로그인“เพราะผู้หญิงที่จะมาเป็นนายหญิงของแก๊งค์อินทรีขาวมีเพียงคนเดียวเท่านั้นนั่นก็คือหนูอารยาลูกสาวนักการเมืองที่ฉันรู้จัก” คุณทรงอำนาจกระตุกยิ้มมุมปากด้วยความเจ้าเลห์ไม่ต่างไปจากการกระทำที่ลูกชายชอบประพฤติเลยสักนิด “แกจำหนูอารยาได้ไหม น้องอาย ลูกลุงพงศ์ ที่เมื่อก่อนเคยเป็นเพื่อนเล่นกับแกสมัยเด็กเด็ก ตอนนี้น้องโตเป็นสาวหน้าตาสะสวยเชียวล่ะดีกรีระดับนางเอกเบอร์หนึ่งเลยนะ”
“จำไม่ได้” “ไม่เป็นไร เพราะเย็นนี้แกจะต้องอยู่ทานข้าวกับหนูอารยาและลุงพงศ์ที่นี่ ฉันจะแนะนำให้แกรู้จักกับหนูอารยาอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่งในฐานะว่าที่คู่หมั้นของแก” คราวนี้คุณทรงอำนาจเอาจริงเอาจัง “เมื่อไหร่พ่อจะเลิกบังคับผมสักที! เมื่อไหร่พ่อจะเลิกหาผู้หญิงแล้วยัดเหยียดให้ผมสักที ผมไม่ใช่เด็กเด็ก!ผมโตแล้วนะพ่อ ผมจัดการชีวิตของตัวเองได้!!” อาคมตะคอกเสียงดังลั่นสนั่นห้องพร้อมกับแววตาที่จ้องมองคุณทรงอำนาจเต็มไปด้วยความโกรธตัวสั่นงันงกและไม่พอใจ “ฉันปล่อยให้แกใช้ชีวิตเละเทะมามากพอแล้วไอ้อาคม! ถ้าขืนฉันให้แกหาเมียเองมีหวังแกคงไปคว้าผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าหรือไม่ก็สาวขายบริการมาให้อับอายขายขี้หน้าวงตระกูลน่ะสิ!” คุณทรงอำนาจยังคงพูดจาอย่างใจเย็นแต่แฝงไปด้วยความสุขุมและนิ่งจนชวนขนหัวลุกซาบซ่าน “อย่าคิดว่าผมรู้ไม่ทันพ่อนะ ที่พ่ออยากจะได้ยัยอารยานั่นเป็นลูกสะใภ้นักเป็นลูกสะใภ้หนา ก็เพราะว่ายันนั่นมีผลประโยชน์ต่อพ่อใช่ไหมล่ะ! พอยัยนั่นหมดประโยชน์ปุ๊บยัยนั่นก็จะถูกตัดออกไปจากวงจรชีวิตแล้วหาคนที่ทำประโยชน์ให้พ่อมากกว่าขึ้นมาแทน” อาคมรู้จักนิสัยใจคอคุณทรงอำนาจดี เขาไม่เคยสนใจหรือแคร์ความรู้สึกของใครทั้งนั้นนอกจากตัวเอง สิ่งที่เขาให้ความสนใจและจดจ่อกับมันมากที่สุดไม่ใช่ความสุขของลูกชาย แต่เป็นผลประโยชน์ที่เขาจะได้รับจากการดองกับอีกครอบครัวหนึ่งต่างหากล่ะ “รู้ก็ดี พ่อของหนูอารยาเป็นถึงนักการเมืองคนใหญ่คนโต จะทำอะไรก็ง่ายใดต่อเราได้ประโยชน์อย่างเห็นได้ชัด เพราะฉะนั้นอย่าทำให้ฉันผิดหวัง!” “ถ้าพ่ออยากดองกับครอบครัวนั้นนักทำไมพ่อไม่แต่งเองเลยล่ะ! หรือกลัวจะโดนคนอื่นเขาติฉินนินทาว่าเป็นไอ้เฒ่าหัวงูที่อยากได้สาวรุ่นลูก” อาคมลอยหน้าลอยตายั่วยวนกวนประสาทคุณทรงอำนาจ หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรเขาก็ไม่มีวันยอมลงเอยกับผู้หญิงคนนั้นเด็ดขาด! ต่อให้ตอนนั้นอาคมยังเล็กนักอายุอานามประมาณหกเจ็ดขวบ! แต่ก็พอจับสาวราวเรื่องและจำความได้เพียงบางส่วน! อารยาหรือน้องอายของคุณทรงอำนาจเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างอีโก้สูง ชอบทำตัวเหนือกว่าคนอื่นคล้ายกับว่าตนเองเป็นลูกท่านหลานเธอ ใช้ชีวิตติดหรู ถูกพ่อแม่เลี้ยงดูตามใจมาอย่างกับไข่ในหิน อยากได้อะไรต้องได้ไม่เช่นนั้นจะอาละวาดทำลายข้าวของและเปล่งเสียงกรีดร้อง เพียงแค่นี้อาคมก็รับรู้และรู้ซึ้งสัมผัสได้ถึงนรกอันใกล้ที่กำลังมาเยือนหากลงเอยกับแม่อารยาคนนี้! ชีวิตเขาคงปั่นป่วนยุ่งเหยิงวุ่นวายใช่ย่อยยิ่งมีคุณทรงอำนาจให้ท้ายอยู่ด้วยหล่อนก็ยิ่งจะหลงระเริงแล้วได้ใจ “ไอ้นี่!!” “ผมขอตัวนะครับพ่อ” “ถ้าเย็นนี้ ฉันไม่เห็นแกอยู่ในห้องรับประทานอาหาร แกกับฉันได้เห็นดีกันแน่ไอ้อาคม!” จากที่กำลังนั่งเก็บทรงรวบรวมสติสัมปชัญญะไม่ให้อาละวาดก็ดันแตกเตลิดเปิดเปิงเพราะโดนอีกฝ่ายกวนตีน “แล้วพ่อจะทำไม” “แกอย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าแกพาใครไปอยู่ที่เพ้นท์เฮ้าส์นั่น! ถ้าแกไม่อยากให้ผู้หญิงคนนั้นเดือดร้อนก็ทำตามคำสั่งฉันซะ!” ได้ยินคำพูดนี้อาคมถึงกับควันออกหู “พ่อ!!! อย่า ยุ่ง วุ่น วาย กับ ชี วิต ส่วน ตัว ของ ผม” อาคมเน้นยำทีละคำ “ฉันจะไม่ยุ่งวุ่นวายกับผู้หญิงของแก ตราบใดที่เเม่นั่นรักษาขอบเขตและไม่เสนอหน้าขึ้นมาอยากจะมีบทบาทแล้วก็แสดงตัวว่าเป็นผู้หญิงของแก” คุณทรงอำนาจเองก็รู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับอาคม เพียงแค่บางเรื่องเขาไม่ได้พูดกล่าวหรือถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวข้อเปิดประเด็นในการสนทนาก็เท่านั้น ความสัมพันธ์ระหว่างคุณทรงอำนาจและอาคม พ่อลูกคู่นี้เปรียบเสมือนสำนวนสุภาษิตคำพังเพยที่ว่า ‘ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่’ “…” ชายหนุ่มกำหมัดแน่นเพื่อระงับอารมณ์โมโหที่แทบจะปะทุออกมาจากอก ก่อนเดินพรวดพรากออกจากห้องแล้วปิดประตูดังปั้งจนลั่นสนั่นทั่วคฤหาสน์ชั้นบน “โธ่เว้ยยย!!!” เขาปัดเข้าของทุกอย่างที่รกหูรกตาแล้ววางเรียงรายอยู่รอบรอบกายจนหล่นกระจัดกระจายเละเทะไม่เป็นท่า สาวใช้น้อยใหญ่ต่างรีบเข้ามามุงดูการกระทำของลูกชายเจ้าของคฤหาสน์ด้วยความเอือมระอาและจำยอมเพราะไม่สามารถทำอะไรนอกเหนือจากนี้ได้มากนัก หากใครกล้าเข้ามาคงได้โดนฝ่ามือฝ่าตีนของอาคมประทับเข้าที่ใดซักแห่งหนึ่งบนร่างกายเป็นแน่! “คุณอาคมคะ คุณท่านประภาศิริให้มาตามค่ะ” สาวใช้คนหนึ่งตะโกนบอก เขาสันนิษฐานได้เลยว่าคงมีไอ้อีหน้าไหนคาบข่าวไปฟ้องคุณย่าเขาว่าเขามาอาละวาดทำลายข้าวของ! “อืม” … @เรือนไม้หลังบ้าน บริเวณนี้เป็นบ้านสวนขนาดเล็กที่ปลูกเรือนไทยไว้หลังหนึ่งตั้งตระหง่านตรงกลาง ถูกประดับประดาตกแต่งด้วยต้นไม้พันธุ์ไม้นานาชนิดเพื่อความร่มรื่นของผู้อยู่อาศัยที่ต้องการความเรียบง่ายและไม่วุ่นวายเหมือนในคฤหาสน์หลังโตนั่นที่แม้นว่าจะกว้างขวางและมีสิ่งอำนวยสะดวกมากมายหลายอย่าง แต่มันกลับร้อนรุ่มดังไฟหาความสุขไม่ได้ “สวัสดีครับคุณย่า” ทอดมองเห็นเรือนร่างของหญิงสาววัยปลายคนที่แม้อายุอานามมากแล้ว แต่ความสวยสดเปล่งปลั่งและสง่าราศียังคงกระจายออกรอบรอบด้านให้ลูกหลานเคารพนับถือ คุณหญิงประภาศิริหรือคุณย่าประภาของอาคมแต่งกายด้วยเสื้อลายลูกไม้สีชมพูคู่กับผ้าซิ่นสีม่วงอร่ามฉบับสาวชาววัง เกล้าผมมวย ซึ่งกำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่บนแคร่ไม้สักทั้งตัว หลังจากที่สามีอย่างคุณทรงยศประมุขแห่งอินทรีขาวเสียชีวิตลงด้วยโรคประจำตัว คุณหญิงประภาศิริก็ย้ายตัวมาอยู่ที่บ้านสวนหลังนี้อย่างถาวรโดยยกให้คฤหาสน์หลังใหญ่นั่นให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวเป็นคนครอบครองโดยทั้งหมด “ร้อยมาลัยไปให้คุณปู่เหรอครับ” ไม่ว่าวันเวลาจะเคลื่อนคล้อยผ่านไปนานสักเท่าไหร่แต่ในใจของคุณย่าเขายังมีคุณปู่เป็นหนึ่งเดียวตลอดมา “จ้ะ แล้วไปทะเลาะอะไรกับพ่อเขาอีกล่ะฮึ” อาคมคลานเข่าเข้าไปนั่งข้างข้างผู้เป็นย่าที่เลี้ยงดูตนเองมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย “ใครมาฟ้องคุณย่าอีกล่ะครับ” “ไม่ต้องมีใครมาฟ้องย่าก็รู้ เรากับเจ้าทรงอำนาจขัดคอกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เจอหน้ากันทีไรต้องมีเรื่องหรือไม่ก็ทะเลาะเบาะแว้งกันทุกที” “ก็พ่อน่ะสิครับนัดผู้หญิงมาให้ผมดูตัวอีกแล้ว ทั้งทั้งที่ผมก็ปฏิเสธพ่อไปโดยตลอดว่าผมไม่อยากได้ ถ้าผมรักใครชอบใครผมก็พามาให้รู้จักเองนั่นแหละเพียงแค่มันยังไม่ใช่ตอนนี้ก็เท่านั้น” ตอนนี้อาคมออดอ้อนย่าทำตัวเหมือนเด็กขี้ฟ้องไปได้ “ใครอีกล่ะ?” “ยัยอารยาอะไรนั่นที่เป็นลูกสาวของคุณลุงพงศ์ นักการเมืองคนใหญ่คนโตที่มีผลประโยชน์กับพ่อนั่นแหละครับ คนอย่างพ่อน่ะไม่เคยแคร์ความรู้สึกใครนอกจากสิ่งที่ตัวเองจะได้รับตอบกลับมา” บางทีคุณหญิงประภาศิริก็อยากจะถามหลานชายคนนี้เหลือเกินที่เอาเจ้าทรงอำนาจมานินทาให้หล่อนฟัง คงจะลืมสิ้นไปแล้วสินะว่าหล่อนเนี่ยแหละคือแม่ของคนที่ตัวเองกำลังว่าร้ายอยู่"ได้นอนกอดเมียแบบนี้ทุกคืนชื่นใจจังเลย" อาคมกระชับกอดเรือนร่างบางของภรรยาอย่างแนบชิดสนิทกาย ก่อนที่มือปลาหมึกของเขาจะเริ่มไล้ขึ้นไปใต้ทรวงอกแล้วช้อนความนุ่มนิ่มเข้าครอบครอง "หื่นอีกแล้วนะคะ!" "หรือว่าเมียจ๋าไม่ชอบ?" อาคมเลิกคิ้วถามด้วยใบหน้าเล่นหูเล่นตา "ว่าไงคะคนดี" แล้วกระซิบกระซาบข้างๆใบหูเล็กแกมน้ำเสียงแหบพร่าซาบซ่านไปทั้งกาย "ชอบสิคะ ชอบมากด้วย" ขึ้นฉ่ายดันเขาให้นอนราบลงบนเตียงนอนนุ่ม ก่อนจะยกขาก้าวขึ้นคร่อมแล้วใช้ฝ่ามือนุ่มนิ่มลูบไล้วนเวียนบริเวณแผงอกแกร่งกำยำของผู้เป็นสามี จากนั้นจึงปลดกระดุมเสื้อนอนออกทีละเมฺ็ดทีละเม็ด "..." อาคมชอบภรรยาตอนนี้เหลือเกิน เธอเหมือนมีใครอีกคนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวตนมาสิงสถิต ณ เรือนร่าง จนเขาอยากจะจับอัดลงเตียงแล้วกระแทกเน้นๆให้รู้แล้วรู้รอดสมใจอยากไป "อุ้ย!" มือเล็กไล่ต่ำลงไปเรื่อยไปจนถึงเป้าตุงๆของเขาที่ตอนนี้เจ้าหนอนน้อยคงจะสำแดงอานุภาพขยายพองตัวพร้อมพ่นพิษใส่เธอเต็มที่แล้ว "อ่าห์ อย่าทรมานพี่สิคะคนดี" อาคมเริ่มจะทนไม่ไหว เมื่ออีกฝ่ายกำลังนั่งบนเป้าตุงๆแล้วขยับสะโพกปล่อยให้เนินโหนกอวบอิ่มครูดถูกับความแข็งขืนของเขาโดยที่ไม่ยอมสอดใส่เสีย
@10 ปีผ่านไป..."สวยแล้วจ้าเมียจ๋า ไม่ว่าจะแต่งเสื้อโอเวอร์ไซส์ตัวใหญ่โคร่งหรือเสื้อหรูดูดีระดับแบรนด์ดังเมียจ๋าของผัวก็สวยไม่เคยเปลี่ยน" อาคมเดินเข้าไปหอมซอกคอภรรยาสาวสุดสวยที่กำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งด้วยความหลงใหล วันนี้เมียของเขาคงจะสวยเป็นพิเศษ...เพราะแต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศ ใส่ชุดเดรสสีแดงสดคล้องคอเว้าหน้าอกเห็นร่องอวบอูมเล็กน้อยพร้อมกับกระโปรงระบายด้านล่างแหวกขึ้นมาเพื่ออวดขาอ่อนเรียวยาวที่ขาวนวลซึ่งเขาคือผู้ที่โชคดีคนนั้นที่ได้มีโอกาสสัมผัสแล้วดอมดมทุกซอกทุกมุม "พี่อาคมนี่ก็ชมเกินจริงนะคะ ปีนี้หนู 30 กว่าแล้วนะคะ คงจะไม่สดไม่สวยเหมือนตอนแรกๆ" "สวยสิเมียจ๋าของผัวสวยที่สุด ต่อให้อายุมากกว่านี้ก็ยังสวยสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เนอะเมียจ๋า" แม้จะแต่งงานอยู่กินกันมา 10 ปีเสร็จแล้วแต่ความรักของทั้งสองคนยังหวานฉ่ำชื่นมื่นเหมือนเมื่อ 14 ปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน ซ้ำตอนนี้ยังมีโซ่ทองคล้องใจถึง 4 คน...นั่นก็คือคนโต อาทิตย์ และ ตะวันชายหนุ่มฝาแฝดรูปหล่อวัย 9 ขวบ น้อง เพียงดาว เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มที่ถอดโครงแม่มาอย่างเป๊ะๆเพิ่งจะอายุครบ 8 ขวบ และน้อง เพียงฟ้า น้องเล็กของบ้านที่มักจะ
3 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก...ตอนนี้ทั้งลดา มีนา กร และขึ้นฉ่ายก็เรียนจบปริญญาตรีกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งวันนี้เป็นวันพระราชทานปริญญาบัตรรับจากทางมหาวิทยาลัยโดยตรงทำให้ภายในรั้วมหาวิทยาลัยค่อนข้างครึกครื้นไปด้วยนิสิตและคนที่มาแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม..."ในที่สุดพวกเราก็จบสักที!!!!" แก๊งเพื่อนรักกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจในขณะที่ตนเองกำลังสวมชุดครุยมหาวิทยาลัยอย่างมีเกียรติ "กอดคอพากันจบจนได้ แต่ก็ต้องขอบคุณหัวสมองยายขึ้นฉ่ายจริงๆที่เป็นแม่พระแล้วก็ทำให้พวกกู 3 คนจบพร้อมคนอื่นเขา""เอาพวงมาลัยมาไหว้ฉันเลยเดี๋ยวนี้!" ว่าจบทั้งสี่คนก็หัวเราะร่อมีความสุข "แล้วพวกมึงคิดไว้หรือยังจบปุ๊บจะไปทำอะไรกัน" กร หลังจากที่ผิดหวังจากขึ้นฉ่ายเขาก็พักใจยาวๆจนกระทั่งได้ไปลงเอยกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีอายุมากกว่าประมาณ 4-5 ปี... ทั้งสองคนเจอกันครั้งแรกที่นิวยอร์กประเทศอังกฤษ...ตอนนั้นเขาจำได้ว่าเขากะจะไปพักใจเรื่องขึ้นฉ่ายในช่วงปิดเทอมของมหาวิทยาลัยแล้วบังเอิญเจอกันพูดคุยกันถูกคอแล้วค่อยๆพัฒนาขยับความสัมพันธ์ขึ้นมาเรื่อยๆ ผู้หญิงคนนั้นก็คืออารยา..."กูก็คงจะกลับไปเปิดร้านตัดเย็บเล็กๆที่แถวบ้านนั่นแห
"..." คุณทรงอำนาจนิ่งเงียบ..."พ่อรู้ไหมว่าความหวังดีของพ่อมันทำให้ผมเป็นทุกข์มากแค่ไหน" น้ำใสๆของลูกผู้ชายเอ่อล้นคลอเบ้าด้วยอารมณ์ที่ยากจะกักเก็บเอาไว้อยู่ "หลังจากที่แม่ตายพ่อก็ไม่เคยมาดูดำดูดีหรือเอาใจใส่ผมอย่างที่พ่อคนอื่นทำเลยสักครั้ง...ฮึก ตอนมีงานวันพ่อที่โรงเรียนผมได้แต่ยืนมองดูเพื่อนคนอื่นๆกราบเท้าพ่อโอบกอดพ่อแล้วก็บอกรักพ่อ แต่ด้านหน้าของผมมีเพียงแค่เก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินที่แสนว่างเปล่าไร้แม้กระทั่งเงาของพ่อ พ่อรู้หรือเปล่าว่าผมรู้สึกยังไง...ฮือ" อาคมพูดด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆเพราะการกลั้นลมหายใจไม่เป็นจังหวะของเขา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอาคมพยายามเก็บซ่อนไอ้ความรู้สึกแย่ๆเหล่านี้ให้ฝังและจมดินไปตลอดแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำได้..."อะ...อาคม" คุณทรงอำนาจไม่เคยรู้เลยว่าความหวังดีของตนจะไปทำร้ายลูกชายเพียงคนเดียวของเขาขนาดนี้ "พอผมโตขึ้น...ฮึก ผมอยากเรียนอยากได้ดีไปทางวาดรูปแต่พ่อก็ไม่เคยสนับสนุน พ่อเอากระดาษ เอาสีเอาพู่กันของผมไปทิ้งเพราะพ่อมองว่ามันไร้สาระ...พ่อบังคับให้ผมเรียนห้องคิงที่เป็นห้องส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ พอมัธยมศึกษาตอนปลายพ่อก็ส่งผม
"เธอรู้หรือเปล่าว่าตอนที่ฉันเห็นเธอเจ็บหัวใจของฉันมันเหมือนถูกมือใครสักคนบีบให้แหลกละเอียด ฉันอยากจะเจ็บแทนเธอ อยากไปนอนอยู่บนเตียงนี้แล้วใส่สายน้ำเกลือแทนเธอ อยากป่วยไข้แทนเธอ และทุกครั้งที่ฉันคิดว่าหากฉันต้องเสียเธอไปฉันจะอยู่ยังไง...เมื่อก่อนฉันเป็นผู้ชายเละเทะไม่เอาไหน ใช้ชีวิตเรื่อยๆไปวันๆแทบไม่สนใจความรู้สึกใคร อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่พอฉันได้มาเจอเธอจุดหมายปลายทางของฉันมันก็เริ่มมีความหมาย..." ทุกสิ่งทุกอย่างที่อาคมพูดออกมาล้วนจากใจจริงจากสิ่งที่เขารู้สึกจริงๆไม่ใช่ใส่สีตีไข่ให้สวยหรูดูดี "เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีขึ้น เธอทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีพอที่จะยืนข้างๆเธอและสามารถดูแลเธอได้ เธอทำให้ผู้ชายคนนี้คนที่ไม่เอาไหนและไม่เคยคิดจะวาดฝันอนาคตหรือจริงจังมีครอบครัวกับใคร อยากสร้างอนาคตร่วมกับเธอโดยที่ที่ตรงนั้นต้องมีเธออยู่ข้างๆกาย ฉันรักเธอนะขึ้นฉ่าย" น้ำใสๆเอ่อล้นอาบสองพวงแก้มด้วยความปลื้มปริ่มใจชนิดที่ว่าไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ เธอไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงเพราะตอนนี้ในใจมันเต้นโครมครามตื่นเต้นไปหมด "แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า?" อาคมถามอย่างมีความหวัง "แต่ถ้าเธอบอกว่าเธอ
รุ่งเช้าวันถัดมา...อาคมกำลังนั่งป้อนข้าวต้มกุ้งตัวโตๆให้กับหญิงสาวร่างบอบบางด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยเธอ "คุณอาคมทานบ้างสิคะ..." "แค่ฉันเห็นเธอกินฉันก็อิ่มแล้ว" อาคมไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกพวกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่และเกิดขึ้นตอนไหนนานแล้วหรือยัง แต่ทุกครั้งยามที่เขามีเรื่องทุกข์กายทุกข์ใจอะไรพอได้กลับมาเพนท์เฮ้าส์แล้วเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของขึ้นฉ่ายที่มีแต่รอยยิ้มพิมพ์ใจมอบให้แก่เขา เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...เขารู้สึกว่าตัวเองได้ค้นพบคำตอบของหัวใจตั้งแต่ครั้งแรกที่นั่งมองเธอผ่านกระจกสีดำยามส่งลูกน้องคนสนิทไปเหมาทั้งข้าวเหนียวหมูปิ้งและพวกขนมไทยหน้าโรงเรียนที่เธอมักจะมาตั้งโต๊ะขายเป็นประจำ จนตอนนี้ลูกน้องของเขาแทบทุกคนคงจะต้องพาไปตรวจร่างกายประจำปีที่โรงพยาบาลเพื่อเช็ควินิจฉัยดูว่ามีน้ำตาลในเลือดเกินกว่ามาตรฐานหรือไม่ "เธอรู้หรือเปล่าว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน..." จู่ๆอาคมก็หลุดปากถามคำถามนี้ออกไป "ก็ตอนที่ลูกน้องของคุณจับตัวหนูมาที่เพนท์เฮ้าส์ยังไงล่ะคะ" "เปล่า...เธอจำผู้ชายที่ชอบไปเหมาข้าวเหนียวหมูปิ้งและสั่งพวกขนมทีละหลายกิโลได้ไหม"
"ฉันว่าอย่าไปยุ่งวุ่นวายกับเขาเลยดีกว่านะคะ...เดี๋ยวเรื่องราวมันจะใหญ่โตแล้วก็บานปลายกันไปเปล่าๆ" ขึ้นฉ่ายเงื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของเขาเบาๆเพื่อให้เขาใจเย็นและคลายโมโหลง "ฉันไม่อยากให้คุณไปมีเรื่องมีราวกับใครเลยนะคะเพราะมันจะส่งผลเสียต่อตัวคุณเอง""ฉันไม่ยอมให้เธอเจ็บตัวฟรีๆหรอกขึ้นฉ่าย แสดงว่าที่เ
"ฉันทำตามที่คุณสั่งสำเร็จแล้วนะคะ ไหนล่ะเงิน?" เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจผักบุ้งก็รีบปลีกตัวออกจากแม่แล้วไปยังจุดนัดพบ "หวังว่าคุณจะไม่เบี้ยวฉันก็แล้วกัน ดูเป็นผู้ดีตีนแดง เงินแค่นี้คงมีปัญญาจ่ายใช่ไหม""ฉันไม่เบี้ยวแกหรอก! นี่มันเศษเงินสะด้วยซ้ำ อะ!" อารยายื่นเงินสดจำนวน 10,000 บาทส่งให้แก่ผักบุ้งเพื่อ
ทางฝั่งของผักบุ้ง หล่อนโมโหตัวสั่นเป็นฟืนเป็นไฟ เมื่อกลับจากห้างสรรพสินค้าก็รีบวิ่งแจ้นไปฟ้องมารดาที่นั่งขบถั่วอยู่หน้าโทรทัศน์จอเล็กทันที "แม่คะ! แม่รู้หรือเปล่าคะว่าวันนี้หนูไปเจออะไรมา" หล่อนกระแทกก้นลงนั่งแล้วส่งเสียงฟึดฟัดในลำคออย่างคนอารมณ์เสีย "หนูไปเจอนังขึ้นฉ่ายมาค่ะแม่มันสวมชุดนักศึกษ
"หุบปาก!" อีสองคนนี้ก็ช่างยุเสียจริง "แล้วคุณหนูอารยาผู้ที่รักเกียรติ รักศักดิ์ศรีของตัวเองยิ่งกว่าอะไรดีจะยอมให้เด็กผู้หญิงหน้าซื่อใจคดคนนั้นมาหยามเธอได้ง่ายๆเหรอ?" โฉมสำอางเลิกคิ้วถาม "หน็อย!" อารยาทำท่าจะลุกขึ้นยืน แต่ทว่าเหตุการณ์ทางฝ่ายตรงข้ามเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อมีบุคคลที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้อ







