เข้าสู่ระบบ“ขอโทษนะพี่” มันเรอ
“ขอโทษนะพี่” มันผายลม
“โทษทีพี่ พอดีช่วงนี้ท้องไส้ผมไม่ค่อยดี”
“ไอ้เชี่ยเอ๊ย กูว่าเน่าทั้งท้องแล้วมั้ง” ไม่นอนมันแล้ว!
ปัณณ์กระชากผ้าห่มออกจากน้องชายที่สวมแค่บ๊อกเซอร์ตัวเดียวเข้านอน สะบัดมือไล่กลิ่นไม่พึงประสงค์ เวลาเดียวกันก็เหยียดเท้าถีบบั้นท้ายมันให้กลิ้งลงไปกองบนพื้นใต้เตียง จ้ำเท้าลงจากเตียงไปกวาดเสื้อผ้าชุดเดิมมาสวมลวกๆ
หนุ่มจอมกวนแอบยิ้มจนพอใจ ก่อนจะขึ้นนั่งขัดสมาธิถามพี่ชายน้ำเสียงเคร่งเครียด
“นี่มันจะตีหนึ่งแล้วนะพี่ จะใส่เสื้อผ้าไปไหน”
“กลับห้อง”
“ไหนว่าไม่อยากกลับไปนอนห้อง”
“ดีกว่านอนดมตดมึง”
“อยากกลับไปนอนกอดเมียก็บอกมาเถอะ”
“มึงอยากโดนเตะเหรอ”
“ปากอย่างใจอย่างนี่หว่า ว้ายๆๆ”
“หุบปากไปเลยมึง”
พี่ชายกระตุกท่อนขานิดเดียวปุณณ์รีบคว้าหมอนมาป้องศีรษะ กลัวจะมีของแข็งลอยมากลางอากาศ
แซวนิดแซวหน่อยไม่ได้ ไอ้คนใจร้าย!
“มีผู้หญิงมาคอยเอาใจ กวาดห้อง เก็บห้อง ทำกับข้าวไว้รอ แถมยังได้อึ๊บฟรี ไม่ต้องลำบากออกไปหากินนอกบ้าน ดีจะตาย ทำเป็นเก๊กว่าไม่ชอบ ระวังเถอะ จะตกม้าตายเข้าสักวัน”
“กูกลับล่ะ อ้อ กูแนะนำมึงด้วยความหวังดีนะปุณณ์ เข้าอาบอบนวดให้น้อยลง เปย์ผู้หญิงให้น้อยลง เผื่อว่ามึงจะมีเงินเหลือไปซื้อคอนโดฯ ใหม่ ห้องโคตรแคบ เตียงก็เล็กเท่าแมวดิ้น พลิกตัวทีกูเสียวจะตกเตียงมึงนอนลงไปได้ยังไง”
“ถ้าเตียงกว้างเท่าสนามฟุตบอลก็หาเรื่องกอดสาวไม่ได้สิ พูดโง่ๆ ...เอ่อ ครับๆ จะเก็บเงินซื้อคอนโดใหม่ครับ”
แอบแยกเขี้ยวใส่แผ่นหลังไอ้คนที่ดีแต่บ่น นั่งขัดสมาธิที่เดิม เงี่ยหูฟังกระทั่งประตูด้านหน้าปิดสนิท เขาคว่ำหน้ากระโดดลงมานอนแหวกว่ายบนเตียงนอนขนาดห้าฟุต
“ออกจะกว้างมาบูลลี่ว่าแคบได้ยังไง”
พลิกตัวกลับมานอนแหงนหน้ามองเพดาน นาทีต่อมา ปุณณ์คลานไวๆ ไปหยิบมือถือมาต่อสายหาน้องมายด์ พูดจาจ๊ะจ๋าไปตามประสาหนุ่มกะล่อนหลอกล่อสาวมานอนเป็นเพื่อน
ปัณณ์มาถึงหน้าห้องก่อนเข็มนาฬิกาจะเลื่อนถึงเวลาตีสอง
เขาท่องจำสามประโยคจนขึ้นใจ ไม่ได้รัก ไม่ได้สนใจ ไม่ได้คิดถึง แล้วทำไมถึงมายืนตรงนี้น่ะเหรอ ก็เพราะว่ามันคือห้องของเขาน่ะสิ ยังผ่อนไม่หมดเลยด้วยซ้ำ แล้วมันเรื่องอะไรที่เขาจะใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายด้วยการไปเปิดโรงแรมนอน
ใบหน้าของปัณณ์ค่อนข้างอิดโรย เขาทำงานหนักทั้งวัน หลังเลิกงานก็ไปเยี่ยมคุณปู่ถึงคฤหาสน์ชานเมือง แยกย้ายกันแล้วควรจะได้พักผ่อนก็ไม่หลับเลยสักงีบ อดทนเหม็นกลิ่นผายลมของไอ้ปุณณ์ไม่ไหว หนีตายกลับมาถึงคอนโดฯ
ดึกป่านนี้คงกลับไปแล้วมั้ง ถ้าเพียงพิณตื๊ออยู่รอเขาตีหนึ่งตีสองไม่ยอมกลับบ้าน เขาก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว
“ยินดีต้อนรับค่ะพี่ปัณณ์ เลิกงานดึกจังเลย” กดรหัสผ่านครบหกตัวเจ้าประตูดิจิตอลก็ส่งเสียง Welcome
เพียงพิณที่นั่งเฝ้าหน้าจอโทรศัพท์จนเผลอฟุบหลับบนโซฟาได้ยินเสียง เธอตื่น และรีบเดินแกมวิ่งเข้าไปกอดรอบเอวสอบ เขย่งเท้าขึ้นหอมแก้มแม้เขาจะเบือนหน้าหนี แต่เพียงพิณก็ไม่สนใจดึงดันจะคล้องแขนดึงเขามาทางชุดรับแขก
“ดึกป่านนี้ ทำไมยังไม่กลับอีก ไอ้เตไม่ด่าหรือไง”
เขาไม่อยากพูดเลยว่าเกลียดผู้หญิงคนนี้ แต่เผลอพูดในใจออกไปแล้ว
“เพียงโตแล้วนะ แค่บอกว่าจะมาค้างกับเพื่อนพี่เตก็ไม่ดุค่ะ”
“พี่เป็นเพื่อนเธอตอนไหน”
“พี่ปัณณ์เหนื่อยเหรอคะ”
ถามเสียงอ่อน เพราะเขาหงุดหงิดใส่เธอ
“มานั่งพักก่อนนะคะ เพียงจะไปเอาน้ำเย็นมาให้ดื่ม”
“เพียง!”
แรงดึงน้อยๆ ทำปัณณ์หงุดหงิด
ไม่น่าเมาหนักในคืนแต่งงานเตชธรรมกับไอญารินทร์เลย เพราะฤทธิ์ของน้ำเมาทำให้เขาไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ หลับนอนกับน้องสาวบุญธรรมของเพื่อนสนิทจนเธอมาเกาะติดเขาเป็นปลิงอยู่แบบนี้
เขาไม่เคยเปิดใจคุยกับเตชธรรมตรงๆ เพราะเกรงใจเพื่อน ยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นความผิดตัวเอง จึงมักจะแสดงออกทางพฤติกรรมต่อหน้าเพียงพิณว่าเขาเกลียดเธอ หวังให้เธอเป็นฝ่ายถอดใจและยอมล่าถอยไปเอง
“หรือจะดื่มน้ำส้มคะ เพียงคั้นไว้สดๆ เลยนะ เพียงไปเอามาให้ดื่ม”
ปัณณ์ตั้งใจกลอกตา เพราะอึดอัดและรำคาญอย่างบอกไม่ถูกที่เพียงพิณมาลอยหน้าลอยตาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว คล้ายกับว่าเพียงพิณจะสังเกตเห็น รอยยิ้มของเธอถึงได้ค้างเติ่งบนริมฝีปากบาง แต่ก็แค่นั้น เธอไม่เก็บมาใส่ใจ
“มาแล้วค่ะ มีเนื้อส้มด้วยนะคะ ลองชิมดู” เธอยกแก้วเซรามิกสั่งทำพิเศษสกรีนรูปเขาที่หน้าบึ้งคู่กับเธอที่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันมาจรดบนริมฝีปากปัณณ์
“พอเถอะเพียง!”
กดกริ่งหน้าประตูนานมากไม่มีเสียงตอบรับ โทรหาก็ไม่รับสาย พัฒนะร้อนใจ ถือวิสาสะกดรหัสผ่านประตูเข้าไปยืนอึ้งกลางห้องโถงรีบหันหลังให้พี่ชาย ที่งัวเงียเคลื่อนใบหน้าออกจากหน้าอกหญิงแปลกหน้า ผ้าห่มเลื่อนหลุดจากแผ่นหลัง เผยรูปร่างขาวแน่นเนื้อที่เปลือยเปล่าไม่ต่างจากคนใต้ร่าง“พัฒน์เหรอ”“โทษทีพี่ ผมมีธุระด่วน”“อืม...”เสียงคนคุยกันรบกวนการนอนของเพียงพิณ เธอได้ยินเสียงกริ่งนานแล้วแต่เพราะอ่อนเพลียมากจึงไม่ยอมลืมตา แต่เมื่อมองเห็นว่ามีคนนอกอยู่ในห้อง เธอที่เปลือยเปล่าก็ร้องกรี๊ด กระชับผ้าห่มมาแนบเรือนร่างผลักปัณณ์ที่นอนทับเธอครึ่งคืนจนตัวเธอเกือบแบน กลิ้งลงไปนั่งเมาขี้ตาบนพรมผืนใหญ่“ขอโทษจริงๆ นะครับ ผมกลับก่อน ไว้จะโทรหา”“ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ได้พิเศษนักหรอก ที่สำคัญเขากำลังจะกลับแล้ว”เพียงพิณหลุบสายตามองต่ำ ซ่อนความเสียใจที่ถูกเขาขับไล่ไสส่งทันทีที่เธอลืมตาตื่น“ค่ะ จะกลับเดี๋ยวนี้ แล้วจะไม่มาที่นี่อีก”“น่าจะเป็นข่าวดีที่สุดในรอบหลายปีเลยนะ”ถ้าการที่เห็นเธอเสียใจเป็นความสุขและความสนุกที่สุดในชีวิตปัณณ์ เพียงพิณก็ไม่อยากจะเห็นหน้าเขาอีกแล้วเธอร้องไห้ม้วนผ้าห่มคลุมร่างกายก่อนวิ่งเ
“กำลังสงสัยอยู่เหรอ”แสงไฟในคฤหาสน์ทองบริสุทธิ์ และเรือนน้อยเรือนใหญ่หลังอื่นที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตเดียวกันดับไปหมดแล้ว พัฒนะเพิ่งจะเข้านอนไปได้หนึ่งชั่วโมง ก่อนจะมีสายเรียกเข้าจากเจ้าสัวทองดีให้มาพบท่านในเวลานี้ ย้ำชัดห้ามใช้เสียง และห้ามไม่ให้ใครเห็นเขาตกใจไปก่อนแล้ว กลัวจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับชายชราที่เป็นเจ้าของชีวิต แต่เมื่อมาถึง ชายชราที่ควรจะนอนหายใจรวยรินบนเตียง กลับลุกออกจากเตียงไปนั่งรินชาสบายอารมณ์บนชุดรับแขกมุมห้อง คู่กับคุณย่าธาราที่มีใบหน้าเรียบเฉย ราวกับหญิงชรารู้อยู่แล้วว่าสามีของท่านไม่ได้ป่วยใกล้ตาย“เปล่าครับคุณปู่”“เธอเก็บสีหน้าไม่เก่งเลยนะพัฒน์”“ขอโทษครับคุณย่า”“ขอโทษทำไม ย่าไม่ได้ดุพัฒน์เลยสักนิด”“มาจิบชาด้วยกันสิพัฒน์”ชายชราผายมือให้เด็กหนุ่มที่ท่านรักไม่ต่างจากหลานชายแท้ๆ มานั่งด้วยกัน“ครับ” พัฒนะไม่กล้ามองหน้าท่านดวงตาใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมคู่นั้นลดลงมองน้ำชาที่ไหลออกจากเหยือกเซรามิกขนาดเล็กลงไปแก้ว ก่อนเจ้าของตระกูลจะเลื่อนแก้วใบนั้นมาตรงหน้า“ดื่มสิ หายกังวลก่อนค่อยมาคุยกัน”“ขอบคุณครับคุณปู่”ลูกกระเดือกกลางลำคอพัฒนะเคลื่อนไหวตามชาอุ่นที่ไหลผ่านลงสู
“มาแล้วค่ะ มีเนื้อส้มด้วยนะคะ ลองชิมดู” เธอยกแก้วเซรามิกสั่งทำพิเศษสกรีนรูปเขาที่หน้าบึ้งคู่กับเธอที่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันมาจรดบนริมฝีปากปัณณ์“พอเถอะเพียง!”ความอดทนของปัณณ์น่าจะเลยขีดจำกัดไปแล้ว เขาถึงได้ปัดมือเธอทิ้งจนน้ำส้มหกไปเกือบครึ่งแก้วเพียงพิณเงียบไปไม่นานก็วางแก้ว ไปหาผ้ามาเช็ดขากางเกงให้เขา“พี่ปัณณ์ไม่ระวังเลย น้ำส้มหกหมดแล้ว ขากางเกงก็เปียก เพียงเช็ดให้นะคะ”“กระเป๋าอยู่ไหน ไปหยิบมา พี่จะกดเรียกรถมารับเธอ” เขาเหนื่อย อยากนอนพักผ่อนมากกว่าจะมาเสียเวลาอยู่กับเด็กพูดจาไม่รู้เรื่อง“แต่เราเพิ่งได้เจอกันเองนะคะ ยังไม่ถึงห้านาทีเลยด้วยซ้ำ”เมื่อวานเขาไล่เธอกลับหลังจากที่ได้เจอกันแค่สิบนาที ระยะเวลาที่สั้นลงทำเพียงพิณปวดแปลบกลางอกซ้าย เธอฝืนส่งยิ้มให้เขา จับที่หัวเข่าปัณณ์แหงนใบหน้าขึ้นสบสายตาคู่คม“เพียงคิดถึงพี่ปัณณ์นะคะถึงได้อยู่รอ เพียงอยากอยู่กับพี่ปัณณ์ เพียงขอค้างด้วยได้มั้ย เพียงเอาเสื้อผ้ามาด้วยค่ะ”พูดไม่รู้เรื่อง!“จะหน้าด้านหน้าทนไปถึงไหนเพียง!”ปัณณ์กระชากข้อศอกเล็ก ดึงกายท่อนบนของเพียงพิณขึ้นมาเกยบนตักกว้าง“พี่อยากอยู่คนเดียว ไม่ได้อยากมีเธอในชีวิต!”“...”“ก่อนกดร
“ขอโทษนะพี่” มันเรอ“ขอโทษนะพี่” มันผายลม“โทษทีพี่ พอดีช่วงนี้ท้องไส้ผมไม่ค่อยดี”“ไอ้เชี่ยเอ๊ย กูว่าเน่าทั้งท้องแล้วมั้ง” ไม่นอนมันแล้ว!ปัณณ์กระชากผ้าห่มออกจากน้องชายที่สวมแค่บ๊อกเซอร์ตัวเดียวเข้านอน สะบัดมือไล่กลิ่นไม่พึงประสงค์ เวลาเดียวกันก็เหยียดเท้าถีบบั้นท้ายมันให้กลิ้งลงไปกองบนพื้นใต้เตียง จ้ำเท้าลงจากเตียงไปกวาดเสื้อผ้าชุดเดิมมาสวมลวกๆหนุ่มจอมกวนแอบยิ้มจนพอใจ ก่อนจะขึ้นนั่งขัดสมาธิถามพี่ชายน้ำเสียงเคร่งเครียด“นี่มันจะตีหนึ่งแล้วนะพี่ จะใส่เสื้อผ้าไปไหน”“กลับห้อง”“ไหนว่าไม่อยากกลับไปนอนห้อง”“ดีกว่านอนดมตดมึง”“อยากกลับไปนอนกอดเมียก็บอกมาเถอะ”“มึงอยากโดนเตะเหรอ”“ปากอย่างใจอย่างนี่หว่า ว้ายๆๆ”“หุบปากไปเลยมึง”พี่ชายกระตุกท่อนขานิดเดียวปุณณ์รีบคว้าหมอนมาป้องศีรษะ กลัวจะมีของแข็งลอยมากลางอากาศแซวนิดแซวหน่อยไม่ได้ ไอ้คนใจร้าย!“มีผู้หญิงมาคอยเอาใจ กวาดห้อง เก็บห้อง ทำกับข้าวไว้รอ แถมยังได้อึ๊บฟรี ไม่ต้องลำบากออกไปหากินนอกบ้าน ดีจะตาย ทำเป็นเก๊กว่าไม่ชอบ ระวังเถอะ จะตกม้าตายเข้าสักวัน”“กูกลับล่ะ อ้อ กูแนะนำมึงด้วยความหวังดีนะปุณณ์ เข้าอาบอบนวดให้น้อยลง เปย์ผู้หญิงให้น้อย
‘ปัณณ์เคยบอกปู่ ว่าอยากเป็นหมอมารักษาปู่กับย่าใช่มั้ย’‘ใช่ฮะ ปัณณ์อยากเป็นหมอเหมือนพ่ออธิป’ ‘ปัณณ์ดูตึกตรงหน้าสิ ปู่สร้างโรงพยาบาลไว้ให้ปัณณ์ โตขึ้น ปัณณ์ช่วยปู่ดูแลโรงพยาบาลนะลูก เรียนหมอให้เก่งๆ เรียนหมอหัวใจยิ่งดี จะได้ช่วยดูแลน้องเพลงให้แข็งแรง’‘ฮะคุณปู่ ปัณณ์จะเป็นหมอหัวใจที่เก่งมาช่วยดูแลน้องเพลงแทนคุณปู่ ตึกสูงจังเลยฮะ หนึ่ง สอง สาม..’‘…’‘โอ้โห! สิบสองชั้นเลยเหรอฮะคุณปู่’‘ชอบมั้ย ของขวัญครบรอบสิบสองขวบของปัณณ์’‘ชอบที่สุดเลยฮะ’ท้ายรถของปุณณ์กับพัฒนะเคลื่อนออกไปไกล ปัณณ์กลับไม่หยุดเช็ดน้ำตา บอกน้องๆ ให้ทำใจ แต่ตัวเขาเองกลับทำใจไม่ได้รอยยิ้มอ่อนโยนและมืออบอุ่นคู่นั้นที่มักจะโอบกอดเขาด้วยความรัก เขาจะไม่มีโอกาสได้เห็นและได้รับอีกแล้วเหรอในวันเปิดตัวโรงพยาบาล ‘กรุงเทพฯ ธารา’ เพลงพฤกษาเพิ่งจะอายุห้าขวบ เธออ่อนแอทั้งยังขี้โรค ต้องนอนโรงพยาบาลบ่อยๆ เพราะป่วยโรคหัวใจพิการมาแต่กำเนิดคุณปู่สร้างโรงพยาบาลเพื่อให้หลานสาวเพียงคนเดียวในตระกูลได้รับการรักษาที่ดีที่สุด ดึงพ่ออธิปของปัณณ์กับปุณณ์ที่เป็นศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจมาช่วยงาน และให้นั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการคุณปู่ทองดีตามใจ
‘เสร็จงานแล้วรีบกลับบ้านนะคะ เพียงจะทำอาหารไว้รอ’ กดส่งข้อความด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม เก็บโทรศัพท์ไว้โดยไม่สนใจว่าเขาจะเข้ามาอ่านหรือเปล่า เพราะสุดท้ายแล้วถึงเขาจะห้าม เธอก็รั้นอยากไปอยู่ใกล้ๆ อยู่ดี ใบขับขี่รถยนต์มาอยู่ในกระเป๋าของเธอนานแล้ว แต่ ‘เพียงพิณ’ ไม่เคยกล้าขับรถยนต์ออกถนนใหญ่ตามลำพังเธอชำนาญทาง มาที่นี่ค่อนข้างบ่อยด้วยรถรับจ้างสาธารณะ แต่เธอไม่ชำนาญการขับรถเอาเสียเลย โชคยังดีที่มาถึงจุดหมายปลายทางโดยปลอดภัย ไม่ได้ขับรถไปขูดขีดกับใคร และเสาต้นใหญ่ในลานจอดรถชั้นใต้ดินคอนโดฯ ก็ไม่มีร่องรอยใหม่ทับรอยเก่าที่กระจกรถยนต์ของเธอเคยหักเพราะมันมาแล้วจอดรถเรียบร้อยแล้ว เพียงพิณเดินข้ามสะพานลอยไปเลือกซื้อวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารเย็นในห้างสรรพสินค้า เมนูนี้เธอจดมาจากพี่สะใภ้ ฝึกทำที่บ้านจนอร่อยอยากจะทำให้คนรักได้ลองชิม เผื่อว่าเขาจะติดใจรสมือและอนุญาตให้เธอแวะมาหาบ่อยๆ โดยไม่บ่น หรือทำหน้าตาหงุดหงิดใส่ให้หัวใจของเธอห่อเหี่ยวซื้อวัตถุดิบมาครบแล้ว เพียงพิณหิ้วของเต็มสองมือกลับมาที่คอนโดฯ ของปัณณ์ รหัสผ่านเข้าห้องเขา เธอรู้ดี เขาจะเปลี่ยนสักกี่ครั้ง เธอก็เดาสุ่มถูกจนได้ ไม่มีอะไรสำคัญ







