้คนเกลียดเด็กสะดุ้ง ไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กจะว่องไวขนาดนี้ทั้งที่ตัวกลมเหมือนหมูออมสิน“ให้ผมช่วยคับ”เด็กน้อยย้ำคำเดิมอีกค

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 247

    ท้องฟ้าสีเทาและเสียงครืนๆเป็นระยะทำให้บรรยากาศรอบกายหม่นหมองอย่างน่าประหลาด เด็กหนุ่มวัยสิบสามปีเศษในชุดดำสนิทแหงนมองท้องฟ้าอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองเขม่าควันไฟจากปล่องเมรุที่กำลังลอยสูงไปบนฟ้า พลันน้ำตาก็ค่อยๆรินไหลออกมาจากดวงตาสีถ่านคู่นั้นเขาใช้แขนเสื้อปาดน้ำตาลวกๆเมื่อรู้สึกถึงความอ่อนแอที่ทับถมจิตใจ แล้วหลบมุมไปนั่งเงียบๆที่ม้าหินอ่อนข้างศาลาวัดทั้งที่ดวงตายังแดงก่ำ...ไม่อยากเสียน้ำตาให้พ่อแม่ใจร้ายที่ฆ่าตัวตายแล้วปล่อยให้ตัวเองต้องอยู่บนโลกกว้างนี้เพียงลำพัง! แต่ถึงจะโกรธแค่ไหนความรู้สึกสูญเสียที่ถาโถมเข้ามาก็ทำให้ความเสียใจมีมากกว่าหลายเท่า“หนูขอนั่งด้วยได้ไหม?”เสียงเล็กๆที่แหบพร่าดังขึ้นข้างกายของคนที่กำลังจะร้องไห้อีกรอบต้องชะงักไป“ก็นั่งสิ แต่อย่าเสียงดังนะมันน่ารำคาญ!” “อืม ขอบคุณนะ” เสียงนั้นตอบกลับเบาๆ แล้วไม่พูดอะไรออกมาอีกราวกับว่ากลัวจะถูกตำหนิความเงียบนั้นทำให้เด็กหนุ่มอดไม่ได้จนต้องเงยหน้ามองคนที่มาขอนั่งด้วย เด็กผู้หญิงหน้าตาขลุกขมอมที่เอาแต่กอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลเข้มไว้แน่นเหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่พอจะมีได้ เธออยู่ในชุดสีดำสนิทเช่นเดียวกับเขา ก็พอจะเดาได้

  • เพทายลายกะรัต   บทส่งท้าย.. 246

    ช่อดอกไม้ขนาดกะทัดรัดแต่มีน้ำหนักพอดูถูกโยนจนลอยละลิ่วตามประสาดอกไม้งานแต่ง เพียงแต่ช่อดอกไม้ในคราวนี้อาจจะน่าสงสารกว่าช่อดอกไม้ในงานแต่งอื่นๆนิดหน่อย เพราะคนรอรับดอกไม้มีแต่ผู้ชาย? ต้องขอบคุณไอเดียสุดล้ำของเจ้าสาวสุดสวยนามว่ากะรัต ที่ดันนึกสนุกด้วยการเพิ่มดอกไม้งานแต่งเข้ามาอีกช่อ! พร้อมกับสร้างเงื่อนไขเล็กน้อยแต่กลับสามารถดึงดูดใจคนในงานได้เป็นอย่างดี‘จะมีผ้าขาวกั้นเวทีไว้ แล้วเราสองคนจะโยนช่อดอกไม้พร้อมกันนะคะ...สองคนที่รับช่อดอกไม้ได้ จะได้ตั๋วฟรีพร้อมที่พักสำหรับสามวันสองคืนให้ไปเที่ยวด้วยกันค่ะ!’เพราะเพื่อนของบ่าวสาวล้วนแล้วแต่เป็นคนโสดเสียส่วนมาก ผลตอบรับจึงแสดงออกมาให้เห็นด้วยจำนวนแขกเกือบทั้งงานที่ไปออรวมกันตรงหน้าเวที..“ไม่ไปแย่งดอกไม้กับเขาหรือไง?” น้ำเสียงขบขันของผู้อาวุโสเขื่อนเพชรตั้งคำถาม“คุณปู่ก็ยังนั่งอยู่นะครับ ไม่ได้ไปแย่งดอกไม้เหมือนกัน” ณัฐนัยตอบกลับลอยลมพลางจิบคอกเทลในมือด้วยท่าทางเรื่อยเฉื่อย เหลือบมองความวุ่นวายหน้าเวทีแล้วรู้สึกเหมือนกำลังเห็นสงครามขนาดย่อมของเหล่าชายฉกรรจ์“บ๊ะ! ถ้าลุกไปย่าของเจ้าพีทก็แพ่นกบาลแยกสิว่ะ!” น้ำเสียงกริ่งเกรงแกมขบขันตอบกลับ“ผ

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 245

    ดวงตากลมใสกวาดมองภาพสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกบานยาวจรดพื้นด้วยความพึงพอใจ วันนี้เธออยู่ในชุดเกาะอกสีขาวปักเลื่อมเงินประดับด้วยระบายลูกไม้อย่างพอเหมาะที่รับกับกระโปรงยีนฟูฟ่องเหนือเข่าเล็กน้อย กะรัตหมุนอีกรอบเหมือนต้องการชื่นชมชุดแต่งงานที่ออกแบบเอง แต่คงเพราะไม่ค่อยชินกับรองเท้าเท่าไรจึงเสียหลักเซถลาได้อย่างง่ายๆ เคราะห์ดีที่ใครอีกคนเปิดประตูเข้ามาแล้วช้อนอุ้มไว้ได้ทัน“เปลี่ยนเป็นรองเท้าผ้าใบดีไหม?”คนถูกถามครุ่นคิดครู่เดียว ค่อยยกมือกอดอกพลางส่ายหน้าปฏิเสธ“ไม่เอาค่ะ รองเท้าคู่นี้มันเข้ากับชุดนี้มากกว่า”“เดี๋ยวก็สะดุดอีก” เพทายค่อนขอดแต่ก็กระชับวงแขนขึ้นอีกนิด รู้ดีว่าถ้าหากกะรัตเริ่มยกมือขึ้นกอดอกแบบนี้แสดงว่าเธอไม่ค่อยชอบใจในสิ่งที่เขาพูดออกมาเท่าไร ก็เลยทำได้เพียงถอนใจแล้วบ่นเสียงอ่อน “แต่ถ้าเมื่อกี้พี่มาไม่ทัน เราก็คงเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นแล้วนะ”คนที่เกือบเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นทำหูทวนลม มือบางที่กอดอกอยู่จนถึงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นขยับเนกไทหูกระต่ายที่ทำจากผ้ายีนที่เข้าคู่กับสีกระโปรงของตัวเองให้เจ้าของวงแขนกว้างเล็กน้อย “ถ้าสะดุดอีก..” เสียงหวานเว้นวรรคเล็กน้อยเหมือนจะค

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 244

    กำหนดการงานแต่งหลังผ่านความช่วยเหลืออย่างหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความหวังดีของบรรดาญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทำให้กะรัตและเพทายเริ่มไม่แน่ใจว่า...สรุปแล้วมันคือการแต่งงานของคนสองคนหรือเป็นการแต่งงานของสองครอบครัวกันแน่? แต่ได้ความคิดเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าน่าจะเป็นอย่างหลังเพราะในตอนแรกกะรัตและเพทายเห็นพ้องต้องกันว่าควรจัดงานแต่งเล็กๆที่มีเฉพาะ ‘คนกันเอง’ เท่านั้น แต่พอพูดคุยกับครอบครัวทั้งสองฝ่ายดูเหมือน ‘คนกันเอง’ จะขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นงานเลี้ยงที่มีจำนวนแขกหลายร้อยคนตอนไหนก็ไม่ค่อยแน่ชัด..“เดี๋ยวนะ! ทำไมจำนวนซองงานแต่งมันงอกขึ้นมาอีกแล้วล่ะ?” กะรัตร้องถามด้วยความตกใจ เมื่อกวาดตาอ่านใบรายชื่อแขกฉบับล่าสุดที่จันทร์เจ้าส่งให้“คุณมาริสาท่านให้คนเอารายชื่อมาเพิ่มเมื่อเย็นวานนี้ เห็นบอกว่าเป็นเพื่อนของท่านที่ทำไร่ชาอยู่ทางเหนือ ถ้าไม่เชิญเกรงว่าจะเสียมารยาทค่ะ” เลขาคนสนิทแจกแจง“ห้าสิบคนเลยนะคะ ถ้าทำไร่ชาทั้งหมดไม่กินพื้นที่ภูเขาไปสองลูกครึ่งแล้วเหรอ?” กะรัตหัวเราะแกนๆก่อนจะรับแฟ้มเอกสารอีกฉบับมาอ่านทวนแล้วค่อยจรดปลายปากกาอนุมัติ “ช่วงบ่ายพิงค์มีนัดสัมภาษณ์หัวหน้าฝ่ายก

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 243

    สองเรื่องที่สินธรร้องขอไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรในความรู้สึกของกะรัต ตรงข้ามมันกลับฟังดูเป็นคำขอที่น่าพิศวงและไม่สมเป็นเขาเสียด้วยซ้ำไป แต่ความเคลือบแคลงสงสัยก็ไม่ได้วนเวียนอยู่ในความคิดนานนักเพราะไม่กี่วันหลังจากนั้น เพชรลดาก็โทร.มาแจ้งข่าวทั้งที่ยังร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจว่าสินธรจากไปแล้วงานศพของสินธรถูกจัดเจ็ดวันเต็มตามคำขอของเจ้าตัว ตลอดสัปดาห์ของการจัดงานกะรัตสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติหลายอย่าง อย่างแรกคือมารดาของเธอดูไม่ค่อยเศร้าเท่าไรกับการจากไปของน้องชายสุดที่รัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพชรลดาที่ร้องไห้จนเป็นลมล้มพับไปหลายหน...ในวันเผาค่อยเห็นว่านพเก้ายืนปาดน้ำตาเงียบๆอยู่หน้าเมรุ มองกลุ่มควันที่ลอยไกลไปบนท้องฟ้ากว้างราวกับกำลังบอกลาส่วนอีกเรื่องที่สร้างความฉงนให้อย่างแท้จริง คือการร่ำไห้อย่างหนักหน่วงของเลขาคนสนิทของเธอเอง จันทร์เจ้าดูเจ็บปวดกับการจากไปของสินธรมากกว่าพบธรรมที่คอยช่วยประคองอยู่ข้างๆเสียอีก กะรัตค่อยมาเข้าใจความหมายของน้ำตาในตอนหลัง เมื่อได้รู้ว่าเด็กในการอุปการะของสินธรเมื่อหลายปีก่อนไม่ได้มีเพียงพบธรรมแต่ยังรวมไปถึงจันทร์เจ้าด้วยอีกคน..‘น้าอยากให้เธอตามจันทร์เจ้ากลับมาทำ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status