LOGINห้องส่วนตัวของเซียวอวี้ตงนั้นอยู่ชั้นสองของบ้าน
ผิงโต้วยิ้มรับอย่างอารมณ์ดีก่อนจะขอตัวออกไปจากห้องทำงานฉินจ้วง เพ่ยหยูหันไปชิมเค้กร้านพี่สะใภ้พร้อมรอยยิ้ม นานแล้วที่เธอไม่ได้นั่งกินเค้กอย่างสบายใจแบบนี้ นับว่าการเลือกกลับมาพักผ่อนที่บ้านหลังสอบเสร็จเป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับเธอเลยทีเดียวฉินจ้วงหันไปมองหลานสาวที่กำลังกินเค้กพร้อมรอยยิ้มน้อย ๆ เข้าก็อดยิ้มตามไปด้วยอีกคนไม่ได้ เขาเห็นเวลาหลานสาวอ่านหนังสือมักจะมีสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ตลอด พอได้เห็นเพ่ยหยูผ่อนคลายบ้างแบบนี้ คนเป็นปู่อย่างเขาก็อดรู้สึกดีขึ้นมาไม่ได้“เสี่ยวหยู ปู่ทำงานเสร็จแล้ว พวกเราไปที่ห้องประชุมชั้นล่างกันเถอะ” ฉินจ้วงปิดแฟ้มเอกสารแฟ้มสุดท้ายที่อยู่บนโต๊ะลงหลังพูดจบ“ได้ค่ะ ให้หนูไปบอกคุณปู่เลขาก่อนไหมคะ” เพ่ยหยูอาสาขึ้นมาทันที เธออยากทำประโยชน์ช่วยคุณปู่แค่เล็กน้อยก็ยังดี
“ไม่มีปัญหา ฉันก็ต้องให้นายลองเกมส์ใหม่ที่ฉันจะสร้างด้วย” เซียวอวี้ตงพยักหน้ารับคำด้วยความเต็มอกเต็มใจ เขาดีใจที่มีเพื่อนอย่างหวังหมิงทงให้คอยคุยด้วยเกี่ยวกับเรื่องเรียนหลังมื้อเย็นของวัน ฉินจ้วงมานั่งคุยกับลูกหลานที่ห้องรับแขก วันนี้เขาเข้าบริษัทเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีตั้งแต่ปล่อยให้หลานชายดูแลธุรกิจ“ช่วงนี้งานในต่างเมืองมากขึ้นหลายเท่าเลยนะ คนที่หลานส่งไปไว้ใจได้แน่นะ” ฉินจ้วงหันไปถามฉินกวงที่วันนี้เข้าบริษัทตระกูลเวยทั้งวัน“ไว้ใจได้ครับคุณปู่ ผมให้พวกเขาตรวจสอบผู้จัดการที่โน่นด้วยจนกว่าโครงการจะแล้วเสร็จ น่าจะอีกหลายเดือนกว่าพวกเขาจะได้กลับเมืองหลวงครับ” ฉินกวงรายงานสิ่งที่เขาสั่งไปแล้ว“อืม...
หลังจบมื้อเช้า คนอื่น ๆ ต่างออกไปทำงานกันหมด ตอนนี้เหลือเพียงเพ่ยหยูกับเวยฉิงที่นั่งเล่นกันอยู่ที่ห้องรับแขกสองคน“พี่สะใภ้ยังเวียนหัวอยู่ไหมคะ หนูจะได้หาเทียนหอมมาจุดให้” เพ่ยหยูกลัวว่าเวยฉิงจะแพ้ท้องขึ้นมาอีกหลังจากกินมื้อเช้า“ไม่แล้วจ๊ะ พี่กินยาที่หมอให้มาแล้วน่ะ ว่าแต่ร้านไอศกรีมของน้องเป็นยังไงบ้าง” เวยฉิงไม่ลืมว่าน้องสามีเป็นหุ้นส่วนร้านเค้กของเธอด้วย ซึ่งผลกำไรในแต่ละเดือนเธอก็ให้สามีฝากเข้าบัญชีให้เพ่ยหยูทุกเดือนไม่เคยขาด“พวกหนูกำลังจะขยายร้านกันค่ะพี่สะใภ้ เสียดายที่พี่กำลังท้องอยู่ ไม่อย่างนั้นหนูก็อยากชวนไปนั่งเล่นที่ร้านอยู่เหมือนกัน ที่นั่นบรรยากาศดีมากเลยนะคะ” เพ่ยหยูยิ้มกว้างบอก“รออีกสักสองเดือนพี่จะให้พี่กวงพาไปนะจ๊ะ&r
“คุณนายน้อยไม่สบายน่ะครับ ทุกคนเลยพาเธอไปตรวจที่โรงพยาบาลเมื่อบ่ายนี้เอง” พ่อบ้านรายงานไปตามตรง เวยฉิงนั้นเวียนหัวตั้งแต่เช้าจึงพักผ่อนอยู่บ้าน แต่พอถึงตอนเที่ยง เธอก็อาเจียนออกมาก่อนจะได้กินมื้อเที่ยงเสียอีก ทำให้ฉินจ้วง ฉินเหวินและหลงเสวี่ยเวยที่อยู่บ้านด้วยกันรีบพาเวยฉิงไปตรวจทันที“อ้าว แล้วนี่พี่ใหญ่รู้หรือยังคะว่าพี่สะใภ้ไม่สบาย” เพ่ยหยูถามต่อด้วยสีหน้าเป็นห่วง“ทราบแล้วครับ ผมโทรไปบอกแล้ว” พ่อบ้านยิ้มตอบ“อืม...ถ้าอย่างนั้นหนูนั่งรอทุกคนที่นี่ก็แล้วกันค่ะ คุณลุงพ่อบ้านไปทำงานต่อเถอะ” เพ่ยหยูเห็นว่าในทีวีมีรายการน่าสนใจให้ดูอยู่จึงอยากผ่อนคลายหลังการสอบสักหน่อย“ได้ครับ ผมจะ
พวกเพ่ยหยูที่สอบเสร็จกันหมาด ๆ พากันไปที่ร้านไอศกรีมหลังมหาวิทยาลัย พอพวกเขาเห็นว่าลูกค้าในร้านเข้ามาจนแทบไม่มีที่นั่ง ทั้งสามจึงชวนกันไปคุยอย่างจริงจังเรื่องการขยายร้านไอศกรีมเพื่อรองรับลูกค้าซึ่งเพิ่มมากขึ้นทุกวัน“ฉันว่าขยายเลยก็ดีเหมือนกันนะเพ่ยหยู ยังไงห้องติดกันก็ยังไม่มีคนมาเช่า” หวังหมิงทงเอ่ยขึ้นมาหลังจากพวกเขาเข้าไปนั่งที่โต๊ะด้านในร้านซึ่งเป็นโต๊ะส่วนตัวของพวกเขา“ฉันเห็นด้วยกับหมิงทงนะ ถึงกำไรของเราจะยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่าย แต่ถ้ารอต่อไปแล้วมีคนมาเช่าห้องติดกันก็คงไม่ดีเท่าไหร่” เซียวอวี้ตงพยักหน้าเห็นด้วยกับหวังหมิงทง“อืม...ตกลง ถ้าอย่างนั้นเราไปคุยกับลุงเจ้าของห้องเช่ากันดีกว่า หลังจากนี้ฉันยังต้องปรึกษาพี่ใหญ่เรื่องการปรับปรุงห้องใหม่ด้วย พวกนายอยากให้
“ทำไมลูกพูดแบบนั้นล่ะ พวกเขาเป็นเพื่อนลูกนะ” เถียนไป่ฮวาคิดไม่ถึงว่าจะได้ยินคำพูดเย็นชาจากลูกสาวที่เธอสอนมาอย่างดีแบบนี้“พวกมันไม่ใช่เพื่อนหนู! หนูไม่มีเพื่อนเสแสร้งแบบนั้น!” ชางเจียวอยู่ ๆ ก็เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาเมื่อจำรอยยิ้มของหญิงสาวยากจนเหล่านั้นที่ดีใจเมื่อได้เข้าเรียนในห้องเดียวกับเธอ เธอเกลียดที่เห็นคนพวกนั้นมีความสุขทั้งที่ครอบครัวแทบไม่มีเงินจะส่งเสีย เธอเกลียดความมุ่งมั่นของเด็กผู้หญิงพวกนั้นที่อยากเรียนสูง ๆ เพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น“หยุด! คุณพูดอะไรกับเธอ! ทำไมเธอถึงได้เป็นแบบนี้!” เจ้าหน้าที่หญิงสองคนได้ยินเสียงดังจึงรีบเข้ามาหยุดชางเจียวที่กำลังหัวเราะเหมือนกับคนบ้า ดวงตาดุร้า
พวกเด็กที่เรียนร่วมกับไป่หลิน ซู่ฟางและจางเจี้ยนต่างไม่ได้สนใจพวกเขา มีเพียงเด็กไม่กี่คนในห้องนอนนี้ที่เพิ่งเคยเห็นพวกเขาเท่านั้นหันไปมองบ้างเป็นบางครั้ง กระทั่งพวกไป่หลิวเอนตัวลงนอนพักผ่อน เด็กพวกนั้นก็เลิกสนใจพวกเขาและนอนเงียบ ๆ เช่นกัน
เมื่อเสียงประกาศดังออกมาจากลำโพงไม่นาน เพ่ยหยูที่นั่งอยู่รอดูขั้นตอนต่อไปของการทานมื้อเที่ยงถึงกับเบิกตาโตมองดูกลุ่มเด็กจำนวนมากเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบโดยมีเพียงเสียงก้าวเดินของทุกคนเท่านั้นที่ดังกังวานไปทั่วบริเวณ เพ่ยหยูอดคิดไม่ได้ว่า
เด็กสี่คนที่ยืนคุยกันอยู่เป็นจุดสนใจให้กับคนที่กำลังทำครัวอยู่ไม่น้อย พวกเขาหันไปมองกลุ่มของเพ่ยหยูไม่นานก็หันกลับไปทำงานของตัวเองเงียบ ๆ ต่อ ในตอนที่พวกเขาได้มาอยู่ที่นี่ครั้งแรกก็ไม่ต่างจากพวกเพ่ยหยูนัก แต่ละคนทั้งกลัวทั้งกังวลแต่ก็ไม่ถึงกับขาดค
เด็กทั้งสี่คนหอบหิ้วสิ่งของออกจากห้องนอนไปยังห้องน้ำที่อยู่อีกด้านหนึ่งซึ่งจูข่ายหนิงชี้บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ ในอาคารสองชั้นแห่งนี้มีห้องนอนใหญ่อยู่มากถึงหกห้อง และมีห้องน้ำใหญ่เอาไว้ใช้สอยอยู่เพียงแค่สี่ห้องเท่านั้น ดังนั้นหากใครมีเวลาว่างและอยากอ







