LOGIN“เพราะผู้หญิงที่จะมาเป็นนายหญิงของแก๊งค์อินทรีขาวมีเพียงคนเดียวเท่านั้นนั่นก็คือหนูอารยาลูกสาวนักการเมืองที่ฉันรู้จัก” คุณทรงอำนาจกระตุกยิ้มมุมปากด้วยความเจ้าเลห์ไม่ต่างไปจากการกระทำที่ลูกชายชอบประพฤติเลยสักนิด “แกจำหนูอารยาได้ไหม น้องอาย ลูกลุงพงศ์ ที่เมื่อก่อนเคยเป็นเพื่อนเล่นกับแกสมัยเด็กเด็ก ตอนนี้น้องโตเป็นสาวหน้าตาสะสวยเชียวล่ะดีกรีระดับนางเอกเบอร์หนึ่งเลยนะ”
“จำไม่ได้” “ไม่เป็นไร เพราะเย็นนี้แกจะต้องอยู่ทานข้าวกับหนูอารยาและลุงพงศ์ที่นี่ ฉันจะแนะนำให้แกรู้จักกับหนูอารยาอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่งในฐานะว่าที่คู่หมั้นของแก” คราวนี้คุณทรงอำนาจเอาจริงเอาจัง “เมื่อไหร่พ่อจะเลิกบังคับผมสักที! เมื่อไหร่พ่อจะเลิกหาผู้หญิงแล้วยัดเหยียดให้ผมสักที ผมไม่ใช่เด็กเด็ก!ผมโตแล้วนะพ่อ ผมจัดการชีวิตของตัวเองได้!!” อาคมตะคอกเสียงดังลั่นสนั่นห้องพร้อมกับแววตาที่จ้องมองคุณทรงอำนาจเต็มไปด้วยความโกรธตัวสั่นงันงกและไม่พอใจ “ฉันปล่อยให้แกใช้ชีวิตเละเทะมามากพอแล้วไอ้อาคม! ถ้าขืนฉันให้แกหาเมียเองมีหวังแกคงไปคว้าผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าหรือไม่ก็สาวขายบริการมาให้อับอายขายขี้หน้าวงตระกูลน่ะสิ!” คุณทรงอำนาจยังคงพูดจาอย่างใจเย็นแต่แฝงไปด้วยความสุขุมและนิ่งจนชวนขนหัวลุกซาบซ่าน “อย่าคิดว่าผมรู้ไม่ทันพ่อนะ ที่พ่ออยากจะได้ยัยอารยานั่นเป็นลูกสะใภ้นักเป็นลูกสะใภ้หนา ก็เพราะว่ายันนั่นมีผลประโยชน์ต่อพ่อใช่ไหมล่ะ! พอยัยนั่นหมดประโยชน์ปุ๊บยัยนั่นก็จะถูกตัดออกไปจากวงจรชีวิตแล้วหาคนที่ทำประโยชน์ให้พ่อมากกว่าขึ้นมาแทน” อาคมรู้จักนิสัยใจคอคุณทรงอำนาจดี เขาไม่เคยสนใจหรือแคร์ความรู้สึกของใครทั้งนั้นนอกจากตัวเอง สิ่งที่เขาให้ความสนใจและจดจ่อกับมันมากที่สุดไม่ใช่ความสุขของลูกชาย แต่เป็นผลประโยชน์ที่เขาจะได้รับจากการดองกับอีกครอบครัวหนึ่งต่างหากล่ะ “รู้ก็ดี พ่อของหนูอารยาเป็นถึงนักการเมืองคนใหญ่คนโต จะทำอะไรก็ง่ายใดต่อเราได้ประโยชน์อย่างเห็นได้ชัด เพราะฉะนั้นอย่าทำให้ฉันผิดหวัง!” “ถ้าพ่ออยากดองกับครอบครัวนั้นนักทำไมพ่อไม่แต่งเองเลยล่ะ! หรือกลัวจะโดนคนอื่นเขาติฉินนินทาว่าเป็นไอ้เฒ่าหัวงูที่อยากได้สาวรุ่นลูก” อาคมลอยหน้าลอยตายั่วยวนกวนประสาทคุณทรงอำนาจ หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรเขาก็ไม่มีวันยอมลงเอยกับผู้หญิงคนนั้นเด็ดขาด! ต่อให้ตอนนั้นอาคมยังเล็กนักอายุอานามประมาณหกเจ็ดขวบ! แต่ก็พอจับสาวราวเรื่องและจำความได้เพียงบางส่วน! อารยาหรือน้องอายของคุณทรงอำนาจเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างอีโก้สูง ชอบทำตัวเหนือกว่าคนอื่นคล้ายกับว่าตนเองเป็นลูกท่านหลานเธอ ใช้ชีวิตติดหรู ถูกพ่อแม่เลี้ยงดูตามใจมาอย่างกับไข่ในหิน อยากได้อะไรต้องได้ไม่เช่นนั้นจะอาละวาดทำลายข้าวของและเปล่งเสียงกรีดร้อง เพียงแค่นี้อาคมก็รับรู้และรู้ซึ้งสัมผัสได้ถึงนรกอันใกล้ที่กำลังมาเยือนหากลงเอยกับแม่อารยาคนนี้! ชีวิตเขาคงปั่นป่วนยุ่งเหยิงวุ่นวายใช่ย่อยยิ่งมีคุณทรงอำนาจให้ท้ายอยู่ด้วยหล่อนก็ยิ่งจะหลงระเริงแล้วได้ใจ “ไอ้นี่!!” “ผมขอตัวนะครับพ่อ” “ถ้าเย็นนี้ ฉันไม่เห็นแกอยู่ในห้องรับประทานอาหาร แกกับฉันได้เห็นดีกันแน่ไอ้อาคม!” จากที่กำลังนั่งเก็บทรงรวบรวมสติสัมปชัญญะไม่ให้อาละวาดก็ดันแตกเตลิดเปิดเปิงเพราะโดนอีกฝ่ายกวนตีน “แล้วพ่อจะทำไม” “แกอย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าแกพาใครไปอยู่ที่เพ้นท์เฮ้าส์นั่น! ถ้าแกไม่อยากให้ผู้หญิงคนนั้นเดือดร้อนก็ทำตามคำสั่งฉันซะ!” ได้ยินคำพูดนี้อาคมถึงกับควันออกหู “พ่อ!!! อย่า ยุ่ง วุ่น วาย กับ ชี วิต ส่วน ตัว ของ ผม” อาคมเน้นยำทีละคำ “ฉันจะไม่ยุ่งวุ่นวายกับผู้หญิงของแก ตราบใดที่เเม่นั่นรักษาขอบเขตและไม่เสนอหน้าขึ้นมาอยากจะมีบทบาทแล้วก็แสดงตัวว่าเป็นผู้หญิงของแก” คุณทรงอำนาจเองก็รู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับอาคม เพียงแค่บางเรื่องเขาไม่ได้พูดกล่าวหรือถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวข้อเปิดประเด็นในการสนทนาก็เท่านั้น ความสัมพันธ์ระหว่างคุณทรงอำนาจและอาคม พ่อลูกคู่นี้เปรียบเสมือนสำนวนสุภาษิตคำพังเพยที่ว่า ‘ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่’ “…” ชายหนุ่มกำหมัดแน่นเพื่อระงับอารมณ์โมโหที่แทบจะปะทุออกมาจากอก ก่อนเดินพรวดพรากออกจากห้องแล้วปิดประตูดังปั้งจนลั่นสนั่นทั่วคฤหาสน์ชั้นบน “โธ่เว้ยยย!!!” เขาปัดเข้าของทุกอย่างที่รกหูรกตาแล้ววางเรียงรายอยู่รอบรอบกายจนหล่นกระจัดกระจายเละเทะไม่เป็นท่า สาวใช้น้อยใหญ่ต่างรีบเข้ามามุงดูการกระทำของลูกชายเจ้าของคฤหาสน์ด้วยความเอือมระอาและจำยอมเพราะไม่สามารถทำอะไรนอกเหนือจากนี้ได้มากนัก หากใครกล้าเข้ามาคงได้โดนฝ่ามือฝ่าตีนของอาคมประทับเข้าที่ใดซักแห่งหนึ่งบนร่างกายเป็นแน่! “คุณอาคมคะ คุณท่านประภาศิริให้มาตามค่ะ” สาวใช้คนหนึ่งตะโกนบอก เขาสันนิษฐานได้เลยว่าคงมีไอ้อีหน้าไหนคาบข่าวไปฟ้องคุณย่าเขาว่าเขามาอาละวาดทำลายข้าวของ! “อืม” … @เรือนไม้หลังบ้าน บริเวณนี้เป็นบ้านสวนขนาดเล็กที่ปลูกเรือนไทยไว้หลังหนึ่งตั้งตระหง่านตรงกลาง ถูกประดับประดาตกแต่งด้วยต้นไม้พันธุ์ไม้นานาชนิดเพื่อความร่มรื่นของผู้อยู่อาศัยที่ต้องการความเรียบง่ายและไม่วุ่นวายเหมือนในคฤหาสน์หลังโตนั่นที่แม้นว่าจะกว้างขวางและมีสิ่งอำนวยสะดวกมากมายหลายอย่าง แต่มันกลับร้อนรุ่มดังไฟหาความสุขไม่ได้ “สวัสดีครับคุณย่า” ทอดมองเห็นเรือนร่างของหญิงสาววัยปลายคนที่แม้อายุอานามมากแล้ว แต่ความสวยสดเปล่งปลั่งและสง่าราศียังคงกระจายออกรอบรอบด้านให้ลูกหลานเคารพนับถือ คุณหญิงประภาศิริหรือคุณย่าประภาของอาคมแต่งกายด้วยเสื้อลายลูกไม้สีชมพูคู่กับผ้าซิ่นสีม่วงอร่ามฉบับสาวชาววัง เกล้าผมมวย ซึ่งกำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่บนแคร่ไม้สักทั้งตัว หลังจากที่สามีอย่างคุณทรงยศประมุขแห่งอินทรีขาวเสียชีวิตลงด้วยโรคประจำตัว คุณหญิงประภาศิริก็ย้ายตัวมาอยู่ที่บ้านสวนหลังนี้อย่างถาวรโดยยกให้คฤหาสน์หลังใหญ่นั่นให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวเป็นคนครอบครองโดยทั้งหมด “ร้อยมาลัยไปให้คุณปู่เหรอครับ” ไม่ว่าวันเวลาจะเคลื่อนคล้อยผ่านไปนานสักเท่าไหร่แต่ในใจของคุณย่าเขายังมีคุณปู่เป็นหนึ่งเดียวตลอดมา “จ้ะ แล้วไปทะเลาะอะไรกับพ่อเขาอีกล่ะฮึ” อาคมคลานเข่าเข้าไปนั่งข้างข้างผู้เป็นย่าที่เลี้ยงดูตนเองมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย “ใครมาฟ้องคุณย่าอีกล่ะครับ” “ไม่ต้องมีใครมาฟ้องย่าก็รู้ เรากับเจ้าทรงอำนาจขัดคอกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เจอหน้ากันทีไรต้องมีเรื่องหรือไม่ก็ทะเลาะเบาะแว้งกันทุกที” “ก็พ่อน่ะสิครับนัดผู้หญิงมาให้ผมดูตัวอีกแล้ว ทั้งทั้งที่ผมก็ปฏิเสธพ่อไปโดยตลอดว่าผมไม่อยากได้ ถ้าผมรักใครชอบใครผมก็พามาให้รู้จักเองนั่นแหละเพียงแค่มันยังไม่ใช่ตอนนี้ก็เท่านั้น” ตอนนี้อาคมออดอ้อนย่าทำตัวเหมือนเด็กขี้ฟ้องไปได้ “ใครอีกล่ะ?” “ยัยอารยาอะไรนั่นที่เป็นลูกสาวของคุณลุงพงศ์ นักการเมืองคนใหญ่คนโตที่มีผลประโยชน์กับพ่อนั่นแหละครับ คนอย่างพ่อน่ะไม่เคยแคร์ความรู้สึกใครนอกจากสิ่งที่ตัวเองจะได้รับตอบกลับมา” บางทีคุณหญิงประภาศิริก็อยากจะถามหลานชายคนนี้เหลือเกินที่เอาเจ้าทรงอำนาจมานินทาให้หล่อนฟัง คงจะลืมสิ้นไปแล้วสินะว่าหล่อนเนี่ยแหละคือแม่ของคนที่ตัวเองกำลังว่าร้ายอยู่"ชุดนี้ก็สวย ถ้าอยู่บนร่างของเธอคงจะเร้าใจแล้วก็เย้ายวนมากเลยแน่ๆขึ้นฉ่าย" อาคมหยิบชุดตัวจิ๋วที่ตัดเย็บด้วยมีลักษณะคล้ายกับซีฟองบางๆขึ้นมาดู "เลิกชมเพื่อเอาใจฉันได้แล้วค่ะคุณอาคม" ขึ้นฉ่ายปลงกับการกระทำของเขาเสียแล้ว ต่อให้เธอจะปฏิเสธไม่เอาท่าเดียวแต่ฝ่ายนั้นก็รีบดึงไม้แขวนส่งให้พนักงานไปเช็คเงินรวบยอดที่เคาน์เตอร์ทันที "ก็เธอสวยจริงๆนี่ขึ้นฉ่าย รู้หรือเปล่าว่าหน้าตาเธอน่ะไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่หรือโหลๆบ้านๆเลยสักนิด ในทางกลับกันเธอห่างไกลจากคำพวกนั้นมากเลยนะขึ้นฉ่าย เธอค่อนข้างจัดอยู่ในระดับผู้หญิงพิมพ์นิยมที่ใครๆเห็นก็ต้องตกหลุมพรางเหมือนกับโดนมนต์สะกด ฉันคิดว่าหากมีการประกวดดาวเดือนเธอคงได้รับตำแหน่งนั้นและเป็นคนที่ฮอตมากคนหนึ่งในคณะในมหาวิทยาลัยเชียวล่ะ" อาคมพูดไปตามเนื้อผ้า เขาไม่ได้เป็นคนเยินยอใครง่ายๆแต่หากได้กล่าวมาแล้วคนๆนั้นจะต้องสะสวยและต้องใจเขาจริงๆตัวอย่างเช่นผู้หญิงตรงหน้า... คราวแรกที่เห็นเธอในชุดเสื้อโอเวอร์ไซซ์ กางเกงขายาวทรงกระบอกปิดตาตุ่มแนบด้วยผ้ากันเปื้อนฉบับแม่ค้าสาว ผมผ้าวนี่ก็กระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิง ปาดเหงื่อไหลย้อยตามใบหน้าร่างกายทำงานงกๆตัวเป็นเกลียวจน
"แล้วนี่ขึ้นฉ่ายจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า เดี๋ยวเราไปส่ง" "แหมมม ถามแค่ขึ้นฉ่ายคนเดียวเลยนะ แล้วพวกฉัน 2 คนล่ะนี่ถามบ้างหรือไง นึกว่าในห้างนี้มีกันอยู่สองคนเหรอจ๊ะนายกร" ลดาแซว หล่อนมิใช่เด็กน้อยวัย 7-8 ขวบที่จะมองไม่ออกว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรกับขึ้นฉ่ายเพื่อนสนิทของตน "เอ่อ..." กรยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ "จะให้เราไปส่งเธอยังไงล่ะลดา เธอเพิ่งบอกไปหยกๆเมื่อครู่ว่าเธอมีนัดกับแฟน ถ้าแฟนเธอเห็นเราแฟนเธออาจจะเข้าใจผิดหรือไม่ก็บุกเข้ามาต่อยเราสลบคาที่ก็ได้นะ" แก้ตัวน้ำขุ่นๆ "อะจ้า ฉันจะเชื่อก็แล้วกันนะ แต่ มีนาล่ะ มีนายังไม่ได้พูดสักคำเลยนะว่ามีนามันมีแฟนน่ะ" "ก็เราเห็นว่าคอนโดของมีนาอยู่ตรงข้ามกับคอนโดของเธอ ก็น่าจะไปด้วยกันได้ยังไงล่ะ..." "พอๆเถอะ ไม่ต้องสรรหาคำพูดอะไรมาแก้ตัวอีกแล้ว ฉันมองออกน่ะว่าเธอรู้สึกยังไงกับขึ้นฉ่าย เพราะสายตาของเธอเวลาที่มองขึ้นฉ่ายกับมองพวกฉันสองคนมันไม่เหมือนกัน" "...เอ่อ..." "เอ่อ...ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความหวังดีนะกร แต่ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวฉันนั่งรถเมล์หรือไม่ก็รถสองแถวกลับเองได้" ขึ้นฉ่ายรีบชิงพูดออกมาหลังจากที่รับรู้ได้ว่าความอึดอัดมันเริ่มครอบงำเมื่อลดาพูดจบ "อ๋อโ
“งั้นเดี๋ยวรอฉันตรงนี้แป๊บนึงนะ ฉันขอตัวไปคุยโทรศัพท์ครู่เดียว” อย่างไรเสียจะทำอะไรเธอก็ควรรายงานให้ฝ่ายโน้นทราบด้วย คุณอาคม “คิดถึงฉันจนทนไม่ไหวหรือไง” ปลายสายแซวด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว “เดี๋ยวกลับเพ้นท์เฮ้าส์มาผัวจะจัดให้อย่างสมใจอยากเลย”“ถามจริงเถอะค่ะคุณอาคมในหัวคุณมีแค่เรื่องนี้เท่านั้นเหรอคะ? เอ่อ… พอดีว่าวันนี้มีกิจกรรมแค่รับน้องปีหนึ่งเท่านั้น ช่วงบ่ายฉันขอไปเดินเที่ยวห้างใกล้ใกล้กับเพื่อนได้ไหมคะ”“เพื่อนที่ไหน ชื่ออะไร ผู้หญิงหรือผู้ชายแล้วไปรู้จักกันได้ยังไง” อาคมถามคำถามยาวยืดซักไซร้เธอด้วยความเป็นห่วง “บอกฉันมาให้หมดเปลือกเลยนะขึ้นฉ่าย เธอน่ะชอบทำตัวให้ฉันเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย” อาคมไม่ได้กลัวว่าหญิงสาวจะไปประพฤติปฏิบัติตัวไม่ดีไม่งามแต่อย่างใด เพียงแค่เขาเกรงว่าเธอจะถูกใครเขาหลอกลวงได้อย่างง่ายดายเพราะอาศัยความไร้เดียงสาไม่ทันคนและดีจนเกินไปของเธออาคมไม่อยากจะคิดจินตนาการถึงภาพที่มีชายคนอื่นมากระทำกับของรักของหวงของเค้าเช่นเดียวกับที่เขากระทำเธอ…หากเป็นเช่นนั้นอาคมคงอาละวาดคลั่งตายแน่ๆ “ชื่อลดา มีนา แล้วก็กรค่ะ” หญิงสาวตอบไปตามความจริงโดยไม่ได้ปิดบัง “ทั้งสามค
“…” หญิงสาวดวงตากลมโตดุจไข่ห่านเหลือบขึ้นไปมองใบหน้าหล่อเหลาลูกเสี้ยวอิตาลีของเขาเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ อ้าริมฝีปากแล้วลากไล้แลบลิ้นเลียความแข็งแกร่งของแท่งแข็งขืนตั้งแต่โคนจรดปลาย “อ่าห์” แววตาอันแสนเร่าร้อนของเขาจ้องมองปฏิกิริยาและทุกการเคลื่อนไหวของร่างกายเย้ายวนจากคนตรงหน้าไม่ให้คลาดแม้แต่วินาทีเดียวอาคมเพียงจินตนาการคิดถึงภาพที่ตนเองกำลังกระแทกความใหญ่โตถาโถมใส่ร่างบอบบางแล้วได้ยินเสียงร้องครวญครางผสมผสานกับใบหน้าเหยเกของเธอมันรู้สึกดีมากแค่ไหน บ๊วบ บ๊วบ! “…” หญิงสาวครอบความเป็นชายกลืนกินลงไปจนสุดความยาวเอ็น แล้วออกแรงขยับเขยื้อนโยกศรีษะขึ้นลงตามจังหวะปรนเปรอเขาเต็มที่จนเขาส่งเสียงร้องฮึมฮัมในลำคอด้วยความพึงพอใจต่อการกระทำนี้ “อย่างนั้นแหละขึ้นฉ่าย อ่าห์!” อาคมใช้ฝ่ามือกดศีรษะเธอเอาไว้ยามที่กำลังเสร็จสรรพถึงปลายสวรรค์เพื่อสูบฉีดน้ำเหนียวข้นพุ่งกระฉูดเข้าไปในโพรงปากเล็ก“อ่าห์…” “แค่กๆ” เธอเผลอกลืนมันเข้าไปทุกหยาดหยด “คาว” นี่คือรสชาติแรกที่ได้ลิ้มชิม “ขอกระแทกเธอสักรอบก่อนไปเรียนได้ไหม?” ไฟปรารถนาอันแรงกล้าที่ลุกโชนโชติช่วงอยู่ในอกไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงได้เลย“คุณอาคมคะ
“ตั้งแต่ที่ไม่มีแคท พี่คงเป็นพ่อที่แย่มากใช่ไหมแคท พี่แทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ต้องเลี้ยงลูกยังไงลูกของเราถึงจะเติบโตมาอย่างดี… แต่วันนี้แคทรู้หรือเปล่าว่าเจ้าอาคมมันเรียนจบปริญญาโทและกำลังจะเปิดรีสอร์ทของตัวเองที่จังหวัดภูเก็ตด้วยน้ำพักน้ำแรงของมันเองแล้วนะ ถ้าวันนี้แคทยังอยู่ แคทคงจะมีความสุขมากที่ลูกชายของขวัญในชีวิตของเราสองคนประสบความสำเร็จสมดังที่คิดตั้งใจเอาไว้ยังไงล่ะ” เรือนร่างหนาของคุณทรงอำนาจสั่นคลอนตามแรงสะอึกสะอื้นที่ถ่ายทอดออกมายามอยู่ตัวคนเดียว ไม่เคยมีใครรู้เลยว่าภายใต้หน้ากากที่ต้องทำตัวเหมือนเข้มแข็งและเข้มงวดทุกคนรวมถึงลูกชายเพียงคนเดียวอยู่ตลอดเวลานั้นเบื้องหลังเขาไม่เคยมีความสุขเลยสักวัน เขาแทบใช้นิ้วมือนิ้วตีนนับไม่หมดเลยด้วยซ้ำว่า เขาแอบร้องไห้กับตัวเองเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วตั้งแต่ที่ภรรยาของเขาเสียชีวิต… คุณทรงอำนาจต้องทำเหมือนว่าตัวเองเข้มแข็งและแข็งแกร่งมาโดยตลอด นั่นเพราะเขาเป็นประมุขใหญ่ของบ้านที่ไร้ซึ่งคู่คิดและคนเคียงข้างกาย เขายืนอยู่ลำพังโดดเดี่ยวเดียวดาย หากเขาอ่อนแอลงแล้วทุกคนในการดูแล ทุกคนในบ้านจะอยู่อย่างไร จะเคารพนับถือได้อย่างไรกัน? ทั้งทั้งที
“ตาอำนาจนี้ก็กระไรดี แต่ถ้าคิดในทางกลับกันพ่อเค้าอาจจะหวังดีกับเราก็ได้นะอาคม ตอนนี้เราก็ไม่ใช่เด็กเด็กแล้วอายุอานามปาเข้าเลขสามควรจะเป็นฝั่งเป็นฝาแล้วก็มีเหลนให้ย่าอุ้มได้แล้วนะ” คุณหญิงประภาศิริปลงกับเรื่องนี้ไปเสียแล้ว หล่อนตั้งหน้าตั้งตาอุ้มเหลนเตรียมของไว้รับขวัญมากมายตั้งแต่อาคมเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีหมาดๆ แต่นี่เวลาล่วงเลยผ่านพ้นมาหลายปีก็ไร้ซึ่งวี่แววทายาทรุ่นถัดไป“ผมยังไม่เจอใครที่ถูกใจนี่ครับย่า” ยกเว้นขึ้นฉ่าย“ย่าก็ไม่รู้จะพูดยังไงกับเราสองคนพ่อลูกจริงๆ” “ไม่เป็นไรหรอกครับย่า ผมจัดการเองได้” ว่าจบก็กระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยคล้ายกับสมองอันชาญฉลาดของเขาได้คิดแผนการเอาตัวรอดสำหรับดินเนอร์มื้อเย็นสุดหรูนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว “…” คุณประภาศิริถอนหายใจเฮือกใหญ่ นี่ถ้าลูกสะใภ้ยังอยู่หล่อนคงจะหาทางออกสำหรับเรื่องนี้ได้อย่างดีแน่นอน @ตกเย็น อาคมจัดการโทรไปบอกหญิงสาวที่กำลังนั่งรออยู่ที่เพนท์เฮาส์อย่างใจจดใจจ่อเอาไว้แล้วว่าเย็นนี้เขาอาจจะไม่ได้กลับไปรับประทานอาหารเย็นร่วมด้วย เนื่องจากมีธุระสำคัญที่ต้องเคลียร์และสะสางให้เรียบร้อย หากเธออยากรับประทานอะไรที่มันไม่มีในตู้เย็นก็ออกปา







