เข้าสู่ระบบกดกริ่งหน้าประตูนานมากไม่มีเสียงตอบรับ โทรหาก็ไม่รับสาย พัฒนะร้อนใจ ถือวิสาสะกดรหัสผ่านประตูเข้าไปยืนอึ้งกลางห้องโถงรีบหันหลังให้พี่ชาย ที่งัวเงียเคลื่อนใบหน้าออกจากหน้าอกหญิงแปลกหน้า ผ้าห่มเลื่อนหลุดจากแผ่นหลัง เผยรูปร่างขาวแน่นเนื้อที่เปลือยเปล่าไม่ต่างจากคนใต้ร่าง
“พัฒน์เหรอ”
“โทษทีพี่ ผมมีธุระด่วน”
“อืม...”
เสียงคนคุยกันรบกวนการนอนของเพียงพิณ เธอได้ยินเสียงกริ่งนานแล้วแต่เพราะอ่อนเพลียมากจึงไม่ยอมลืมตา แต่เมื่อมองเห็นว่ามีคนนอกอยู่ในห้อง เธอที่เปลือยเปล่าก็ร้องกรี๊ด กระชับผ้าห่มมาแนบเรือนร่างผลักปัณณ์ที่นอนทับเธอครึ่งคืนจนตัวเธอเกือบแบน กลิ้งลงไปนั่งเมาขี้ตาบนพรมผืนใหญ่
“ขอโทษจริงๆ นะครับ ผมกลับก่อน ไว้จะโทรหา”
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ได้พิเศษนักหรอก ที่สำคัญเขากำลังจะกลับแล้ว”
เพียงพิณหลุบสายตามองต่ำ ซ่อนความเสียใจที่ถูกเขาขับไล่ไสส่งทันทีที่เธอลืมตาตื่น
“ค่ะ จะกลับเดี๋ยวนี้ แล้วจะไม่มาที่นี่อีก”
“น่าจะเป็นข่าวดีที่สุดในรอบหลายปีเลยนะ”
ถ้าการที่เห็นเธอเสียใจเป็นความสุขและความสนุกที่สุดในชีวิตปัณณ์ เพียงพิณก็ไม่อยากจะเห็นหน้าเขาอีกแล้ว
เธอร้องไห้
ม้วนผ้าห่มคลุมร่างกายก่อนวิ่งเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ กลับออกมาอีกทีปัณณ์อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ เขาตามเก็บหมอน ผ้าห่ม และเสื้อผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่หล่นกระจัดกระจายรอบชุดรับแขก ยื่นเฉพาะของที่เป็นของเธอมาตรงหน้า
“เอากลับไปด้วย จะได้ไม่ต้องแอ๊บแบ๊วแกล้งขอมาที่นี่ เพื่อจะมาเอาของที่ลืมไว้”
“รอบคอบจังเลยนะคะ”
“แน่นอน”
“ทิ้งไปได้เลยค่ะ”
“...”
“เพียงไม่เอา”
เนื้อตัวเธอไม่สะอาดยังมีกลิ่นและเหนียวคาบคาวจากการร่วมสัมพันธ์ จึงไม่กล้าที่จะเฉียดเข้าไปใกล้ชายตัวสูงที่ออกมายืนรอนอกห้องตั้งแต่เกิดเรื่อง เขานิ่งมาก ประสานมือไว้หน้าขา ยืนตรงเหมือนหุ่นไม่มองมาทางเธอเลยแม้แต่น้อย
เพียงพิณไม่อยากทำตัวขายหน้าไปมากกว่านี้ เธอรีบวิ่งไปที่ลิฟต์ โดยมีสายตาของทนายหนุ่มมองตามจนกระทั่งเรือนร่างน้อยลับสายตา
ปัณณ์ฐานะดีกว่าเขาและปุณณ์ เพราะตระกูลทางแม่เป็นเศรษฐินีที่ดิน จึงมีเงินซื้อห้องชุดมูลค่ามากกว่าสามสิบล้าน
ถ้าจะถามว่าในบรรดาพวกเขาใครที่เหมาะสมจะเป็นหลานเขยของท่านเจ้าสัวทองดีมากที่สุด พัฒนะตอบได้เต็มปากว่าจะต้องเป็น ‘ปัณณ์’
“ผมเข้าใจว่าพี่ปัณณ์แอบชอบน้องเพลงมาตลอด”
“เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก เอ็นดูเหมือนน้องสาวจะไปแอบชอบได้ยังไง หรือถึงจะชอบ น้องเพลงก็ไม่รับรักหรอก เพราะคนที่น้องแอบชอบมันคือนายต่างหากล่ะพัฒน์ พูดธุระของนายมาเถอะ อีกเดี๋ยวพี่ต้องไปโรงพยาบาล”
“เรื่องคุณปู่ครับ สุขภาพท่านไม่ดี ผมไม่สบายใจถ้าจะให้คุณย่าดูแลคนเดียว ผมอยากขอแรงพี่ปัณณ์ผลัดเปลี่ยนกับผมไปนอนใกล้ๆ กับท่าน เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือคุณปู่ต้องการความช่วยเหลือ พวกเราสองคนจะได้ช่วยเหลือท่านได้ทันเวลา ไม่มั่นใจว่าจะรบกวนเวลาส่วนตัวของพี่ปัณณ์กับแฟนหรือเปล่า ถ้าไม่สะดวก...”
“สะดวกสิ เริ่มจากคืนนี้เดี๋ยวพี่ย้ายกลับไปอยู่บ้านเลยแล้วกัน แต่เรื่องแค่นี้ โทรมาบอกก็ได้นะ พี่ก็นึกว่าที่บ้านเกิดเรื่อง ตกใจหมดเลย”
“ผมนอนไม่หลับเพราะคิดเรื่องนี้ทั้งคืน ขอโทษครับ แต่ถ้าย้ายกลับไปอยู่บ้านแฟนพี่ปัณณ์จะไม่โกรธเหรอครับ เธอชื่ออะไรเหรอ ไม่เห็นเคยพาพี่สะใภ้มาแนะนำให้ผมรู้จักบ้างเลย”
“อย่าไปอยากรู้ชื่อยายเด็กช่างตื๊อคนนั้นเลย ด่าไปวันนี้เข้าหูซ้ายสักพักทะลุออกหูขวา ตกเย็นก็มานั่งยิ้มทำหน้าปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ดี”
ไม่เชื่อก็คอยดูผ่านกล้องวงจรปิดเย็นนี้ได้เลย
คนอย่างยัยเพียงเหรอ จะยอมถอยห่างออกไปแค่เพราะถูกเขาขับไล่ ถ้าเธออ่อนไหวขนาดนั้น คงไปตั้งแต่เดือนแรกแล้ว ไม่ดื้อด้านอยู่ให้เขาด่ามาหกเดือนหรอก
“หมอปัณณ์ อเมริกาโน่เย็นกับอาหารกลางวันมาส่งแล้วค่ะ”
เชื่อเขาหรือยัง ว่ายัยเพียงเป็นมนุษย์เมียประเภทเจ็บไม่จำ
ปัณณ์หยุดดูชาร์ตคนไข้ เหลือบไปมองพยาบาลรุ่นพี่ที่ผลักประตู หิ้วกล่องอาหารเข้ามาส่งถึงในห้องทำงาน
นายแพทย์หนุ่มขยับแว่นสายตา ตอบกลับอย่างไว้ตัว “ผมไม่ได้สั่งอาหารครับพี่อุ๊”
“อ๋อ ฟรีค่ะ แม่ค้าเจ้าของร้านอาหารเปิดใหม่หน้าโรงพยาบาลทำมาจีบ เอ๊ย ทำมาแจกค่ะ ได้กันทุกคนเลยนะคะ สงสัยจะกำลังหาลูกค้า แต่มีแค่กล่องเดียวที่ระบุชัดเจนว่าทำมาให้หมอปัณณ์ พี่ก็เลยอาสารับช่วงต่อเอามาส่ง กินให้อร่อยนะคะ”
ไม่ใช่ยัยเพียงงั้นเหรอ เซ็งชะมัด
ปัณณ์จิ๊ปาก หน้าบูด เดาะลิ้นเล่นดับอารมณ์หงุดหงิด
สงสัยว่าโทรศัพท์เขาแบตหมดหรือเปล่า ผ่านไปหลายชั่วโมงยังไม่มีเสียงสั่นจากข้อความเลยสักครั้ง ตรวจคนไข้เสร็จแล้วปัณณ์หลบมุมเช็กมือถือ
ใช่ว่าไม่มีการแจ้งเตือนทั้งข้อความและหมายเลขที่ไม่ได้รับสาย แต่ที่ผิดปกติคือยัยเพียงไม่ตื๊อส่งข้อความมากวนเขาต่างหาก
สงสัยจะโกรธจริง
ก็ดี งอนให้มันได้ตลอดรอดฝั่งล่ะ
กดกริ่งหน้าประตูนานมากไม่มีเสียงตอบรับ โทรหาก็ไม่รับสาย พัฒนะร้อนใจ ถือวิสาสะกดรหัสผ่านประตูเข้าไปยืนอึ้งกลางห้องโถงรีบหันหลังให้พี่ชาย ที่งัวเงียเคลื่อนใบหน้าออกจากหน้าอกหญิงแปลกหน้า ผ้าห่มเลื่อนหลุดจากแผ่นหลัง เผยรูปร่างขาวแน่นเนื้อที่เปลือยเปล่าไม่ต่างจากคนใต้ร่าง“พัฒน์เหรอ”“โทษทีพี่ ผมมีธุระด่วน”“อืม...”เสียงคนคุยกันรบกวนการนอนของเพียงพิณ เธอได้ยินเสียงกริ่งนานแล้วแต่เพราะอ่อนเพลียมากจึงไม่ยอมลืมตา แต่เมื่อมองเห็นว่ามีคนนอกอยู่ในห้อง เธอที่เปลือยเปล่าก็ร้องกรี๊ด กระชับผ้าห่มมาแนบเรือนร่างผลักปัณณ์ที่นอนทับเธอครึ่งคืนจนตัวเธอเกือบแบน กลิ้งลงไปนั่งเมาขี้ตาบนพรมผืนใหญ่“ขอโทษจริงๆ นะครับ ผมกลับก่อน ไว้จะโทรหา”“ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ได้พิเศษนักหรอก ที่สำคัญเขากำลังจะกลับแล้ว”เพียงพิณหลุบสายตามองต่ำ ซ่อนความเสียใจที่ถูกเขาขับไล่ไสส่งทันทีที่เธอลืมตาตื่น“ค่ะ จะกลับเดี๋ยวนี้ แล้วจะไม่มาที่นี่อีก”“น่าจะเป็นข่าวดีที่สุดในรอบหลายปีเลยนะ”ถ้าการที่เห็นเธอเสียใจเป็นความสุขและความสนุกที่สุดในชีวิตปัณณ์ เพียงพิณก็ไม่อยากจะเห็นหน้าเขาอีกแล้วเธอร้องไห้ม้วนผ้าห่มคลุมร่างกายก่อนวิ่งเ
“กำลังสงสัยอยู่เหรอ”แสงไฟในคฤหาสน์ทองบริสุทธิ์ และเรือนน้อยเรือนใหญ่หลังอื่นที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตเดียวกันดับไปหมดแล้ว พัฒนะเพิ่งจะเข้านอนไปได้หนึ่งชั่วโมง ก่อนจะมีสายเรียกเข้าจากเจ้าสัวทองดีให้มาพบท่านในเวลานี้ ย้ำชัดห้ามใช้เสียง และห้ามไม่ให้ใครเห็นเขาตกใจไปก่อนแล้ว กลัวจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับชายชราที่เป็นเจ้าของชีวิต แต่เมื่อมาถึง ชายชราที่ควรจะนอนหายใจรวยรินบนเตียง กลับลุกออกจากเตียงไปนั่งรินชาสบายอารมณ์บนชุดรับแขกมุมห้อง คู่กับคุณย่าธาราที่มีใบหน้าเรียบเฉย ราวกับหญิงชรารู้อยู่แล้วว่าสามีของท่านไม่ได้ป่วยใกล้ตาย“เปล่าครับคุณปู่”“เธอเก็บสีหน้าไม่เก่งเลยนะพัฒน์”“ขอโทษครับคุณย่า”“ขอโทษทำไม ย่าไม่ได้ดุพัฒน์เลยสักนิด”“มาจิบชาด้วยกันสิพัฒน์”ชายชราผายมือให้เด็กหนุ่มที่ท่านรักไม่ต่างจากหลานชายแท้ๆ มานั่งด้วยกัน“ครับ” พัฒนะไม่กล้ามองหน้าท่านดวงตาใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมคู่นั้นลดลงมองน้ำชาที่ไหลออกจากเหยือกเซรามิกขนาดเล็กลงไปแก้ว ก่อนเจ้าของตระกูลจะเลื่อนแก้วใบนั้นมาตรงหน้า“ดื่มสิ หายกังวลก่อนค่อยมาคุยกัน”“ขอบคุณครับคุณปู่”ลูกกระเดือกกลางลำคอพัฒนะเคลื่อนไหวตามชาอุ่นที่ไหลผ่านลงสู
“มาแล้วค่ะ มีเนื้อส้มด้วยนะคะ ลองชิมดู” เธอยกแก้วเซรามิกสั่งทำพิเศษสกรีนรูปเขาที่หน้าบึ้งคู่กับเธอที่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันมาจรดบนริมฝีปากปัณณ์“พอเถอะเพียง!”ความอดทนของปัณณ์น่าจะเลยขีดจำกัดไปแล้ว เขาถึงได้ปัดมือเธอทิ้งจนน้ำส้มหกไปเกือบครึ่งแก้วเพียงพิณเงียบไปไม่นานก็วางแก้ว ไปหาผ้ามาเช็ดขากางเกงให้เขา“พี่ปัณณ์ไม่ระวังเลย น้ำส้มหกหมดแล้ว ขากางเกงก็เปียก เพียงเช็ดให้นะคะ”“กระเป๋าอยู่ไหน ไปหยิบมา พี่จะกดเรียกรถมารับเธอ” เขาเหนื่อย อยากนอนพักผ่อนมากกว่าจะมาเสียเวลาอยู่กับเด็กพูดจาไม่รู้เรื่อง“แต่เราเพิ่งได้เจอกันเองนะคะ ยังไม่ถึงห้านาทีเลยด้วยซ้ำ”เมื่อวานเขาไล่เธอกลับหลังจากที่ได้เจอกันแค่สิบนาที ระยะเวลาที่สั้นลงทำเพียงพิณปวดแปลบกลางอกซ้าย เธอฝืนส่งยิ้มให้เขา จับที่หัวเข่าปัณณ์แหงนใบหน้าขึ้นสบสายตาคู่คม“เพียงคิดถึงพี่ปัณณ์นะคะถึงได้อยู่รอ เพียงอยากอยู่กับพี่ปัณณ์ เพียงขอค้างด้วยได้มั้ย เพียงเอาเสื้อผ้ามาด้วยค่ะ”พูดไม่รู้เรื่อง!“จะหน้าด้านหน้าทนไปถึงไหนเพียง!”ปัณณ์กระชากข้อศอกเล็ก ดึงกายท่อนบนของเพียงพิณขึ้นมาเกยบนตักกว้าง“พี่อยากอยู่คนเดียว ไม่ได้อยากมีเธอในชีวิต!”“...”“ก่อนกดร
“ขอโทษนะพี่” มันเรอ“ขอโทษนะพี่” มันผายลม“โทษทีพี่ พอดีช่วงนี้ท้องไส้ผมไม่ค่อยดี”“ไอ้เชี่ยเอ๊ย กูว่าเน่าทั้งท้องแล้วมั้ง” ไม่นอนมันแล้ว!ปัณณ์กระชากผ้าห่มออกจากน้องชายที่สวมแค่บ๊อกเซอร์ตัวเดียวเข้านอน สะบัดมือไล่กลิ่นไม่พึงประสงค์ เวลาเดียวกันก็เหยียดเท้าถีบบั้นท้ายมันให้กลิ้งลงไปกองบนพื้นใต้เตียง จ้ำเท้าลงจากเตียงไปกวาดเสื้อผ้าชุดเดิมมาสวมลวกๆหนุ่มจอมกวนแอบยิ้มจนพอใจ ก่อนจะขึ้นนั่งขัดสมาธิถามพี่ชายน้ำเสียงเคร่งเครียด“นี่มันจะตีหนึ่งแล้วนะพี่ จะใส่เสื้อผ้าไปไหน”“กลับห้อง”“ไหนว่าไม่อยากกลับไปนอนห้อง”“ดีกว่านอนดมตดมึง”“อยากกลับไปนอนกอดเมียก็บอกมาเถอะ”“มึงอยากโดนเตะเหรอ”“ปากอย่างใจอย่างนี่หว่า ว้ายๆๆ”“หุบปากไปเลยมึง”พี่ชายกระตุกท่อนขานิดเดียวปุณณ์รีบคว้าหมอนมาป้องศีรษะ กลัวจะมีของแข็งลอยมากลางอากาศแซวนิดแซวหน่อยไม่ได้ ไอ้คนใจร้าย!“มีผู้หญิงมาคอยเอาใจ กวาดห้อง เก็บห้อง ทำกับข้าวไว้รอ แถมยังได้อึ๊บฟรี ไม่ต้องลำบากออกไปหากินนอกบ้าน ดีจะตาย ทำเป็นเก๊กว่าไม่ชอบ ระวังเถอะ จะตกม้าตายเข้าสักวัน”“กูกลับล่ะ อ้อ กูแนะนำมึงด้วยความหวังดีนะปุณณ์ เข้าอาบอบนวดให้น้อยลง เปย์ผู้หญิงให้น้อย
‘ปัณณ์เคยบอกปู่ ว่าอยากเป็นหมอมารักษาปู่กับย่าใช่มั้ย’‘ใช่ฮะ ปัณณ์อยากเป็นหมอเหมือนพ่ออธิป’ ‘ปัณณ์ดูตึกตรงหน้าสิ ปู่สร้างโรงพยาบาลไว้ให้ปัณณ์ โตขึ้น ปัณณ์ช่วยปู่ดูแลโรงพยาบาลนะลูก เรียนหมอให้เก่งๆ เรียนหมอหัวใจยิ่งดี จะได้ช่วยดูแลน้องเพลงให้แข็งแรง’‘ฮะคุณปู่ ปัณณ์จะเป็นหมอหัวใจที่เก่งมาช่วยดูแลน้องเพลงแทนคุณปู่ ตึกสูงจังเลยฮะ หนึ่ง สอง สาม..’‘…’‘โอ้โห! สิบสองชั้นเลยเหรอฮะคุณปู่’‘ชอบมั้ย ของขวัญครบรอบสิบสองขวบของปัณณ์’‘ชอบที่สุดเลยฮะ’ท้ายรถของปุณณ์กับพัฒนะเคลื่อนออกไปไกล ปัณณ์กลับไม่หยุดเช็ดน้ำตา บอกน้องๆ ให้ทำใจ แต่ตัวเขาเองกลับทำใจไม่ได้รอยยิ้มอ่อนโยนและมืออบอุ่นคู่นั้นที่มักจะโอบกอดเขาด้วยความรัก เขาจะไม่มีโอกาสได้เห็นและได้รับอีกแล้วเหรอในวันเปิดตัวโรงพยาบาล ‘กรุงเทพฯ ธารา’ เพลงพฤกษาเพิ่งจะอายุห้าขวบ เธออ่อนแอทั้งยังขี้โรค ต้องนอนโรงพยาบาลบ่อยๆ เพราะป่วยโรคหัวใจพิการมาแต่กำเนิดคุณปู่สร้างโรงพยาบาลเพื่อให้หลานสาวเพียงคนเดียวในตระกูลได้รับการรักษาที่ดีที่สุด ดึงพ่ออธิปของปัณณ์กับปุณณ์ที่เป็นศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจมาช่วยงาน และให้นั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการคุณปู่ทองดีตามใจ
‘เสร็จงานแล้วรีบกลับบ้านนะคะ เพียงจะทำอาหารไว้รอ’ กดส่งข้อความด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม เก็บโทรศัพท์ไว้โดยไม่สนใจว่าเขาจะเข้ามาอ่านหรือเปล่า เพราะสุดท้ายแล้วถึงเขาจะห้าม เธอก็รั้นอยากไปอยู่ใกล้ๆ อยู่ดี ใบขับขี่รถยนต์มาอยู่ในกระเป๋าของเธอนานแล้ว แต่ ‘เพียงพิณ’ ไม่เคยกล้าขับรถยนต์ออกถนนใหญ่ตามลำพังเธอชำนาญทาง มาที่นี่ค่อนข้างบ่อยด้วยรถรับจ้างสาธารณะ แต่เธอไม่ชำนาญการขับรถเอาเสียเลย โชคยังดีที่มาถึงจุดหมายปลายทางโดยปลอดภัย ไม่ได้ขับรถไปขูดขีดกับใคร และเสาต้นใหญ่ในลานจอดรถชั้นใต้ดินคอนโดฯ ก็ไม่มีร่องรอยใหม่ทับรอยเก่าที่กระจกรถยนต์ของเธอเคยหักเพราะมันมาแล้วจอดรถเรียบร้อยแล้ว เพียงพิณเดินข้ามสะพานลอยไปเลือกซื้อวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารเย็นในห้างสรรพสินค้า เมนูนี้เธอจดมาจากพี่สะใภ้ ฝึกทำที่บ้านจนอร่อยอยากจะทำให้คนรักได้ลองชิม เผื่อว่าเขาจะติดใจรสมือและอนุญาตให้เธอแวะมาหาบ่อยๆ โดยไม่บ่น หรือทำหน้าตาหงุดหงิดใส่ให้หัวใจของเธอห่อเหี่ยวซื้อวัตถุดิบมาครบแล้ว เพียงพิณหิ้วของเต็มสองมือกลับมาที่คอนโดฯ ของปัณณ์ รหัสผ่านเข้าห้องเขา เธอรู้ดี เขาจะเปลี่ยนสักกี่ครั้ง เธอก็เดาสุ่มถูกจนได้ ไม่มีอะไรสำคัญ







![คำสาปราคะคุณหนูตัวร้าย 3P [Nc20+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)