เข้าสู่ระบบ“มาแล้วค่ะ มีเนื้อส้มด้วยนะคะ ลองชิมดู” เธอยกแก้วเซรามิกสั่งทำพิเศษสกรีนรูปเขาที่หน้าบึ้งคู่กับเธอที่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันมาจรดบนริมฝีปากปัณณ์
“พอเถอะเพียง!”
ความอดทนของปัณณ์น่าจะเลยขีดจำกัดไปแล้ว เขาถึงได้ปัดมือเธอทิ้งจนน้ำส้มหกไปเกือบครึ่งแก้ว
เพียงพิณเงียบไปไม่นานก็วางแก้ว ไปหาผ้ามาเช็ดขากางเกงให้เขา
“พี่ปัณณ์ไม่ระวังเลย น้ำส้มหกหมดแล้ว ขากางเกงก็เปียก เพียงเช็ดให้นะคะ”
“กระเป๋าอยู่ไหน ไปหยิบมา พี่จะกดเรียกรถมารับเธอ” เขาเหนื่อย อยากนอนพักผ่อนมากกว่าจะมาเสียเวลาอยู่กับเด็กพูดจาไม่รู้เรื่อง
“แต่เราเพิ่งได้เจอกันเองนะคะ ยังไม่ถึงห้านาทีเลยด้วยซ้ำ”
เมื่อวานเขาไล่เธอกลับหลังจากที่ได้เจอกันแค่สิบนาที ระยะเวลาที่สั้นลงทำเพียงพิณปวดแปลบกลางอกซ้าย เธอฝืนส่งยิ้มให้เขา จับที่หัวเข่าปัณณ์แหงนใบหน้าขึ้นสบสายตาคู่คม
“เพียงคิดถึงพี่ปัณณ์นะคะถึงได้อยู่รอ เพียงอยากอยู่กับพี่ปัณณ์ เพียงขอค้างด้วยได้มั้ย เพียงเอาเสื้อผ้ามาด้วยค่ะ”
พูดไม่รู้เรื่อง!
“จะหน้าด้านหน้าทนไปถึงไหนเพียง!”
ปัณณ์กระชากข้อศอกเล็ก ดึงกายท่อนบนของเพียงพิณขึ้นมาเกยบนตักกว้าง
“พี่อยากอยู่คนเดียว ไม่ได้อยากมีเธอในชีวิต!”
“...”
“ก่อนกดรหัสผ่านเข้ามาในห้อง พี่ภาวนาขอให้ไม่เจอเธอในนี้ ถ้าเธอไม่อยู่พี่จะดีใจมาก นี่มันห้องพี่ แต่เธอกับถือวิสาสะเข้านอกออกในตามใจชอบ มาตามเฝ้า ตามตื๊อพี่ไม่เลิก จะหลังเลิกงานหรือวันหยุด พี่ไม่เคยได้อยู่คนเดียว! พี่ต้องทนเห็นหน้าเธออยู่เรื่อย เธอไม่รู้ตัวเลยเหรอเพียง ว่าพี่รำคาญเธอมากแค่ไหน!”
“แต่เพียงรักพี่ปัณณ์...”
“รักเหรอเพียง!”
ปลายนิ้วแข็งแรงของปัณณ์บีบปลายคางสวย ยกใบหน้าเพียงพิณเข้ามาดูใกล้ๆ เพื่อจะจดจำให้ขึ้นใจว่าเขารู้สึกขยะแขยงผู้หญิงหน้าด้านคนนี้มากแค่ไหน แค่จะทนมองหน้าเธอให้เกินสิบนาทีเขายังทนไม่ได้ แล้วมันเรื่องอะไรที่เขาจะยอมให้เธอค้างคืนด้วย
“แบบนี้เรียกว่ารักเหรอ!”
“...”
“เธอแค่สำนึกในความผิดของตัวเอง และอยากได้รับการยอมรับจากพี่ มันก็แค่นั้น มันไม่ใช่ความรักเลย ความรักมันไม่กระจอกขนาดนี้หรอกเพียง!”
คำด่าเผ็ดร้อนทำเพียงพิณสะอึกแรง
เธอเสียใจที่ถูกเขาดูถูกความรัก
ความรู้สึกดีๆ ที่เธอมีต่อเขามันเกิดขึ้นนานแล้ว ปัณณ์รู้ดี และเขาเคยเกือบจะรับความรู้สึกของเธอไว้
ถ้าหากไม่เกิดเหตุการณ์นั้นที่เป็นจุดเปลี่ยนให้เขารังเกียจและขยะแขยงเธอเข้าไส้ เธอกับเขาอาจจะคบกันไปแล้ว
เพราะเธอไม่ดีเอง เรื่องทุกอย่างถึงต้องเป็นแบบนี้ เธอถึงได้พยายามปรับปรุงตัวเองให้เป็นคนดีขึ้น เพื่อที่เขาจะรักได้ เผื่อว่าเขาอยากให้โอกาส และหันกลับมามองเธออีกครั้ง
“หรือถ้าเธอคิดว่า ไอ้การที่เธอพยายามยัดเยียดตัวเองมานอนกับพี่บ่อยๆ แล้วมันจะทำให้พี่หวั่นไหว หรือเปลี่ยนความรู้สึกจากเกลียดมาเป็นรักเธอ! ขอบอกตรงนี้เลยว่าไม่มีทาง... พี่ไม่มีวันรักเธอ ไม่มีวันคบเธอ หกเดือนก่อนพี่เคยพูดกับเธอว่ายังไง มาถึงวันนี้พี่ยังยืนยันคำเดิม!”
“...”
“ถ้าเธออยากจะโง่งมงายปิดหูปิดตาหลอกตัวเอง ว่าสักวันพี่จะรักเธอ ก็เชิญหลอกตัวเองไปเถอะเพียง! อยู่ในโลกน้ำเน่าของเธอไป! มีแค่ในนิยายที่เธอเขียนเท่านั้น ที่ตอนจบเธอจะสมหวัง! เพราะในชีวิตจริงพี่ไม่ใช่พระเอก แล้วเธอก็ไม่ใช่นางเอก! เราสองคนไม่มีวันได้ลงเอยกัน จำไว้ว่า ไม่-มี-วัน!”
“พี่ปัณณ์ เพียงเจ็บ ฮึก...”
แรงบีบจากปลายนิ้วปัณณ์แรงจนเพียงพิณขอร้องอ้อนวอนเบาๆ ให้เขาปล่อย นัยน์ตาคู่คลอน้ำใสหลับตาลงช้าๆ พริบตาเดียวเท่านั้นมวลน้ำไหลอาบเต็มแก้ม
“อย่าเรียกชื่อพี่! พี่เกลียดกระทั่งเสียงเธอ! ไม่อยากได้ยิน!”
เห็นรอยยิ้มร้ายกาจของคนที่ไม่มีวันเปลี่ยนใจมารักเธอแล้วเจ็บปวด จนแทบจะหายใจไม่ออก ครางอืม! อยากเบือนหน้าหนีริมฝีปากผู้ชายที่เพิ่งจะพูดหยกๆ ว่าเกลียด แต่ก็ยังจะจูบเธอ และลากฝ่ามือขาวสะอาดไปตามเรือนร่างได้สัดส่วน
“ไหนว่าเกลียดเพียง จะมาแตะต้องตัวเพียงทำไม”
“คนอย่างเธอมันพูดด้วยปากไม่เข้าใจไงเพียง ก็เลยต้องทำแบบนี้!”
ปัณณ์ฝังริมฝีปากไว้บนซอกคอขาว ไม่ใช่แค่จูบ แต่จงใจดูดย้ำๆ ลงบนต้นคอเพียงพิณให้เกิดรอยเขียวช้ำ ไม่ยอมหยุด แม้ว่าเธอจะผลักไสตัวเขาให้ออกห่าง
ปัณณ์ย้ายไปจูบบนกลีบปากดื้อรั้นที่ฤทธิ์มาก กอดรัดกระชับเอวเล็กมาแนบไปกับหน้าท้องกำยำ บังคับจับแยกท่อนขาของเธอให้คาบที่เอวนั่งซ้อนตักในท่าหวาดเสียว
“อย่าค่ะ...”
“ห้ามทำไม ชอบไม่ใช่เหรอถึงได้เสนอหน้ามาที่นี่ พี่ก็จะจัดให้ตามที่เธอต้องการไงเพียง!”
ปัณณ์รั้งชายกระโปรงสั้นเหนือเข่าที่เธอจงใจใส่มายั่วขึ้นสูง ขยำบั้นท้ายงอนลงมาถึงซอกขา กรีดนิ้วยาวลงบนใจกลางร่างสาวเสียดสีแรงๆ ระดับเดียวกับริมฝีปากเอาแต่ใจ ที่ไล่ขบเม้มจูบปากเธอทั้งกลีบปากบนและกลีบปากล่าง ไม่สนใจว่าเพียงพิณจะพยายามต่อต้านและเบือนหน้าหนีไปทิศทางไหน
ดื้อแพ่งจะไล่ต้อนตามไปจูบเธออยู่เรื่อย จนก่อเกิดเสียงครางกระเส่าจากปากสีหวาน
“โอ๊ย! พี่ปัณณ์”
ปัณณ์ไม่เหลือความเป็นสุภาพบุรุษในตัว เขาผลักเพียงพิณให้หงายหลังลงนอนราบบนชุดรับแขก ก่อนพลิกกายมาทาบทับเหนือร่าง ใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีกดต้นแขนไว้ไม่ให้เธอหลบหนี เคลื่อนริมฝีปากลงไปดูดยอดอกเธอผ่านเสื้อเชิ้ตตัวบาง
“พี่เกลียดเธอ!”
ขาดคำนั้น ปัณณ์กระชากสาบเสื้อเชิ้ตจนเพียงพิณร้องกรี๊ด เธอเปลือยอยู่ใต้ร่างสูงใหญ่ เสื้อผ้าทั้งของเธอและเขากระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง
เขาเกลียดเธอถึงขั้นนี้เลยเหรอ?
เพียงพิณถามตัวเองซ้ำๆ ด้วยประโยคนั้น ในทุกวินาทีที่ได้รับสัมผัสกักขฬะจากปัณณ์
“อ๊ะ!”
เขาสอดใส่ส่วนดุร้ายเข้ามาโดยไม่รอให้ร่างกายเธอพรักพร้อม มันทั้งเจ็บ และแสบจนเธอน้ำตาร่วง
ศีรษะเพียงพิณกระแทกพนักพิงโซฟาซ้ำๆ จากกึ่งกลางกายสาวที่ถูกซอยสะโพก เธอทรมานมากกว่ามีความสุขขอร้องให้เขาปล่อย ปัณณ์เหมือนถูกครอบงำด้วยวิญญาณคนเลว เขาไม่ผ่อนแรง กลับทุ่มเต็มกำลังและยิ้มสะใจที่เห็นเธอร้องไห้
กดกริ่งหน้าประตูนานมากไม่มีเสียงตอบรับ โทรหาก็ไม่รับสาย พัฒนะร้อนใจ ถือวิสาสะกดรหัสผ่านประตูเข้าไปยืนอึ้งกลางห้องโถงรีบหันหลังให้พี่ชาย ที่งัวเงียเคลื่อนใบหน้าออกจากหน้าอกหญิงแปลกหน้า ผ้าห่มเลื่อนหลุดจากแผ่นหลัง เผยรูปร่างขาวแน่นเนื้อที่เปลือยเปล่าไม่ต่างจากคนใต้ร่าง“พัฒน์เหรอ”“โทษทีพี่ ผมมีธุระด่วน”“อืม...”เสียงคนคุยกันรบกวนการนอนของเพียงพิณ เธอได้ยินเสียงกริ่งนานแล้วแต่เพราะอ่อนเพลียมากจึงไม่ยอมลืมตา แต่เมื่อมองเห็นว่ามีคนนอกอยู่ในห้อง เธอที่เปลือยเปล่าก็ร้องกรี๊ด กระชับผ้าห่มมาแนบเรือนร่างผลักปัณณ์ที่นอนทับเธอครึ่งคืนจนตัวเธอเกือบแบน กลิ้งลงไปนั่งเมาขี้ตาบนพรมผืนใหญ่“ขอโทษจริงๆ นะครับ ผมกลับก่อน ไว้จะโทรหา”“ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ได้พิเศษนักหรอก ที่สำคัญเขากำลังจะกลับแล้ว”เพียงพิณหลุบสายตามองต่ำ ซ่อนความเสียใจที่ถูกเขาขับไล่ไสส่งทันทีที่เธอลืมตาตื่น“ค่ะ จะกลับเดี๋ยวนี้ แล้วจะไม่มาที่นี่อีก”“น่าจะเป็นข่าวดีที่สุดในรอบหลายปีเลยนะ”ถ้าการที่เห็นเธอเสียใจเป็นความสุขและความสนุกที่สุดในชีวิตปัณณ์ เพียงพิณก็ไม่อยากจะเห็นหน้าเขาอีกแล้วเธอร้องไห้ม้วนผ้าห่มคลุมร่างกายก่อนวิ่งเ
“กำลังสงสัยอยู่เหรอ”แสงไฟในคฤหาสน์ทองบริสุทธิ์ และเรือนน้อยเรือนใหญ่หลังอื่นที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตเดียวกันดับไปหมดแล้ว พัฒนะเพิ่งจะเข้านอนไปได้หนึ่งชั่วโมง ก่อนจะมีสายเรียกเข้าจากเจ้าสัวทองดีให้มาพบท่านในเวลานี้ ย้ำชัดห้ามใช้เสียง และห้ามไม่ให้ใครเห็นเขาตกใจไปก่อนแล้ว กลัวจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับชายชราที่เป็นเจ้าของชีวิต แต่เมื่อมาถึง ชายชราที่ควรจะนอนหายใจรวยรินบนเตียง กลับลุกออกจากเตียงไปนั่งรินชาสบายอารมณ์บนชุดรับแขกมุมห้อง คู่กับคุณย่าธาราที่มีใบหน้าเรียบเฉย ราวกับหญิงชรารู้อยู่แล้วว่าสามีของท่านไม่ได้ป่วยใกล้ตาย“เปล่าครับคุณปู่”“เธอเก็บสีหน้าไม่เก่งเลยนะพัฒน์”“ขอโทษครับคุณย่า”“ขอโทษทำไม ย่าไม่ได้ดุพัฒน์เลยสักนิด”“มาจิบชาด้วยกันสิพัฒน์”ชายชราผายมือให้เด็กหนุ่มที่ท่านรักไม่ต่างจากหลานชายแท้ๆ มานั่งด้วยกัน“ครับ” พัฒนะไม่กล้ามองหน้าท่านดวงตาใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมคู่นั้นลดลงมองน้ำชาที่ไหลออกจากเหยือกเซรามิกขนาดเล็กลงไปแก้ว ก่อนเจ้าของตระกูลจะเลื่อนแก้วใบนั้นมาตรงหน้า“ดื่มสิ หายกังวลก่อนค่อยมาคุยกัน”“ขอบคุณครับคุณปู่”ลูกกระเดือกกลางลำคอพัฒนะเคลื่อนไหวตามชาอุ่นที่ไหลผ่านลงสู
“มาแล้วค่ะ มีเนื้อส้มด้วยนะคะ ลองชิมดู” เธอยกแก้วเซรามิกสั่งทำพิเศษสกรีนรูปเขาที่หน้าบึ้งคู่กับเธอที่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันมาจรดบนริมฝีปากปัณณ์“พอเถอะเพียง!”ความอดทนของปัณณ์น่าจะเลยขีดจำกัดไปแล้ว เขาถึงได้ปัดมือเธอทิ้งจนน้ำส้มหกไปเกือบครึ่งแก้วเพียงพิณเงียบไปไม่นานก็วางแก้ว ไปหาผ้ามาเช็ดขากางเกงให้เขา“พี่ปัณณ์ไม่ระวังเลย น้ำส้มหกหมดแล้ว ขากางเกงก็เปียก เพียงเช็ดให้นะคะ”“กระเป๋าอยู่ไหน ไปหยิบมา พี่จะกดเรียกรถมารับเธอ” เขาเหนื่อย อยากนอนพักผ่อนมากกว่าจะมาเสียเวลาอยู่กับเด็กพูดจาไม่รู้เรื่อง“แต่เราเพิ่งได้เจอกันเองนะคะ ยังไม่ถึงห้านาทีเลยด้วยซ้ำ”เมื่อวานเขาไล่เธอกลับหลังจากที่ได้เจอกันแค่สิบนาที ระยะเวลาที่สั้นลงทำเพียงพิณปวดแปลบกลางอกซ้าย เธอฝืนส่งยิ้มให้เขา จับที่หัวเข่าปัณณ์แหงนใบหน้าขึ้นสบสายตาคู่คม“เพียงคิดถึงพี่ปัณณ์นะคะถึงได้อยู่รอ เพียงอยากอยู่กับพี่ปัณณ์ เพียงขอค้างด้วยได้มั้ย เพียงเอาเสื้อผ้ามาด้วยค่ะ”พูดไม่รู้เรื่อง!“จะหน้าด้านหน้าทนไปถึงไหนเพียง!”ปัณณ์กระชากข้อศอกเล็ก ดึงกายท่อนบนของเพียงพิณขึ้นมาเกยบนตักกว้าง“พี่อยากอยู่คนเดียว ไม่ได้อยากมีเธอในชีวิต!”“...”“ก่อนกดร
“ขอโทษนะพี่” มันเรอ“ขอโทษนะพี่” มันผายลม“โทษทีพี่ พอดีช่วงนี้ท้องไส้ผมไม่ค่อยดี”“ไอ้เชี่ยเอ๊ย กูว่าเน่าทั้งท้องแล้วมั้ง” ไม่นอนมันแล้ว!ปัณณ์กระชากผ้าห่มออกจากน้องชายที่สวมแค่บ๊อกเซอร์ตัวเดียวเข้านอน สะบัดมือไล่กลิ่นไม่พึงประสงค์ เวลาเดียวกันก็เหยียดเท้าถีบบั้นท้ายมันให้กลิ้งลงไปกองบนพื้นใต้เตียง จ้ำเท้าลงจากเตียงไปกวาดเสื้อผ้าชุดเดิมมาสวมลวกๆหนุ่มจอมกวนแอบยิ้มจนพอใจ ก่อนจะขึ้นนั่งขัดสมาธิถามพี่ชายน้ำเสียงเคร่งเครียด“นี่มันจะตีหนึ่งแล้วนะพี่ จะใส่เสื้อผ้าไปไหน”“กลับห้อง”“ไหนว่าไม่อยากกลับไปนอนห้อง”“ดีกว่านอนดมตดมึง”“อยากกลับไปนอนกอดเมียก็บอกมาเถอะ”“มึงอยากโดนเตะเหรอ”“ปากอย่างใจอย่างนี่หว่า ว้ายๆๆ”“หุบปากไปเลยมึง”พี่ชายกระตุกท่อนขานิดเดียวปุณณ์รีบคว้าหมอนมาป้องศีรษะ กลัวจะมีของแข็งลอยมากลางอากาศแซวนิดแซวหน่อยไม่ได้ ไอ้คนใจร้าย!“มีผู้หญิงมาคอยเอาใจ กวาดห้อง เก็บห้อง ทำกับข้าวไว้รอ แถมยังได้อึ๊บฟรี ไม่ต้องลำบากออกไปหากินนอกบ้าน ดีจะตาย ทำเป็นเก๊กว่าไม่ชอบ ระวังเถอะ จะตกม้าตายเข้าสักวัน”“กูกลับล่ะ อ้อ กูแนะนำมึงด้วยความหวังดีนะปุณณ์ เข้าอาบอบนวดให้น้อยลง เปย์ผู้หญิงให้น้อย
‘ปัณณ์เคยบอกปู่ ว่าอยากเป็นหมอมารักษาปู่กับย่าใช่มั้ย’‘ใช่ฮะ ปัณณ์อยากเป็นหมอเหมือนพ่ออธิป’ ‘ปัณณ์ดูตึกตรงหน้าสิ ปู่สร้างโรงพยาบาลไว้ให้ปัณณ์ โตขึ้น ปัณณ์ช่วยปู่ดูแลโรงพยาบาลนะลูก เรียนหมอให้เก่งๆ เรียนหมอหัวใจยิ่งดี จะได้ช่วยดูแลน้องเพลงให้แข็งแรง’‘ฮะคุณปู่ ปัณณ์จะเป็นหมอหัวใจที่เก่งมาช่วยดูแลน้องเพลงแทนคุณปู่ ตึกสูงจังเลยฮะ หนึ่ง สอง สาม..’‘…’‘โอ้โห! สิบสองชั้นเลยเหรอฮะคุณปู่’‘ชอบมั้ย ของขวัญครบรอบสิบสองขวบของปัณณ์’‘ชอบที่สุดเลยฮะ’ท้ายรถของปุณณ์กับพัฒนะเคลื่อนออกไปไกล ปัณณ์กลับไม่หยุดเช็ดน้ำตา บอกน้องๆ ให้ทำใจ แต่ตัวเขาเองกลับทำใจไม่ได้รอยยิ้มอ่อนโยนและมืออบอุ่นคู่นั้นที่มักจะโอบกอดเขาด้วยความรัก เขาจะไม่มีโอกาสได้เห็นและได้รับอีกแล้วเหรอในวันเปิดตัวโรงพยาบาล ‘กรุงเทพฯ ธารา’ เพลงพฤกษาเพิ่งจะอายุห้าขวบ เธออ่อนแอทั้งยังขี้โรค ต้องนอนโรงพยาบาลบ่อยๆ เพราะป่วยโรคหัวใจพิการมาแต่กำเนิดคุณปู่สร้างโรงพยาบาลเพื่อให้หลานสาวเพียงคนเดียวในตระกูลได้รับการรักษาที่ดีที่สุด ดึงพ่ออธิปของปัณณ์กับปุณณ์ที่เป็นศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจมาช่วยงาน และให้นั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการคุณปู่ทองดีตามใจ
‘เสร็จงานแล้วรีบกลับบ้านนะคะ เพียงจะทำอาหารไว้รอ’ กดส่งข้อความด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม เก็บโทรศัพท์ไว้โดยไม่สนใจว่าเขาจะเข้ามาอ่านหรือเปล่า เพราะสุดท้ายแล้วถึงเขาจะห้าม เธอก็รั้นอยากไปอยู่ใกล้ๆ อยู่ดี ใบขับขี่รถยนต์มาอยู่ในกระเป๋าของเธอนานแล้ว แต่ ‘เพียงพิณ’ ไม่เคยกล้าขับรถยนต์ออกถนนใหญ่ตามลำพังเธอชำนาญทาง มาที่นี่ค่อนข้างบ่อยด้วยรถรับจ้างสาธารณะ แต่เธอไม่ชำนาญการขับรถเอาเสียเลย โชคยังดีที่มาถึงจุดหมายปลายทางโดยปลอดภัย ไม่ได้ขับรถไปขูดขีดกับใคร และเสาต้นใหญ่ในลานจอดรถชั้นใต้ดินคอนโดฯ ก็ไม่มีร่องรอยใหม่ทับรอยเก่าที่กระจกรถยนต์ของเธอเคยหักเพราะมันมาแล้วจอดรถเรียบร้อยแล้ว เพียงพิณเดินข้ามสะพานลอยไปเลือกซื้อวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารเย็นในห้างสรรพสินค้า เมนูนี้เธอจดมาจากพี่สะใภ้ ฝึกทำที่บ้านจนอร่อยอยากจะทำให้คนรักได้ลองชิม เผื่อว่าเขาจะติดใจรสมือและอนุญาตให้เธอแวะมาหาบ่อยๆ โดยไม่บ่น หรือทำหน้าตาหงุดหงิดใส่ให้หัวใจของเธอห่อเหี่ยวซื้อวัตถุดิบมาครบแล้ว เพียงพิณหิ้วของเต็มสองมือกลับมาที่คอนโดฯ ของปัณณ์ รหัสผ่านเข้าห้องเขา เธอรู้ดี เขาจะเปลี่ยนสักกี่ครั้ง เธอก็เดาสุ่มถูกจนได้ ไม่มีอะไรสำคัญ







