LOGIN@BLACK VEIL
“ มีอะไรหรือเปล่าครับ” มิรัน เอ่ยถามรุ่นพี่ด้วยความสงสัย หลังจากสังเกตเห็นว่า มิลเลอร์ ชำเลืองสายตาลงไปยังโซนด้านล่างของผับอยู่หลายครั้ง
ตลอดเวลาที่คุยเรื่องงาน อีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไรนัก หากจะบอกว่าเจ้าพ่อมาเฟียอย่างมิลเลอร์กำลังสนใจผู้หญิง...
มิรันก็คิดว่าแทบเป็นไปไม่ได้เลย
“ไม่มีอะไรหรอก ” เสียงเรียบเอ่ยตอบปัดๆ ระหว่างนั้นก็ยกแก้วเครื่องดื่มในมือขึ้นจิบ สายตายังคงทอดมองลงไปยังชั้นล่างเป็นระยะ พยายามเมินเฉยกับภาพที่กำลังรบกวนความคิดของตัวเอง แต่ยิ่งพยายามไม่สนใจ...
ใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นกลับยิ่งลอยเข้ามาในหัวไม่หยุด
“ถ้าไม่มีอะไร เฮียก็ควรหันมาคุยงานกับผมให้จบก่อนดีกว่า” มิรันพูดพลางเลื่อนแฟ้มเอกสารบนโต๊ะไปตรงหน้ารุ่นพี่
ภายในเป็นรายละเอียดการขนส่งสินค้าลอตใหญ่ ที่กำลังจะเข้ามาในประเทศในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
งานครั้งนี้มีมูลค่ามหาศาล และเกี่ยวพันกับหลายกลุ่มอิทธิพล ทำให้มิรันจำเป็นต้องอาศัยบารมีของเอเดนและมิลเลอร์ สองเจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล คอยหนุนหลังเพื่อให้ทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่างราบรื่น
หากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน...
ตระกูลของมิรันเคยเป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดในโลกธุรกิจสีเทา แต่ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป เมื่ออดีตเจ้าพ่ออย่างฉลาม ผู้เป็นบิดาของมิรัน ตัดสินใจลดบทบาทจากธุรกิจสีเทา แล้วหันไปลงทุนในธุรกิจถูกกฎหมายอย่างเครือโรงพยาบาล อุตสาหกรรมยา และธุรกิจด้านการแพทย์อย่างจริงจัง
อำนาจ เครือข่าย และผลประโยชน์จากธุรกิจผิดกฎหมายที่เคยอยู่ในมือของตระกูลเขา จึงทยอยถูกส่งต่อมายังตระกูลของมิลเลอร์ทั้งหมด
มิลเลอร์กวาดตามองเอกสารเพียงเล็กน้อย ก่อนปิดแฟ้มลง
“เฮียจะให้ เพทาย เข้าไปเคลียร์กับทางตำรวจให้ ส่วนเราก็ทำตามแผนที่เฮียเคยสอนไปได้เลย”
“ครับ”
“ ต่อให้ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่รันจับงานใหญ่ แต่มันจะต้องไม่มีเรื่องผิดพลาด!! ” มิลเลอร์ไม่วายเน้นย้ำกับมิรันทิ้งท้าย
“ครับเฮีย”
มิรันพยักหน้ารับเขารู้ดีว่ารุ่นพี่แค่ต้องการให้เขารอบคอบ และพร้อมเตรียมตัวสำหรับก้าวเข้าไปรับหน้าที่สานต่อธุรกิจจากครอบครัวได้
หลังคุยรายละเอียดจนเสร็จ มิรันจึงเก็บเอกสารกลับเข้ากระเป๋าแล้วส่งกลับให้คนสนิทของตนเอง
ขณะที่มิลเลอร์เอนตัวพิงพนักโซฟา ดวงตาคมเหลือบมองลงไปยังชั้นล่างของผับอีกครั้ง แต่คราวนี้ หญิงสาวที่เขาเฝ้ามองกลับหายไปแล้ว คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแทบจะทันที
ร่างสูงลุกพรวดขึ้นจากโซฟา พลางกวาดสายตามองทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังค้นหาใครบางคน
ท่าทีร้อนรนที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้มิรันอดมองตามไม่ได้
“ไหนเฮียบอกไม่มีอะไร”
“มีอะไรก็โทรมา เฮียขอตัวก่อน” สิ้นเสียง ร่างสูงก็เดินออกจากห้องรับรองด้วยฝีเท้าเร่งรีบ ทิ้งให้มิรันนั่งมองตามอย่างแปลกใจ
ด้านหน้าผับ...
“พี่สอง อย่าลืมถ่ายคลิปมัน ตอนมีอะไรกันกับพวกพี่ส่งมาให้ฉันดูด้วยนะ” เสียงแหลมจีบปากจีบคอ บอกรุ่นพี่หนุ่มที่เป็นสายรหัสเดียวกับ เดวา ที่ถูกล่อลวงมามอมเหล้ามอมยาด้วยความตื่นเต้น
ยิ่งอีกฝ่ายเป็นถึงสาวฮอตประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ หากนำคลิปไปขายต่อในตลาดมืดก็คงจะได้รับความนิยม และขายดีไม่น้อย
ชายร่างใหญ่สองคนที่กำลังพยุงคนเมาในอ้อมแขนพยักหน้ารับ อดตื่นเต้นไม่ได้ที่กำลังจะได้เปิดซิงรุ่นน้องสาวสวยที่ตนหมายตาเร็วๆ
“ปล่อย... อึด อัด” ร่างบางในชุดเดรสตัวสวยพยายามดิ้นขัดขืนออกจากการจับกุม เพราะกำลังร้อนรุ่มในกาย จนอยากจะกระชากเสื้อผ้าถอดออกจากร่างกายอย่างคนไม่มีสติ
แก๊งสาวสวยที่วางแผนสำเร็จ รีบปลีกตัวหนีอย่างรวดเร็ว ทำให้ชายทั้งสองจำต้องเร่งมือประคองร่างบางมุ่งตรงไปยังลานจอดรถ แต่ยังเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็มีเสียงเข้มดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
“ ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้”
ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ
รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ
ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี
หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่
“ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก
บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก







