เข้าสู่ระบบ“กำลังสงสัยอยู่เหรอ”
แสงไฟในคฤหาสน์ทองบริสุทธิ์ และเรือนน้อยเรือนใหญ่หลังอื่นที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตเดียวกันดับไปหมดแล้ว พัฒนะเพิ่งจะเข้านอนไปได้หนึ่งชั่วโมง ก่อนจะมีสายเรียกเข้าจากเจ้าสัวทองดีให้มาพบท่านในเวลานี้ ย้ำชัดห้ามใช้เสียง และห้ามไม่ให้ใครเห็น
เขาตกใจไปก่อนแล้ว กลัวจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับชายชราที่เป็นเจ้าของชีวิต แต่เมื่อมาถึง ชายชราที่ควรจะนอนหายใจรวยรินบนเตียง กลับลุกออกจากเตียงไปนั่งรินชาสบายอารมณ์บนชุดรับแขกมุมห้อง คู่กับคุณย่าธาราที่มีใบหน้าเรียบเฉย ราวกับหญิงชรารู้อยู่แล้วว่าสามีของท่านไม่ได้ป่วยใกล้ตาย
“เปล่าครับคุณปู่”
“เธอเก็บสีหน้าไม่เก่งเลยนะพัฒน์”
“ขอโทษครับคุณย่า”
“ขอโทษทำไม ย่าไม่ได้ดุพัฒน์เลยสักนิด”
“มาจิบชาด้วยกันสิพัฒน์”
ชายชราผายมือให้เด็กหนุ่มที่ท่านรักไม่ต่างจากหลานชายแท้ๆ มานั่งด้วยกัน
“ครับ” พัฒนะไม่กล้ามองหน้าท่าน
ดวงตาใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมคู่นั้นลดลงมองน้ำชาที่ไหลออกจากเหยือกเซรามิกขนาดเล็กลงไปแก้ว ก่อนเจ้าของตระกูลจะเลื่อนแก้วใบนั้นมาตรงหน้า
“ดื่มสิ หายกังวลก่อนค่อยมาคุยกัน”
“ขอบคุณครับคุณปู่”
ลูกกระเดือกกลางลำคอพัฒนะเคลื่อนไหวตามชาอุ่นที่ไหลผ่านลงสู่กระเพาะอาหาร
“ปู่ดีใจนะ ที่พัฒน์รับชาจากปู่ไปดื่มโดยไม่ลังเล”
“ทำไมเหรอครับ ชาแก้วนี้รสชาติดี รสโปรดของคุณปู่”
“ใช่ ชารสโปรดของปู่”
มันจึงเป็นดั่งดาบสองคม เพราะทุกคนรู้ว่ามันเป็นชารสโปรดของท่าน ช่วงสองถึงสามเดือนมานี้จึงมีหนึ่งถึงสองครั้งที่เกิดอาการวิงเวียนศีรษะและอาเจียนรุนแรงหลังจากดื่มชา
ชายชราไม่ละเลยคำเตือนจากร่างกายแอบไปตรวจอย่างละเอียด พบว่ามีสารหนูอยู่ในร่างกายในปริมาณที่น้อย
ทุกคนที่อยู่รอบตัวล้วนน่าสงสัย เพราะไม่มีใครเลยที่เป็นลูกและหลานแท้ๆ ในสายเลือดของท่าน จนกว่าจะมีหลักฐานที่แน่ชัดเจ้าสัวทองดีไม่กล้าปรักปรำใคร เพราะท่านรักคนในครอบครัวทุกคน หน้าที่การชิมเครื่องดื่มและอาหาร ก่อนจะนำเข้าปากตัวเองจึงตกเป็นของหนูตัวน้อย
พวกมันน่าสงสารมาก มีหลายตัวที่ต้องตายไปหลังจากใช้ปากเล็กๆ จุ่มลงในถ้วยน้ำชา
มันถี่เกินไป จากเดือนละครั้ง เปลี่ยนเป็นสัปดาห์ละครั้ง
เกราะป้องกันตัวที่ดีที่สุด
คือการเอนกายนอนหายใจรวยรินบนเตียง แสดงอาการใกล้ตายตบตาทุกคนให้หลงเชื่อ และนับจากวันนั้นหนูทดลองที่เลี้ยงไว้ในห้องลับก็ไม่ตายอีกเลย
การเรียกพัฒนะมาพบเป็นการส่วนตัวในคืนนี้ค่อนข้างเสี่ยง ถ้าคนร้ายคือพัฒนะ ก็เท่ากับเร่งเวลาตายให้ตัวเอง
“ปู่อยากทำพินัยกรรมฉบับใหม่ อยากให้พัฒน์ทำหน้าที่แทนพ่อพัฒน์”
“ทำไมถึงเป็นผมครับ คุณพ่อผมเป็นทนายประจำตระกูล”
“พัฒน์ก็เป็นทนาย และปู่อยากจะลองเชื่อใจพัฒน์ให้ถึงที่สุด”
“ผมไม่เข้าใจครับคุณปู่ คุณปู่ไม่ไว้ใจคุณพ่อเหรอครับ”
“ปู่ไม่ไว้ใจใครเลย ตัวพัฒน์ ปู่ก็ไม่แน่ใจว่าจะไว้ใจได้หรือเปล่า”
“ผมไม่เข้าใจครับ คุณปู่ทำพินัยกรรมไปแล้ว จะยกเลิกแล้วทำใหม่เหรอครับ แล้วผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณปู่ต้องแกล้งป่วยทำเหมือนใกล้จะเสีย ผม ปุณณ์ พี่ปัณณ์ น้องเพลงร้องไห้แทบแย่ พวกเราเสียใจ ทั้งยังกลัวว่าคุณปู่จะจากไป ไม่มีใครรู้เลยว่าสุขภาพของคุณปู่ยังแข็งแรง ลุกขึ้นมาพูดคุยกับผมได้”
น้ำตาพัฒนะไม่ใช่จะไหลออกมาง่ายๆ ครั้งสุดท้ายที่เขาร้องไห้ ก็คือหน้าโลงศพของแม่ผู้ให้กำเนิด
“ผมดีใจนะครับ ที่คุณปู่ไม่ได้จะทิ้งพวกเราไป” ชายหนุ่มเลื่อนตัวลงไปนั่งบนพื้น คลานเข่าเข้าไปกอดท่อนขาชายชรา
“ปู่ไม่มีทางทิ้งย่า พัฒน์ แล้วก็ทุกคนไป ถ้าหากพัฒน์อยากให้ปู่อายุยืนยาวได้นานกว่านี้ พัฒน์จะช่วยปู่สืบหาความจริง ว่าใครกันที่พยายามวางยาจะฆ่าปู่ได้หรือเปล่า”
วางยา?
ฆ่า?
พัฒนะชะงัก
เขาแหงนใบหน้าเปรอะเปื้อนน้ำตาขึ้นสูง
ชายชรากับภรรยาส่งยิ้มให้เขา เรื่องนี้น่าตกใจ การที่พัฒนะจะมีปฏิกิริยาตอบสนองไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมาย เว้นเสียแต่ว่าจะตกใจเพราะคนร้ายเป็นชายหนุ่มเสียเอง
ท่านเจ้าสัวทองดีเป็นที่รักของทุกคน จะพ่อเขา พ่อปัณณ์ต่างก็ได้รับความเมตตาจากท่าน ชุบชีวิตเปลี่ยนจากคนที่ไม่มีอะไรเลยมามีชีวิตที่สุขสบายภายในอาณาจักรทองบริสุทธิ์ใต้บารมีของท่าน แต่ใครกัน ที่คิดจะวางยาฆ่าท่านได้ลง
“มีอะไรหรือเปล่าพัฒน์ สีหน้าดูเครียดๆ”
เปรียบอธิปเป็นมือขวาปิติก็เป็นมือซ้ายของท่านเจ้าสัว มีความสำคัญเทียบเท่ากัน ทุกเช้าเขาจะไปที่คฤหาสน์เพื่อร่วมรับประทานอาหารกับท่านเจ้าสัวและคุณธารา แต่หลังจากท่านล้มป่วยติดเตียงก็สั่งแม่ครัวให้ยกอาหารมาเสิร์ฟที่เรือนเล็ก ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับลูกชายแค่สองคน
“คิดเรื่องงานครับ”
พัฒนะเป่าซุปกระดูกหมูร้อนก่อนจะชิมรสชาติ วางตัวให้เป็นปกติมากที่สุด
“วันนี้คุณพ่อจะเข้าบริษัทหรือเปล่าครับ”
“เข้าช่วงบ่าย ช่วงเช้ามีงานอะไรให้ทำพัฒน์ก็ทำแทนพ่อเลยนะ”
“ครับ ผมอิ่มแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ ผมอยากเข้าไปดูเอกสารสัญญาห้างฯ ที่มีข้อพิพาทกับบริษัทคู่ค้า”
“ไปเถอะ มีพัฒน์ช่วยงานอย่างนี้เบาแรงพ่อได้เยอะ เท่าที่พ่อลองสังเกต ท่านเจ้าสัวกับคุณธาราก็ดูจะเอ็นดูพัฒน์อยู่มาก ไม่แน่นะ พัฒน์ของพ่ออาจจะได้เลื่อนตำแหน่งจากฝ่ายกฎหมาย ขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้บริหารของบริษัทในเครือทองบริสุทธิ์”
“ผมไม่เคยอยากได้ตำแหน่ง เพราะผมรู้ว่าผมเป็นแค่เด็กในบ้าน”
“พ่อไม่ได้หมายความว่าให้พัฒน์มักใหญ่ใฝ่สูง พ่อแค่อยากให้พัฒน์ช่วยแบ่งเบาภาระงานของคนอื่นๆ”
“...”
“พัฒน์ก็รู้ บริษัทในเครือทองบริสุทธิ์มีมาก ทั้งห้างฯ ร้าน โรงพยาบาล รับเหมาก่อสร้าง พ่ออธิปดูแลโรงพยาบาล คุณลิดูแลห้างฯ กับบริษัทรับเหมาก่อสร้าง เธอเป็นผู้หญิง ดูแลสองบริษัทคนเดียวไม่ไหว ต้องพึ่งพาพ่อกับพัฒน์เข้าไปช่วยดูแลกิจการบ่อยๆ เพราะเธอไม่ทันเกม ชอบถูกหลอกให้ลงทุน หรือเซ็นสัญญาที่ขาดทุนบ่อยๆ พ่อแค่คิดว่าถ้าท่านเจ้าสัวจะแบ่งตำแหน่งเล็กๆ น้อยๆ มาให้พัฒน์ ก็ไม่ได้แย่นะลูก ทุกคนยอมรับในความสามารถลูกชายพ่อกันหมด”
“น้องเพลงเรียนจบแล้ว ถึงจะไปเรียนต่อเมืองนอกก็แค่สองสามปี ผมจะช่วยงานคุณลิรอน้องเพลงกลับมารับตำแหน่งครับ”
“พัฒน์อยากเป็นแค่เด็กในบ้าน กับพนักงานฝ่ายกฎหมายไปจนตายเหรอ! เอาเถอะ ตามใจพัฒน์ พ่อแค่กลัวว่าถ้าท่านเจ้าสัวยกตำแหน่งผู้บริหารโรงพยาบาลให้ปัณณ์ที่เป็นหมอ ยกตำแหน่งผู้บริหารบริษัทรับเหมาก่อสร้างให้ปุณณ์ที่เป็นสถาปนิก แล้วยกตำแหน่งผู้บริหารห้างฯ ให้น้องเพลง แล้วพัฒน์ของพ่อจะน้อยใจ”
“ผมไม่น้อยใจหรอกครับ ผมไม่เคยอยากได้อะไรเลย คุณพ่อไม่ต้องทำอะไรเพื่อผมหรอกนะครับ ชีวิตของผม ผมจะสร้างมันขึ้นมาเอง” พัฒนะไม่ได้ปักใจเชื่อว่าพ่อแท้ๆ จะวางแผนฆาตกรรมท่านเจ้าสัว แต่ความหวังดีที่ท่านมีมากเกินไปสร้างความเคลือบแคลงใจให้เขา
พัฒนะไม่รู้ว่าควรไว้ใจใคร เขาบอกคนรอบข้างเกี่ยวกับความสงสัยของท่านเจ้าสัวไม่ได้ แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่สามารถขอร้องคนที่เขาไว้ใจมากที่สุด ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตามาคอยดูแลความปลอดภัยให้ท่าน ดังนั้นพัฒนะจึงขับรถยนต์มุ่งหน้าไปหาปัณณ์
เข้านอกออกในคอนโดฯ ของชายที่เปรียบเสมือนครอบครัวบ่อยจน รปภ. คุ้นหน้า
กดกริ่งหน้าประตูนานมากไม่มีเสียงตอบรับ โทรหาก็ไม่รับสาย พัฒนะร้อนใจ ถือวิสาสะกดรหัสผ่านประตูเข้าไปยืนอึ้งกลางห้องโถงรีบหันหลังให้พี่ชาย ที่งัวเงียเคลื่อนใบหน้าออกจากหน้าอกหญิงแปลกหน้า ผ้าห่มเลื่อนหลุดจากแผ่นหลัง เผยรูปร่างขาวแน่นเนื้อที่เปลือยเปล่าไม่ต่างจากคนใต้ร่าง
“พัฒน์เหรอ”
“โทษทีพี่ ผมมีธุระด่วน”
อดีตเมื่อนานมาแล้วณ โรงพยาบาลกรุงเทพฯ ธาราเธอเกือบจะ ‘ฆ่า’ หลานให้ตายด้วยมือคู่นี้นัยน์ตาเพียงพิณไหวสั่นและมีหยดน้ำใสทะลักล้นไม่ขาดสาย ขณะก้มลงมองมือคู่ร้ายกาจที่อุ้มหลานสาวไปกักขัง จนเป็นต้นเหตุให้โรคหัวใจของหลานสาวกำเริบ“ฮึก...”เพียงพิณกลัวหลานสาวจะตายเธอสั่นไปทั้งตัว หลบมุมแอบมองอยู่ห่าง ๆ ไม่กล้าเข้าไปใกล้ เพราะสิ่งที่เธอทำลงไปนั้นร้ายแรงเกินกว่าที่ใครจะให้อภัย เธอเฝ้ารอจนกระทั่งอาการป่วยของหลานสาวดีขึ้นและย้ายไปที่ห้องพักฟื้น ก็ยังตามไปแอบมองห่าง ๆ ผ่านกรอบกระจกหน้าประตูหลานสาวได้สติแล้ว แต่อาการยังไม่สู้ดีนัก ต้องนอนอยู่บนเตียงคนป่วยมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตโยงเหนือร่าง เธอเห็นพี่ชายกับพี่สะใภ้ของเธอร้องไห้หนักเพราะสงสารลูกสาวเพียงพิณกัดปากจนเจ็บเธอเสียใจ แต่กว่าเธอจะสำนึกผิดได้มันก็สายเกินไปแล้วพลันร่างกายเธอชาและแข็งค้างเป็นหิน เมื่อบังเอิญประสานสายตากับชายคนหนึ่งที่เหลือบมองมาทางนี้ ตั้งสติได้ เพียงพิณรีบหันหลังให้ประตูบานนั้นและรีบเดินหนีปัณณ์ก้าวเท้ายาวตามมาคว้าท่อนแขนเธอ ลากเอาเรือนร่างบอบบางของเพียงพิณเข้ามาในบันไดหนีไฟ ฝ่ามือแกร่งขยุ้มเข้าที่ต้นแขนเล็กออกแรงผลักตัวเธ
Pun: เพียงPun: ไปรับเด็ก ๆ หรือยังPhiang: เรียบร้อยค่ะPhiang: กำลังกลับบ้านเพียงพิณส่งรูปชูสองนิ้วคู่กับเด็ก ๆ ที่ยังสวมยูนิฟอร์มนักเรียนPun: หิวกาแฟจังเธออ่านแล้วยิ้ม เขาชอบอ้อนให้พาลูกแวะไปหาที่ทำงานทุกทีPun: แต่คิดถึงเมียมากกว่าPun: แวะมาหาได้มั้ยPhiang: เอากาแฟกี่แก้วดีคะPun: แก้วเดียวก็พอPun: แต่เสิร์ฟให้ถึงปากนะ : )Phiang: กินให้หมด อย่าเผลอคายล่ะPun: ยกซด : XPhiang: ก่อนหื่น ไปตั้งใจทำงานให้เสร็จก่อนดีไหมคะคุณพ่อPun: 555เพียงพิณเขินจนจะข่วนเบาะ“คุณแม่คุยกับใครคับ”“คุณแม่ยิ้ม”“ยิ้มสวยมากด้วย”“ใช่ ยิ้มสวย น้องพริมจะฟ้องคุณพ่อ”ห้าขวบจริงไหมเนี่ยลูก ๆ ของเธอเพียงพิณเหล่ตามองเด็กฝาแฝดชายหญิงที่หวงแม่เป็นที่หนึ่ง จิ้มหน้าจอโทรศัพท์ที่รูปโพรไฟล์หนึ่งทีเปิดให้เด็กขี้สงสัยดู “คุณแม่คุยกับคนหล่อคนนี้ค่ะ”“ไหน”“ใคร”ลิงน้อยสองตัวแข่งกันยื่นมือป้อม ๆ มารับไปดูด้วยกัน“คุณพ่อนี่นา”“คุณแม่คุยกับคุณพ่อ”“คุณพ่อหล่อเนอะ”“อื้ม หล่อมาก”“พลับก็หล่อ”“พริมก็สวย”จากชมแม่ เปลี่ยนไปชมพ่อ สักพักเด็ก ๆ ก็ชมตัวเองสมแล้วกับที่เกิดมาเป็นลูกเธอ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ลูกของเธอนิสัย
ช่วงเวลาปิดเทอมของเด็ก ๆ ใกล้จะผ่านไป มันเร็วจนน่าใจหาย ปัณณ์ยกทั้งครอบครัวไปพักผ่อนที่บ้านเกิดของเพียงพิณ มีครอบครัวของเตชธรรมร่วมเดินทางไปด้วยกัน แทบจะเป็นกิจวัตรประจำปีของพวกเขาก็ว่าได้เพราะนับจากวันนั้นก็ผ่านมาเกือบสี่ปีแล้ว ที่พวกเขาสองครอบครัวมาพักผ่อนด้วยกัน“คุณแม่ขา หนูช่วยยกขนมไปส่งให้พี่คนสวยได้มั้ยคะ”“ได้ค่ะ ถือระวัง ๆ แล้วบอกพี่เขาด้วยนะคะ ว่าขนมได้แล้วค่ะ”คาเฟกลางสวนสตรอว์เบอร์รีของเพียงพิณมียอดขายค่อนข้างดี เปิดมาได้สามปีแล้ว เธอไม่ได้ลงมาบริหารด้วยตัวเองแต่จะบินมาดูความเรียบร้อยเดือนละหนึ่งครั้ง และว่าจ้างพอวาให้เข้ามาเป็นผู้จัดการร้าน เพื่อนของเพียงพิณดูแลร้านได้ดีมาก ค่าจ้างที่เธอให้เพื่อนก็มากกว่าเงินเดือนของผู้จัดการทั่วไปหลายเท่าที่ดินแปลงข้าง ๆ เธอก็กว้านซื้อมาหมดเตรียมขยายแปลงสตรอว์เบอร์รี ป้าเจ้าของที่ดินเมตตาขายให้ถูก ๆ เพราะทุกครั้งที่กลับบ้านเพียงพิณมักจะพาเด็ก ๆ ไปเยี่ยม ป้าเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลเธอก็จะฝากพอวาไปเยี่ยม และเอาของกินของใช้ไปฝากทุกครั้ง“ขนมได้แล้วค่ะ พี่คนสวยกินให้อร่อยนะคะ” ลูกค้าโต๊ะนั้นเอ็นดูลูกสาวเจ้าของร้านที่มาช่วยแม่ทำงานน้องพริมในวั
บทสรุปนี้สร้างความเจ็บปวดให้ทุกคน แต่มันก็ผ่านไปแล้ว จะไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายและคนร้ายที่จะมาทำอันตรายหลาน ๆ และเหลนน้อยทั้งสองคนของท่านอีกต่อไป ช่วงเวลาแบบนี้คุณธาราคิดถึงคุณทองดีจับใจ ถ้าท่านยังอยู่ ท่านคงจะจัดการปัญหาทุกอย่างได้โดยไม่ต้องมีใครเสียเลือดเนื้อเลยสักคน“คุณย่าเป็นยังไงบ้างครับ เพียงเล่าว่าคุณย่าเป็นลมหลายครั้ง ถ้าไม่สบาย พักผ่อนที่บ้านแล้วโทรมาเยี่ยมก็ได้ครับ ไม่ต้องลำบากมาเอง ผมเป็นห่วงคุณย่า กลัวจะเป็นลม หรือออกมาล้มอยู่ข้างนอก”“ย่าอยากมาเยี่ยมปัณณ์ ย่าเป็นห่วงที่สุดในโลก ปัณณ์ดีขึ้นแล้วจริง ๆ ใช่มั้ย ไม่มีอาการแทรกซ้อนแน่นะ”“ครับ เหลือแค่รอให้ร่างกายค่อย ๆ ฟื้นตัว ก็กลับมาเป็นปกติแล้วครับ งานนี้ต้องขอบคุณไอ้เต เพราะหมอหัวใจมือหนึ่งคนก่อนอย่างพ่อผมก็หนีไปอยู่ในคุกซะได้ โรงพยาบาลของเราก็เลยเหลือแค่ไอ้เตที่ผมพอจะฝากชีวิตไว้กับมันได้”“หมอเตเก่งมาก รอข่าวของปัณณ์เผยแพร่ออกไป ย่าเชื่อ ว่าคนไข้จะมาจองคิวรักษากับหมอเตแถวยาวไปถึงหน้าโรงพยาบาล”“ผมจะบอกมันให้นะครับ ว่าคุณย่าชื่นชม”“ย่ามีความสุขมาก ที่มีหลานเก่ง ๆ อยู่รอบตัว มีพัฒน์ มีปุณณ์มาคอยช่วยงานในบริษัท งานในโรงพยาบา
ความตายไม่เจ็บเลย หรือว่าความจริงแล้วมันง่ายกว่าพยายามนอนให้หลับเสียอีกร่างกายเธอเกร็งไปทุกส่วน และหงายหลังล้มตึงลงข้างล้อรถวิญญาณเธอหลุดออกจากร่างเหรอ? เธอถึงเห็นใบหน้าของปัณณ์เข้ามานั่งข้าง ๆ เขาเป็นห่วงเธอมาก เขย่าแขนเธอหลายครั้งเพื่อปลุกให้ตื่น“เพียง เพียง! ฟื้นสิเพียง!”เธอถูกยิงไปแล้วอาจจะที่หัวหรือไม่... ก็ที่หัวใจ“พี่... ปัณณ์”เสียงของเธออ่อนแรงคล้ายคนใกล้ตาย“พี่มาช่วยแล้ว เพียงฟื้นสิ!”“เพียง... จะตายแล้ว”เธอจะไม่ได้อยู่รักกับเขาอีกแล้วปัณณ์ไม่ยอมลดละ เขย่าแขนเธอต่อเนื่องทั้งพยายามจะลากตัวเธอไปอยู่ในที่ปลอดภัยอย่าพยายามเลยทิ้งเธอไว้ที่นี่ อีกไม่นานเธอก็สิ้นใจแล้วหยดน้ำตาไหลผ่านหางตาเพียงพิณลงสู่พื้นลานจอดรถในวัด“เพียง! ฟื้นเร็วเข้า เราต้องรีบหนีกันแล้ว!”“เพียงลุกไม่ไหว เพียง... ถูกยิง”เธอเบะปากร้องไห้ พูดเสียงแผ่วให้ปัณณ์ได้ร่ำลาเธอ บอกรักเธอเถอะก่อนจะไม่มีโอกาสได้คุยกันทั้งที่ยังเป็น ๆปัณณ์เหลียวมองกลับไปด้านหลังหลายครั้ง เขย่าเพียงพิณให้แรงขึ้นต่อมาเขาตะคอกใส่เธอจนแก้วหูเธอแทบแตก“บอกให้ลุกไงเพียง! เธอไม่ได้ถูกยิงโว้ย อย่าคิดไปเอง!”“ไม่ได้ถูกยิง?”พึมพำเสี
บ้านช่องใหญ่โตเงินทองก็กองเต็มบ้าน แต่กลับหาความสุขในชีวิตตัวเองไม่ได้ ราวกับว่าเหลืออยู่ตัวคนเดียวบนโลก ไม่มีลูก ไม่มีหลาน ไม่มีสามี ไม่มีครอบครัว หรือแม้แต่เครือญาติที่เคยสนิทต่างก็ห่างเหินออกไป ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยหลังจากท่านเจ้าสัวเสียชีวิตเกิดอะไรขึ้น มันเป็นเพราะอะไรคนผิดคือท่านเหรอ...กรรมถึงได้ตามสนอง ให้ไม่เหลือคนข้าง ๆ ในวัยใกล้จะลาโลกไม่มาลองเป็นท่าน ใครเล่าจะมาเข้าใจความรู้สึกเบื้องหน้าของหญิงชราวัยเจ็ดสิบกว่าปี คือเจดีย์ธาตุขนาดใหญ่ที่มีภาพถ่ายขาวดำของเจ้าสัวทองดีที่มีรอยยิ้ม จุดนี้อยู่ห่างจากศาลาวัดออกมาค่อนข้างไกล คุณธาราจองล็อกในวัดไว้และให้เหลือพื้นที่รอบ ๆ เพื่อปลูกดอกไม้ จ้างคนให้เข้ามารดน้ำพรวนดินดูแลเจดีย์ธาตุ มาถึงวันนี้ดอกไม้เหล่านั้นจึงยังเบ่งบานสวยงามอากาศยามเช้าตรู่ค่อนข้างหนาวมือสองข้างของหญิงชราแห้งเหี่ยวจากการโดนลมและน้ำค้างยามเช้าเป็นระยะเวลาต่อเนื่องหลายชั่วโมงรวมแล้วเกือบสามชั่วโมงเลยก็ว่าได้ ที่ท่านตัดสินใจมานั่งพับเพียบอยู่ในมุมมืด มีกระบอกปืนพกสั้นสีดำวางอยู่ข้าง ๆ ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะปลิดชีพตัวเองตามสามีและหลานสาวไปอยู่ในภพภูมิใหม่อายุปูนนี
เย็นวันนี้อากาศไม่ค่อยดี เจ้าตัวน้อยของเพียงพิณอดออกไปปูเสื่อนั่งเล่นในสนามหญ้าข้างบ้าน ที่มีแปลงสตรอว์เบอร์รีขนาดปานกลางที่เธอปลูก และกำลังออกลูกสีแดงสดสวยน่ารับประทาน เด็ก ๆ ชอบมาก กินเก่ง ลูกไหนเปรี้ยว น้องพลับน้องพริมหันมายิงฟันกระต่ายเล็ก ๆ ใส่แม่ แต่ก็กินต่อจนหมดมีลูกน่ารักถึงสองคนคอยสร้างรอ
“เด็ก ๆ จะน้อยใจมั้ยคะที่ไม่ได้มาส่งเพียง” เพียงพิณมาถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิในช่วงหัวค่ำวันต่อมา เธอเลือกบินกลับเชียงใหม่ไฟล์ทดึกที่สุดเพราะอยากมีเวลาเล่นกับหลาน และอยากให้เด็ก ๆ เข้านอนกันก่อน จะได้ไม่ต้องร้องไห้ หรืองอแงขอตามมาส่งที่สนามบิน ไม่อยากให้ไอญารินทร์ต้องเหนื่อยปลอบโยนลูกสาวทั้งสอ
“อาเพียงจะไปจริงเหรอคะ ฮึก...” หนูไอติมปีนขึ้นมากอดคุณอาสาวที่พับเสื้อผ้าอยู่บนเตียง ใบหน้าเล็กเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาไม่อยากให้อาเพียงย้ายออกจากบ้าน อยากให้อยู่ด้วยกันเหมือนเดิม“ไม่ไปได้มั้ยคะ หนูจะไม่ดื้อ ไม่กวนอาเพียงตอนทำงานแล้วค่ะ...”“โอ๋ อาเพียงไม่ได้ว่าน้องไอติมกวนตอนทำงานนะคะ แล้วอาเพียงก็ไ
“พี่พัฒน์!”กำมือแน่น โกรธพัฒนะพี่พูดโพล่งหักหน้าเธอ“ถ้ามีมัน ก็อย่าหวังเลยว่าจะมีน้องเพลง ให้คิดซะว่าไม่มีน้องเพลงอยู่ในตระกูลนี้ก็แล้วกัน! พี่พัฒน์จำคำพูดตัวเองไว้ให้ขึ้นใจ รอวันไหนน้องเพลงได้ครอบครองสมบัติทั้งหมดของคุณย่า น้องเพลงจะเล่นงานพี่เป็นคนแรกเอาให้อยู่ในบ้านทองบริสุทธิ์ไม่ได้อีกต่อไป!”







