LOGINโรสแทบสำลักเครื่องดื่ม หลังจากได้ฟังคำโอ้อวดจากเพื่อน เธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าความหมั่นหน้าของแพรวามันจะไปสุดอยู่ที่ตรงไหน
“แกแน่ใจ? ” โรสย้ำถามอีกครั้ง แม้จะไม่ได้คบกันด้วยความจริงใจกันเต็มร้อย แต่ก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายขายหน้าต่อหน้าคนอื่น
“ทำไม ฉันเป็นถึงลูกสาวเจ้าสัวพงศ์ทรัพย์เลยนะ”
“แล้ว? ” โรสก็ยังมองว่ามันไม่ใช่เหตุผล ที่จะทำให้แพรวาขึ้นไปข้างบนได้อยู่ดี
“พ่อฉันเป็นคู่ค้ากับคุณมิลเลอร์”
“นั่นมันเรื่องธุรกิจ!”
“ก็ใช่ไง” แพรวายิ้มกว้าง “แสดงว่าฉันก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับเขา”
“อยากทำอะไรก็ทำ” โรสหมดคำจะพูด
“คอยดูแล้วกัน” แพรวาหยิบกระเป๋าขึ้นมาคล้องแขน ก่อนเดินตรงไปยังบันไดทางขึ้นชั้นสามอย่างไม่ลังเล ทว่าเพียงไม่กี่ก้าวก็มีบอดีการ์ดสองคนเดินเข้ามาขวางทางไว้เสียก่อน
“ ขอโทษครับคุณผู้หญิง พื้นที่ด้านบนไม่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าครับ” แพรวาชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหน้าเสียอะไร ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นท่าทางเย่อหยิ่ง
“ ฉันมาหาคุณมิลเลอร์ ”
“ได้นัดไว้หรือเปล่าครับ”
“ไม่ได้นัด บอกคุณมิลเลอร์ว่าฉันชื่อแพรวา เป็นลูกสาวเจ้าสัวพงศ์ทรัพย์”
บอดีการ์ดสองคนมองสบตากับเล็กน้อยก่อนเอ่ยตอบ
“ต้องขอโทษด้วยครับ ตอนนี้นายได้ออกจากคลับไปนานแล้ว หากต้องการเจอนายไว้คุณค่อยมาใหม่วันหน้าก็แล้วกัน”
คำตอบของบอดีการ์ดทำเอาแพรวา เดินกลับโต๊ะด้วยความหัวเสียขั้นสุด เมื่อทุกอย่างที่เธอพยายามทำมาทั้งหมดมันดันสูญเปล่า
ทำเอาโรสที่มองดูอยู่ถึงกับเค้นหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ
หลายวันต่อมา...
“เราแยกกันไปนะ” เดวาหันมาเอ่ยกับมิลเลอร์ระหว่างที่กำลังยืนจัดทรงผมอยู่หน้ากระจก วันนี้ทั้งสองคนต่างมีนัดหมายเดียวกัน นั่นคือไปร่วมงานวันเกิดของเอมิล่า
มิลเลอร์ที่กำลังติดกระดุมแขนเสื้อชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเงยหน้ามองคนตัวเล็กผ่านกระจก
“ทำไม”
“วายังไม่อยากให้ใครรู้เรื่องของเรา”
“แต่ฉันไม่ใช่ชู้เธอ ทำไมต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ เหมือนแอบคบกันด้วย” มีเขาเป็นผัวมันแย่ตรงไหน อีกอย่างหากบอกเรื่องมีแฟนกับพ่อแม่ของเขาได้ ท่านจะได้เลิกยัดเยียดลูกสาวเพื่อนให้เขาสักที
“วาแค่ยังไม่พร้อม” เดวาขยับตัวเข้าไปสวมกอดเอวสอบมิลเลอร์ท่าทีออดอ้อน ปลายคางเล็กวางบนกลางอกกว้าง “พี่มิลเลอร์ให้เวลาวาหน่อยนะคะ”
“อืม....” แม้ใจอยากจะคัดค้านมากเท่าไหร่ก็ตามเถอะ มิลเลอร์ยกมือขึ้นจัดปอยผม ที่ตกลงมาข้างแก้มให้เธออย่างเอ็นดู
“แต่มีข้อแม้”
“อะไรอีกคะ”
“ต่อหน้าคนอื่นจะทำเหมือนไม่รู้จักฉันก็ได้” มุมปากยกยิ้ม “แต่ถ้ามีผู้ชายคนไหนมาจีบเธอ ฉันไม่รับประกันว่าจะทำเหมือนไม่รู้จักได้หรอกนะ”
“พี่นี่มัน...” เดวาส่ายหน้าอย่างเอือมระอา “หวงไม่เข้าเรื่อง”
“ฉันหวงเมียตัวเองแล้วมันผิดตรงไหน”
“ก็ไม่ แต่ช่างเถอะวาต้องไปแล้ว”
“เอารถฉันไป”
มิลเลอร์เค้นเสียงเหี้ยมสั่ง แต่พอเดวากำลังจะอ้าปากปฏิเสธ เขากับยื่นคำขาดออกมาซะงั้น
“ถ้าไม่ ก็ไปพร้อมฉัน อย่าให้ต้องได้พูดซ้ำ”
“ก็ได้” เดวาหมดคำจะโต้เถียง ยอมเดินไปหยิบกุญแจรถของมิลเลอร์ในที่สุด
@โรงแรมหรู
ภายในงานวันเกิดเต็มไปด้วยความคึกคัก แสงไฟจากแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่สาดสะท้อนลงบนพื้นหินอ่อนจนทั่วทั้งโถงดูระยิบระยับ
แขกที่มาร่วมงานส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนมีชื่อเสียง นักธุรกิจ เจ้าของกิจการ รวมถึงเหล่าทายาทตระกูลดัง แต่ทุกคนก็ล้วนแต่เป็นเพื่อนและญาติๆ กัน กับเอมิล่าและมิลเลอร์ทั้งนั้น เพราะงานภายในจัดขึ้นเป็นการส่วนตัว
ทันทีที่เดวามาถึงงาน เธอก็รีบตรงเข้าไปไหว้พ่อแม่ของเอมิล่าทันที
“สวัสดีค่ะคุณอา”
อาร์มพยักหน้ารับไหว้เด็กสาวด้วยรอยยิ้มใจดี ส่วนมิล่ารีบปรี่เข้ามาสวมกอดเดวาด้วยความคิดถึง
“อาคิดถึงหนูจังเลยลูก”
“หนูก็คิดถึงคุณอาค่ะ ขอโทษนะคะที่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้แวะมาเยี่ยม พอดีตอนนี้วาเรียนหนักมากเลย”
“อาเข้าใจ ไหนหนูจะต้องเตรียมความพร้อมทำแบรนด์เสื้อผ้า กับเอมิอีกไม่ใช่เหรอ ยังไงก็สู้ๆ นะลูก อาพร้อมสนับสนุนทั้งสองเต็มที่” มิล่าลูบหัวเด็กสาวด้วยความใจดี ก่อนจะผละอ้อมกอดจากเดวา เมื่อเห็นลูกสาวตัวเองรีบเดินเข้ามาหาเพื่อน
“ขอบคุณมากเลยนะคะที่ให้โอกาสวา ”
“อาเต็มใจ นั่นเอมิมาพอดี เดี๋ยวอาขอตัวไปหาผู้ใหญ่คนอื่นก่อนนะคะ ”
เดวาที่หันไปมองตามสายตาของคุณอาทั้งสอง ก็เห็นเป็นพ่อแม่ของมิลเลอร์ที่มองมายังเธออย่างไม่ปิดบัง ส่งผลให้เดวารีบคงมือไหว้พวกท่าน แล้วหันไปหาเพื่อนที่กำลังเดินมาหา ใช้อีกฝ่ายเป็นโล่กำบังสายตาพวกท่านที่กำลังมองเธอแปลกๆ
หวังว่าพวกท่านคงจะไม่รู้ เรื่องระหว่างเธอกับมิลเลอร์หรอกนะ
“เดวา!” เสียงคุ้นเคยดังขึ้น ก่อนหญิงสาวเจ้าของงานจะรีบเดินเข้ามาหา
เอมิล่ายิ้มกว้างทันทีที่เห็นเพื่อนรัก
“แกมาช้าจนฉันคิดว่า แกจะไม่มาซะแล้ว”
“มาสิ วันเกิดเพื่อนทั้งทีต่อให้ติดงาน ฉันก็จะหาทางมาให้ได้ ” เดวายื่นกล่องของขวัญให้อีกฝ่าย “สุขสันต์วันเกิดนะ นี่ของแก”
“ขอบคุณมากเลยนะ” เอมิล่ารับของขวัญไป ก่อนจะกอดเดวาแน่นด้วยความดีใจ ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองเลือกที่จะปลีกตัวเดินไปหาแก๊งเพื่อนๆ ปล่อยให้เด็กๆ ได้พูดคุยกัน
“หน้าตาแกไม่สดชื่น เหมือนคนเป็นเจ้าของวันเกิดเลยนะ”
“ก็อาเข็มทิศน่ะสิป่านนี้ยังไม่มาเลย” เอมิล่าถอนหายใจออกมาด้วยความปลงตก
“ฉันไม่รู้จะปลอบใจแกยังไงดีเหมือนกันเอมิ แต่แกอย่าลืมสิ ว่าตอนนี้พ่อแม่แกไหนจะคุณปู่ท่านมีความสุขมากแค่ไหน ยิ้มหน่อย”
เดวายื่นมือไปบีบแก้มเพื่อนเบา ๆ จนเอมิล่าต้องยอมยิ้มออกมาในที่สุด
“ขอบคุณนะวาที่เตือนสติฉัน ”
“กลับเข้าไปในงานกัน วันนี้แกควรมีความสุขนะ”
“รักแกที่สุดเลยวา”
“รู้แล้ว” เดวาลูบแก้มเพื่อนเบาๆ เพื่อปลอบประโลมความรู้สึกเสียใจของเดวา
“งั้นกอดหน่อย”
“ไม่เอา เดี๋ยวชุดยับ ไปเป่าเค้กได้แล้วคุณปู่จะได้ไปพักผ่อน ”
“งั้นไปด้วยกันนะ ฉันอยากให้แกอยู่ด้วย” เอมิล่าคว้ามือเดวาเอาไว้ ก่อนจะลากเพื่อนรักกลับเข้าไปด้านในงานโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ แต่ช่วงเวลาสำคัญตอนเป่าเค้ก
เดวาเลือกจะถอยออกมายืนอยู่โซนเดียวกับแขกคนอื่น ปล่อยให้เอมิล่าได้ใช้เวลาความสุขร่วมกับครอบครัวอย่างเต็มที่ ก่อนจะขอตัวแยกออกมาเข้าห้องน้ำ
เธอเดินออกจากบริเวณจัดงานมาตามทางเดินด้านข้าง พยายามหลบสายตาผู้คน ที่ยังคงพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
ทว่าเพิ่งเดินพ้นหัวมุมทางเดินมาได้ไม่กี่ก้าว ข้อมือบางถูกมือหนาคว้าเอาไว้จากด้านข้าง
พรึ่บ!
“ว๊าย!” เดวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เสียงร้องถูกกลืนหายลงลำคอ เมื่อถูกดึงเข้าไปในห้องรับรองส่วนตัวที่อยู่ใกล้กันอย่างรวดเร็ว
ปัง!
“พี่มิลเลอร์!” เดวารีบดึงข้อมือตัวเองกลับ เงยหน้ามองคนตรงหน้าด้วยความตกใจปนไม่พอใจ กระชากมาได้เธอตกใจนึกว่าตัวเองโดนดักฉุด
“ทำอะไรของพี่เนี่ย! วาตกใจจนเกือบฉี่ราดแหนะ” มิลเลอร์เมินเฉยคนตัวเล็กที่กำลังโวยวายใส่เขา
“จะกลับตอนไหน”
“วายังไม่รู้เลยค่ะ”
“ถ้าเมาให้นอนค้างที่นี่กับเอมิ ห้ามขับรถกลับเองเป็นอันขาดเข้าใจมั้ย”
“รู้แล้วค่า…” เดวาตอบเสียงห้วน พลางลูบข้อมือตัวเองตรงรอยที่ถูกเขาคว้าเมื่อครู่
“พี่ไม่ต้องทำเหมือนวาเป็นเด็กสามขวบได้ไหม”
“ถ้าเธอไม่หัวอ่อนเอาตัวรอดได้ ฉันคงไม่ต้องห่วง”
“วาไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นหรอก แต่ก็ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง”
“อืม….” มิลเลอร์พยักหน้า ก่อนจะดึงเดวาเข้ามาสวมกอดแนบอก ใบหน้าคมโน้มลงมาแนบริมฝีปากจูบกลางศีรษะ
เดวาเงยหน้ามองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ
“แล้วพี่มาดักลากวาเข้ามาในห้องนี้ทำไม” เดวาไม่เข้าใจการกระทำเขา มิลเลอร์ควรสนุกกับเพื่อนคนอื่นมากกว่าจะตามมาวุ่นวายกับเธอ
“แค่อยากจูบ”
“ปากวาจะเปื่อยหมดแล้ว เดี๋ยวกอด เดี๋ยวจูบ วาไม่คิดว่าพี่จะเป็นคนติดสกินชิพผู้หญิงขนาดนี้”
“ฉันทำแค่กับเธออย่าเหมารวม” มิลเลอร์แย้งกลับคำพูดของเดวาแทบจะทันที รู้สึกมันเขี้ยวคนตรงหน้ามาก จนต้องก้มลงงับแก้มนุ่มเบา ๆ เพื่อระบายความรู้สึก
“โอ๊ย! พี่มิลเลอร์!”
เดวารีบยกมือลูบแก้มตัวเอง ก่อนมองค้อนคนตัวโตกัดมาได้
“กัดทำไมเนี่ย”
“พูดไม่เข้าหู”
“คนอะไร เอะอะก็ใช้แต่กำลัง ตัววาช้ำหมดแล้วเนี่ย”
“ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เธอบอบบางจนน่ารังแกเอง”
“หาความตลอด....”
กำปั้นเล็กยื่นไปทุบหน้าท้องแกร่งคนชอบแกล้งเป็นการเอาคืน แต่นอกจากอีกฝ่ายจะไม่รู้สึกเจ็บแล้ว เขายังหัวเราะออกมาด้วยความชอบอีกด้วย
ด้านนอกห้องรับรอง
“มันกำลังคบกับเด็กนั้นจริงๆ สินะ ”
“ที่รักคิดว่ายังไงล่ะ ขนาดเราเป็นพ่อแม่แท้ๆ ลูกชายตัวดีของที่รักยังไม่ยอมให้เราเข้าออกเพนต์เฮาส์เลย ”
“น่าสนใจดี”
“จะแกล้งอะไรลูก ที่รักอย่าทำอะไรบ้าๆ นะ”
“หมั่นไส้มัน”
มารียากลอกตามองบนใส่สามีด้วยความปลงตก สองพ่อลูกนิสัยไม่ต่างกันเลย ชอบทำอะไรที่ไม่เข้าท่า...
ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ
รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ
ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี
หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่
“ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก
บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก







