LOGINเสียงเหี้ยมดังขึ้นในระหว่างที่เด็กหนุ่มสองคน กำลังช่วยกันประคองร่างเล็กของหญิงสาวหน้าตาดีไปขึ้นรถ ในสภาพเมามายแทบไร้สติ
เด็กหนุ่มทั้งสองเป็นต้องชะงักเท้า ก่อนจะหันไปมองตามเสียง เบิกตากว้างออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบชายผู้เป็นเจ้าของสถานบันเทิงแห่งนี้ จับจ้องมองเขม็งราวกับกำลังจะหมายเอาชีวิตพวกเขาทั้งสองคน
“เอาไงดีวะมึง” หนึ่งในนั้นหันไปกระซิบขอความเห็นกับเพื่อน
เพราะทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าชายที่กำลังยืนปรากฏตัวตรงหน้านั้นคือใคร และเบื้องลึกเบื้องหลังของเขาเหี้ยมโหดมากแค่ไหน แต่ที่งงคือเขาเข้ามายุ่งอะไรกับพวกตนด้วย เพราะรุ่นน้องสาวคือเหยื่อสังเวยราคะของพวกเขาในวันนี้
หลังจากที่ยอมเสียเงินเลี้ยงเหล้ารุ่นน้องในสายรหัส รวมไปจนถึงรุ่นน้องในสาขา พวกเขาจ่ายเงินค่าเครื่องดื่มถึงหกหลัก เพราะตั้งใจจะมอมเหล้า เดวา รุ่นน้องในสายที่พวกเขาหมายตาเป็นการเฉพาะ
“คุณไม่ควรเข้ามายุ่งเรื่องของพวกเรานะครับ” สอง หนุ่มรุ่นพี่ในสายรหัสเดวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขัดใจ เพราะการมอมเหล้าผู้หญิง วางยาปลุกเซ็กซ์ หรือวันไนต์ตามจุดต่างๆ ของสถานบันเทิงหรูแห่งนี้ มันล้วนแต่เป็นเรื่องปกติ ที่นักท่องราตรีใครๆ เขาก็ทำกัน
ที่สำคัญพวกเขาทำมาหลายครั้งแล้ว การ์ดของที่นี่เห็นก็ต่างปล่อยผ่าน แต่พอเป็นรุ่นน้องสาวคนนี้ทำไมถึงได้มีปัญหา แม้กระทั่งเจ้าของสถานบันเทิงยังอุตส่าห์ออกโรงปกป้องด้วยตัวเอง
หรือว่ารุ่นน้องเป็นเด็กของเขา
“......” ด้านมาเฟียหนุ่มไม่พูดอะไรโต้ตอบกลับ มีเพียงสาวเท้าเดินขยับเดินเข้าไปใกล้กว่าเดิม จนเด็กหนุ่มทั้งสอง รับรู้ถึงความกดดันที่อันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวของมาเฟียหนุ่ม
“คุณ”
“ปล่อยเธอมา ถ้าพวกมึงยังอยากกลับไปแบบมีลมหายใจ” เสียงของมาเฟียหนุ่มหนักแน่นในทุกคำสั่ง
ไหนจะแววตาคมกริบที่เริ่มมืดดำขึ้นเรื่อยๆ จนเด็กหนุ่มทั้งสองจำใจต้องรีบปล่อยตัวรุ่นน้องสาว แล้วถอยหลังออกห่างในท่าทีหวาดกลัว ก่อนจะรีบวิ่งหนีในที่สุดเมื่อไม่อาจทนเผชิญหน้า กับความน่ายำเกรงของคนตรงหน้าได้
มิลเลอร์ก้มมองเพื่อนสนิทน้องสาว ที่กำลังเมามายจนเกือบหมดสติอยู่ในอ้อมกอดแขนตนเอง ดวงตาคมเข้มของเขาอ่อนลงเล็กน้อย
“ นี่เธอพาตัวเองมาอยู่ในสถานที่แบบนี้ได้ยังไง เดวา…” ริมฝีปากหนาพึมพำตำหนิคนตัวเล็กอย่างคาดโทษ
หลายนาทีต่อมา....
ร่างบางที่กำลังนั่งขดตัวอย่างไม่เป็นสุขอยู่บนเบาะข้างคนขับ ลมหายใจของเธอเริ่มกระชั้นถี่และไม่สม่ำเสมอขึ้นเรื่อยๆ เพราะฤทธิ์ยาที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายทำให้สติพร่าเลือน จนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้
“เดวา...นั่งนิ่ง ๆ ”
มิลเลอร์เอ่ยดุคนตัวเล็กเสียงเข้ม สายตาเขายังคงจับจ้องถนนเบื้องหน้า มือทั้งสองกำพวงมาลัยแน่นขณะขับรถ
“ตัวหอมจัง...” คนเมาพึมพำออกมาอย่างไม่มีสติ ทว่ายังยืนใบหน้าเข้าไปคลอเคลียกับแผ่นอกกว้างของมาเฟียหนุ่มราวกับลูกแมวตัวน้อย อีกทั้งมือไม้ยังซุกซนเลื่อนมาลูบวนไปตามเป้ากางเกงของอีกฝ่าย จนปลุกความเป็นชายของเขาที่เคยหลับใหล ให้ดีดผงาดขึ้นมาอย่างมีอารมณ์กับการยั่วยวนของเมา
“ยัยเด็กบ้านี่ พอเมาแล้วทำไมนิสัยเสียจังเลยวะ” มิลเลอร์สถบออกมาเสียงดังด้วยความหัวเสีย พยายามปัดมือเดวาออกจากเป้ากางเกงก็แล้ว ผลักหัวออกก็แล้วเดวาก็ยังกลับมาวอแวกับร่างกายเขาไม่หยุด
ภาพจำเด็กสาวที่เคยเรียบร้อยขี้อายที่มิลเลอร์เคยเห็น ตอนนี้ได้ถูกลบหายไปจากหัวของเขาทั้งหมด
“อือ...อย่าหวง” เสียงหวานงึมงำในลำคอออกมาด้วยความขัดใจ มือไม้ซุกซนลวนลามชายข้างๆ ทั้งที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครเสียด้วยซ้ำ
“เดวา เอามือเธอออกไปเดี๋ยวนี้” มิลเลอร์จำต้องสูดลมหายใจลึกเพื่อเรียกสติครั้งแล้วครั้งเล่า เขาไม่อยากมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนใกล้ตัว ให้ตัวเองต้องมีปัญหาตามหลัง
“อดทนหน่อย...เดี๋ยวรีบเอายาถอนพิษยาปลุกเซ็กซ์ให้กิน”
มิลเลอร์พยายามพูดเรียกสติเดวาตลอดทาง ก่อนจะเหยียบคันเร่งให้รถพุ่งไปข้างหน้าเร็วขึ้น แต่ฤทธิ์ยาที่ค่อนข้างแรงในตัว กลับทำให้เดวากระสับกระส่ายไม่หยุด
ยิ่งกลิ่นกายความเป็นชายที่โคตรจะหอม เจือกลิ่นบุหรี่และแอลกอฮอล์ยามเขาพูด ไม่ต่างจากน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง กลายเป็นตัวกระตุ้นเพิ่มความรู้สึกวาบหวิวในกายหญิงสาวให้ลุกโชนมากขึ้นไปอีก เธอพยายามเบียดกายขยับเข้ามาแนบชิดชายหนุ่มอย่างโหยหา สีหน้าแววตาอ้อนออดว่าเธอต้องการสัมผัสจากเขา
“ชะ ช่วย...วาด้วย...” เดวาพยายามขยับตัวปีนป่ายเข้าไปนั่งบนตักแกร่งอย่างไม่มีสติ ใจกลางสาวของเธอที่กำลังร้อนรุ่ม ผลิตน้ำหวานสีใสไหลเปียกชุ่มออกมาเต็มชั้นใน
“นั่งดีๆ ได้ไหม เดี๋ยวก็ได้ตายคู่หรอก ” มิลเลอร์จำใจต้องหักรถเข้าจอดข้างทาง เพื่อเคลียร์กับคนบนตัก ที่กำลังร่อนสะโพกใส่เขาไม่หยุด
ร่อนใส่เขาขนาดนี้ เดี๋ยวก็ได้มีเผลอลืมตัวแทงสวนกันบ้างหรอก
“ชะ...ช่วยหน่อย สอดใส่เขามาในตัววาเฉยๆ ก็ได้ ” เดวาที่เริ่มทนต่อฤทธิ์ยาไม่ไหว ร้องขอความเมตตาจากคนตรงหน้าเสียงสั่น มือไม้ที่เริ่มอยู่ไม่สุขก็รีบจัดการปลดเปลื้องชุดของตัวเองออก
มิลเลอร์หลับตาพยายามกดความรู้สึกทั้งหมดไว้ เพราะเขารู้ดีว่าคนตรงหน้าไม่ได้มีสติมากพอ จะรับรู้ว่ากำลังพูดหรือทำอะไรอยู่ หมดฤทธิ์ก็ไม่รู้จะจำเรื่องราวได้ไหม
“ฟังฉันนะ เธอถูกวางยาอยู่ ช่วยตั้งสติหน่อย ”
มิลเลอร์เพิ่งจะรู้ก็วันนี้ ว่าที่ทำงานของเขากับเพนต์เฮาส์ มันช่างไกลกันมากขับรถไม่ถึงสักที
“วาไม่สน มัน...ทรมาน...” เดวาส่ายหน้าน้ำตาค่อย ๆ เอ่อคลอ เสียงสะอื้นแผ่วเบาของคนตัวเล็ก ทำให้มิลเลอร์เริ่มไขว้เขวในใจ
เขาปลดกระดุมเสื้อตัวเองออก ก่อนหยิบน้ำดื่มจากช่องเก็บของส่งให้
“ดื่มน้ำก่อน”
“ไม่ดื่ม” เดวารับขวดน้ำมาถือไว้ในมือ ก่อนจะโยนออกไปทันที
“แม่งดื้อจังวะ” มิลเลอร์ไม่คิดเลยว่า การช่วยเดวาจากการไม่ให้ถูกข่มขืน จะทำให้ตัวเองตกที่นั่งลำบากแบบนี้
“การเป็นคนดีทำไมแม่งยากจังวะ” เสียงเข้มสถบออกมาด้วยความหัวเสียอีกครั้ง
มิลเลอร์ไม่เคยต้องใช้ความอดทนมากมายขนาดนี้มาก่อน
ยิ่งเดวาร่อนสะโพกบดเบียดใส่เขาไม่หยุด ความอดทนที่เคยกดไว้ก็เริ่มจะขาดสะบั้นลงทุกที
“ ถะ...ถ้าไม่ทำ ก็พาวาไปส่งบาร์โฮสต์เลย วาทรมานจะตายอยู่แล้ว ”
“เออ! ทำก็ทำ”
สุดท้ายก็เป็นมิลเลอร์ ที่ใจไม่แข็งพอจนเผลอแตะต้องเพื่อนสนิทน้องสาวเสียเอง
หวังว่าตื่นมาเธอจะจำมันได้ ว่าฉันคือผัวคนแรกของเธอ !
ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ
รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ
ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี
หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่
“ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก
บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก







