Home / โรแมนติก / เพทายลายกะรัต / ร่องรอยของอดีต 58

Share

ร่องรอยของอดีต 58

last update Last Updated: 2026-01-12 22:25:11

เสียงเครื่องมือทางการแพทย์สำหรับตรวจจับชีพจรของคนป่วยยังคงส่งเสียงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ จวบจนนางพยาบาลผู้รับผิดชอบปลดเครื่องมือเหล่านั้นออกตามคำสั่งแพทย์เจ้าของไข้ หลังให้ความเห็นว่าอาการของผู้ป่วยกำลังดีขึ้นตามลำดับ

               “คุณหมอแจ้งว่าอีกสองวันก็กลับบ้านได้แล้วนะคะ” น้ำเสียงเจือรอยอารีของพยาบาลคนเดิมเอ่ยขึ้นในตอนท้าย เมื่อเห็นสายตาของผู้ป่วยยังคงจับจ้องมาไปวางตา

               “ครับ” ประชาตอบรับสั้นๆ แต่กระนั้นแววตาที่จับจ้องไปยังพยาบาลกลับมีรอยอ่อนโยนระคนเศร้าโศก ราวกับเวลานี้ตนเองได้เห็นภาพสะท้อนของอดีตที่กำลังซ้อนทับและหวนกลับมาอีกหน

               ‘พี่ชา อีกสองวันหมอก็ให้กลับบ้านแล้วนะ’

               เสียงหวานแสนเคยคุ้นของคนที่ยังคงเป็น ‘ที่รัก’ พร้อมภาพจำในวันวานผุดขึ้นมาในห้วงความรู้สึก ทุกรอยยิ้มที่เคยมีให้กันยังชัดเจนเสมอ

               ‘ต่อไปห้ามโหมงานหนักจนล้มพับไปแบบนี้อีกนะคะ อย่าลืมเชียว! ว่าตัวเองเคยสัญญาอะไรเอาไว้ ว่าเราจะอยู่เป็นเพื่อนกันไปจนแก่...เพราะงั้นดูแลตัวเองให้มันดีๆหน่อย’

               น้ำเสียงสดใสติดจะแง่งอนยามตักเตือนให้ดูแลตัวเองยังคงดังก้องในหัวใจ ก่อนความหลังแห่งความทรงจำแสนงดงามจะถูกแทนที่ด้วยภาพ ‘พิธีศพ’ ของเธอผู้เป็นทุกอย่างในชีวิต

แม้การผลัดพรากจะเป็นเรื่องธรรมดาของโลก...แต่เหตุใดคนบนฟ้าจึงไม่เมตตา ต่อเวลาให้เขาและเธออีกสักนิด?

               “ถ้ามีอะไรก็กดปุ่มสีแดงข้างเตียงได้นะคะ” เสียงของผู้ดูแลในชุดขาวเอ่ยทิ้งท้ายก่อนเดินออกไปจากห้องพักผู้ป่วย ทำให้คนที่จมอยู่ในภวังค์แห่งความหลังหวนกลับคืนปัจจุบันอย่างไม่เต็มใจนัก

               เพียงเสี้ยววินาทีที่ประตูปิดลง ห้องพักฟื้นกว้างก็กลับถูกปกคลุมด้วยความเงียบอย่างง่ายดายราวสับสวิตช์ ประชากวาดสายตามองรอบกายคล้ายสำรวจอีกครั้ง ก่อนดวงตาสีน้ำตาลอมดำจะวกกลับไปยังหน้าต่างบานกว้างที่ถูกเปิดผ้าม่านทิ้งไว้ ราวกับการได้มองออกไปอย่างไร้จุดมุ่งหมายคือความสนใจเดียวที่มีในช่วงเวลานี้

               ถ้าหากตอนนี้คุณยังมีชีวิตอยู่ เราจะสามารถมีความสุขได้มากเท่าที่ผมกำลังเป็นทุกข์หรือเปล่า?

               คำถามสั้นๆที่เกิดขึ้นกลางหัวใจ กลับสามารถกรีดดวงใจที่เคยคิดว่าตายด้านเมื่อนานมาแล้วให้เจ็บปวดได้อย่างไม่อาจควบคุม ก่อนมือหนาที่หลุดพ้นพันธนาการจากสายน้ำเกลือจะคว้าสร้อยร้อยแหวนที่สวมติดตัวมานานขึ้นจุมพิตอีกครั้งเช่นที่ทำเสมอตลอดหลายปีที่ผ่านมา

               “ยังคิดถึงเขาอยู่อีกเหรอ?” น้ำเสียงราบเรียบของสินธรเอ่ยถาม ก่อนจะต้องถอนใจเมื่อคนที่ยังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงคนป่วยพยักหน้ารับแทนคำตอบ ค่อยเอ่ยต่อ “มีคนเคยพูดว่า...เวลาที่ผ่านไปจะทำให้เราคิดถึง ‘คนที่รัก’ มากขึ้นตามไปด้วย สงสัยจะเป็นเรื่องจริง”

               “ไม่รู้สิ เพราะสำหรับผมแล้ว...ทุกอย่างมันไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่มันแค่ไม่เคยลดลงไป” ประชาตอบตามความจริง ก่อนเก็บสร้อยร้อยแหวนที่แทนทุกความรักของใครบางคนไว้ในอกเช่นเดิม “คุณสินธรคงไม่ได้มาที่นี่ แค่เพราะอยากแวะมาเยี่ยมคนอย่างผมใช่ไหมครับ?”  

               “มองโลกในแง่ร้ายจริงนะ ก็แค่แวะมาเยี่ยม...แล้วก็มีข้อเสนอบางอย่างมาให้ ก็เท่านั้นเอง”

               “...”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 248

    ร่างสูงผอมแลดูบอบบางจนเกือบจะคล้ายคนอมโรคหยุดชะงัก เมื่อสายตาที่มองตรงไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวจนถึงเมื่อครู่สังเกตเห็นบางอย่างตรงหางตา ดูเหมือนจะมีร่างเล็กป้อมเหมือนซาลาเปาเดินได้กำลังพยายามใช้นิ้วเล็กๆกดปุ่มสีเขียวบนเครื่องถ่ายเอกสาร แต่เพราะขาสั้นเกินไปจึงต้องเขย่งจนสุดตัวลูกใครนะ? ท่าทางน่าจะซนเอาเรื่องเพราะอยากรู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะทำยังไงกับระยะห่างอีกหลายคืบ ร่างสูงผอมจึงเปลี่ยนเส้นทางจากห้องประธานกรรมการของ ‘วัฒนากร เอ็นจิเนียริ่ง’ ที่มีเพื่อนสนิทของพี่เขยรออยู่ มาเป็นทางเข้าห้องเอกสารที่ภายในมีเด็กชายวัยประมาณห้าขวบเศษกำลังปีนป่ายเครื่องถ่ายเอกสารด้วยความมุ่งมั่นปกติเขาค่อนข้างเกลียดเด็กและไม่นิยมเข้าใกล้ ขนาดหลานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตาอย่างพลอยชมพูก็ยังไม่สามารถลบความรู้สึกเหล่านั้นออกไปได้ น่าแปลกที่เจ้าตัวเล็กหน้าตามอมแมมเหมือนคลุกน้ำหมึกตรงหน้ากลับดึงดูดใจอย่างประหลาด“ลุงจะทำงานเหรอ? ให้ผมช่วยคับ”เสียงเล็กๆที่ดังเจื้อยแจ้วอยู่บนพื้นเบื้องล่างทำให้คนเกลียดเด็กสะดุ้ง ไม่คิดว่าเจ้าตัวเล็กจะว่องไวขนาดนี้ทั้งที่ตัวกลมเหมือนหมูออมสิน“ให้ผมช่วยคับ”เด็กน้อยย้ำคำเดิมอีกค

  • เพทายลายกะรัต   ตอนพิเศษ 247

    ท้องฟ้าสีเทาและเสียงครืนๆเป็นระยะทำให้บรรยากาศรอบกายหม่นหมองอย่างน่าประหลาด เด็กหนุ่มวัยสิบสามปีเศษในชุดดำสนิทแหงนมองท้องฟ้าอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองเขม่าควันไฟจากปล่องเมรุที่กำลังลอยสูงไปบนฟ้า พลันน้ำตาก็ค่อยๆรินไหลออกมาจากดวงตาสีถ่านคู่นั้นเขาใช้แขนเสื้อปาดน้ำตาลวกๆเมื่อรู้สึกถึงความอ่อนแอที่ทับถมจิตใจ แล้วหลบมุมไปนั่งเงียบๆที่ม้าหินอ่อนข้างศาลาวัดทั้งที่ดวงตายังแดงก่ำ...ไม่อยากเสียน้ำตาให้พ่อแม่ใจร้ายที่ฆ่าตัวตายแล้วปล่อยให้ตัวเองต้องอยู่บนโลกกว้างนี้เพียงลำพัง! แต่ถึงจะโกรธแค่ไหนความรู้สึกสูญเสียที่ถาโถมเข้ามาก็ทำให้ความเสียใจมีมากกว่าหลายเท่า“หนูขอนั่งด้วยได้ไหม?”เสียงเล็กๆที่แหบพร่าดังขึ้นข้างกายของคนที่กำลังจะร้องไห้อีกรอบต้องชะงักไป“ก็นั่งสิ แต่อย่าเสียงดังนะมันน่ารำคาญ!” “อืม ขอบคุณนะ” เสียงนั้นตอบกลับเบาๆ แล้วไม่พูดอะไรออกมาอีกราวกับว่ากลัวจะถูกตำหนิความเงียบนั้นทำให้เด็กหนุ่มอดไม่ได้จนต้องเงยหน้ามองคนที่มาขอนั่งด้วย เด็กผู้หญิงหน้าตาขลุกขมอมที่เอาแต่กอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลเข้มไว้แน่นเหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวที่พอจะมีได้ เธออยู่ในชุดสีดำสนิทเช่นเดียวกับเขา ก็พอจะเดาได้

  • เพทายลายกะรัต   บทส่งท้าย.. 246

    ช่อดอกไม้ขนาดกะทัดรัดแต่มีน้ำหนักพอดูถูกโยนจนลอยละลิ่วตามประสาดอกไม้งานแต่ง เพียงแต่ช่อดอกไม้ในคราวนี้อาจจะน่าสงสารกว่าช่อดอกไม้ในงานแต่งอื่นๆนิดหน่อย เพราะคนรอรับดอกไม้มีแต่ผู้ชาย? ต้องขอบคุณไอเดียสุดล้ำของเจ้าสาวสุดสวยนามว่ากะรัต ที่ดันนึกสนุกด้วยการเพิ่มดอกไม้งานแต่งเข้ามาอีกช่อ! พร้อมกับสร้างเงื่อนไขเล็กน้อยแต่กลับสามารถดึงดูดใจคนในงานได้เป็นอย่างดี‘จะมีผ้าขาวกั้นเวทีไว้ แล้วเราสองคนจะโยนช่อดอกไม้พร้อมกันนะคะ...สองคนที่รับช่อดอกไม้ได้ จะได้ตั๋วฟรีพร้อมที่พักสำหรับสามวันสองคืนให้ไปเที่ยวด้วยกันค่ะ!’เพราะเพื่อนของบ่าวสาวล้วนแล้วแต่เป็นคนโสดเสียส่วนมาก ผลตอบรับจึงแสดงออกมาให้เห็นด้วยจำนวนแขกเกือบทั้งงานที่ไปออรวมกันตรงหน้าเวที..“ไม่ไปแย่งดอกไม้กับเขาหรือไง?” น้ำเสียงขบขันของผู้อาวุโสเขื่อนเพชรตั้งคำถาม“คุณปู่ก็ยังนั่งอยู่นะครับ ไม่ได้ไปแย่งดอกไม้เหมือนกัน” ณัฐนัยตอบกลับลอยลมพลางจิบคอกเทลในมือด้วยท่าทางเรื่อยเฉื่อย เหลือบมองความวุ่นวายหน้าเวทีแล้วรู้สึกเหมือนกำลังเห็นสงครามขนาดย่อมของเหล่าชายฉกรรจ์“บ๊ะ! ถ้าลุกไปย่าของเจ้าพีทก็แพ่นกบาลแยกสิว่ะ!” น้ำเสียงกริ่งเกรงแกมขบขันตอบกลับ“ผ

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 245

    ดวงตากลมใสกวาดมองภาพสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกบานยาวจรดพื้นด้วยความพึงพอใจ วันนี้เธออยู่ในชุดเกาะอกสีขาวปักเลื่อมเงินประดับด้วยระบายลูกไม้อย่างพอเหมาะที่รับกับกระโปรงยีนฟูฟ่องเหนือเข่าเล็กน้อย กะรัตหมุนอีกรอบเหมือนต้องการชื่นชมชุดแต่งงานที่ออกแบบเอง แต่คงเพราะไม่ค่อยชินกับรองเท้าเท่าไรจึงเสียหลักเซถลาได้อย่างง่ายๆ เคราะห์ดีที่ใครอีกคนเปิดประตูเข้ามาแล้วช้อนอุ้มไว้ได้ทัน“เปลี่ยนเป็นรองเท้าผ้าใบดีไหม?”คนถูกถามครุ่นคิดครู่เดียว ค่อยยกมือกอดอกพลางส่ายหน้าปฏิเสธ“ไม่เอาค่ะ รองเท้าคู่นี้มันเข้ากับชุดนี้มากกว่า”“เดี๋ยวก็สะดุดอีก” เพทายค่อนขอดแต่ก็กระชับวงแขนขึ้นอีกนิด รู้ดีว่าถ้าหากกะรัตเริ่มยกมือขึ้นกอดอกแบบนี้แสดงว่าเธอไม่ค่อยชอบใจในสิ่งที่เขาพูดออกมาเท่าไร ก็เลยทำได้เพียงถอนใจแล้วบ่นเสียงอ่อน “แต่ถ้าเมื่อกี้พี่มาไม่ทัน เราก็คงเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นแล้วนะ”คนที่เกือบเอาหัวไปวัดความแข็งของพื้นทำหูทวนลม มือบางที่กอดอกอยู่จนถึงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นขยับเนกไทหูกระต่ายที่ทำจากผ้ายีนที่เข้าคู่กับสีกระโปรงของตัวเองให้เจ้าของวงแขนกว้างเล็กน้อย “ถ้าสะดุดอีก..” เสียงหวานเว้นวรรคเล็กน้อยเหมือนจะค

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 244

    กำหนดการงานแต่งหลังผ่านความช่วยเหลืออย่างหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความหวังดีของบรรดาญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทำให้กะรัตและเพทายเริ่มไม่แน่ใจว่า...สรุปแล้วมันคือการแต่งงานของคนสองคนหรือเป็นการแต่งงานของสองครอบครัวกันแน่? แต่ได้ความคิดเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าน่าจะเป็นอย่างหลังเพราะในตอนแรกกะรัตและเพทายเห็นพ้องต้องกันว่าควรจัดงานแต่งเล็กๆที่มีเฉพาะ ‘คนกันเอง’ เท่านั้น แต่พอพูดคุยกับครอบครัวทั้งสองฝ่ายดูเหมือน ‘คนกันเอง’ จะขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นงานเลี้ยงที่มีจำนวนแขกหลายร้อยคนตอนไหนก็ไม่ค่อยแน่ชัด..“เดี๋ยวนะ! ทำไมจำนวนซองงานแต่งมันงอกขึ้นมาอีกแล้วล่ะ?” กะรัตร้องถามด้วยความตกใจ เมื่อกวาดตาอ่านใบรายชื่อแขกฉบับล่าสุดที่จันทร์เจ้าส่งให้“คุณมาริสาท่านให้คนเอารายชื่อมาเพิ่มเมื่อเย็นวานนี้ เห็นบอกว่าเป็นเพื่อนของท่านที่ทำไร่ชาอยู่ทางเหนือ ถ้าไม่เชิญเกรงว่าจะเสียมารยาทค่ะ” เลขาคนสนิทแจกแจง“ห้าสิบคนเลยนะคะ ถ้าทำไร่ชาทั้งหมดไม่กินพื้นที่ภูเขาไปสองลูกครึ่งแล้วเหรอ?” กะรัตหัวเราะแกนๆก่อนจะรับแฟ้มเอกสารอีกฉบับมาอ่านทวนแล้วค่อยจรดปลายปากกาอนุมัติ “ช่วงบ่ายพิงค์มีนัดสัมภาษณ์หัวหน้าฝ่ายก

  • เพทายลายกะรัต   เส้นทางของโชคชะตา 243

    สองเรื่องที่สินธรร้องขอไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรในความรู้สึกของกะรัต ตรงข้ามมันกลับฟังดูเป็นคำขอที่น่าพิศวงและไม่สมเป็นเขาเสียด้วยซ้ำไป แต่ความเคลือบแคลงสงสัยก็ไม่ได้วนเวียนอยู่ในความคิดนานนักเพราะไม่กี่วันหลังจากนั้น เพชรลดาก็โทร.มาแจ้งข่าวทั้งที่ยังร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจว่าสินธรจากไปแล้วงานศพของสินธรถูกจัดเจ็ดวันเต็มตามคำขอของเจ้าตัว ตลอดสัปดาห์ของการจัดงานกะรัตสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติหลายอย่าง อย่างแรกคือมารดาของเธอดูไม่ค่อยเศร้าเท่าไรกับการจากไปของน้องชายสุดที่รัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพชรลดาที่ร้องไห้จนเป็นลมล้มพับไปหลายหน...ในวันเผาค่อยเห็นว่านพเก้ายืนปาดน้ำตาเงียบๆอยู่หน้าเมรุ มองกลุ่มควันที่ลอยไกลไปบนท้องฟ้ากว้างราวกับกำลังบอกลาส่วนอีกเรื่องที่สร้างความฉงนให้อย่างแท้จริง คือการร่ำไห้อย่างหนักหน่วงของเลขาคนสนิทของเธอเอง จันทร์เจ้าดูเจ็บปวดกับการจากไปของสินธรมากกว่าพบธรรมที่คอยช่วยประคองอยู่ข้างๆเสียอีก กะรัตค่อยมาเข้าใจความหมายของน้ำตาในตอนหลัง เมื่อได้รู้ว่าเด็กในการอุปการะของสินธรเมื่อหลายปีก่อนไม่ได้มีเพียงพบธรรมแต่ยังรวมไปถึงจันทร์เจ้าด้วยอีกคน..‘น้าอยากให้เธอตามจันทร์เจ้ากลับมาทำ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status