Masuk“นั่งดีๆหน่อยวา....” กรามแกร่งขบเข้าหากันแน่น เมื่อคนบนตักเอาแต่ขยับตัวยุกยิก ทว่ายังซุกหน้าหายใจรดต้นคอเขาตลอดเวลาอีกด้วย
“ตรงนี้พี่เลอร์ ห๊อม หอม...” แนบริมฝีปากจุ๊บลำคอแกร่งซ้ำๆ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำของตัวเอง มันกำลังปลุกเร้าอารมณ์เจ้าของหน้าตักแกร่งมากแค่ไหน
“เป็นโรคจิตหรือไง” มิลเลอร์พยายามเมินเฉยการกระทำยั่วยวนคนตัวเล็ก อย่างน้อยก็ไม่ใช่บนรถ
“ ถ้าวาเป็นโรคจิต พี่ก็คงหนักกว่าเพราะพี่เลอร์ชอบเอาหน้ามาซุกนมวา ซุกหอยวาทุกวัน ”
“ พูดบ้าอะไรของเธอ ”
ทามที่กำลังทำหน้าที่ขับรถ แทบสำลักน้ำลายตัวเอง ก่อนรีบกระแอมไอกลบเกลื่อนว่าไม่ได้ยิน แล้วตั้งใจมองถนนต่อ
มิลเลอร์ก้มมองคนบนตักด้วยสีหน้าปวดหัวเกินบรรยาย
“เวลาเมาแล้วชอบ พูดอะไรออกมาก็ไม่รู้ ” ยามปกติแม่งโคตรเรียบร้อย พอเมาแล้วลามกฉิบหาย
“วารู้เรื่องนะ…” เดวาเงยหน้าขึ้นเถียงทั้งที่ตาปรือ ก่อนจะซุกหน้าลงกับไหล่แกร่งอีกครั้ง “แต่พี่เลอร์ตัวหอมจริง ๆ นะ”
“พอเลย”
“หอม…” ไม่ใช่แค่สูดดม แต่เดวายังแนบริมฝีปากไล่จูบไปตามลำคอแกร่ง สลับกับขบเม้มตามผิวของเขาอย่างเอาแต่ใจ
“อย่าทำรอย พรุ่งนี้ฉันต้องไปคุยงานกับลูกค้า ” น้ำเสียงเข้มปรามเล็กน้อย ก่อนยกมือประคองศีรษะเล็กเอาไว้ไม่ให้ขยับไปมา
“นั่งดี ๆ”
“ปากนี่สั่งเก่งจังเลยนะคะ ”
“ถ้าไม่อยากให้ฉันพูด เธอก็เอาปากเธอมาให้ฉันดูดสิ” สิ้นคำ มิลเลอร์ก็แนบริมฝีปากลงมากฉกจูบกับริมฝีปากเดวาอย่างอุกอาจ หากเป็นตอนที่ร่างกายปกติไร้ฤทธิ์แอลกอฮอล์ เดวาคงตำหนิชายหนุ่มไปแล้ว
แต่ตอนนี้เดวากับเป็นฝ่ายเผยอปากรับจูบด้วยความเต็มใจ ทว่ายังบดเบียดร่างกายส่วนล่าง แนบชิดกับกลางกายชายหนุ่มที่เริ่มดีดผงาดใต้กางเกง
“อือ.... ” เสียงครางผะแผ่วจากเดวา ดังให้ได้ยินเป็นระยะ
ลำแขนแกร่งของชายหนุ่มก็ทำหน้าที่โอบกอดเอวบางเอาไว้แน่น ริมฝีปากยังคงแนบจูบตักตวงความหอมหวานในโพรงปากไม่หยุด รสหวานจากเหล้าปั่นที่เดวาดื่มมา ผสมกับกลิ่นบุหรี่จากมิลเลอร์ มอมเมารสจูบทั้งสองหนักหน่วงทวีคูณขึ้นไปอีก
“เมาทีไรเป็นแบบนี้ทุกที”
“ทะ...ทำต่อสิคะ” เดวาเอ่ยบอกอย่างแสนเสียดาย ลืมสิ้นความอายไปชั่วขณะ
“แน่ใจนะว่าอยากทำบนนี้”
“......” เดวานิ่งเงียบกัดริมฝีปากตัวเองอย่างชั่งใจ เนื่องจากบนรถไม่ได้มีแค่เธอกับมิลเลอร์
“อดทนอีกแป๊บเดียวจะถึงแล้ว”
ปากบอกให้เธออดทน แต่มือของเขากลับสอดเข้ามาในตัวเธอ ปลายนิ้วแกร่งสัมผัสกับจุดอ่อนไหวเบาๆ ส่งผลให้ใจกลางสาวปลดปล่อยน้ำหล่อลื่นออกมาเป็นจำนวนมาก
เดวาเงยหน้าเว้าวอนมิลเลอร์ทางสายตา แต่เขากลับยกยิ้มมุมปากราวกับว่ากำลังสนุกที่ได้แกล้งเธอ
“อึก...” เดวากัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อกลั้นเสียงคราง มือบางทั้งสองข้างจิกลงบนไหล่ของมิลเลอร์แน่น
บทสนทนาของเจ้านาย ทำให้ทามที่กำลังขับรถรู้หน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี บอดีการ์ดหนุ่มรีบเร่งความเร็วขึ้นเล็กน้อย ก่อนพยายามทำตัวเป็นอากาศธาตุไม่รับรู้บทสนทนาจากเบาะหลัง
ทันทีที่รถเข้าเทียบจอดในโรงรถสนิท ทามก็รีบปลดเข็มขัดแล้วเปิดประตูลงจากรถแทบจะทันที
“อ๊า....” เดวาเปล่งเสียงครางที่กลั้นไว้เนินนายออกมาในที่สุด
“อดทนเก่งเหมือนกันนะ” ผุดรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ถูกใจ
“สะ...ใส่ของพี่เขามาในตัววาได้แล้ว” เสียงหวานร้องขออย่างมีอารมณ์
“ทำเองสิ” มิลเลอร์ทิ้งแผ่นหลังพิงกับเบาะรถด้วยท่าทีสบาย มองคนตัวเล็กบนตักที่กำลังวุ่นวายกับการปลดเข็มขัดกางเกงเขาด้วยมือไม้ที่สั่นเทา จนกระทั่งพาแก่นกายของเขาออกมาจากกางเกงได้สำเร็จ
“เด็กดี เอามันเข้าไปข้างในตัวเธอสิ ” มิลเลอร์เอ่ยบอก ระหว่างมองเดวาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
“มะ...ไม่ใส่ถุงยางเหรอคะ”
“ใครมันจะพกของแบบนั้นตลอดเวลา ปกติเราทำกันแค่ที่ห้องไม่ใช่ไง ”
เดวาช่างใจเพียงนิด ก่อนจะเคลื่อนตัวกลับขึ้นไปนั่งบนตักชายหนุ่มอีกครั้ง นิ้วเล็กทำหน้าที่เกี่ยวชั้นในตัวบางไปด้านข้าง ก่อนจะนำปลายหัวหยักเข้ามาจ่อกลางกายเธอ แล้วกดตัวให้กลืนกินท่อนลำจนกระทั่งสุดความยาว
“อื้อ....” ร่างเล็กสั่นสะท้ายไปทั้งตัว
มิลเลอร์มองการกระทำคนตัวเล็กตรงหน้าด้วยความพอใจ
เดวารอจนกระทั่งช่องทางรักปรับตัว กับขนาดใหญ่โตของชายหนุ่มได้ เธอถึงได้เริ่มเคลื่อนไหวขย่มท่อนลำในกายเบาๆ
“ขย่มให้มันแรงๆ กว่านี้หน่อย” เสียงทุ้มเอ่ยสั่ง ขณะที่มือของเขาประคองเอวของเดวาไว้มั่น
“ระ...แรงสุดแล้ว อ๊า....” ร่างเล็กซบหน้าลงกับไหล่กว้างอย่างเขินอาย ทว่าบั้นท้ายของเธอยังคงทำหน้าที่ไม่หยุด
ปึก! ปึก! ปึก!
มือหนาเลื่อนจากบั้นท้ายมาหน้าอกที่กำลังกระเพื่อมขึ้นลง ตามแรงเคลื่อนไหวเจ้าของร่างกาย มิลเลอร์ฉีกเสื้อตัวครอปตัวเล็กที่แสนเกะกะทิ้งอย่างไม่ไยดี ตามด้วยแผ่นซิลิโคนแปะจุกที่ถูกโยนทิ้ง เผยให้เห็นจุกสีหวานชูเด่นอวดความสวย จนต้องโน้มลงไปแนบริมฝีปากขบเม้มเบาๆ
เดวาแอ่นหน้าอกรับสัมผัสด้วยความสุขสม
“สะ....เสียว...” ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวไปด้วยความเสียวซ่าน ร่างกายของเธอทรมานจนแทบเสียสติ จนต้องเอ่ยขอร้องเขาเสียงเบา
“ชะ...ช่วยวาหน่อย”
มิลเลอร์ผละหน้าออกจากอกอิ่ม ถามกลับ
“ให้ช่วยยังไงหื้ม...”
“กะ..กระแทกวา กระแทกแรงๆ”
สิ้นเสียงของคำขอ มิลเลอร์ก็เป็นฝ่ายสวนแรงกระแทกเขาหาเธออย่างดุดันแม้แต่เดวาเองยังสัมผัสได้ เมื่อช่องทางรักของเธอเริ่มต้านทานเขาไม่ไหว บีบรัดรุนแรงจนเริ่มเห็นปลายขอบสวรรค์เต็มที
“วันนี้ เด็กดีของฉันร่านจังเลยนะ ” เอวสอบเร่งจังหวะสาดส่งถี่รัวเข้าหาร่างบางอีกครั้ง
ภายในรถคันหรูระงมไปด้วยเสียงครวญครางของทั้งคู่ สลับกับเสียงเนื้อกระทบกันดังก้องอยู่ภายใน
“อึก!...วาไม่ไหว ...”
“จะเสร็จแล้วสินะ พร้อมกัน” เพียงไม่กี่นาทีต่อมาเสียงคำรามต่ำของทั้งคู่ ก็ดังขึ้นมาพร้อมๆกัน ตามด้วยของเหลวอุ่นร้อนอัดแน่นเข้ามาในตัวเธอ จนรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งท้องน้อย
เดวาหายใจเหนื่อยหอบ ก่อนทิ้งตัวพิงอกกว้างอย่างหมดแรง ขณะที่มิลเลอร์ยังคงโอบประคองร่างบางเอาไว้แน่น ต่างจากมิลเลอร์ที่ยังคงมีแรงล้นเหลือ จนอยากจะสานต่อบทรักรอบที่สองต่อทันที
“ทะ...ทำไมน้องพี่เลอร์ ถึงยังไม่อ่อนตัวละคะ” เดวาเงยหน้ามองเขาอย่างระแวง เมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากที่ดูไม่น่าไว้ใจ
“ยังไม่สุด ขอต่อรอบสองเลยนะ”
“ตะ แต่วาไม่ไหวแล้วนะคะ…”
“รอบนี้อนุญาตให้อยู่เฉยๆ ได้ เดี๋ยวฉันทำเอง”
สิ้นคำของมิลเลอร์ ภายในรถหรูกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง
บทรักเร่าร้อนระหว่างทั้งสองได้เริ่มขึ้นและจบลงจนแทบนับครั้งไม่ได้ จนกระทั่งบทรักรอบสุดท้ายจบลง เดวาก็ทิ้งตัวพิงเบาะอย่างหมดแรง ใบหน้าสวยแดงระเรื่อจากความเหนื่อย
เธอสูดลมหายใจเข้าออก ก่อนชะงักไปเมื่อได้กลิ่นคาวของน้ำรัก ปนเหงื่อภายในรถชวนอาเจียนออกมา
“อื้อ... วาจะอ้วก คาว ” เดวายกมือขึ้นปิดจมูก ก่อนหันไปมองคนข้างตัวอย่างเอาเรื่อง
“เดี๋ยวให้คนมาจัดการ”
ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่ออีกครั้ง เมื่อรู้ว่าคนอื่นต้องมารับรู้เรื่องน่าอายของเธอ
มิลเลอร์หยิบเสื้อเชิ้ตที่ถอดทิ้งไว้บนเบาะขึ้นมา ก่อนคลี่ออกแล้วสวมให้เดวาอย่างไม่รีบร้อน ขนาดเสื้อที่ใหญ่กว่าตัวเธอหลายเท่า ทำให้ชายเสื้อคลุมลงมาแทบถึงต้นขา
“ใส่ไว้”
เดวาก้มมองเสื้อบนตัว ก่อนเงยหน้าขึ้นมองมิลเลอร์ท่าทีเขินอาย
“แล้วคนทำความสะอาดรถ จะไม่รู้เหรอคะ…”
“รู้แล้วทำอะไรได้ ” มิลเลอร์มองหน้าคนคิดมากนิ่งๆ ใครมันกล้าเอาเรื่องของเขาไปพูด ก็แค่ยิงมันทิ้งก็จบเรื่อง
“พี่พูดง่ายนี่” เดวาเม้มปาก ก่อนพึมพำเบา ๆ “วาก็อายเป็นนะ ไม่ได้หน้าด้านเหมือนพี่…”
มิลเลอร์ยื่นมือขึ้นลูบศีรษะคนตัวเล็กอย่างเอ็นดู มีเซ็กซ์บนรถนั้นมันก็เรื่องปกติไหม ใครๆ เขาก็ทำกันทั้งนั้นแหละ
เด็กนี่จะคิดมากเพื่อ?
แต่สุดท้ายก็ยอมตามใจเดวาอยู่ดี
“งั้นกลับขึ้นห้องก่อน เดี๋ยวฉันลงมาจัดการเรื่องรถเอง”
“ค่ะ…”
เดวาพยักหน้า แล้วขยับเข้าไปใกล้หาร่างสูงอย่างว่าง่าย ก่อนถูกมิลเลอร์ประคองพาลงจากรถ เพื่อกลับขึ้นห้องไปด้วยกัน.
ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ
รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ
ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี
หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่
“ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก
บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก







