LOGIN“กำลังสงสัยอยู่เหรอ”
แสงไฟในคฤหาสน์ทองบริสุทธิ์ และเรือนน้อยเรือนใหญ่หลังอื่นที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตเดียวกันดับไปหมดแล้ว พัฒนะเพิ่งจะเข้านอนไปได้หนึ่งชั่วโมง ก่อนจะมีสายเรียกเข้าจากเจ้าสัวทองดีให้มาพบท่านในเวลานี้ ย้ำชัดห้ามใช้เสียง และห้ามไม่ให้ใครเห็น
เขาตกใจไปก่อนแล้ว กลัวจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับชายชราที่เป็นเจ้าของชีวิต แต่เมื่อมาถึง ชายชราที่ควรจะนอนหายใจรวยรินบนเตียง กลับลุกออกจากเตียงไปนั่งรินชาสบายอารมณ์บนชุดรับแขกมุมห้อง คู่กับคุณย่าธาราที่มีใบหน้าเรียบเฉย ราวกับหญิงชรารู้อยู่แล้วว่าสามีของท่านไม่ได้ป่วยใกล้ตาย
“เปล่าครับคุณปู่”
“เธอเก็บสีหน้าไม่เก่งเลยนะพัฒน์”
“ขอโทษครับคุณย่า”
“ขอโทษทำไม ย่าไม่ได้ดุพัฒน์เลยสักนิด”
“มาจิบชาด้วยกันสิพัฒน์”
ชายชราผายมือให้เด็กหนุ่มที่ท่านรักไม่ต่างจากหลานชายแท้ๆ มานั่งด้วยกัน
“ครับ” พัฒนะไม่กล้ามองหน้าท่าน
ดวงตาใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมคู่นั้นลดลงมองน้ำชาที่ไหลออกจากเหยือกเซรามิกขนาดเล็กลงไปแก้ว ก่อนเจ้าของตระกูลจะเลื่อนแก้วใบนั้นมาตรงหน้า
“ดื่มสิ หายกังวลก่อนค่อยมาคุยกัน”
“ขอบคุณครับคุณปู่”
ลูกกระเดือกกลางลำคอพัฒนะเคลื่อนไหวตามชาอุ่นที่ไหลผ่านลงสู่กระเพาะอาหาร
“ปู่ดีใจนะ ที่พัฒน์รับชาจากปู่ไปดื่มโดยไม่ลังเล”
“ทำไมเหรอครับ ชาแก้วนี้รสชาติดี รสโปรดของคุณปู่”
“ใช่ ชารสโปรดของปู่”
มันจึงเป็นดั่งดาบสองคม เพราะทุกคนรู้ว่ามันเป็นชารสโปรดของท่าน ช่วงสองถึงสามเดือนมานี้จึงมีหนึ่งถึงสองครั้งที่เกิดอาการวิงเวียนศีรษะและอาเจียนรุนแรงหลังจากดื่มชา
ชายชราไม่ละเลยคำเตือนจากร่างกายแอบไปตรวจอย่างละเอียด พบว่ามีสารหนูอยู่ในร่างกายในปริมาณที่น้อย
ทุกคนที่อยู่รอบตัวล้วนน่าสงสัย เพราะไม่มีใครเลยที่เป็นลูกและหลานแท้ๆ ในสายเลือดของท่าน จนกว่าจะมีหลักฐานที่แน่ชัดเจ้าสัวทองดีไม่กล้าปรักปรำใคร เพราะท่านรักคนในครอบครัวทุกคน หน้าที่การชิมเครื่องดื่มและอาหาร ก่อนจะนำเข้าปากตัวเองจึงตกเป็นของหนูตัวน้อย
พวกมันน่าสงสารมาก มีหลายตัวที่ต้องตายไปหลังจากใช้ปากเล็กๆ จุ่มลงในถ้วยน้ำชา
มันถี่เกินไป จากเดือนละครั้ง เปลี่ยนเป็นสัปดาห์ละครั้ง
เกราะป้องกันตัวที่ดีที่สุด
คือการเอนกายนอนหายใจรวยรินบนเตียง แสดงอาการใกล้ตายตบตาทุกคนให้หลงเชื่อ และนับจากวันนั้นหนูทดลองที่เลี้ยงไว้ในห้องลับก็ไม่ตายอีกเลย
การเรียกพัฒนะมาพบเป็นการส่วนตัวในคืนนี้ค่อนข้างเสี่ยง ถ้าคนร้ายคือพัฒนะ ก็เท่ากับเร่งเวลาตายให้ตัวเอง
“ปู่อยากทำพินัยกรรมฉบับใหม่ อยากให้พัฒน์ทำหน้าที่แทนพ่อพัฒน์”
“ทำไมถึงเป็นผมครับ คุณพ่อผมเป็นทนายประจำตระกูล”
“พัฒน์ก็เป็นทนาย และปู่อยากจะลองเชื่อใจพัฒน์ให้ถึงที่สุด”
“ผมไม่เข้าใจครับคุณปู่ คุณปู่ไม่ไว้ใจคุณพ่อเหรอครับ”
“ปู่ไม่ไว้ใจใครเลย ตัวพัฒน์ ปู่ก็ไม่แน่ใจว่าจะไว้ใจได้หรือเปล่า”
“ผมไม่เข้าใจครับ คุณปู่ทำพินัยกรรมไปแล้ว จะยกเลิกแล้วทำใหม่เหรอครับ แล้วผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณปู่ต้องแกล้งป่วยทำเหมือนใกล้จะเสีย ผม ปุณณ์ พี่ปัณณ์ น้องเพลงร้องไห้แทบแย่ พวกเราเสียใจ ทั้งยังกลัวว่าคุณปู่จะจากไป ไม่มีใครรู้เลยว่าสุขภาพของคุณปู่ยังแข็งแรง ลุกขึ้นมาพูดคุยกับผมได้”
น้ำตาพัฒนะไม่ใช่จะไหลออกมาง่ายๆ ครั้งสุดท้ายที่เขาร้องไห้ ก็คือหน้าโลงศพของแม่ผู้ให้กำเนิด
“ผมดีใจนะครับ ที่คุณปู่ไม่ได้จะทิ้งพวกเราไป” ชายหนุ่มเลื่อนตัวลงไปนั่งบนพื้น คลานเข่าเข้าไปกอดท่อนขาชายชรา
“ปู่ไม่มีทางทิ้งย่า พัฒน์ แล้วก็ทุกคนไป ถ้าหากพัฒน์อยากให้ปู่อายุยืนยาวได้นานกว่านี้ พัฒน์จะช่วยปู่สืบหาความจริง ว่าใครกันที่พยายามวางยาจะฆ่าปู่ได้หรือเปล่า”
วางยา?
ฆ่า?
พัฒนะชะงัก
เขาแหงนใบหน้าเปรอะเปื้อนน้ำตาขึ้นสูง
ชายชรากับภรรยาส่งยิ้มให้เขา เรื่องนี้น่าตกใจ การที่พัฒนะจะมีปฏิกิริยาตอบสนองไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมาย เว้นเสียแต่ว่าจะตกใจเพราะคนร้ายเป็นชายหนุ่มเสียเอง
ท่านเจ้าสัวทองดีเป็นที่รักของทุกคน จะพ่อเขา พ่อปัณณ์ต่างก็ได้รับความเมตตาจากท่าน ชุบชีวิตเปลี่ยนจากคนที่ไม่มีอะไรเลยมามีชีวิตที่สุขสบายภายในอาณาจักรทองบริสุทธิ์ใต้บารมีของท่าน แต่ใครกัน ที่คิดจะวางยาฆ่าท่านได้ลง
“มีอะไรหรือเปล่าพัฒน์ สีหน้าดูเครียดๆ”
เปรียบอธิปเป็นมือขวาปิติก็เป็นมือซ้ายของท่านเจ้าสัว มีความสำคัญเทียบเท่ากัน ทุกเช้าเขาจะไปที่คฤหาสน์เพื่อร่วมรับประทานอาหารกับท่านเจ้าสัวและคุณธารา แต่หลังจากท่านล้มป่วยติดเตียงก็สั่งแม่ครัวให้ยกอาหารมาเสิร์ฟที่เรือนเล็ก ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับลูกชายแค่สองคน
“คิดเรื่องงานครับ”
พัฒนะเป่าซุปกระดูกหมูร้อนก่อนจะชิมรสชาติ วางตัวให้เป็นปกติมากที่สุด
“วันนี้คุณพ่อจะเข้าบริษัทหรือเปล่าครับ”
“เข้าช่วงบ่าย ช่วงเช้ามีงานอะไรให้ทำพัฒน์ก็ทำแทนพ่อเลยนะ”
“ครับ ผมอิ่มแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ ผมอยากเข้าไปดูเอกสารสัญญาห้างฯ ที่มีข้อพิพาทกับบริษัทคู่ค้า”
“ไปเถอะ มีพัฒน์ช่วยงานอย่างนี้เบาแรงพ่อได้เยอะ เท่าที่พ่อลองสังเกต ท่านเจ้าสัวกับคุณธาราก็ดูจะเอ็นดูพัฒน์อยู่มาก ไม่แน่นะ พัฒน์ของพ่ออาจจะได้เลื่อนตำแหน่งจากฝ่ายกฎหมาย ขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้บริหารของบริษัทในเครือทองบริสุทธิ์”
“ผมไม่เคยอยากได้ตำแหน่ง เพราะผมรู้ว่าผมเป็นแค่เด็กในบ้าน”
“พ่อไม่ได้หมายความว่าให้พัฒน์มักใหญ่ใฝ่สูง พ่อแค่อยากให้พัฒน์ช่วยแบ่งเบาภาระงานของคนอื่นๆ”
“...”
“พัฒน์ก็รู้ บริษัทในเครือทองบริสุทธิ์มีมาก ทั้งห้างฯ ร้าน โรงพยาบาล รับเหมาก่อสร้าง พ่ออธิปดูแลโรงพยาบาล คุณลิดูแลห้างฯ กับบริษัทรับเหมาก่อสร้าง เธอเป็นผู้หญิง ดูแลสองบริษัทคนเดียวไม่ไหว ต้องพึ่งพาพ่อกับพัฒน์เข้าไปช่วยดูแลกิจการบ่อยๆ เพราะเธอไม่ทันเกม ชอบถูกหลอกให้ลงทุน หรือเซ็นสัญญาที่ขาดทุนบ่อยๆ พ่อแค่คิดว่าถ้าท่านเจ้าสัวจะแบ่งตำแหน่งเล็กๆ น้อยๆ มาให้พัฒน์ ก็ไม่ได้แย่นะลูก ทุกคนยอมรับในความสามารถลูกชายพ่อกันหมด”
“น้องเพลงเรียนจบแล้ว ถึงจะไปเรียนต่อเมืองนอกก็แค่สองสามปี ผมจะช่วยงานคุณลิรอน้องเพลงกลับมารับตำแหน่งครับ”
“พัฒน์อยากเป็นแค่เด็กในบ้าน กับพนักงานฝ่ายกฎหมายไปจนตายเหรอ! เอาเถอะ ตามใจพัฒน์ พ่อแค่กลัวว่าถ้าท่านเจ้าสัวยกตำแหน่งผู้บริหารโรงพยาบาลให้ปัณณ์ที่เป็นหมอ ยกตำแหน่งผู้บริหารบริษัทรับเหมาก่อสร้างให้ปุณณ์ที่เป็นสถาปนิก แล้วยกตำแหน่งผู้บริหารห้างฯ ให้น้องเพลง แล้วพัฒน์ของพ่อจะน้อยใจ”
“ผมไม่น้อยใจหรอกครับ ผมไม่เคยอยากได้อะไรเลย คุณพ่อไม่ต้องทำอะไรเพื่อผมหรอกนะครับ ชีวิตของผม ผมจะสร้างมันขึ้นมาเอง” พัฒนะไม่ได้ปักใจเชื่อว่าพ่อแท้ๆ จะวางแผนฆาตกรรมท่านเจ้าสัว แต่ความหวังดีที่ท่านมีมากเกินไปสร้างความเคลือบแคลงใจให้เขา
พัฒนะไม่รู้ว่าควรไว้ใจใคร เขาบอกคนรอบข้างเกี่ยวกับความสงสัยของท่านเจ้าสัวไม่ได้ แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่สามารถขอร้องคนที่เขาไว้ใจมากที่สุด ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตามาคอยดูแลความปลอดภัยให้ท่าน ดังนั้นพัฒนะจึงขับรถยนต์มุ่งหน้าไปหาปัณณ์
เข้านอกออกในคอนโดฯ ของชายที่เปรียบเสมือนครอบครัวบ่อยจน รปภ. คุ้นหน้า
กดกริ่งหน้าประตูนานมากไม่มีเสียงตอบรับ โทรหาก็ไม่รับสาย พัฒนะร้อนใจ ถือวิสาสะกดรหัสผ่านประตูเข้าไปยืนอึ้งกลางห้องโถงรีบหันหลังให้พี่ชาย ที่งัวเงียเคลื่อนใบหน้าออกจากหน้าอกหญิงแปลกหน้า ผ้าห่มเลื่อนหลุดจากแผ่นหลัง เผยรูปร่างขาวแน่นเนื้อที่เปลือยเปล่าไม่ต่างจากคนใต้ร่าง
“พัฒน์เหรอ”
“โทษทีพี่ ผมมีธุระด่วน”
กดกริ่งหน้าประตูนานมากไม่มีเสียงตอบรับ โทรหาก็ไม่รับสาย พัฒนะร้อนใจ ถือวิสาสะกดรหัสผ่านประตูเข้าไปยืนอึ้งกลางห้องโถงรีบหันหลังให้พี่ชาย ที่งัวเงียเคลื่อนใบหน้าออกจากหน้าอกหญิงแปลกหน้า ผ้าห่มเลื่อนหลุดจากแผ่นหลัง เผยรูปร่างขาวแน่นเนื้อที่เปลือยเปล่าไม่ต่างจากคนใต้ร่าง“พัฒน์เหรอ”“โทษทีพี่ ผมมีธุระด่วน”“อืม...”เสียงคนคุยกันรบกวนการนอนของเพียงพิณ เธอได้ยินเสียงกริ่งนานแล้วแต่เพราะอ่อนเพลียมากจึงไม่ยอมลืมตา แต่เมื่อมองเห็นว่ามีคนนอกอยู่ในห้อง เธอที่เปลือยเปล่าก็ร้องกรี๊ด กระชับผ้าห่มมาแนบเรือนร่างผลักปัณณ์ที่นอนทับเธอครึ่งคืนจนตัวเธอเกือบแบน กลิ้งลงไปนั่งเมาขี้ตาบนพรมผืนใหญ่“ขอโทษจริงๆ นะครับ ผมกลับก่อน ไว้จะโทรหา”“ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ได้พิเศษนักหรอก ที่สำคัญเขากำลังจะกลับแล้ว”เพียงพิณหลุบสายตามองต่ำ ซ่อนความเสียใจที่ถูกเขาขับไล่ไสส่งทันทีที่เธอลืมตาตื่น“ค่ะ จะกลับเดี๋ยวนี้ แล้วจะไม่มาที่นี่อีก”“น่าจะเป็นข่าวดีที่สุดในรอบหลายปีเลยนะ”ถ้าการที่เห็นเธอเสียใจเป็นความสุขและความสนุกที่สุดในชีวิตปัณณ์ เพียงพิณก็ไม่อยากจะเห็นหน้าเขาอีกแล้วเธอร้องไห้ม้วนผ้าห่มคลุมร่างกายก่อนวิ่งเ
“กำลังสงสัยอยู่เหรอ”แสงไฟในคฤหาสน์ทองบริสุทธิ์ และเรือนน้อยเรือนใหญ่หลังอื่นที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตเดียวกันดับไปหมดแล้ว พัฒนะเพิ่งจะเข้านอนไปได้หนึ่งชั่วโมง ก่อนจะมีสายเรียกเข้าจากเจ้าสัวทองดีให้มาพบท่านในเวลานี้ ย้ำชัดห้ามใช้เสียง และห้ามไม่ให้ใครเห็นเขาตกใจไปก่อนแล้ว กลัวจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับชายชราที่เป็นเจ้าของชีวิต แต่เมื่อมาถึง ชายชราที่ควรจะนอนหายใจรวยรินบนเตียง กลับลุกออกจากเตียงไปนั่งรินชาสบายอารมณ์บนชุดรับแขกมุมห้อง คู่กับคุณย่าธาราที่มีใบหน้าเรียบเฉย ราวกับหญิงชรารู้อยู่แล้วว่าสามีของท่านไม่ได้ป่วยใกล้ตาย“เปล่าครับคุณปู่”“เธอเก็บสีหน้าไม่เก่งเลยนะพัฒน์”“ขอโทษครับคุณย่า”“ขอโทษทำไม ย่าไม่ได้ดุพัฒน์เลยสักนิด”“มาจิบชาด้วยกันสิพัฒน์”ชายชราผายมือให้เด็กหนุ่มที่ท่านรักไม่ต่างจากหลานชายแท้ๆ มานั่งด้วยกัน“ครับ” พัฒนะไม่กล้ามองหน้าท่านดวงตาใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมคู่นั้นลดลงมองน้ำชาที่ไหลออกจากเหยือกเซรามิกขนาดเล็กลงไปแก้ว ก่อนเจ้าของตระกูลจะเลื่อนแก้วใบนั้นมาตรงหน้า“ดื่มสิ หายกังวลก่อนค่อยมาคุยกัน”“ขอบคุณครับคุณปู่”ลูกกระเดือกกลางลำคอพัฒนะเคลื่อนไหวตามชาอุ่นที่ไหลผ่านลงสู
“มาแล้วค่ะ มีเนื้อส้มด้วยนะคะ ลองชิมดู” เธอยกแก้วเซรามิกสั่งทำพิเศษสกรีนรูปเขาที่หน้าบึ้งคู่กับเธอที่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันมาจรดบนริมฝีปากปัณณ์“พอเถอะเพียง!”ความอดทนของปัณณ์น่าจะเลยขีดจำกัดไปแล้ว เขาถึงได้ปัดมือเธอทิ้งจนน้ำส้มหกไปเกือบครึ่งแก้วเพียงพิณเงียบไปไม่นานก็วางแก้ว ไปหาผ้ามาเช็ดขากางเกงให้เขา“พี่ปัณณ์ไม่ระวังเลย น้ำส้มหกหมดแล้ว ขากางเกงก็เปียก เพียงเช็ดให้นะคะ”“กระเป๋าอยู่ไหน ไปหยิบมา พี่จะกดเรียกรถมารับเธอ” เขาเหนื่อย อยากนอนพักผ่อนมากกว่าจะมาเสียเวลาอยู่กับเด็กพูดจาไม่รู้เรื่อง“แต่เราเพิ่งได้เจอกันเองนะคะ ยังไม่ถึงห้านาทีเลยด้วยซ้ำ”เมื่อวานเขาไล่เธอกลับหลังจากที่ได้เจอกันแค่สิบนาที ระยะเวลาที่สั้นลงทำเพียงพิณปวดแปลบกลางอกซ้าย เธอฝืนส่งยิ้มให้เขา จับที่หัวเข่าปัณณ์แหงนใบหน้าขึ้นสบสายตาคู่คม“เพียงคิดถึงพี่ปัณณ์นะคะถึงได้อยู่รอ เพียงอยากอยู่กับพี่ปัณณ์ เพียงขอค้างด้วยได้มั้ย เพียงเอาเสื้อผ้ามาด้วยค่ะ”พูดไม่รู้เรื่อง!“จะหน้าด้านหน้าทนไปถึงไหนเพียง!”ปัณณ์กระชากข้อศอกเล็ก ดึงกายท่อนบนของเพียงพิณขึ้นมาเกยบนตักกว้าง“พี่อยากอยู่คนเดียว ไม่ได้อยากมีเธอในชีวิต!”“...”“ก่อนกดร
“ขอโทษนะพี่” มันเรอ“ขอโทษนะพี่” มันผายลม“โทษทีพี่ พอดีช่วงนี้ท้องไส้ผมไม่ค่อยดี”“ไอ้เชี่ยเอ๊ย กูว่าเน่าทั้งท้องแล้วมั้ง” ไม่นอนมันแล้ว!ปัณณ์กระชากผ้าห่มออกจากน้องชายที่สวมแค่บ๊อกเซอร์ตัวเดียวเข้านอน สะบัดมือไล่กลิ่นไม่พึงประสงค์ เวลาเดียวกันก็เหยียดเท้าถีบบั้นท้ายมันให้กลิ้งลงไปกองบนพื้นใต้เตียง จ้ำเท้าลงจากเตียงไปกวาดเสื้อผ้าชุดเดิมมาสวมลวกๆหนุ่มจอมกวนแอบยิ้มจนพอใจ ก่อนจะขึ้นนั่งขัดสมาธิถามพี่ชายน้ำเสียงเคร่งเครียด“นี่มันจะตีหนึ่งแล้วนะพี่ จะใส่เสื้อผ้าไปไหน”“กลับห้อง”“ไหนว่าไม่อยากกลับไปนอนห้อง”“ดีกว่านอนดมตดมึง”“อยากกลับไปนอนกอดเมียก็บอกมาเถอะ”“มึงอยากโดนเตะเหรอ”“ปากอย่างใจอย่างนี่หว่า ว้ายๆๆ”“หุบปากไปเลยมึง”พี่ชายกระตุกท่อนขานิดเดียวปุณณ์รีบคว้าหมอนมาป้องศีรษะ กลัวจะมีของแข็งลอยมากลางอากาศแซวนิดแซวหน่อยไม่ได้ ไอ้คนใจร้าย!“มีผู้หญิงมาคอยเอาใจ กวาดห้อง เก็บห้อง ทำกับข้าวไว้รอ แถมยังได้อึ๊บฟรี ไม่ต้องลำบากออกไปหากินนอกบ้าน ดีจะตาย ทำเป็นเก๊กว่าไม่ชอบ ระวังเถอะ จะตกม้าตายเข้าสักวัน”“กูกลับล่ะ อ้อ กูแนะนำมึงด้วยความหวังดีนะปุณณ์ เข้าอาบอบนวดให้น้อยลง เปย์ผู้หญิงให้น้อย
‘ปัณณ์เคยบอกปู่ ว่าอยากเป็นหมอมารักษาปู่กับย่าใช่มั้ย’‘ใช่ฮะ ปัณณ์อยากเป็นหมอเหมือนพ่ออธิป’ ‘ปัณณ์ดูตึกตรงหน้าสิ ปู่สร้างโรงพยาบาลไว้ให้ปัณณ์ โตขึ้น ปัณณ์ช่วยปู่ดูแลโรงพยาบาลนะลูก เรียนหมอให้เก่งๆ เรียนหมอหัวใจยิ่งดี จะได้ช่วยดูแลน้องเพลงให้แข็งแรง’‘ฮะคุณปู่ ปัณณ์จะเป็นหมอหัวใจที่เก่งมาช่วยดูแลน้องเพลงแทนคุณปู่ ตึกสูงจังเลยฮะ หนึ่ง สอง สาม..’‘…’‘โอ้โห! สิบสองชั้นเลยเหรอฮะคุณปู่’‘ชอบมั้ย ของขวัญครบรอบสิบสองขวบของปัณณ์’‘ชอบที่สุดเลยฮะ’ท้ายรถของปุณณ์กับพัฒนะเคลื่อนออกไปไกล ปัณณ์กลับไม่หยุดเช็ดน้ำตา บอกน้องๆ ให้ทำใจ แต่ตัวเขาเองกลับทำใจไม่ได้รอยยิ้มอ่อนโยนและมืออบอุ่นคู่นั้นที่มักจะโอบกอดเขาด้วยความรัก เขาจะไม่มีโอกาสได้เห็นและได้รับอีกแล้วเหรอในวันเปิดตัวโรงพยาบาล ‘กรุงเทพฯ ธารา’ เพลงพฤกษาเพิ่งจะอายุห้าขวบ เธออ่อนแอทั้งยังขี้โรค ต้องนอนโรงพยาบาลบ่อยๆ เพราะป่วยโรคหัวใจพิการมาแต่กำเนิดคุณปู่สร้างโรงพยาบาลเพื่อให้หลานสาวเพียงคนเดียวในตระกูลได้รับการรักษาที่ดีที่สุด ดึงพ่ออธิปของปัณณ์กับปุณณ์ที่เป็นศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจมาช่วยงาน และให้นั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการคุณปู่ทองดีตามใจ
‘เสร็จงานแล้วรีบกลับบ้านนะคะ เพียงจะทำอาหารไว้รอ’ กดส่งข้อความด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม เก็บโทรศัพท์ไว้โดยไม่สนใจว่าเขาจะเข้ามาอ่านหรือเปล่า เพราะสุดท้ายแล้วถึงเขาจะห้าม เธอก็รั้นอยากไปอยู่ใกล้ๆ อยู่ดี ใบขับขี่รถยนต์มาอยู่ในกระเป๋าของเธอนานแล้ว แต่ ‘เพียงพิณ’ ไม่เคยกล้าขับรถยนต์ออกถนนใหญ่ตามลำพังเธอชำนาญทาง มาที่นี่ค่อนข้างบ่อยด้วยรถรับจ้างสาธารณะ แต่เธอไม่ชำนาญการขับรถเอาเสียเลย โชคยังดีที่มาถึงจุดหมายปลายทางโดยปลอดภัย ไม่ได้ขับรถไปขูดขีดกับใคร และเสาต้นใหญ่ในลานจอดรถชั้นใต้ดินคอนโดฯ ก็ไม่มีร่องรอยใหม่ทับรอยเก่าที่กระจกรถยนต์ของเธอเคยหักเพราะมันมาแล้วจอดรถเรียบร้อยแล้ว เพียงพิณเดินข้ามสะพานลอยไปเลือกซื้อวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารเย็นในห้างสรรพสินค้า เมนูนี้เธอจดมาจากพี่สะใภ้ ฝึกทำที่บ้านจนอร่อยอยากจะทำให้คนรักได้ลองชิม เผื่อว่าเขาจะติดใจรสมือและอนุญาตให้เธอแวะมาหาบ่อยๆ โดยไม่บ่น หรือทำหน้าตาหงุดหงิดใส่ให้หัวใจของเธอห่อเหี่ยวซื้อวัตถุดิบมาครบแล้ว เพียงพิณหิ้วของเต็มสองมือกลับมาที่คอนโดฯ ของปัณณ์ รหัสผ่านเข้าห้องเขา เธอรู้ดี เขาจะเปลี่ยนสักกี่ครั้ง เธอก็เดาสุ่มถูกจนได้ ไม่มีอะไรสำคัญ







