공유

27

last update 게시일: 2026-06-10 16:35:47

รุ่งเช้าวันถัดมา...

อาคมกำลังนั่งป้อนข้าวต้มกุ้งตัวโตๆให้กับหญิงสาวร่างบอบบางด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยเธอ

"คุณอาคมทานบ้างสิคะ..."

"แค่ฉันเห็นเธอกินฉันก็อิ่มแล้ว" อาคมไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกพวกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่และเกิดขึ้นตอนไหนนานแล้วหรือยัง แต่ทุกครั้งยามที่เขามีเรื่องทุกข์กายทุกข์ใจอะไรพอได้กลับมาเพนท์เฮ้าส์แล้วเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของขึ้นฉ่ายที่มีแต่รอยยิ้มพิมพ์ใจมอบให้แก่เขา เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...เขารู้สึกว่าตัวเองได้ค้นพบคำตอบของหัวใจตั้งแต่ครั้งแรกที่นั่งมองเธอผ่านกระจกสีดำยามส่งลูกน้องคนสนิทไปเหมาทั้งข้าวเหนียวหมูปิ้งและพวกขนมไทยหน้าโรงเรียนที่เธอมักจะมาตั้งโต๊ะขายเป็นประจำ

จนตอนนี้ลูกน้องของเขาแทบทุกคนคงจะต้องพาไปตรวจร่างกายประจำปีที่โรงพยาบาลเพื่อเช็ควินิจฉัยดูว่ามีน้ำตาลในเลือดเกินกว่ามาตรฐานหรือไม่

"เธอรู้หรือเปล่าว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน..." จู่ๆอาคมก็หลุดปากถามคำถามนี้ออกไป

"ก็ตอนที่ลูกน้องของคุณจับตัวหนูมาที่เพนท์เฮ้าส์ยังไงล่ะคะ"

"เปล่า...เธอจำผู้ชายที่ชอบไปเหมาข้าวเหนียวหมูปิ้งและสั่งพวกขนมทีละหลายกิโลได้ไหม"

คำถามนี้ทำให้ขึ้นฉ่ายหยุดชะงัก เพื่อนำคำถามผ่านเข้าสู่สมองเจียระไนโดยกระบวนการคิด วิเคราะห์ แล้วย้อนนึกกลับไปเหตุการณ์หลายเดือนก่อนหน้านี้

แต่...แล้วทำไมคุณอาคมถึงรู้เรื่องนี้กันล่ะ

"คุณมดดำมดแดงนั่นเหรอ คุณรู้ได้ยังไงคะ?"

"ก็ออเดอร์ทั้งหมดที่เธอได้น่ะเป็นฝีมือของฉันเอง ส่วนไอ้คนที่ลงไปซื้อใส่หมวก ใส่แว่น ปิดแมสก์คนนั้นน่ะคือไอ้แม้นเมืองลูกน้องคนสนิทของฉันเอง" เมื่อได้ยินคำอธิบายขยายความของอาคมขึ้นฉ่ายก็ถึงบางอ้อทันที

"คุณทำแบบนี้ทำไมคะ?"

"ตอนแรกฉันก็แค่ขับรถผ่านทางนั้นเฉยๆแต่ก็ดันเห็นใครไม่รู้ยืนกวักมือเรียกลูกค้า หมูปิ้งไหมจ๊ะหมูปิ้งหมูปิ้งไม้ละ 5 บาทจ้ะ ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึงขยันขันแข็งแทบทุกวันต้องมายืนหลังผดหลังแข็งตากแดดจนเหงื่อไหล ฉันชอบแล้วฉันก็นับถือในความมุ่งมั่นมานะของเธอ หลังจากนั้นฉันก็เลยมาขับรถแอบมองเธออยู่ทุกวันทุกวันทุกวัน..." ทุกครั้งที่เขาเล่าเรื่องราวหรือเล่าอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับหญิงสาวซึ่งชื่อว่าขึ้นฉ่ายมันมักจะมีรอยยิ้มพิมพ์ใจแสดงให้เห็นอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาร่ำไป

"แล้วคุณก็ให้ลูกน้องมาช่วยซื้อของหนูเพราะสงสารงั้นเหรอคะ? ถ้างั้นสรุปที่หนูต้องมาอยู่กับคุณเพื่อเป็นการไถ่ดอกแล้วก็ชดใช้หนี้สินที่แม่หนูไปก่อเอาไว้รวมอยู่ในแผนการของคุณด้วยงั้นเหรอคะ?" เครื่องหมายคำถามอันเบ้อเร่อปักอยู่กลางหน้าผากของหญิงสาว ถ้าเป็นอย่างที่เธอสันนิษฐานจริงเธอก็คงจะเป็นของเล่นชั่วครั้งชั่วคราวที่อีกฝ่ายอยากได้มากจนกระทั่งต้องพยายามทำทุกสิ่งอย่างให้อยู่ในการครอบครอง

แต่พอเบื่อแล้วก็คงจะถูกเฉดหัวทิ้ง...เพราะบางอย่างยิ่งได้มาง่าย ก็ยิ่งไร้ค่าง่ายเช่นเดียวกัน

"มันไม่ใช่แผนการของฉันหรอก ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอคือลูกสาวของพิมพาหญิงวัยกลางคนที่มักจะมาเล่นการพนันที่บ่อนของฉันแล้วติดหนี้มากมาย ฉันเองก็เพิ่งทราบตอนที่ไอ้แม้นเมืองมันโทรบอกว่าคนคนนั้นคือเธอ ฉันก็เลยคิดว่าแม่อย่างพิมพาหากคิดจะยกเธอให้ฉันแล้วก็คงจะยกเธอให้ใครต่อใครได้ไม่ยาก มันเกิดความรู้สึกหึงหวงในใจฉันไม่อยากให้เธอเป็นของใครฉันก็เลยเลือกที่จะให้เงินพิมพาก้อนหนึ่งเพื่อแลกกับตัวเธอ" ในแววตาของอาคมมีแต่ความจริงจังและเน้นย้ำว่าคำพูดที่ถูกเปล่งออกมาไม่ใช่เรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อโกหกหลอกลวงแต่มันคือเรื่องที่เคยเกิดขึ้น

"...ที่คุณรับหนูมาอยู่ด้วยเพราะว่าคุณแค่สงสารหนูเหรอคะ?" น้ำเสียงสลดก้มหน้างุด พยายามสำเหนียกตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าตนเองเป็นแค่ลูกหนี้ที่เอาตัวเข้าแลกเพื่อชดใช้หนี้ให้กับเจ้าหนี้อย่างเขา ไม่ใช่คนที่เขาคิดว่าจะรักด้วยซ้ำ...

“ฉันทำขนาดนี้แล้ว เธอยังดูไม่ออกอีกเหรอว่าฉันคิดยังไงกับเธอ” อาคมทุ่มตัวลงบนเตียงนุ่มของโรงพยาบาลด้วยความหงุดหงิดที่อีกฝ่ายไม่ยอมรับรู้อะไรเสียที!

อาคมผู้ที่ไม่เคยยอมใคร ร้ายกาจกับคนทั้งโลก ใครทำให้โมโหหรือไม่พอใจมันต้องหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลหรือตายเท่านั้น แต่เมื่อเขามาเจอเธอทุกทฤษฎีก็ถูกลบล้างไปหมด มันเหมือนเขามีข้อยกเว้นให้เธอในทุกๆเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม

“ก็หนูไม่รู้นี่คะว่าที่คุณบอกรักหนู เพราะรักหนูจริงๆหรือหวังแค่เซ็กซ์อย่างเดียวกันแน่” ที่ผ่านมาอาคมเพียงแค่พูดกล่อมให้เธอรู้สึกอินแต่กลับไม่ได้ให้สถานะหรือความชัดเจนกับเธออะไรซักอย่าง แม้แต่การมีตัวตนอยู่บนโลกของเขาในฐานะคนรู้ใจเธอยังไม่เคยได้รับเลยด้วยซ้ำ...

“ฟังนะขึ้นฉ่ายผู้หญิงในโลกนี้มีเป็นร้อยเป็นพันที่พร้อมจะถอดผ้าถวายตัวให้ฉัน ถ้าฉันหวังแค่เซ็กซ์กับเธออย่างเดียวฉันคงไม่ยอมลงทุนทำเพื่อเธอมากมายขนาดนี้หรอก สู้ฉันไปกินของฟรีหรือซื้อกินเอาครั้งห้าหกพันไม่ดีกว่าเหรอ?” หากคุยกับคนอื่นป่านนี้อาคมคงขึ้นเสียงแข็งเสียงหยาบกร้านไปแล้ว แต่อย่างว่ากับเธอข้อต้องห้ามทุกอย่างถูกยกเว้นขึ้นหิ้งเอาไว้เสียโดยนัย

“เหรอคะ?”

“ถ้าเธอยังไม่มั่นใจ ก็รีบลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ

“คะ?” ใบหน้าสวยขมวดคิ้วหรี่ตามองด้วยความสงสัยที่ลอยว่อนอยู่กลางหน้าผาก “รีบลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าไปไหนเหรอคะ”

“ก็ไปจดทะเบียนสมรสไง เธอจะได้เชื่อว่าฉันรักเธอจริงๆไม่ใช่แค่หวังเซ็กซ์อย่างเดียว”

จากผู้ชายที่ตั้งมั่นกับตัวเองเอาไว้ว่าชาตินี้จะไม่มีลูก มีครอบครัวหรือมีภรรยาให้ปวดสมองเด็ดขาด กลับรีบร้อนเลิ่กลั่กพาหญิงสาวไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างขึ้นฉ่ายไปจดทะเบียนสมรสเพียงเพราะกลัวเมียไม่รัก

"คะ..."

"เออฉันลืมไปว่าอาการเธอคงจะไม่ดีสักเท่าไรหากให้เดินทางไปที่เขตอีกตั้งหลายนาทีกว่าจะถึง งั้นฉันโทรให้คนมาจดทะเบียนสมรสเราสองคนที่โรงพยาบาลเลยก็แล้วกัน รอฉันครู่นึงนะ" พูดจบอาคมก็เดินออกไปด้านนอกริมระเบียงเพื่อต่อสายโทรหาบุคคลที่สามที่ถูกกล่าวถึงหมาดๆเมื่อครู่โดยไม่ได้สนใจหญิงสาวที่กำลังนั่งหัวมึนตึ๊บเพราะทุกอย่างมันรวดเร็วไปหมดเสียจนเธอไม่สามารถตั้งตัวทัน

"เดี๋ยวอีก 10 นาทีคนที่จะมาจดทะเบียนสมรสให้เราสองคนจะมาถึง"

"อะไรกันคะ?"

"เห้อ! เดี๋ยวฉันไปเรียกไอ้แม้นเมืองแล้วก็ลูกน้องอีกสักคนสองคนมาเป็นพยานก็แล้วกันนะ เพราะถ้าฉันจำไม่ผิดการจดทะเบียนสมรสนี่ต้องมีพยานรู้เห็นอย่างน้อย 2 คน" แล้วก็ลุกขึ้นพรวดพราดออกไปอีกรอบ ก่อนจะกลับเข้ามา

"คุณคิดดีแล้วเหรอคะที่จะจดทะเบียนสมรสกับหนู ถ้าคุณจะจดทะเบียนสมรสกับหนูเพียงเพราะอยากจะให้หนูเชื่อคุณไม่เป็นไรก็ได้ค่ะ"

"ขึ้นฉ่าย ที่ฉันจดทะเบียนสมรสกับเธอก็จริงอยู่ฉันอยากจะให้เธอเชื่อในคำพูดของฉันว่าฉันจริงจังกับเธอและไม่ได้คิดเล่นๆกับเธอจริงๆ ซึ่งอีกอย่างฉันก็อยากให้มันเป็นเครื่องยืนยันความรักระหว่างเราด้วย" อาคมเดินเข้าไปใกล้เรือนร่างบอบบางแล้วหยิบยกฝ่ามือนุ่มขึ้นมาจับเอาไว้เสมอใบหน้า "ฉันรักเธอนะขึ้นฉ่าย ฉันไม่รู้ว่าความรู้สึกพวกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหนแต่ฉันมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เธอกลายเป็นรอยยิ้ม กลายเป็นโลกทั้งใบทำให้โลกสีเทาของฉันกลายเป็นสีชมพู"

"..."

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • เพียงใจกระหายรัก   32 จบบริบูรณ์

    "ได้นอนกอดเมียแบบนี้ทุกคืนชื่นใจจังเลย" อาคมกระชับกอดเรือนร่างบางของภรรยาอย่างแนบชิดสนิทกาย ก่อนที่มือปลาหมึกของเขาจะเริ่มไล้ขึ้นไปใต้ทรวงอกแล้วช้อนความนุ่มนิ่มเข้าครอบครอง "หื่นอีกแล้วนะคะ!" "หรือว่าเมียจ๋าไม่ชอบ?" อาคมเลิกคิ้วถามด้วยใบหน้าเล่นหูเล่นตา "ว่าไงคะคนดี" แล้วกระซิบกระซาบข้างๆใบหูเล็กแกมน้ำเสียงแหบพร่าซาบซ่านไปทั้งกาย "ชอบสิคะ ชอบมากด้วย" ขึ้นฉ่ายดันเขาให้นอนราบลงบนเตียงนอนนุ่ม ก่อนจะยกขาก้าวขึ้นคร่อมแล้วใช้ฝ่ามือนุ่มนิ่มลูบไล้วนเวียนบริเวณแผงอกแกร่งกำยำของผู้เป็นสามี จากนั้นจึงปลดกระดุมเสื้อนอนออกทีละเมฺ็ดทีละเม็ด "..." อาคมชอบภรรยาตอนนี้เหลือเกิน เธอเหมือนมีใครอีกคนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวตนมาสิงสถิต ณ เรือนร่าง จนเขาอยากจะจับอัดลงเตียงแล้วกระแทกเน้นๆให้รู้แล้วรู้รอดสมใจอยากไป "อุ้ย!" มือเล็กไล่ต่ำลงไปเรื่อยไปจนถึงเป้าตุงๆของเขาที่ตอนนี้เจ้าหนอนน้อยคงจะสำแดงอานุภาพขยายพองตัวพร้อมพ่นพิษใส่เธอเต็มที่แล้ว "อ่าห์ อย่าทรมานพี่สิคะคนดี" อาคมเริ่มจะทนไม่ไหว เมื่ออีกฝ่ายกำลังนั่งบนเป้าตุงๆแล้วขยับสะโพกปล่อยให้เนินโหนกอวบอิ่มครูดถูกับความแข็งขืนของเขาโดยที่ไม่ยอมสอดใส่เสีย

  • เพียงใจกระหายรัก   31

    @10 ปีผ่านไป..."สวยแล้วจ้าเมียจ๋า ไม่ว่าจะแต่งเสื้อโอเวอร์ไซส์ตัวใหญ่โคร่งหรือเสื้อหรูดูดีระดับแบรนด์ดังเมียจ๋าของผัวก็สวยไม่เคยเปลี่ยน" อาคมเดินเข้าไปหอมซอกคอภรรยาสาวสุดสวยที่กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งด้วยความหลงใหล วันนี้เมียของเขาคงจะสวยเป็นพิเศษ...เพราะแต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศ ใส่ชุดเดรสสีแดงสดคล้องคอเว้าหน้าอกเห็นร่องอวบอูมเล็กน้อยพร้อมกับกระโปรงระบายด้านล่างแหวกขึ้นมาเพื่ออวดขาอ่อนเรียวยาวที่ขาวนวลซึ่งเขาคือผู้ที่โชคดีคนนั้นที่ได้มีโอกาสสัมผัสแล้วดอมดมทุกซอกทุกมุม "พี่อาคมนี่ก็ชมเกินจริงนะคะ ปีนี้หนู 30 กว่าแล้วนะคะ คงจะไม่สดไม่สวยเหมือนตอนแรกๆ" "สวยสิเมียจ๋าของผัวสวยที่สุด ต่อให้อายุมากกว่านี้ก็ยังสวยสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เนอะเมียจ๋า" แม้จะแต่งงานอยู่กินกันมา 10 ปีเสร็จแล้วแต่ความรักของทั้งสองคนยังหวานฉ่ำชื่นมื่นเหมือนเมื่อ 14 ปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน ซ้ำตอนนี้ยังมีโซ่ทองคล้องใจถึง 4 คน...นั่นก็คือคนโต อาทิตย์ และ ตะวันชายหนุ่มฝาแฝดรูปหล่อวัย 9 ขวบ น้อง เพียงดาว เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มที่ถอดโครงแม่มาอย่างเป๊ะๆเพิ่งจะอายุครบ 8 ขวบ และน้อง เพียงฟ้า น้องเล็กของบ้านที่มักจะ

  • เพียงใจกระหายรัก   30

    3 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก...ตอนนี้ทั้งลดา มีนา กร และขึ้นฉ่ายก็เรียนจบปริญญาตรีกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งวันนี้เป็นวันพระราชทานปริญญาบัตรรับจากทางมหาวิทยาลัยโดยตรงทำให้ภายในรั้วมหาวิทยาลัยค่อนข้างครึกครื้นไปด้วยนิสิตและคนที่มาแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม..."ในที่สุดพวกเราก็จบสักที!!!!" แก๊งเพื่อนรักกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจในขณะที่ตนเองกำลังสวมชุดครุยมหาวิทยาลัยอย่างมีเกียรติ "กอดคอพากันจบจนได้ แต่ก็ต้องขอบคุณหัวสมองยายขึ้นฉ่ายจริงๆที่เป็นแม่พระแล้วก็ทำให้พวกกู 3 คนจบพร้อมคนอื่นเขา""เอาพวงมาลัยมาไหว้ฉันเลยเดี๋ยวนี้!" ว่าจบทั้งสี่คนก็หัวเราะร่อมีความสุข "แล้วพวกมึงคิดไว้หรือยังจบปุ๊บจะไปทำอะไรกัน" กร หลังจากที่ผิดหวังจากขึ้นฉ่ายเขาก็พักใจยาวๆจนกระทั่งได้ไปลงเอยกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีอายุมากกว่าประมาณ 4-5 ปี... ทั้งสองคนเจอกันครั้งแรกที่นิวยอร์กประเทศอังกฤษ...ตอนนั้นเขาจำได้ว่าเขากะจะไปพักใจเรื่องขึ้นฉ่ายในช่วงปิดเทอมของมหาวิทยาลัยแล้วบังเอิญเจอกันพูดคุยกันถูกคอแล้วค่อยๆพัฒนาขยับความสัมพันธ์ขึ้นมาเรื่อยๆ ผู้หญิงคนนั้นก็คืออารยา..."กูก็คงจะกลับไปเปิดร้านตัดเย็บเล็กๆที่แถวบ้านนั่นแห

  • เพียงใจกระหายรัก   29

    "..." คุณทรงอำนาจนิ่งเงียบ..."พ่อรู้ไหมว่าความหวังดีของพ่อมันทำให้ผมเป็นทุกข์มากแค่ไหน" น้ำใสๆของลูกผู้ชายเอ่อล้นคลอเบ้าด้วยอารมณ์ที่ยากจะกักเก็บเอาไว้อยู่ "หลังจากที่แม่ตายพ่อก็ไม่เคยมาดูดำดูดีหรือเอาใจใส่ผมอย่างที่พ่อคนอื่นทำเลยสักครั้ง...ฮึก ตอนมีงานวันพ่อที่โรงเรียนผมได้แต่ยืนมองดูเพื่อนคนอื่นๆกราบเท้าพ่อโอบกอดพ่อแล้วก็บอกรักพ่อ แต่ด้านหน้าของผมมีเพียงแค่เก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินที่แสนว่างเปล่าไร้แม้กระทั่งเงาของพ่อ พ่อรู้หรือเปล่าว่าผมรู้สึกยังไง...ฮือ" อาคมพูดด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆเพราะการกลั้นลมหายใจไม่เป็นจังหวะของเขา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอาคมพยายามเก็บซ่อนไอ้ความรู้สึกแย่ๆเหล่านี้ให้ฝังและจมดินไปตลอดแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้..."อะ...อาคม" คุณทรงอำนาจไม่เคยรู้เลยว่าความหวังดีของตนจะไปทำร้ายลูกชายเพียงคนเดียวของเขาขนาดนี้ "พอผมโตขึ้น...ฮึก ผมอยากเรียนอยากได้ดีไปทางวาดรูปแต่พ่อก็ไม่เคยสนับสนุน พ่อเอากระดาษ เอาสีเอาพู่กันของผมไปทิ้งเพราะพ่อมองว่ามันไร้สาระ...พ่อบังคับให้ผมเรียนห้องคิงที่เป็นห้องส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ พอมัธยมศึกษาตอนปลายพ่อก็ส่งผม

  • เพียงใจกระหายรัก   28

    "เธอรู้หรือเปล่าว่าตอนที่ฉันเห็นเธอเจ็บหัวใจของฉันมันเหมือนถูกมือใครสักคนบีบให้แหลกละเอียด ฉันอยากจะเจ็บแทนเธอ อยากไปนอนอยู่บนเตียงนี้แล้วใส่สายน้ำเกลือแทนเธอ อยากป่วยไข้แทนเธอ และทุกครั้งที่ฉันคิดว่าหากฉันต้องเสียเธอไปฉันจะอยู่ยังไง...เมื่อก่อนฉันเป็นผู้ชายเละเทะไม่เอาไหน ใช้ชีวิตเรื่อยๆไปวันๆแทบไม่สนใจความรู้สึกใคร อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่พอฉันได้มาเจอเธอจุดหมายปลายทางของฉันมันก็เริ่มมีความหมาย..." ทุกสิ่งทุกอย่างที่อาคมพูดออกมาล้วนจากใจจริงจากสิ่งที่เขารู้สึกจริงๆไม่ใช่ใส่สีตีไข่ให้สวยหรูดูดี "เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีขึ้น เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีพอที่จะยืนข้างๆเธอและสามารถดูแลเธอได้ เธอทำให้ผู้ชายคนนี้คนที่ไม่เอาไหนและไม่เคยคิดจะวาดฝันอนาคตหรือจริงจังมีครอบครัวกับใคร อยากสร้างอนาคตร่วมกับเธอโดยที่ที่ตรงนั้นต้องมีเธออยู่ข้างๆกาย ฉันรักเธอนะขึ้นฉ่าย" น้ำใสๆเอ่อล้นอาบสองพวงแก้มด้วยความปลื้มปริ่มใจชนิดที่ว่าไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ เธอไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงเพราะตอนนี้ในใจมันเต้นโครมครามตื่นเต้นไปหมด "แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า?" อาคมถามอย่างมีความหวัง "แต่ถ้าเธอบอกว่าเธอ

  • เพียงใจกระหายรัก   27

    รุ่งเช้าวันถัดมา...อาคมกำลังนั่งป้อนข้าวต้มกุ้งตัวโตๆให้กับหญิงสาวร่างบอบบางด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยเธอ "คุณอาคมทานบ้างสิคะ..." "แค่ฉันเห็นเธอกินฉันก็อิ่มแล้ว" อาคมไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกพวกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่และเกิดขึ้นตอนไหนนานแล้วหรือยัง แต่ทุกครั้งยามที่เขามีเรื่องทุกข์กายทุกข์ใจอะไรพอได้กลับมาเพนท์เฮ้าส์แล้วเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของขึ้นฉ่ายที่มีแต่รอยยิ้มพิมพ์ใจมอบให้แก่เขา เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...เขารู้สึกว่าตัวเองได้ค้นพบคำตอบของหัวใจตั้งแต่ครั้งแรกที่นั่งมองเธอผ่านกระจกสีดำยามส่งลูกน้องคนสนิทไปเหมาทั้งข้าวเหนียวหมูปิ้งและพวกขนมไทยหน้าโรงเรียนที่เธอมักจะมาตั้งโต๊ะขายเป็นประจำ จนตอนนี้ลูกน้องของเขาแทบทุกคนคงจะต้องพาไปตรวจร่างกายประจำปีที่โรงพยาบาลเพื่อเช็ควินิจฉัยดูว่ามีน้ำตาลในเลือดเกินกว่ามาตรฐานหรือไม่ "เธอรู้หรือเปล่าว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน..." จู่ๆอาคมก็หลุดปากถามคำถามนี้ออกไป "ก็ตอนที่ลูกน้องของคุณจับตัวหนูมาที่เพนท์เฮ้าส์ยังไงล่ะคะ" "เปล่า...เธอจำผู้ชายที่ชอบไปเหมาข้าวเหนียวหมูปิ้งและสั่งพวกขนมทีละหลายกิโลได้ไหม"

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status