Share

17 ล่อลวง

last update publish date: 2026-09-02 12:24:41

“ฟัดแก้มวาพอหรือยังคะ วาต้องออกไปหายัยเอมิแล้ว” เดวาลูบแก้มตัวเองปอยๆ ด้วยความเจ็บ เพราะโดนหนวดแข็งที่เริ่มขึ้นเป็นตอทิ่ม

“ ฝากดูเอมิมันด้วยนะ ” มิลเลอร์รู้ว่าวันนี้น้องสาวไม่ปกติ ทั้งที่วันนี้เป็นงานวันเกิดเอมิล่าแท้ๆ แต่แววตาเอมิล่ากลับเศร้าจนใครที่เห็นก็ต่างสัมผัสได้

“งั้นวาขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ จะได้รีบออกไปหายัยนั่น” ร่างบางเขย่งปลายเท้าขึ้นจูบปลายคางสากชายหนุ่ม เพื่อเป็นการบอกลาอีกฝ่ายกลายๆ

“ในห้องนี้มีห้องน้ำ ไปเข้าให้เรียบร้อย”

“ค่ะ” เดวาพยักหน้ารับ ก่อนหมุนตัวเดินไปทางประตูห้องน้ำด้านใน แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปถึงสองสามก้าว เสียงของมิลเลอร์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“วา”

“คะ?” ร่างบางหันกลับไปมองด้วยแววตาที่ไม่ค่อยเข้าใจ วันนี้มิลเลอร์เป็นอะไรของเขานักหนาเนี่ย

“ดูแลตัวเองดีๆ แล้วก็อย่าให้ฉันรู้ด้วยว่าแอบคุยกับผู้ชายคนอื่นในงาน”

“เข้าใจแล้วค้า… วาไปได้ยังไม่ไหวแล้ว”

“เด็กดี”

“อย่าเรียกแบบนั้นสิ” ฟังทีไรรู้สึกวูบวาบเสียวท้องน้อยชะมัด ปกติเขามักใช้สรรพนามนี้ยามอยู่บนเตียงกับเธอ

“หึ” มิลเลอร์หัวเราะในลำคอ ก่อนโบกมือไล่

“ไปได้แล้ว”

“ค่า….” เดวาแกล้งลากเสียงประชด ก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำ ปล่อยให้มิลเลอร์ยืนมองตามด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ทว่าเมื่อประตูห้องน้ำปิดลง รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ค่อย ๆ จางหาย มาเฟียหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาลูกน้องคนสนิททันที

“ทาม”

[ครับนาย]

“คอยตามดูแลเดวาด้วย” สั่งงานลูกน้องคนสนิทจบ เขาก็เดินออกไปจากห้องรับรองในทันที เนื่องจากมีงานด่วนที่ต้องเข้าไปจัดการต่อ

ด้านเดวาหลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ เธอก็รีบเดินตามหาเพื่อนทันที ซึ่งอีกฝ่ายก็กำลังยืนรับลมพูดคุยกับชายคุ้นตาอยู่ ทำให้เดวาตัดสินใจรีบเดินไปหา

“แกอยู่นี่เองฉันเดินหาตั้งนาน อ่าวทิว” เดวาบ่นอุบก่อนจะหันไปทักทายทิว เพื่อนสนิทสมัยมัธยมต้นของเธอกับเอมิล่า

“อ่าวเดวาสบายดีนะ” ทิวทักทายเดวากลับบ้าง

“สบายดีค่ะสุดหล่อ” เดวาขยิบตาใส่ทิวท่าทีซุกซน

“ยังปากหวานเหมือนเดิมเลยนะเดวา” ทิวพูดพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ เขาเอื้อมมือไปยีหัวเพื่อนเก่าหยอกล้อเพราะรู้สึกเอ็นดู ทว่าเมื่อก่อนยังรับรู้ความรู้สึกเดวาด้วย ว่าเจ้าหล่อนปลาบปลื้มตนมากแค่ไหน  แต่ดูจากสายตาตอนนี้ก็น่าจะเลิกชอบเขาไปแล้ว  อีกอย่างเหมือนเขาเคยแอบเห็นเดวามีแฟนแล้ว

“ฉันไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก ก็ยังเป็นเดวาคนเดิม” เดวาอมยิ้มตอบ

“แล้วยังเป็นคนที่ชอบเราเหมือนเดิมป่ะ” ทิวถามเดวากลับอย่างล้อเลียน

“ไม่รู้สิ แต่ในสายตาเราทิวยังเป็นสุดหล่อที่แสนดีคนนั้นเสมอ”

“พวกแกสองคนหยุดจีบกันสักทีได้ปะ” เอมิล่าเอ่ยขัดออกมาอย่างอารมณ์เสีย คนแม่ยิ่งอกหักในคืนวันเกิดตัวเองอยู่ ไม่มีอารมณ์จะมาร่วมยินดีกับเพื่อนทั้งสองหรอก

“มารความรักเพื่อนชะมัด” เดวากลอกตาใส่ ต่างจากทิวที่ยังคงยืนยิ้ม ไม่คิดถือสาคำพูดเพื่อน

“อืม...เราต้องกลับแล้วไว้นัดกินข้าวกันครั้งหน้านะ แฮปปี้เบิร์ธเดย์อีกครั้งนะเอมิ”

“ขอบคุณนะทิวที่มา ไว้นัดเจอกัน”

“บาย…..” เดวากับเอมิล่าต่างยกมือโบกลาทิว พ้นหลังร่างสูงเพื่อนชายเดวารีบหันกลับมาหาเอมิล่า

“ทำไมอาเข็มทิศยังไม่มาอีกล่ะเอมิ?” เดวากระซิบถามเพื่อนเสียงเบา เธอคิดว่าอีกฝ่ายแค่จะมางานช้าเท่านั้น

“ไม่ต้องมาถามเลย แกก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าเขาคงไม่มา” เอมิล่าตอบกลับไปด้วยเสียงแผ่วเบาแต่ น้ำเสียงนั้น เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้คำพูด

“ไม่เป็นไรนะเอมิ แกยังมีฉันมีทุกคนที่รักแก” เดวาปลอบพลางโอบกอดเพื่อนสนิทไว้แน่น เพื่อให้อีกฝ่ายไม่รู้สึกแย่มากไปกว่านี้

“วันนี้เดี๋ยวฉันอยู่เป็นเพื่อนแกเอง” เดวาคิดถึงสมัยมัธยม ที่ทั้งสองนอนคุยเล่นกันไปจนถึงเช้า

“อือ... ขอบใจแกนะ”

“อย่าเศร้านี้วันเกิดแกนะไปสนุกกับพี่ๆ คนอื่นกัน” ประโยคปลอบใจเดิมๆ ยังคงถูกเดวาหยิบยกมาเอ่ยปลอบใจเอมิล่าจนกระทั่งจบงาน

หนึ่งเดือนต่อมา...

ในทุกๆ วันหลังจากเรียนเสร็จ เดวาจะรีบกลับเพนต์เฮาส์ของมิลเลอร์ทันที เด็กสาวแทบไม่มีเวลาแวะไปไหน แม้แต่กลับบ้านหาพ่อแม่ก็ไม่ได้กลับ  แต่ยังดีที่ท่านทั้งสองต่างก็เข้าใจว่าเธอติดงาน

เนื่องจากตอนนี้เดวากำลังจริงจังกับการทำแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง มีบ้างบางวันที่ต้องลากปูเป้มาช่วยงานด้วย ซึ่งวันนี้ก็เช่นกัน

ส่วนมิลเลอร์นั้นให้อิสระในการเรียนการทำงานของเดวาทุกอย่าง ทว่าบางวันมาเฟียหนุ่มยังเลือกที่จะใช้ชีวิตกินนอนอยู่ที่คลับแทน เพราะเดวากับเพื่อนจะได้ทำงานอยู่ที่เพนต์เฮาส์ได้สะดวก และไม่อึดอัดเหมือนตอนเขาอยู่

“ เสื้อครอปสายเดี่ยวดอกเดซี่ทรงนี้ เราตัดครบทั้งสามไซส์แล้วนะวา ” ปูเป้ที่เป็นคนเช็ก ชิ้นงานเอ่ยบอกเพื่อน

“สต๊อกครบไซต์ล่ะสิบตัวแล้วใช่ป่ะ”

“อืม…ครบแล้ว” ปูเป้หันมาตอบ ระหว่างนั้นก็พับเสื้อใส่ถุงแพคเกจจิ้งที่สกรีนชื่อ แบรนด์ “DEMIA” ทุกอย่างล้วนแต่เป็นเดวาที่ออกแบบและลงมือทำเองทั้งหมด

“อีกนิดเดียวฮึบๆ” เดวาเอ่ยให้กำลังใจตัวเอง

“ที่ฉันไล่ดูแบบโชว์ที่แกตัดไว้ ตอนนี้แกตัดไปได้เกือบสิบห้าคอลเลกชันแล้วนะวา ขาดแค่ทำสต๊อกจำนวน”

“ฉันอยากตัดแบบไว้สักยี่สิบห้าถึงสามสิบแบบน่ะ พอได้แบบครบต่อไปจะได้ยุ่งแค่หาผ้ากับหาโรงงานตัดเย็บทางเดียว”

“แกโคตรเก่ง ฉันยอมแกจริงๆ” แม้จะเรียนสายเดียวกัน แต่ความสามารถปูเป้นั้นกับไม่ได้ครึ่งของเดวา ปูเป้ออกแบบได้ ดูแบบได้ แต่กลับไม่สามารถตัดเย็บชุดออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้

“แกก็เก่ง ถ้าไม่ได้แกคอยแนะนำเทนต์ให้ ฉันก็ออกแบบชุดออกมาไม่ได้เหมือนกัน ” ที่เขาบอกว่าสองหัวยังไงก็ดีกว่าหัวเดียวท่าจะจริง

สองสาวที่ทำงานร่วมกัน ต่างให้กำลังใจกันไปมา

อีกอย่างข้อดีของการทำแบรนด์ร่วมกับเอมิล่า หนึ่งคือเธอไม่ต้องห่วงเรื่องเงินทุน สองคือมีอิสระทางความคิดและการทำงานทุกอย่าง เดวากับเอมิล่าแยกงานกันชัดเจน

“แล้วนี่แบรนด์พวกแกไม่ขายช่องทางออนไลน์เหรอ เห็นเร่งงานเตรียมลงแค่หน้าร้านอย่างเดียว”

“ขายแหละ แต่ต้องรอหาโรงงานตัดเย็บให้ได้ก่อน แกก็รู้ว่าฐานลูกค้ายัยเอมิมันโหด พวกดารานางแบบแทบทั้งวงการคือใช้แบรนด์นางทั้งหมด” แค่มองภาพเหตุการณ์ล่วงหน้าเดวาก็เหนื่อยแล้ว

“ แต่ตอนนี้ยัยเอมิยังหาที่ลงหน้าร้านไม่ได้เลย  แต่ก็ดีเหมือนกันฉันจะได้มีเวลาทำชุดออกมาให้ได้เยอะๆ”

“ปกติเอมิจะเอาแบรนด์ขึ้นห้างไม่ใช่เหรอ ทำไมครั้งนี้มาแปลกล่ะ”

“ยัยเอมิบอกว่าอยากได้พื้นที่เยอะๆ น่ะ พอดีว่าจะเปิดห้องเสื้อ ร่วมกับแบรนด์เสื้อผ้าวัยรุ่นด้วย”

“โหทำร่างแหลกเลยแบบนี้ ฉันจองหนึ่งตำแหน่งนะ” ปูเป้ไม่ได้พูดเล่น เพราะทำงานกับเดวาสนุกจริงๆ อีกอย่างเหมือนเธอได้เติมเต็มความฝันตัวเองไปด้วย

“แน่นอน ค่าแรงแกเมื่อวานกับวันนี้รวมกันเป็นพันห้าน่ะ เดี๋ยวทำงานเสร็จโอนให้”

“ทำไมวันนี้ได้เยอะปกติวันล่ะห้าร้อย”

“ทิป” เดวาไหวไหล่เบาๆ

“ตามใจ” เคยบอกไปแล้วไม่ต้องให้เยอะ แต่ก็นั่นแหละเดวาไม่เคยฟัง สรุปปูเป้จำต้องปล่อยเลยตามเลย อยากให้เธอเท่าไหร่ก็ให้

เดวายังคงนั่งขึ้นแบบชิ้นงานใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีปูเป้คอยช่วยดูรายละเอียดและออกความคิดเห็นอยู่ข้าง ๆ ทำให้งานที่เคยต้องใช้เวลานานกลับเดินหน้าได้รวดเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว

ยิ่งเป็นเสื้อผ้าชิ้นเล็ก ๆ อย่างเสื้อครอป เสื้อสายเดี่ยวทรงเรียบเข้าเซตกระโปรงสั้นทรงเรียบเหมือนกัน มันก็ยิ่งช่วยให้ขั้นตอนการตัดเย็บสะดวกขึ้น ทั้งสองจึงสามารถทำต้นแบบออกมาได้หลายตัว หลายแบบภายในระยะเวลาไม่นาน

ครืด....

เสียงมือถือที่ดังขึ้นมาขัดจังหวะการทำงานเดวา ทำให้เธอหยิบขึ้นมาดูด้วยความรวดเร็ว เพื่อดูชื่อคนที่โทรเข้ามา

“คะคุณแม่” เดวาเอ่ยกับปลายสาย

[น้องวาวันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้ พอจะว่างกลับมาบ้านมั้ยลูก]

“ก็ว่างค่ะ วาไม่ได้ติดงานอะไรขนาดนั้น”

[น้องวามาเย็นวันศุกร์ได้ใช่มั้ยลูก แม่กับพ่อจะได้รอทานข้าวด้วย]

“ได้ค่ะวาสะดวก”

[แล้วเรื่องเรียนเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยหรือเปล่า]

“เรื่องเรียนวาสบายมากค่ะ แต่ช่วงนี้วาจะหนักไปทางทำแบรนด์เสื้อผ้ามากกว่า แต่ก็สนุกดีวาชอบ”

[คุณพ่อคงหมดสิทธิ์ที่จะจีบลูกสาวมาช่วยทำงานที่บริษัทแล้วใช่ไหมคะ] น้ำเสียงหยอกล้อจากปลายสาย ทำให้เดวาหลุดขำออกมาจนได้

“ถ้าคุณพ่อให้ค่าแรงแพง วาอาจจะเปลี่ยนใจค่ะ”

[สำหรับลูกรักอย่างน้องวา คุณพ่อน่าจะทุ่มหมดตัว]

“ไว้คุยกันนะคะคุณแม่วาขอทำงานก่อน”

[จ้าลูก] ปูเป้เหลือบมองเพื่อนที่กำลังคุยสายข้างๆ เพียงเล็กน้อย แต่พอเห็นเวลาที่หน้าจอมือถือล่วงเลยไปเกือบสามทุ่ม จำเป็นต้องรีบเก็บของเตรียมตัวกลับหอเพื่อพักผ่อน หลังพูดคุยกันอีกไม่กี่ประโยคกับแม่เดวาก็วางสาย เป็นประจวบเหมาะกับที่ปูเป้เก็บของเสร็จพอดี

“ฉันต้องกลับแล้ว” ปูเป้บอก

“เดี๋ยวฉันไปส่ง อยากเลี้ยงข้าวแกพอดี”

“หืม…งั้นก็ไปกินชาบูด้วยกันไหม ฉันอยากกินมาหลายวันแล้วไม่อยากนั่งกินคนเดียวพอดี”

“เอาสิ” เธอก็เบื่อ Fine Dining ที่มิลเลอร์ชอบมักพาไปกิน ยอมรับว่ามันไม่ถูกปากเธอเลยแต่ที่ชอบไปเพราะ....

“คืนนี้พี่จะพาวาไปไหนคะ” มองชุดหรูจากแบรนด์เอมิล่าส่งมาให้

“ไฟน์ไดนิ่ง”

“กินร้านข้างทางบ้างไม่ได้เหรอ วาขี้เกียจแต่งตัว แค่ไปกินข้าวทำไมต้องบังคับให้วาแต่งตัวจัดเต็มขนาดนี้ด้วย”

“เพราะฉันเหมาร้านไว้ดินเนอร์แล้ว อยากให้เด็กดีแต่งตัวสวยๆ แล้วไปกินข้าวด้วยกัน...”

มิลเลอร์ล่อลวงเธอเก่งขนาดนี้  มีหรือที่จะไม่คล้อยตาม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมียทดลองมาเฟียร้าย   36 บทส่งท้าย

    ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ

  • เมียทดลองมาเฟียร้าย   35 สร้างความทรงจำร่วมกัน

    รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ

  • เมียทดลองมาเฟียร้าย   34 จับผิดผัว

    ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี

  • เมียทดลองมาเฟียร้าย   33 ตามใจ

    หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่

  • เมียทดลองมาเฟียร้าย   32 สติหลุด

    “ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก

  • เมียทดลองมาเฟียร้าย   31 ความสำเร็จ

    บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status