로그인"เธอรู้หรือเปล่าว่าตอนที่ฉันเห็นเธอเจ็บหัวใจของฉันมันเหมือนถูกมือใครสักคนบีบให้แหลกละเอียด ฉันอยากจะเจ็บแทนเธอ อยากไปนอนอยู่บนเตียงนี้แล้วใส่สายน้ำเกลือแทนเธอ อยากป่วยไข้แทนเธอ และทุกครั้งที่ฉันคิดว่าหากฉันต้องเสียเธอไปฉันจะอยู่ยังไง...เมื่อก่อนฉันเป็นผู้ชายเละเทะไม่เอาไหน ใช้ชีวิตเรื่อยๆไปวันๆแทบไม่สนใจความรู้สึกใคร อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่พอฉันได้มาเจอเธอจุดหมายปลายทางของฉันมันก็เริ่มมีความหมาย..." ทุกสิ่งทุกอย่างที่อาคมพูดออกมาล้วนจากใจจริงจากสิ่งที่เขารู้สึกจริงๆไม่ใช่ใส่สีตีไข่ให้สวยหรูดูดี "เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีขึ้น เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีพอที่จะยืนข้างๆเธอและสามารถดูแลเธอได้ เธอทำให้ผู้ชายคนนี้คนที่ไม่เอาไหนและไม่เคยคิดจะวาดฝันอนาคตหรือจริงจังมีครอบครัวกับใคร อยากสร้างอนาคตร่วมกับเธอโดยที่ที่ตรงนั้นต้องมีเธออยู่ข้างๆกาย ฉันรักเธอนะขึ้นฉ่าย"
น้ำใสๆเอ่อล้นอาบสองพวงแก้มด้วยความปลื้มปริ่มใจชนิดที่ว่าไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ เธอไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงเพราะตอนนี้ในใจมันเต้นโครมครามตื่นเต้นไปหมด "แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า?" อาคมถามอย่างมีความหวัง "แต่ถ้าเธอบอกว่าเธอไม่รักฉันฉันจะเอาหมอนเนี่ยอุดจมูกเธอซะ! เธอจะได้ไม่มีโอกาสไปรักใครนอกจากฉัน" "หนูก็รักคุณเหมือนกันค่ะ" แล้วทั้งคู่ก็โอบกอดกัน ผ่านไปประมาณ 10 นาที "ตอนนี้คุณ 2 คนเป็นสามีและภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายกันเรียบร้อยแล้วนะครับ" กระดาษ 2 แผ่นที่ถูกจารหัวข้อไว้ว่า ใบสำคัญการสมรส ถูกส่งมอบให้แก่ชายหญิงคู่นี้ "ขอบคุณค่ะ" "ขอบคุณครับ" "นายท่านรีบมีหลานให้พวกกระผมอุ้มไวๆนะครับ พวกกระผมอยากจะเห็นนายน้อยเต็มทีแล้ว" แม้นเมืองเอ่ยแซว แม้นเมืองกับอาคมรู้จักและเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆจนกระทั่งเติบโตได้มารับใช้เป็นคนสนิทของอาคมที่เขาทั้งรักทั้งเมตตาเหมือนญาติพี่น้องอีกคนหนึ่ง... ยามนี้เจ้านายที่เขารักยิ่งกว่าชีวิตได้เดินผ่านเส้นทางอันเต็มไปด้วยขวากหนามมากมายแล้วเข้าสู่ช่วงชีวิตอีกช่วงหนึ่งที่แม้นเมืองมองเห็นรอยยิ้มของอาคมซึ่งกำลังยิ้มพิมพ์ใจเต็มริมฝีปากเป็นครั้งแรกหลังจากที่สูญเสียมารดาผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ...ซึ่งรอยยิ้มนั้นมีสาเหตุมาจากผู้หญิงคนนี้คนที่นั่งอยู่ข้างๆกายเจ้านาย "แกก็รอให้เมียฉันเรียนจบก่อนสิ เอ๊ะ! หรือไม่ต้องเรียนแล้ว เรียนไปทำไมให้ปวดหัวมีผัวดีกว่าเดี๋ยวฉันจะเลี้ยงเธอเอง ตกลงไหม" อาคมพูดอย่างเอาแต่ใจ "เอาแต่ใจอีกแล้วนะคะคุณอาคม ฉันไม่อยากถูกคนอื่นตราหน้าว่าเป็นเห็บหมัดที่มาเกาะคุณอาคมกินโดยที่ตัวเองไม่คิดจะกระดิกนิ้วทำอะไรเลยสักอย่างเดียว และที่สำคัญชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยก็เป็นชีวิตที่ฉันใฝ่ฝันและอยากจะสัมผัสมัน ให้ฉันได้เรียนเถอะนะคะ เราสามารถเรียนควบคู่กับการมีผัวได้นี่" จะว่าไปฝีปากเมียเขาก็จัดจ้านใช่ย่อยเพียงแค่บางครั้งมันถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้ต่อมจิตสำนึกและถูกรื้อฟื้นขึ้นมาเป็นบางครั้งบางคราวโดยยกตัวอย่างเช่น ขณะมีเพศสัมพันธ์ "แต่ก็เนอะ เธอกลับจากโรงพยาบาลฉันจะจัดหนักๆชุดใหญ่เลยคอยดู" ว่าแล้วก็หอมแก้มภรรยาฟาดหนักๆ "พูดอะไรไม่เกรงใจแม้นเมืองที่นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ทั้งคนเลยนะคะคุณอาคม" เขาลอยหน้าลอยตาทำเหมือนว่าเป็นเรื่องปกติทั่วไปต่างจากเธอที่แทบจะซุกแผ่นดินนี้เพราะความอับอายแทบไม่ทัน "ไอ้แม้นเมืองมันคงชินแล้วนะ และที่สำคัญนับจากนี้เป็นต้นไปพี่จะแทนตัวเองว่าพี่ ส่วนหนูก็ต้องเรียกพี่ว่าพี่อาคมไม่เรียกคุณอาคมแล้วนะ" เขาอยากจะทำทุกอย่างให้มันชัดเจนกว่านี้แต่ต้องรอเวลารอโอกาสที่เหมาะสม "ค่ะพี่อาคม" แกร๊ก! บุคคลที่ไม่ได้รับเชิญเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง "แกไปก่อเรื่องอะไรไว้ไอ้อาคม! ทำไมพ่อพงศกรถึงได้โทรมายกเลิกงานหมั้นหมายระหว่างแกกับหนูอารยาที่กำลังจะเกิดขึ้นสิ้นเดือนหน้าแล้วตัดสินใจที่จะจองตั๋วเครื่องบินส่งหนูอารยาไปอยู่กับคุณป้าที่ต่างประเทศกะทันหันขนาดนั้น" ทันใดที่คุณทรงอำนาจรู้ข่าวเขาก็รีบบินตรงมาจากประเทศฮ่องกงแล้วสืบสาวราวความจนทราบว่าไอ้พ่อลูกชายตัวดีมันมาหมกอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังกับแม่นางบำเรอคนนั้น "ออกไปไอ้แม้นเมือง" "ครับ" "คุณลุงพงศกรคงจะอับอายขายขี้หน้าแล้วก็รู้สึกผิดแทนลูกสาวมั้งครับที่กล้าทำเรื่องบัดซบแล้วก็เรื่องเหมือนพวกไม่มีการศึกษาเขาทำกัน" อาคมยอกย้อนกลับไปโดยที่แขนแกร่งข้างนั้นยังคงโอบตัวภรรยาไม่ห่าง "พ่อน่าจะไปถามแม่อารยาแม่คนหน้าใสใจคดที่โคตรจะตอแหลนั่นดีกว่านะว่าทำเรื่องหน้าโง่แบบนั้นได้ยังไง แต่ต่อให้ไม่เกิดเรื่องนั้นขึ้นผมก็ตั้งใจเอาไว้แล้วล่ะว่าผมเนี่ยแหละจะเป็นคนล้มงานแต่งแล้วเชิญนักข่าวมาเก็บภาพเพื่อเอาไปพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งทุกสำนักพิมพ์ด้วยตัวเอง" "ไอ้อาคม!!!!" "เออผมลืมแนะนำให้พ่อรู้จักเลย นี่ขึ้นฉ่าย เมียผม เราเพิ่งจะจดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายไปก่อนที่พ่อจะมาถึงเสี้ยววินาทีเอง" ไม่ว่าเปล่าเขาชูใบสำคัญการสมรสแล้วแกว่งไปมาเพื่อยั่วยวนประสาทผู้เป็นพ่อก่อนจะรีบเก็บไว้ในเคาน์เตอร์ "อุ้ยตาค้างเลย เมียผมสวยใช่ไหมล่ะ สวยจนพ่อพูดอะไรไม่ออกเชียว" "แกนี่มันกวนประสาทฉันจริงๆเลย! นี่เธอ เธอเองก็ยังสาวยังสวยไม่มีปัญญาหาผู้ชายที่ดีกว่าลูกชายฉันแล้วเหรอ? หรือว่าเธอคิดจะมาจับไอ้อาคมเพียงเพราะมันรวย ฉันบอกไว้ก่อนเลยนะว่าฉันไม่มีวันยอมรับผู้หญิงอย่างเธอมาเป็นสะใภ้ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเด็ดขาด ฉันจะทำทุกอย่างให้เธอเด้งแล้วหายไปจากชีวิตลูกชายฉันให้ได้" น้ำเสียงทรงอำนาจของคุณทรงอำนาจทำให้ขึ้นฉ่ายหวาดกลัวจนตัวสั่น นี่เพิ่งจะถึงคราวความสุขของเธอแท้ๆเหตุใดทำไมถึงได้สั้นนัก เธอยังไม่ได้กอบโกยมันจนสาสมและรู้สึกอิ่มเอิบเลยแต่จู่ๆก็มีอีกฝ่ายกำลังมาพรากมันไปจากอก "ผมไม่ยอมให้พ่อทำแบบนั้นเด็ดขาด! ผมจะปกป้องขึ้นฉ่ายจากน้ำมือผู้ชายร้ายๆอย่างพ่อ" "แต่ฉันก็ไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงคนนี้มาชุบมือเปิบสมบัติของอินทรีขาวหรอกนะไอ้อาคม! แกยังไม่รู้ธาตุแท้และรู้มารยาสาไถยของผู้หญิงดีพอ ทำตัวใสซื่อไร้เดียงสาแต่จริงๆแล้วก็พยายามใช้เต้าไต่ขึ้นมาเพื่อถีบให้ตัวเองอยู่สูงจากจุดต่ำพล้อยที่เป็นกำพืดของตัวเองทั้งนั้นนั่นแหละ" คุณทรงอำนาจเคยสัญญากับภรรยาเพียงคนเดียวเอาไว้แล้วว่าเขาจะดูแลลูกชายของเราให้ดีที่สุด...แล้วจะให้เขานิ่งดูดายมองลูกชายก้าวเดินในเส้นทางผิดๆไปคว้าผู้หญิงประเภทมือสองมือสามจากไหนก็ไม่รู้ขึ้นมาเชิดหน้าชูตาได้เหรอ? แล้วหากวันหนึ่งผู้หญิงคนนั้นทำให้อาคมต้องเสียใจล่ะ หัวอกคนเป็นพ่ออย่างเขาคงทนไม่ได้จึงเลือกที่จะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม "ฉันทำทุกอย่างเพื่อแกนะไอ้อาคม ฉันหวังดีกับแก ฉันหวังดีในฐานะของพ่อคนนึงที่อยากให้ลูกประสบความสำเร็จในชีวิต" "แล้วพ่อเคยถามผมหรือเปล่าล่ะว่าผมอยากได้ความหวังดีที่พ่อให้หรือเปล่า? พ่อเคยรู้บ้างไหมว่าความหวังดีของพ่อมันย้อนกลับมาทำร้ายผม มันทำให้ผมไม่เคยมีความสุขเลยสักครั้ง...""ได้นอนกอดเมียแบบนี้ทุกคืนชื่นใจจังเลย" อาคมกระชับกอดเรือนร่างบางของภรรยาอย่างแนบชิดสนิทกาย ก่อนที่มือปลาหมึกของเขาจะเริ่มไล้ขึ้นไปใต้ทรวงอกแล้วช้อนความนุ่มนิ่มเข้าครอบครอง "หื่นอีกแล้วนะคะ!" "หรือว่าเมียจ๋าไม่ชอบ?" อาคมเลิกคิ้วถามด้วยใบหน้าเล่นหูเล่นตา "ว่าไงคะคนดี" แล้วกระซิบกระซาบข้างๆใบหูเล็กแกมน้ำเสียงแหบพร่าซาบซ่านไปทั้งกาย "ชอบสิคะ ชอบมากด้วย" ขึ้นฉ่ายดันเขาให้นอนราบลงบนเตียงนอนนุ่ม ก่อนจะยกขาก้าวขึ้นคร่อมแล้วใช้ฝ่ามือนุ่มนิ่มลูบไล้วนเวียนบริเวณแผงอกแกร่งกำยำของผู้เป็นสามี จากนั้นจึงปลดกระดุมเสื้อนอนออกทีละเมฺ็ดทีละเม็ด "..." อาคมชอบภรรยาตอนนี้เหลือเกิน เธอเหมือนมีใครอีกคนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวตนมาสิงสถิต ณ เรือนร่าง จนเขาอยากจะจับอัดลงเตียงแล้วกระแทกเน้นๆให้รู้แล้วรู้รอดสมใจอยากไป "อุ้ย!" มือเล็กไล่ต่ำลงไปเรื่อยไปจนถึงเป้าตุงๆของเขาที่ตอนนี้เจ้าหนอนน้อยคงจะสำแดงอานุภาพขยายพองตัวพร้อมพ่นพิษใส่เธอเต็มที่แล้ว "อ่าห์ อย่าทรมานพี่สิคะคนดี" อาคมเริ่มจะทนไม่ไหว เมื่ออีกฝ่ายกำลังนั่งบนเป้าตุงๆแล้วขยับสะโพกปล่อยให้เนินโหนกอวบอิ่มครูดถูกับความแข็งขืนของเขาโดยที่ไม่ยอมสอดใส่เสีย
@10 ปีผ่านไป..."สวยแล้วจ้าเมียจ๋า ไม่ว่าจะแต่งเสื้อโอเวอร์ไซส์ตัวใหญ่โคร่งหรือเสื้อหรูดูดีระดับแบรนด์ดังเมียจ๋าของผัวก็สวยไม่เคยเปลี่ยน" อาคมเดินเข้าไปหอมซอกคอภรรยาสาวสุดสวยที่กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งด้วยความหลงใหล วันนี้เมียของเขาคงจะสวยเป็นพิเศษ...เพราะแต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศ ใส่ชุดเดรสสีแดงสดคล้องคอเว้าหน้าอกเห็นร่องอวบอูมเล็กน้อยพร้อมกับกระโปรงระบายด้านล่างแหวกขึ้นมาเพื่ออวดขาอ่อนเรียวยาวที่ขาวนวลซึ่งเขาคือผู้ที่โชคดีคนนั้นที่ได้มีโอกาสสัมผัสแล้วดอมดมทุกซอกทุกมุม "พี่อาคมนี่ก็ชมเกินจริงนะคะ ปีนี้หนู 30 กว่าแล้วนะคะ คงจะไม่สดไม่สวยเหมือนตอนแรกๆ" "สวยสิเมียจ๋าของผัวสวยที่สุด ต่อให้อายุมากกว่านี้ก็ยังสวยสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เนอะเมียจ๋า" แม้จะแต่งงานอยู่กินกันมา 10 ปีเสร็จแล้วแต่ความรักของทั้งสองคนยังหวานฉ่ำชื่นมื่นเหมือนเมื่อ 14 ปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน ซ้ำตอนนี้ยังมีโซ่ทองคล้องใจถึง 4 คน...นั่นก็คือคนโต อาทิตย์ และ ตะวันชายหนุ่มฝาแฝดรูปหล่อวัย 9 ขวบ น้อง เพียงดาว เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มที่ถอดโครงแม่มาอย่างเป๊ะๆเพิ่งจะอายุครบ 8 ขวบ และน้อง เพียงฟ้า น้องเล็กของบ้านที่มักจะ
3 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก...ตอนนี้ทั้งลดา มีนา กร และขึ้นฉ่ายก็เรียนจบปริญญาตรีกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งวันนี้เป็นวันพระราชทานปริญญาบัตรรับจากทางมหาวิทยาลัยโดยตรงทำให้ภายในรั้วมหาวิทยาลัยค่อนข้างครึกครื้นไปด้วยนิสิตและคนที่มาแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม..."ในที่สุดพวกเราก็จบสักที!!!!" แก๊งเพื่อนรักกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจในขณะที่ตนเองกำลังสวมชุดครุยมหาวิทยาลัยอย่างมีเกียรติ "กอดคอพากันจบจนได้ แต่ก็ต้องขอบคุณหัวสมองยายขึ้นฉ่ายจริงๆที่เป็นแม่พระแล้วก็ทำให้พวกกู 3 คนจบพร้อมคนอื่นเขา""เอาพวงมาลัยมาไหว้ฉันเลยเดี๋ยวนี้!" ว่าจบทั้งสี่คนก็หัวเราะร่อมีความสุข "แล้วพวกมึงคิดไว้หรือยังจบปุ๊บจะไปทำอะไรกัน" กร หลังจากที่ผิดหวังจากขึ้นฉ่ายเขาก็พักใจยาวๆจนกระทั่งได้ไปลงเอยกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีอายุมากกว่าประมาณ 4-5 ปี... ทั้งสองคนเจอกันครั้งแรกที่นิวยอร์กประเทศอังกฤษ...ตอนนั้นเขาจำได้ว่าเขากะจะไปพักใจเรื่องขึ้นฉ่ายในช่วงปิดเทอมของมหาวิทยาลัยแล้วบังเอิญเจอกันพูดคุยกันถูกคอแล้วค่อยๆพัฒนาขยับความสัมพันธ์ขึ้นมาเรื่อยๆ ผู้หญิงคนนั้นก็คืออารยา..."กูก็คงจะกลับไปเปิดร้านตัดเย็บเล็กๆที่แถวบ้านนั่นแห
"..." คุณทรงอำนาจนิ่งเงียบ..."พ่อรู้ไหมว่าความหวังดีของพ่อมันทำให้ผมเป็นทุกข์มากแค่ไหน" น้ำใสๆของลูกผู้ชายเอ่อล้นคลอเบ้าด้วยอารมณ์ที่ยากจะกักเก็บเอาไว้อยู่ "หลังจากที่แม่ตายพ่อก็ไม่เคยมาดูดำดูดีหรือเอาใจใส่ผมอย่างที่พ่อคนอื่นทำเลยสักครั้ง...ฮึก ตอนมีงานวันพ่อที่โรงเรียนผมได้แต่ยืนมองดูเพื่อนคนอื่นๆกราบเท้าพ่อโอบกอดพ่อแล้วก็บอกรักพ่อ แต่ด้านหน้าของผมมีเพียงแค่เก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินที่แสนว่างเปล่าไร้แม้กระทั่งเงาของพ่อ พ่อรู้หรือเปล่าว่าผมรู้สึกยังไง...ฮือ" อาคมพูดด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆเพราะการกลั้นลมหายใจไม่เป็นจังหวะของเขา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอาคมพยายามเก็บซ่อนไอ้ความรู้สึกแย่ๆเหล่านี้ให้ฝังและจมดินไปตลอดแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้..."อะ...อาคม" คุณทรงอำนาจไม่เคยรู้เลยว่าความหวังดีของตนจะไปทำร้ายลูกชายเพียงคนเดียวของเขาขนาดนี้ "พอผมโตขึ้น...ฮึก ผมอยากเรียนอยากได้ดีไปทางวาดรูปแต่พ่อก็ไม่เคยสนับสนุน พ่อเอากระดาษ เอาสีเอาพู่กันของผมไปทิ้งเพราะพ่อมองว่ามันไร้สาระ...พ่อบังคับให้ผมเรียนห้องคิงที่เป็นห้องส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ พอมัธยมศึกษาตอนปลายพ่อก็ส่งผม
"เธอรู้หรือเปล่าว่าตอนที่ฉันเห็นเธอเจ็บหัวใจของฉันมันเหมือนถูกมือใครสักคนบีบให้แหลกละเอียด ฉันอยากจะเจ็บแทนเธอ อยากไปนอนอยู่บนเตียงนี้แล้วใส่สายน้ำเกลือแทนเธอ อยากป่วยไข้แทนเธอ และทุกครั้งที่ฉันคิดว่าหากฉันต้องเสียเธอไปฉันจะอยู่ยังไง...เมื่อก่อนฉันเป็นผู้ชายเละเทะไม่เอาไหน ใช้ชีวิตเรื่อยๆไปวันๆแทบไม่สนใจความรู้สึกใคร อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่พอฉันได้มาเจอเธอจุดหมายปลายทางของฉันมันก็เริ่มมีความหมาย..." ทุกสิ่งทุกอย่างที่อาคมพูดออกมาล้วนจากใจจริงจากสิ่งที่เขารู้สึกจริงๆไม่ใช่ใส่สีตีไข่ให้สวยหรูดูดี "เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีขึ้น เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีพอที่จะยืนข้างๆเธอและสามารถดูแลเธอได้ เธอทำให้ผู้ชายคนนี้คนที่ไม่เอาไหนและไม่เคยคิดจะวาดฝันอนาคตหรือจริงจังมีครอบครัวกับใคร อยากสร้างอนาคตร่วมกับเธอโดยที่ที่ตรงนั้นต้องมีเธออยู่ข้างๆกาย ฉันรักเธอนะขึ้นฉ่าย" น้ำใสๆเอ่อล้นอาบสองพวงแก้มด้วยความปลื้มปริ่มใจชนิดที่ว่าไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ เธอไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงเพราะตอนนี้ในใจมันเต้นโครมครามตื่นเต้นไปหมด "แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า?" อาคมถามอย่างมีความหวัง "แต่ถ้าเธอบอกว่าเธอ
รุ่งเช้าวันถัดมา...อาคมกำลังนั่งป้อนข้าวต้มกุ้งตัวโตๆให้กับหญิงสาวร่างบอบบางด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยเธอ "คุณอาคมทานบ้างสิคะ..." "แค่ฉันเห็นเธอกินฉันก็อิ่มแล้ว" อาคมไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกพวกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่และเกิดขึ้นตอนไหนนานแล้วหรือยัง แต่ทุกครั้งยามที่เขามีเรื่องทุกข์กายทุกข์ใจอะไรพอได้กลับมาเพนท์เฮ้าส์แล้วเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของขึ้นฉ่ายที่มีแต่รอยยิ้มพิมพ์ใจมอบให้แก่เขา เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...เขารู้สึกว่าตัวเองได้ค้นพบคำตอบของหัวใจตั้งแต่ครั้งแรกที่นั่งมองเธอผ่านกระจกสีดำยามส่งลูกน้องคนสนิทไปเหมาทั้งข้าวเหนียวหมูปิ้งและพวกขนมไทยหน้าโรงเรียนที่เธอมักจะมาตั้งโต๊ะขายเป็นประจำ จนตอนนี้ลูกน้องของเขาแทบทุกคนคงจะต้องพาไปตรวจร่างกายประจำปีที่โรงพยาบาลเพื่อเช็ควินิจฉัยดูว่ามีน้ำตาลในเลือดเกินกว่ามาตรฐานหรือไม่ "เธอรู้หรือเปล่าว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน..." จู่ๆอาคมก็หลุดปากถามคำถามนี้ออกไป "ก็ตอนที่ลูกน้องของคุณจับตัวหนูมาที่เพนท์เฮ้าส์ยังไงล่ะคะ" "เปล่า...เธอจำผู้ชายที่ชอบไปเหมาข้าวเหนียวหมูปิ้งและสั่งพวกขนมทีละหลายกิโลได้ไหม"







