FAZER LOGIN"ได้นอนกอดเมียแบบนี้ทุกคืนชื่นใจจังเลย" อาคมกระชับกอดเรือนร่างบางของภรรยาอย่างแนบชิดสนิทกาย ก่อนที่มือปลาหมึกของเขาจะเริ่มไล้ขึ้นไปใต้ทรวงอกแล้วช้อนความนุ่มนิ่มเข้าครอบครอง
"หื่นอีกแล้วนะคะ!" "หรือว่าเมียจ๋าไม่ชอบ?" อาคมเลิกคิ้วถามด้วยใบหน้าเล่นหูเล่นตา "ว่าไงคะคนดี" แล้วกระซิบกระซาบข้างๆใบหูเล็กแกมน้ำเสียงแหบพร่าซาบซ่านไปทั้งกาย "ชอบสิคะ ชอบมากด้วย" ขึ้นฉ่ายดันเขาให้นอนราบลงบนเตียงนอนนุ่ม ก่อนจะยกขาก้าวขึ้นคร่อมแล้วใช้ฝ่ามือนุ่มนิ่มลูบไล้วนเวียนบริเวณแผงอกแกร่งกำยำของผู้เป็นสามี จากนั้นจึงปลดกระดุมเสื้อนอนออกทีละเมฺ็ดทีละเม็ด "..." อาคมชอบภรรยาตอนนี้เหลือเกิน เธอเหมือนมีใครอีกคนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวตนมาสิงสถิต ณ เรือนร่าง จนเขาอยากจะจับอัดลงเตียงแล้วกระแทกเน้นๆให้รู้แล้วรู้รอดสมใจอยากไป "อุ้ย!" มือเล็กไล่ต่ำลงไปเรื่อยไปจนถึงเป้าตุงๆของเขาที่ตอนนี้เจ้าหนอนน้อยคงจะสำแดงอานุภาพขยายพองตัวพร้อมพ่นพิษใส่เธอเต็มที่แล้ว "อ่าห์ อย่าทรมานพี่สิคะคนดี" อาคมเริ่มจะทนไม่ไหว เมื่ออีกฝ่ายกำลังนั่งบนเป้าตุงๆแล้วขยับสะโพกปล่อยให้เนินโหนกอวบอิ่มครูดถูกับความแข็งขืนของเขาโดยที่ไม่ยอมสอดใส่เสียที "ใจเย็นๆสิคะ" ขึ้นฉ่ายกัดริมฝีปากยั่วยวนไปหนึ่งที แล้วเริ่มบรรจงถอดเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของตนเองออกจนร่างกายเปลือยเปล่าโล่งโจ้งต่อหน้าเขา ผิวกายเธอยังคงขาวเนียนดุจหยวกกล้วย เนินหน้าอกนุ่มนิ่มใหญ่โตเกินตัว เว้าลงมาเป็นเอวคอดกิ่งหน้าท้องแบนราบที่แทบมองไม่ออกเลยว่าเจ้าตัวเคยผ่านการมีบุตรมาแล้วถึงสี่คนด้วยกัน "อ่าห์" ปลาหมึกของอาคมกอบกุมทรวงอกเต่งตึงแล้วบีบเค้นเคล้าคลึงมันด้วยความเคยชิน ก่อนที่อีกฝ่ายจะไล่ต่ำลงไปแล้วงัดเจ้าแท่งแข็งขืนออกมาผงาดสู้หน้า จากนั้นจึงใช้โพรงปากอุ่นร้อนครอบกลืนกินเข้าไปทั้งลำจนเขาซู้ดปากเสียวซ่าน "อ่าห์ อื้ม" บ๊วบ! อ๊อกๆๆ!! "อ่าห์ ซี๊ดด อย่างนั้นแหละเมียจ๋า" เมื่อได้ยินเช่นนี้ขึ้นฉ่ายก็ยิ่งได้ใจเร่งจังหวะขยับโยกย้ายศีรษะให้เร็วขึ้นกว่าเดิมจนเขาเสร็จสรรพปล่อยหยาดน้ำอุ่นพุ่งกระฉูดเข้ามาในโพรงปากของเธอ "อ่าห์..." อาคมไม่รอช้าพลิกร่างบางให้นอนราบลงบนเตียงนุ่มแล้วดันสองขาเรียวพาดขึ้นบ่า ใช้นิ้วเรียวๆแหวกกลีบกุหลาบงดงามเปิดช่องทางแล้วประคองความใหญ่โตมโหฬารดันเข้าไปจนเสียงดังกึดเป็นอันว่าสุดทางตัน "อ่าาาห์" ไม่ว่าจะผ่านไป 14 ปีเมียจ๋าของอาคมยังแน่นและถึงใจเขาไม่มีเปลี่ยน "ขยับเลยค่ะ อ๊าห์" ขึ้นฉ่ายเด้งสะโพกสวน "ได้เลยจำเมียจ๋า" อาคมจับหมับเข้าที่ต้นขาขาวเนียนแล้วออกแรงกระแทกสะโพกกับบี้ตะบอนไปที่ช่องทางคับแคบเร็วระรัวจนเรือนร่างบอบบางของคนตัวเล็กสั่นเร่าๆ หน้าอกกระสับกระส่ายตามแรงกระเพื่อม พร้อมด้วยเสียงเตียงดังออดแอดตามมา ปัก! ปัก! ปัก! ปัก! ปัก! ปัก! ปัก! ปัก! "อ๊ะ อ๊ะ อ๊าย อ๊าส์ ระ...แรงค่ะ อ๊าส์" เซ็กซ์ของเราทั้งสองคนยังคงเร่าร้อนเช่นเคย "อ่าห์ จ๊ะเมียจ๋า" อาคมขยับสะโพกจนใกล้จะสุดความยาวแล้วกระทุ้งเข้าไปทีเดียวจนร่างกายสั่นเทือน ก่อนจะอัดถี่ๆเน้นทุกจังหวะตอกเข้าตอกออกอย่างที่เธอชอบ ปัก! ปัก! ปัก! ปัก! ปัก! "อ๊ะ อ๊าส์ ผะ...ผัวจ๋า เมีย สะ...เสียว อู้ยย" ขึ้นฉ่ายร้องครวญครางกระสับกระส่ายไม่เป็นภาษา ก่อนจะเหยียดแขนเรียวบางขึ้นไปโน้มศีรษะของเขาให้ลงมาประกบจูบ "อื้มส์" สองลิ้นร้ายพัวพันแย่งชิงความหาน้ำหวานกันอยู่ในโพรงปากอย่างดูดดื่มโดยที่ฝ่ามือปลาหมึกของเขาก็มิวายที่จะบีบเค้นเคล้าคลึงทรวงอกเต่งตึงซึ่งใหญ่โตเกินขนาดไปพลางๆ ปัก! ปัก! ปัก! ปัก! ปัก! ปัก! ปัก! ปัก! ปัก! ปัก! "อ๊ะ อ๊าย อ๊าา อ๊ายยย" น้ำข้นสีเหนียวหนืดพุ่งเข้าไปในช่องคลอดแล้วไหลย้อนออกมายามที่เขาดึงแก่นกายกลับ "หนูอยากได้ท่าหมา..." ว่าแล้วก็ดันตัวเองให้นอนคว่ำแล้วกระดกสะโพกขึ้นมาส่ายเบาๆยั่วยวนเขา "ได้สิจ๊ะเมียจ๋า" ฝ่ามือร้ายฟาดลงบนความขาวเนียนทั้งสองข้างด้วยความมันเขี้ยว ก่อนจะประคองน้องชายตัวโตอวบแน่นดันเข้าไปทางรูสวาทเจิ่งนองอีกรอบ "อ๊าส์!!!" บทเพลงรักยังคงบรรเลงต่อไปเรื่อยๆไม่มีจบสิ้นของคู่รักที่คบหาและอยู่กินกันมาร่วม 14 ปี...แต่ไม่มีวันไหนเลยที่ความรักเรานั้นจะลดน้อยลง มันยังคงหวานฉ่ำเฉกเช่นน้ำผึ้งเดือน 5 จนเป็นที่อิจฉาตาร้อนของใครหลายๆคนมากมายเช่นเคย หลังจากนั้นเพียงแค่ 2-3 วันครอบครัวอินทรีขาวก็ต้องกลับกรุงเทพฯเนื่องจากเจ้าสี่แสบลูกสาวลูกชายของพวกเขาไปโรงเรียน... อาคมและขึ้นฉ่ายลงครัวพร้อมๆกันตั้งแต่เช้าตรู่ มาช่วยกันหั่นหมูสับ บีบน้ำส้มคั้นเพื่อรอรับประทานอาหารเช้าอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก...และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เขาไม่เคยละเลยแม้มันจะทำให้เสียเวลาในหน้าที่การงานไปบ้าง "หอมจริงๆเลยข้าวต้มหมูสับฝีมือเมียจ๋าของพี่" อาคมกระชับกอดภรรยาแน่นแล้วหอมเข้าที่ซอกคอฟอดใหญ่ๆเพื่อเป็นการบอกรัก "ผัวจ๋าโชคดีจริงๆเลยที่มีเมียจ๋ามาเป็นภรรยาศรีบ้านศรีเรือน" "ปากหวานจริงๆเลยนะคะพี่อาคม หนูก็โชคดีเหมือนกันนั่นแหละค่ะที่มีผู้ชายเพียบพร้อมอย่างพี่มาเป็นสามี" เขาต่างโชคดีที่มีกันและกันต่างหาก... "ก่อนไปทำงานจัดสักยกดีกว่า ที่ห้องครัวเลยไหมเปลี่ยนบรรยากาศบ้างไงจ๊ะเมียจ๋า" เลื่อนฝ่ามือลงไปบีบก้นงอนงอนของคนตัวเล็กด้วยความมันเขี้ยว "หยุดหื่นเลยนะคะพี่อาคม...ไว้รอลูกไปโรงเรียนก่อนดีกว่า" ตั้งแต่มาอยู่กับเขาอยู่กินกันร่วม 14 ปีเธอก็ติดนิสัยกินจุและความหื่นกามตลอดเวลามาจากเขาด้วย "แล้วพี่จะรอนะจ๊ะเมียจ๋า" เธอพูดจริงๆหากไม่ตัดสินใจทำหมันตั้งแต่คลอดเพียงฟ้า...มีหวังเธอได้ออกลูกเป็นโขยงหัวปีท้ายปีจนเต็มบ้านสามารถตั้งทีมฟุตบอลได้จริงๆ... "ค่ะ พี่อาคมไปดูลูกสิคะว่าแต่งตัวกันเสร็จหรือยังประเดี๋ยวจะไปโรงเรียนสาย" "จ๊ะ" อำลาด้วยการหอมแก้มนิ่มๆแล้วไปตามคำสั่งเมีย ก๊อกๆ! ห้องแรกจากฝั่งขวามือสุดเป็นห้องของพี่คนโตอย่างอาทิตย์ "อาทิตย์เสร็จหรือยังลูกเดี๋ยวไปโรงเรียนสาย" "ใกล้แล้วครับคุณพ่อ" อาทิตย์ตะโกนออกมา ก๊อกๆ! แล้วก็ไล่ห้องถัดไปเป็นห้องของตะวันฝาแฝดผู้น้อง "ตะวัน..." "เสร็จแล้วครับคุณพ่อ" ไอ้ลูกชายคนนี้มันรู้ทัน พอไปถึงห้องที่ 3 และที่ 4 ของลูกสาวทั้งสองคนเขาก็ทำท่าจะเคาะประตูเหมือนเดิม แต่ทว่า...ดันเปิดออกมาพร้อมๆกันในชุดนักเรียนรีดเป็นระเบียบเรียบร้อยและสะพายกระเป๋าข้าง "ดาวกับฟ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะคุณพ่อ" "จ๊ะ" แล้วก็เดินจูงมือกันไปด้านล่างบริเวณโต๊ะอาหารที่มีจานข้าวต้มหอมๆวางอยู่จำนวน 6 ที่ "ข้าวต้มฝีมือแม่หอมที่สุดเลยครับ" ตะวันชั่งฉอเลาะรีบเข้าไปประจบประแจงมารดา "ปากหวานจริงๆเลยนะครับตะวัน สงสัยได้นิสัยพ่อมาเยอะแน่ๆ...แต่อย่าเอามาทั้งหมดนะลูกสิ่งไหนที่ดีก็เอามาได้แต่สิ่งไหนที่ไม่ดีก็ทิ้งไว้ที่นั่นนั่นแหละ" ขึ้นฉ่ายลูบศีรษะลูกชายคนที่สองของเธอเบาๆด้วยความเอ็นดู "เมียจ๋าก็..." "แต่ถ้าเกิดโตขึ้น...ตะวันและอาทิตย์มีแฟน แม่ก็อยากให้พวกเราเป็นเหมือนพ่อเขานะ รู้หรือเปล่าว่าพ่อเขาเนี่ยดูแลเอาใจใส่แม่ไม่เคยห่างเลย เสมอต้นเสมอปลายเสมอ เมื่อ 14 ปีก่อนหน้านี้เป็นยังไงตอนนี้พ่อเขาก็ยังเป็นเหมือนเดิม" ใบหน้าเปื้อนยิ้มหันไปมองผู้เป็นสามีที่เธอรู้สึกภูมิอบภูมิใจที่ได้เขามา "ครับแม่" ตะวันรับปาก "แต่ถ้าผมหาผู้หญิงที่ดีเหมือนแม่ไม่ได้ผมก็ไม่มีแฟนหรอกนะครับ หากได้เมียเหมือนยัยเพลินฝันปากปีจอนั่น! ผมขอกัดลิ้นตัวเองตายดีกว่า" อาทิตย์และเพลินฝันลูกสาวของกรกับอารยาแม้นจะเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันห้องเดียวกันแต่กลับไม่ถูกกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เจอหน้ากันทีไรจำต้องมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งหรือต่อปากต่อคำกันทุกครั้ง "โบราณว่าเกลียดยังไงได้อย่างนั้นนะครับพี่อาทิตย์" "หึ! ไม่มีทาง" "แล้วผมจะรอดูคนกลืนน้ำลายตัวเอง" "อะอะอะ กินข้าวเถอะลูกเดี๋ยวจะไปโรงเรียนสาย" "ครับแม่" "ค่ะคุณแม่" "จ๊ะเมียจ๋า" ในที่สุดเธอก็ได้มีครอบครัวที่อบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกอย่างที่เคยวาดฝันเอาไว้จริงๆ.... จบบริบูรณ์"ได้นอนกอดเมียแบบนี้ทุกคืนชื่นใจจังเลย" อาคมกระชับกอดเรือนร่างบางของภรรยาอย่างแนบชิดสนิทกาย ก่อนที่มือปลาหมึกของเขาจะเริ่มไล้ขึ้นไปใต้ทรวงอกแล้วช้อนความนุ่มนิ่มเข้าครอบครอง "หื่นอีกแล้วนะคะ!" "หรือว่าเมียจ๋าไม่ชอบ?" อาคมเลิกคิ้วถามด้วยใบหน้าเล่นหูเล่นตา "ว่าไงคะคนดี" แล้วกระซิบกระซาบข้างๆใบหูเล็กแกมน้ำเสียงแหบพร่าซาบซ่านไปทั้งกาย "ชอบสิคะ ชอบมากด้วย" ขึ้นฉ่ายดันเขาให้นอนราบลงบนเตียงนอนนุ่ม ก่อนจะยกขาก้าวขึ้นคร่อมแล้วใช้ฝ่ามือนุ่มนิ่มลูบไล้วนเวียนบริเวณแผงอกแกร่งกำยำของผู้เป็นสามี จากนั้นจึงปลดกระดุมเสื้อนอนออกทีละเมฺ็ดทีละเม็ด "..." อาคมชอบภรรยาตอนนี้เหลือเกิน เธอเหมือนมีใครอีกคนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวตนมาสิงสถิต ณ เรือนร่าง จนเขาอยากจะจับอัดลงเตียงแล้วกระแทกเน้นๆให้รู้แล้วรู้รอดสมใจอยากไป "อุ้ย!" มือเล็กไล่ต่ำลงไปเรื่อยไปจนถึงเป้าตุงๆของเขาที่ตอนนี้เจ้าหนอนน้อยคงจะสำแดงอานุภาพขยายพองตัวพร้อมพ่นพิษใส่เธอเต็มที่แล้ว "อ่าห์ อย่าทรมานพี่สิคะคนดี" อาคมเริ่มจะทนไม่ไหว เมื่ออีกฝ่ายกำลังนั่งบนเป้าตุงๆแล้วขยับสะโพกปล่อยให้เนินโหนกอวบอิ่มครูดถูกับความแข็งขืนของเขาโดยที่ไม่ยอมสอดใส่เสีย
@10 ปีผ่านไป..."สวยแล้วจ้าเมียจ๋า ไม่ว่าจะแต่งเสื้อโอเวอร์ไซส์ตัวใหญ่โคร่งหรือเสื้อหรูดูดีระดับแบรนด์ดังเมียจ๋าของผัวก็สวยไม่เคยเปลี่ยน" อาคมเดินเข้าไปหอมซอกคอภรรยาสาวสุดสวยที่กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งด้วยความหลงใหล วันนี้เมียของเขาคงจะสวยเป็นพิเศษ...เพราะแต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศ ใส่ชุดเดรสสีแดงสดคล้องคอเว้าหน้าอกเห็นร่องอวบอูมเล็กน้อยพร้อมกับกระโปรงระบายด้านล่างแหวกขึ้นมาเพื่ออวดขาอ่อนเรียวยาวที่ขาวนวลซึ่งเขาคือผู้ที่โชคดีคนนั้นที่ได้มีโอกาสสัมผัสแล้วดอมดมทุกซอกทุกมุม "พี่อาคมนี่ก็ชมเกินจริงนะคะ ปีนี้หนู 30 กว่าแล้วนะคะ คงจะไม่สดไม่สวยเหมือนตอนแรกๆ" "สวยสิเมียจ๋าของผัวสวยที่สุด ต่อให้อายุมากกว่านี้ก็ยังสวยสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เนอะเมียจ๋า" แม้จะแต่งงานอยู่กินกันมา 10 ปีเสร็จแล้วแต่ความรักของทั้งสองคนยังหวานฉ่ำชื่นมื่นเหมือนเมื่อ 14 ปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน ซ้ำตอนนี้ยังมีโซ่ทองคล้องใจถึง 4 คน...นั่นก็คือคนโต อาทิตย์ และ ตะวันชายหนุ่มฝาแฝดรูปหล่อวัย 9 ขวบ น้อง เพียงดาว เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มที่ถอดโครงแม่มาอย่างเป๊ะๆเพิ่งจะอายุครบ 8 ขวบ และน้อง เพียงฟ้า น้องเล็กของบ้านที่มักจะ
3 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก...ตอนนี้ทั้งลดา มีนา กร และขึ้นฉ่ายก็เรียนจบปริญญาตรีกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งวันนี้เป็นวันพระราชทานปริญญาบัตรรับจากทางมหาวิทยาลัยโดยตรงทำให้ภายในรั้วมหาวิทยาลัยค่อนข้างครึกครื้นไปด้วยนิสิตและคนที่มาแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม..."ในที่สุดพวกเราก็จบสักที!!!!" แก๊งเพื่อนรักกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจในขณะที่ตนเองกำลังสวมชุดครุยมหาวิทยาลัยอย่างมีเกียรติ "กอดคอพากันจบจนได้ แต่ก็ต้องขอบคุณหัวสมองยายขึ้นฉ่ายจริงๆที่เป็นแม่พระแล้วก็ทำให้พวกกู 3 คนจบพร้อมคนอื่นเขา""เอาพวงมาลัยมาไหว้ฉันเลยเดี๋ยวนี้!" ว่าจบทั้งสี่คนก็หัวเราะร่อมีความสุข "แล้วพวกมึงคิดไว้หรือยังจบปุ๊บจะไปทำอะไรกัน" กร หลังจากที่ผิดหวังจากขึ้นฉ่ายเขาก็พักใจยาวๆจนกระทั่งได้ไปลงเอยกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีอายุมากกว่าประมาณ 4-5 ปี... ทั้งสองคนเจอกันครั้งแรกที่นิวยอร์กประเทศอังกฤษ...ตอนนั้นเขาจำได้ว่าเขากะจะไปพักใจเรื่องขึ้นฉ่ายในช่วงปิดเทอมของมหาวิทยาลัยแล้วบังเอิญเจอกันพูดคุยกันถูกคอแล้วค่อยๆพัฒนาขยับความสัมพันธ์ขึ้นมาเรื่อยๆ ผู้หญิงคนนั้นก็คืออารยา..."กูก็คงจะกลับไปเปิดร้านตัดเย็บเล็กๆที่แถวบ้านนั่นแห
"..." คุณทรงอำนาจนิ่งเงียบ..."พ่อรู้ไหมว่าความหวังดีของพ่อมันทำให้ผมเป็นทุกข์มากแค่ไหน" น้ำใสๆของลูกผู้ชายเอ่อล้นคลอเบ้าด้วยอารมณ์ที่ยากจะกักเก็บเอาไว้อยู่ "หลังจากที่แม่ตายพ่อก็ไม่เคยมาดูดำดูดีหรือเอาใจใส่ผมอย่างที่พ่อคนอื่นทำเลยสักครั้ง...ฮึก ตอนมีงานวันพ่อที่โรงเรียนผมได้แต่ยืนมองดูเพื่อนคนอื่นๆกราบเท้าพ่อโอบกอดพ่อแล้วก็บอกรักพ่อ แต่ด้านหน้าของผมมีเพียงแค่เก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินที่แสนว่างเปล่าไร้แม้กระทั่งเงาของพ่อ พ่อรู้หรือเปล่าว่าผมรู้สึกยังไง...ฮือ" อาคมพูดด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆเพราะการกลั้นลมหายใจไม่เป็นจังหวะของเขา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอาคมพยายามเก็บซ่อนไอ้ความรู้สึกแย่ๆเหล่านี้ให้ฝังและจมดินไปตลอดแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้..."อะ...อาคม" คุณทรงอำนาจไม่เคยรู้เลยว่าความหวังดีของตนจะไปทำร้ายลูกชายเพียงคนเดียวของเขาขนาดนี้ "พอผมโตขึ้น...ฮึก ผมอยากเรียนอยากได้ดีไปทางวาดรูปแต่พ่อก็ไม่เคยสนับสนุน พ่อเอากระดาษ เอาสีเอาพู่กันของผมไปทิ้งเพราะพ่อมองว่ามันไร้สาระ...พ่อบังคับให้ผมเรียนห้องคิงที่เป็นห้องส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ พอมัธยมศึกษาตอนปลายพ่อก็ส่งผม
"เธอรู้หรือเปล่าว่าตอนที่ฉันเห็นเธอเจ็บหัวใจของฉันมันเหมือนถูกมือใครสักคนบีบให้แหลกละเอียด ฉันอยากจะเจ็บแทนเธอ อยากไปนอนอยู่บนเตียงนี้แล้วใส่สายน้ำเกลือแทนเธอ อยากป่วยไข้แทนเธอ และทุกครั้งที่ฉันคิดว่าหากฉันต้องเสียเธอไปฉันจะอยู่ยังไง...เมื่อก่อนฉันเป็นผู้ชายเละเทะไม่เอาไหน ใช้ชีวิตเรื่อยๆไปวันๆแทบไม่สนใจความรู้สึกใคร อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่พอฉันได้มาเจอเธอจุดหมายปลายทางของฉันมันก็เริ่มมีความหมาย..." ทุกสิ่งทุกอย่างที่อาคมพูดออกมาล้วนจากใจจริงจากสิ่งที่เขารู้สึกจริงๆไม่ใช่ใส่สีตีไข่ให้สวยหรูดูดี "เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีขึ้น เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีพอที่จะยืนข้างๆเธอและสามารถดูแลเธอได้ เธอทำให้ผู้ชายคนนี้คนที่ไม่เอาไหนและไม่เคยคิดจะวาดฝันอนาคตหรือจริงจังมีครอบครัวกับใคร อยากสร้างอนาคตร่วมกับเธอโดยที่ที่ตรงนั้นต้องมีเธออยู่ข้างๆกาย ฉันรักเธอนะขึ้นฉ่าย" น้ำใสๆเอ่อล้นอาบสองพวงแก้มด้วยความปลื้มปริ่มใจชนิดที่ว่าไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ เธอไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงเพราะตอนนี้ในใจมันเต้นโครมครามตื่นเต้นไปหมด "แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า?" อาคมถามอย่างมีความหวัง "แต่ถ้าเธอบอกว่าเธอ
รุ่งเช้าวันถัดมา...อาคมกำลังนั่งป้อนข้าวต้มกุ้งตัวโตๆให้กับหญิงสาวร่างบอบบางด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยเธอ "คุณอาคมทานบ้างสิคะ..." "แค่ฉันเห็นเธอกินฉันก็อิ่มแล้ว" อาคมไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกพวกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่และเกิดขึ้นตอนไหนนานแล้วหรือยัง แต่ทุกครั้งยามที่เขามีเรื่องทุกข์กายทุกข์ใจอะไรพอได้กลับมาเพนท์เฮ้าส์แล้วเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของขึ้นฉ่ายที่มีแต่รอยยิ้มพิมพ์ใจมอบให้แก่เขา เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...เขารู้สึกว่าตัวเองได้ค้นพบคำตอบของหัวใจตั้งแต่ครั้งแรกที่นั่งมองเธอผ่านกระจกสีดำยามส่งลูกน้องคนสนิทไปเหมาทั้งข้าวเหนียวหมูปิ้งและพวกขนมไทยหน้าโรงเรียนที่เธอมักจะมาตั้งโต๊ะขายเป็นประจำ จนตอนนี้ลูกน้องของเขาแทบทุกคนคงจะต้องพาไปตรวจร่างกายประจำปีที่โรงพยาบาลเพื่อเช็ควินิจฉัยดูว่ามีน้ำตาลในเลือดเกินกว่ามาตรฐานหรือไม่ "เธอรู้หรือเปล่าว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน..." จู่ๆอาคมก็หลุดปากถามคำถามนี้ออกไป "ก็ตอนที่ลูกน้องของคุณจับตัวหนูมาที่เพนท์เฮ้าส์ยังไงล่ะคะ" "เปล่า...เธอจำผู้ชายที่ชอบไปเหมาข้าวเหนียวหมูปิ้งและสั่งพวกขนมทีละหลายกิโลได้ไหม"







