ログイン‘ปัณณ์เคยบอกปู่ ว่าอยากเป็นหมอมารักษาปู่กับย่าใช่มั้ย’
‘ใช่ฮะ ปัณณ์อยากเป็นหมอเหมือนพ่ออธิป’
‘ปัณณ์ดูตึกตรงหน้าสิ ปู่สร้างโรงพยาบาลไว้ให้ปัณณ์ โตขึ้น ปัณณ์ช่วยปู่ดูแลโรงพยาบาลนะลูก เรียนหมอให้เก่งๆ เรียนหมอหัวใจยิ่งดี จะได้ช่วยดูแลน้องเพลงให้แข็งแรง’
‘ฮะคุณปู่ ปัณณ์จะเป็นหมอหัวใจที่เก่งมาช่วยดูแลน้องเพลงแทนคุณปู่ ตึกสูงจังเลยฮะ หนึ่ง สอง สาม..’
‘…’
‘โอ้โห! สิบสองชั้นเลยเหรอฮะคุณปู่’
‘ชอบมั้ย ของขวัญครบรอบสิบสองขวบของปัณณ์’
‘ชอบที่สุดเลยฮะ’
ท้ายรถของปุณณ์กับพัฒนะเคลื่อนออกไปไกล ปัณณ์กลับไม่หยุดเช็ดน้ำตา บอกน้องๆ ให้ทำใจ แต่ตัวเขาเองกลับทำใจไม่ได้
รอยยิ้มอ่อนโยนและมืออบอุ่นคู่นั้นที่มักจะโอบกอดเขาด้วยความรัก เขาจะไม่มีโอกาสได้เห็นและได้รับอีกแล้วเหรอ
ในวันเปิดตัวโรงพยาบาล ‘กรุงเทพฯ ธารา’ เพลงพฤกษาเพิ่งจะอายุห้าขวบ เธออ่อนแอทั้งยังขี้โรค ต้องนอนโรงพยาบาลบ่อยๆ เพราะป่วยโรคหัวใจพิการมาแต่กำเนิด
คุณปู่สร้างโรงพยาบาลเพื่อให้หลานสาวเพียงคนเดียวในตระกูลได้รับการรักษาที่ดีที่สุด ดึงพ่ออธิปของปัณณ์กับปุณณ์ที่เป็นศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจมาช่วยงาน และให้นั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการ
คุณปู่ทองดีตามใจหลานสาวมาก เพลงพฤกษาอยากได้อะไรท่านไม่เคยขัดใจสักครั้ง ท่านสงสารที่หลานสาวกำพร้าพ่อตั้งแต่อยู่ในครรภ์แม่ ไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าพ่อเลยสักครั้ง
คุณอา ‘บดินทร์’ ลูกชายเพียงคนเดียวของท่านเจ้าสัว เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตคาที่ในวัยเพียงแค่ยี่สิบแปดปี ทั้งที่ท่านยังหนุ่มยังแน่น และเพิ่งจะแต่งงานกับแม่ของเพลงพฤกษาไม่ถึงครึ่งปี เป็นเหตุให้คุณปู่ทองดีไม่เหลือทายาทรุ่นลูกไว้สืบสกุล จะมีก็แต่เพลงพฤกษาคนเดียวเท่านั้นที่สืบสายเลือดโดยตรง
พ่อของปัณณ์ไม่ได้สืบสายเลือดจากท่านเจ้าสัวทองดี เป็นเพียงเด็กกำพร้าที่คุณปู่รับมาอุปการะ ให้มีชีวิตที่ดี การศึกษาที่ดี และคู่ชีวิตที่เหมาะสม พ่อแต่งงานกับแม่จากต้นตระกูลเศรษฐินีที่ดินในกรุงเทพฯ จากการสนับสนุนจากย่าธารา อยู่กินกันไม่กี่ปีก็เลิกรากัน เนื่องจากการเติบโตคนละแบบทำให้เข้ากันไม่ได้ แม่ของปัณณ์เป็นผู้ดีเก่าค่อนข้างเจ้าระเบียบ ส่วนพ่อของปัณณ์ ถ้าตัดชื่อคุณปู่ที่คอยสนับสนุนออกไปก็เป็นแค่เด็กวัดยากจน
สถานะของพ่อปัณณ์ใกล้เคียงกับอา ‘ปิติ’ พ่อของพัฒนะ ที่มีพื้นเพเป็นแค่เด็กรับใช้ในตระกูลทองบริสุทธิ์ ที่ได้ดีมาถึงรุ่นลูกก็มาจากการอุปการะของคุณปู่ทองดี พ่อปัณณ์กับพ่อพัฒนะสนิทกันมาก มาถึงรุ่นลูก เขา ปุณณ์ และพัฒนะ จึงสนิทกันไปด้วย รักกันเทียบเท่าพี่น้องร่วมสายเลือดเลยก็ว่าได้
พวกเขาสัญญากันไว้ว่าจะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน จะดูแลคุณปู่ คุณย่า และน้องเพลงไปจนวันตาย จะไม่มีวันทรยศคนของทองบริสุทธิ์
‘ตอบข้อความเพียงหน่อยสิคะ’
ปัณณ์เก็บลมหายใจไว้เต็มปอด ทยอยระบายออกมาลดอารมณ์ ‘รำคาญ’ อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ปล่อยให้ช่องแชตหนักขวาอยู่แบบนั้น เผื่อผู้หญิงช่างตื๊อจะรู้สึกตัวและเลิกมาตามตอแย
หกเดือนเต็มที่เธอเกาะติดเขาเป็นปลิง ด่าก็แล้ว ขับไล่ก็แล้ว พูดจาแรงๆ กระทบกระเทือนจิตใจก็เคยทำมาแล้ว แต่เพียงพิณไม่สะทกสะท้านเลย เธอหน้าด้านอย่างเหลือร้าย เป็นหนึ่งในผู้หญิงไม่กี่คนที่ปัณณ์กล้าพูดได้เต็มปากว่าน่ารำคาญ
‘เพียงคิดถึงพี่ปัณณ์นะคะ’
ยังจะส่งมาอีก
เขาไม่ไหวจะเคลียร์กับผู้หญิงคนนี้!
ถ้าการกลับไปเจอหน้าเธอที่ห้องชุดทุกวัน ทำให้เพียงพิณหลงตัวเองว่าเขาจะใจอ่อนยอมรับรักเธอสักวัน เห็นทีเขาต้องใช้ตัวช่วยหลบไปอยู่ที่อื่นไม่ให้เธอเห็นหน้าสักเดือนสองเดือน อาจจะเป็นทางออกที่ดีในการผลักไสเธอออกจากชีวิต
“ปุณณ์”
“ไงพี่ เพิ่งแยกกันเองคิดถึงผมแล้วเหรอ”
“มึงไปแรดไหนมั้ยคืนนี้”
“โธ่ พี่ปัณณ์ คุณปู่ป่วยอยู่นะ ใครจะไปมีอารมณ์” น้ำเสียงปุณณ์เจือความเศร้า
“ดี กูกำลังขับรถตามไป”
“ไปไหน”
“ไปนอนห้องมึง”
“เฮ้ย ได้ไงพี่ ผมนัดน้องมายด์ไว้ พี่ไม่กลับไปนอนห้องตัวเองวะ” เพิ่งพูดไม่ทันขาดคำว่าไม่มีอารมณ์ ไอ้กะล่อนตัวพ่อ!
“ทิ้งคีย์การ์ดไว้ให้กู แล้วจะไปนอนไหนก็เรื่องของมึง”
เขายอมไปเบียดนอนกับใครก็ได้ หรือถ้าจำเป็นจริงๆ เขายอมเปิดโรงแรมนอน ขอแค่ไม่ต้องกลับไปเห็นหน้าตาน่ารำคาญของเพียงพิณ ต่อให้เป็นข้างถนนเขาก็จะล้มตัวลงนอนให้ดู!
อดีตเมื่อนานมาแล้วณ โรงพยาบาลกรุงเทพฯ ธาราเธอเกือบจะ ‘ฆ่า’ หลานให้ตายด้วยมือคู่นี้นัยน์ตาเพียงพิณไหวสั่นและมีหยดน้ำใสทะลักล้นไม่ขาดสาย ขณะก้มลงมองมือคู่ร้ายกาจที่อุ้มหลานสาวไปกักขัง จนเป็นต้นเหตุให้โรคหัวใจของหลานสาวกำเริบ“ฮึก...”เพียงพิณกลัวหลานสาวจะตายเธอสั่นไปทั้งตัว หลบมุมแอบมองอยู่ห่าง ๆ ไม่กล้าเข้าไปใกล้ เพราะสิ่งที่เธอทำลงไปนั้นร้ายแรงเกินกว่าที่ใครจะให้อภัย เธอเฝ้ารอจนกระทั่งอาการป่วยของหลานสาวดีขึ้นและย้ายไปที่ห้องพักฟื้น ก็ยังตามไปแอบมองห่าง ๆ ผ่านกรอบกระจกหน้าประตูหลานสาวได้สติแล้ว แต่อาการยังไม่สู้ดีนัก ต้องนอนอยู่บนเตียงคนป่วยมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตโยงเหนือร่าง เธอเห็นพี่ชายกับพี่สะใภ้ของเธอร้องไห้หนักเพราะสงสารลูกสาวเพียงพิณกัดปากจนเจ็บเธอเสียใจ แต่กว่าเธอจะสำนึกผิดได้มันก็สายเกินไปแล้วพลันร่างกายเธอชาและแข็งค้างเป็นหิน เมื่อบังเอิญประสานสายตากับชายคนหนึ่งที่เหลือบมองมาทางนี้ ตั้งสติได้ เพียงพิณรีบหันหลังให้ประตูบานนั้นและรีบเดินหนีปัณณ์ก้าวเท้ายาวตามมาคว้าท่อนแขนเธอ ลากเอาเรือนร่างบอบบางของเพียงพิณเข้ามาในบันไดหนีไฟ ฝ่ามือแกร่งขยุ้มเข้าที่ต้นแขนเล็กออกแรงผลักตัวเธ
Pun: เพียงPun: ไปรับเด็ก ๆ หรือยังPhiang: เรียบร้อยค่ะPhiang: กำลังกลับบ้านเพียงพิณส่งรูปชูสองนิ้วคู่กับเด็ก ๆ ที่ยังสวมยูนิฟอร์มนักเรียนPun: หิวกาแฟจังเธออ่านแล้วยิ้ม เขาชอบอ้อนให้พาลูกแวะไปหาที่ทำงานทุกทีPun: แต่คิดถึงเมียมากกว่าPun: แวะมาหาได้มั้ยPhiang: เอากาแฟกี่แก้วดีคะPun: แก้วเดียวก็พอPun: แต่เสิร์ฟให้ถึงปากนะ : )Phiang: กินให้หมด อย่าเผลอคายล่ะPun: ยกซด : XPhiang: ก่อนหื่น ไปตั้งใจทำงานให้เสร็จก่อนดีไหมคะคุณพ่อPun: 555เพียงพิณเขินจนจะข่วนเบาะ“คุณแม่คุยกับใครคับ”“คุณแม่ยิ้ม”“ยิ้มสวยมากด้วย”“ใช่ ยิ้มสวย น้องพริมจะฟ้องคุณพ่อ”ห้าขวบจริงไหมเนี่ยลูก ๆ ของเธอเพียงพิณเหล่ตามองเด็กฝาแฝดชายหญิงที่หวงแม่เป็นที่หนึ่ง จิ้มหน้าจอโทรศัพท์ที่รูปโพรไฟล์หนึ่งทีเปิดให้เด็กขี้สงสัยดู “คุณแม่คุยกับคนหล่อคนนี้ค่ะ”“ไหน”“ใคร”ลิงน้อยสองตัวแข่งกันยื่นมือป้อม ๆ มารับไปดูด้วยกัน“คุณพ่อนี่นา”“คุณแม่คุยกับคุณพ่อ”“คุณพ่อหล่อเนอะ”“อื้ม หล่อมาก”“พลับก็หล่อ”“พริมก็สวย”จากชมแม่ เปลี่ยนไปชมพ่อ สักพักเด็ก ๆ ก็ชมตัวเองสมแล้วกับที่เกิดมาเป็นลูกเธอ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ลูกของเธอนิสัย
ช่วงเวลาปิดเทอมของเด็ก ๆ ใกล้จะผ่านไป มันเร็วจนน่าใจหาย ปัณณ์ยกทั้งครอบครัวไปพักผ่อนที่บ้านเกิดของเพียงพิณ มีครอบครัวของเตชธรรมร่วมเดินทางไปด้วยกัน แทบจะเป็นกิจวัตรประจำปีของพวกเขาก็ว่าได้เพราะนับจากวันนั้นก็ผ่านมาเกือบสี่ปีแล้ว ที่พวกเขาสองครอบครัวมาพักผ่อนด้วยกัน“คุณแม่ขา หนูช่วยยกขนมไปส่งให้พี่คนสวยได้มั้ยคะ”“ได้ค่ะ ถือระวัง ๆ แล้วบอกพี่เขาด้วยนะคะ ว่าขนมได้แล้วค่ะ”คาเฟกลางสวนสตรอว์เบอร์รีของเพียงพิณมียอดขายค่อนข้างดี เปิดมาได้สามปีแล้ว เธอไม่ได้ลงมาบริหารด้วยตัวเองแต่จะบินมาดูความเรียบร้อยเดือนละหนึ่งครั้ง และว่าจ้างพอวาให้เข้ามาเป็นผู้จัดการร้าน เพื่อนของเพียงพิณดูแลร้านได้ดีมาก ค่าจ้างที่เธอให้เพื่อนก็มากกว่าเงินเดือนของผู้จัดการทั่วไปหลายเท่าที่ดินแปลงข้าง ๆ เธอก็กว้านซื้อมาหมดเตรียมขยายแปลงสตรอว์เบอร์รี ป้าเจ้าของที่ดินเมตตาขายให้ถูก ๆ เพราะทุกครั้งที่กลับบ้านเพียงพิณมักจะพาเด็ก ๆ ไปเยี่ยม ป้าเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลเธอก็จะฝากพอวาไปเยี่ยม และเอาของกินของใช้ไปฝากทุกครั้ง“ขนมได้แล้วค่ะ พี่คนสวยกินให้อร่อยนะคะ” ลูกค้าโต๊ะนั้นเอ็นดูลูกสาวเจ้าของร้านที่มาช่วยแม่ทำงานน้องพริมในวั
บทสรุปนี้สร้างความเจ็บปวดให้ทุกคน แต่มันก็ผ่านไปแล้ว จะไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายและคนร้ายที่จะมาทำอันตรายหลาน ๆ และเหลนน้อยทั้งสองคนของท่านอีกต่อไป ช่วงเวลาแบบนี้คุณธาราคิดถึงคุณทองดีจับใจ ถ้าท่านยังอยู่ ท่านคงจะจัดการปัญหาทุกอย่างได้โดยไม่ต้องมีใครเสียเลือดเนื้อเลยสักคน“คุณย่าเป็นยังไงบ้างครับ เพียงเล่าว่าคุณย่าเป็นลมหลายครั้ง ถ้าไม่สบาย พักผ่อนที่บ้านแล้วโทรมาเยี่ยมก็ได้ครับ ไม่ต้องลำบากมาเอง ผมเป็นห่วงคุณย่า กลัวจะเป็นลม หรือออกมาล้มอยู่ข้างนอก”“ย่าอยากมาเยี่ยมปัณณ์ ย่าเป็นห่วงที่สุดในโลก ปัณณ์ดีขึ้นแล้วจริง ๆ ใช่มั้ย ไม่มีอาการแทรกซ้อนแน่นะ”“ครับ เหลือแค่รอให้ร่างกายค่อย ๆ ฟื้นตัว ก็กลับมาเป็นปกติแล้วครับ งานนี้ต้องขอบคุณไอ้เต เพราะหมอหัวใจมือหนึ่งคนก่อนอย่างพ่อผมก็หนีไปอยู่ในคุกซะได้ โรงพยาบาลของเราก็เลยเหลือแค่ไอ้เตที่ผมพอจะฝากชีวิตไว้กับมันได้”“หมอเตเก่งมาก รอข่าวของปัณณ์เผยแพร่ออกไป ย่าเชื่อ ว่าคนไข้จะมาจองคิวรักษากับหมอเตแถวยาวไปถึงหน้าโรงพยาบาล”“ผมจะบอกมันให้นะครับ ว่าคุณย่าชื่นชม”“ย่ามีความสุขมาก ที่มีหลานเก่ง ๆ อยู่รอบตัว มีพัฒน์ มีปุณณ์มาคอยช่วยงานในบริษัท งานในโรงพยาบา
ความตายไม่เจ็บเลย หรือว่าความจริงแล้วมันง่ายกว่าพยายามนอนให้หลับเสียอีกร่างกายเธอเกร็งไปทุกส่วน และหงายหลังล้มตึงลงข้างล้อรถวิญญาณเธอหลุดออกจากร่างเหรอ? เธอถึงเห็นใบหน้าของปัณณ์เข้ามานั่งข้าง ๆ เขาเป็นห่วงเธอมาก เขย่าแขนเธอหลายครั้งเพื่อปลุกให้ตื่น“เพียง เพียง! ฟื้นสิเพียง!”เธอถูกยิงไปแล้วอาจจะที่หัวหรือไม่... ก็ที่หัวใจ“พี่... ปัณณ์”เสียงของเธออ่อนแรงคล้ายคนใกล้ตาย“พี่มาช่วยแล้ว เพียงฟื้นสิ!”“เพียง... จะตายแล้ว”เธอจะไม่ได้อยู่รักกับเขาอีกแล้วปัณณ์ไม่ยอมลดละ เขย่าแขนเธอต่อเนื่องทั้งพยายามจะลากตัวเธอไปอยู่ในที่ปลอดภัยอย่าพยายามเลยทิ้งเธอไว้ที่นี่ อีกไม่นานเธอก็สิ้นใจแล้วหยดน้ำตาไหลผ่านหางตาเพียงพิณลงสู่พื้นลานจอดรถในวัด“เพียง! ฟื้นเร็วเข้า เราต้องรีบหนีกันแล้ว!”“เพียงลุกไม่ไหว เพียง... ถูกยิง”เธอเบะปากร้องไห้ พูดเสียงแผ่วให้ปัณณ์ได้ร่ำลาเธอ บอกรักเธอเถอะก่อนจะไม่มีโอกาสได้คุยกันทั้งที่ยังเป็น ๆปัณณ์เหลียวมองกลับไปด้านหลังหลายครั้ง เขย่าเพียงพิณให้แรงขึ้นต่อมาเขาตะคอกใส่เธอจนแก้วหูเธอแทบแตก“บอกให้ลุกไงเพียง! เธอไม่ได้ถูกยิงโว้ย อย่าคิดไปเอง!”“ไม่ได้ถูกยิง?”พึมพำเสี
บ้านช่องใหญ่โตเงินทองก็กองเต็มบ้าน แต่กลับหาความสุขในชีวิตตัวเองไม่ได้ ราวกับว่าเหลืออยู่ตัวคนเดียวบนโลก ไม่มีลูก ไม่มีหลาน ไม่มีสามี ไม่มีครอบครัว หรือแม้แต่เครือญาติที่เคยสนิทต่างก็ห่างเหินออกไป ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยหลังจากท่านเจ้าสัวเสียชีวิตเกิดอะไรขึ้น มันเป็นเพราะอะไรคนผิดคือท่านเหรอ...กรรมถึงได้ตามสนอง ให้ไม่เหลือคนข้าง ๆ ในวัยใกล้จะลาโลกไม่มาลองเป็นท่าน ใครเล่าจะมาเข้าใจความรู้สึกเบื้องหน้าของหญิงชราวัยเจ็ดสิบกว่าปี คือเจดีย์ธาตุขนาดใหญ่ที่มีภาพถ่ายขาวดำของเจ้าสัวทองดีที่มีรอยยิ้ม จุดนี้อยู่ห่างจากศาลาวัดออกมาค่อนข้างไกล คุณธาราจองล็อกในวัดไว้และให้เหลือพื้นที่รอบ ๆ เพื่อปลูกดอกไม้ จ้างคนให้เข้ามารดน้ำพรวนดินดูแลเจดีย์ธาตุ มาถึงวันนี้ดอกไม้เหล่านั้นจึงยังเบ่งบานสวยงามอากาศยามเช้าตรู่ค่อนข้างหนาวมือสองข้างของหญิงชราแห้งเหี่ยวจากการโดนลมและน้ำค้างยามเช้าเป็นระยะเวลาต่อเนื่องหลายชั่วโมงรวมแล้วเกือบสามชั่วโมงเลยก็ว่าได้ ที่ท่านตัดสินใจมานั่งพับเพียบอยู่ในมุมมืด มีกระบอกปืนพกสั้นสีดำวางอยู่ข้าง ๆ ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะปลิดชีพตัวเองตามสามีและหลานสาวไปอยู่ในภพภูมิใหม่อายุปูนนี
กดกริ่งหน้าประตูนานมากไม่มีเสียงตอบรับ โทรหาก็ไม่รับสาย พัฒนะร้อนใจ ถือวิสาสะกดรหัสผ่านประตูเข้าไปยืนอึ้งกลางห้องโถงรีบหันหลังให้พี่ชาย ที่งัวเงียเคลื่อนใบหน้าออกจากหน้าอกหญิงแปลกหน้า ผ้าห่มเลื่อนหลุดจากแผ่นหลัง เผยรูปร่างขาวแน่นเนื้อที่เปลือยเปล่าไม่ต่างจากคนใต้ร่าง“พัฒน์เหรอ”“โทษทีพี่ ผมมีธุระด
“กำลังสงสัยอยู่เหรอ”แสงไฟในคฤหาสน์ทองบริสุทธิ์ และเรือนน้อยเรือนใหญ่หลังอื่นที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตเดียวกันดับไปหมดแล้ว พัฒนะเพิ่งจะเข้านอนไปได้หนึ่งชั่วโมง ก่อนจะมีสายเรียกเข้าจากเจ้าสัวทองดีให้มาพบท่านในเวลานี้ ย้ำชัดห้ามใช้เสียง และห้ามไม่ให้ใครเห็นเขาตกใจไปก่อนแล้ว กลัวจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับ
“มาแล้วค่ะ มีเนื้อส้มด้วยนะคะ ลองชิมดู” เธอยกแก้วเซรามิกสั่งทำพิเศษสกรีนรูปเขาที่หน้าบึ้งคู่กับเธอที่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันมาจรดบนริมฝีปากปัณณ์“พอเถอะเพียง!”ความอดทนของปัณณ์น่าจะเลยขีดจำกัดไปแล้ว เขาถึงได้ปัดมือเธอทิ้งจนน้ำส้มหกไปเกือบครึ่งแก้วเพียงพิณเงียบไปไม่นานก็วางแก้ว ไปหาผ้ามาเช็ดขากางเกงให้เ
“ขอโทษนะพี่” มันเรอ“ขอโทษนะพี่” มันผายลม“โทษทีพี่ พอดีช่วงนี้ท้องไส้ผมไม่ค่อยดี”“ไอ้เชี่ยเอ๊ย กูว่าเน่าทั้งท้องแล้วมั้ง” ไม่นอนมันแล้ว!ปัณณ์กระชากผ้าห่มออกจากน้องชายที่สวมแค่บ๊อกเซอร์ตัวเดียวเข้านอน สะบัดมือไล่กลิ่นไม่พึงประสงค์ เวลาเดียวกันก็เหยียดเท้าถีบบั้นท้ายมันให้กลิ้งลงไปกองบนพื้นใต้เตีย







