LOGIN“แสดงว่าคุยกันทุกเรื่องจริงๆ สินะ ” ชายวัยกลางคนเริ่มจะเข้าใจทุกอย่าง
“ครับ เราพยายามจะคุยกัน และเข้าใจกันให้ได้ทุกเรื่อง”
คำตอบที่มั่นคงของชายหนุ่มทำให้ผู้เป็นพ่อพยักหน้าช้า ๆ ก่อนนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
“เมื่อไม่กี่วันก่อน ลูกสาวผมหอบเงินสดกลับมาบ้านสิบล้าน เงินของคุณหรือเปล่า? ”
“ครับ ผมเป็นคนเอาเงินนั้นให้น้องเอง” มิลเลอร์ในตอนนี้ต้องคอยตอบคำถาม ราวกับกำลังถูกซักประวัติ
“บ้านเราไม่ได้ต้องการเงินแล้ว เดี๋ยวผมจะเอามาคืนคุณ”
“เงินนั้นผมให้น้องวาครับ”
“แต่มันเยอะเกินไป ลูกสาวผมแกยังเด็ก ไม่มีเรื่องจำเป็นต้องใช้เงินมากมายขนาดนั้น”
มิลเลอร์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ถ่อมตัวทั้งพ่อทั้งลูก
“เก็บเอาไว้เถอะครับ เงินนั้นผมก็ได้มาฟรีๆ”
ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วทันที
“เงินสิบล้านเนี่ยนะ ได้มาฟรี ๆ?”
“ครับ”
“คุณทำธุรกิจอะไรถึงได้เงินฟรีเป็นสิบๆ ล้าน”
“ไม่ได้ฟรีขนาดนั้นครับ” มิลเลอร์หัวเราะเบา ๆ ระหว่างตอบ “ถือว่าเป็นเงินที่ผมตั้งใจให้คนที่ผมรักมากกว่า”
ชายวัยกลางคนถอนหายใจอย่างจนปัญญา
“ตามใจคุณก็แล้วกัน ว่าแต่ คุณนี่…พูดเก่งเหมือนกันนะ ไม่เหมือนตอนที่เราคุยงานครั้งแรกๆ หรือในข่าวเลย”
“ผมก็พูดตามปกตินี่ครับ”
“ไม่เลยสักนิด ตอนนี้กับตอนนั้นคุณเหมือนคนละคน” ไม่ทันที่มิลเลอร์จะได้ตอบ
“พี่เลอร์…”
เดวาในชุดนอนกระโปรงเดินงัวเงียส่งเสียงเรียกดังมาจากทางบันได ส่งผลให้ชายทั้งสองที่กำลังคุยกันอยู่หันไปมองพร้อมๆ กัน
มิลเลอร์รีบลุกแล้วเดินเข้าไปหาคนตัวเล็กในทันที เนื่องจากกลัวอีกฝ่ายพลัดตกลงมาเสียก่อน
“เดินลงบันได ทำไมถึงไม่ลืมตาเดี๋ยวก็ตกลงมาแข้งขาหักหรอก” แม้จะฟังเหมือนกำลังดุ แต่กลับไม่มีน้ำเสียงจริงจังอยู่เลยสักนิด
“วา...ง่วงนี่ค่ะ” เดวาพึมพำเสียงออดอ้อน ก่อนเงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาปรือ “ตื่นมาหาพี่เลอร์ไม่เจอ ไหนบอกว่าจะรอกลับพร้อมกันไงคะ”
แขนเล็กสวมกอดเอวสอบคนตรงหน้าแน่น เพราะรูปร่างมิลเลอร์ทั้งหนาและสูงใหญ่ ทำให้อีกฝ่ายบดบังคนที่นั่งอยู่ด้านหลังมิด
“ก็ยังไม่ได้ไปไหนนี่”
“กลับไปนอนกับวาก่อนนะคะ” เตรียมท่าจะจูงมือมิลเลอร์ให้เดินตาม แต่เสียงเรียกของผู้เป็นพ่อทำเอาเดวาชะงักขา
“เดวา…”
“…..” หญิงสาวค่อย ๆ หันกลับไป ก่อนชะโงกหน้าออกจากแผ่นหลังกว้างของมิลเลอร์ แล้วส่งยิ้มแห้ง ๆ ทักทายพ่อตัวเอง “อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณพ่อ”
ผู้เป็นพ่อถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนกวักมือเรียกลูกสาว
“มานี่เลยเรา”
“ค่ะ…” เดวาค่อย ๆ เดินเข้าไปหาผู้เป็นพ่ออย่างรู้ชะตากรรม ขณะที่มิลเลอร์กลับยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วเดินตามหลังเดวาไปติดๆ
อีกด้าน....
ข่าวความสัมพันธ์ระหว่างมิลเลอร์กับแพรวาที่เคยถูกพูดถึงอยู่หลายวัน จู่ ๆ ก็เงียบหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น ทว่าความเงียบกลับไม่ได้หมายความว่าเรื่องราวทุกอย่างจบลง
เพราะในช่วงสายของวันนั้นเอง โซเชียลมีเดียของมิลเลอร์ที่แทบจะทิ้งร้างมานาน กลับมีความเคลื่อนไหวขึ้นมา
เพียงแค่โพสต์เดียว ก็ทำเอาโลกออนไลน์ดังสนั่น ภาพถ่ายของชายในชุดสูท กำลังยืนสวมกอดหญิงสาวในชุดนักศึกษาจากด้านหลัง แม้ใบหน้าของฝ่ายหญิงจะถูกบดบังเอาไว้จนมิดชิด จนไม่สามารถมองออกว่าเป็นใคร
แต่ที่แน่ๆ ภาพถ่ายนั้นสื่อออกมาชัดเจน ว่าตัวจริงของมิลเลอร์ ไม่ใช่แพรวาแน่นอน
กรี๊ด....
แพรวาที่เห็นข่าวแทบจะปาโทรศัพท์ในมือทิ้ง ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
การที่มิลเลอร์เลือกโพสต์ภาพแบบนี้ออกสู่สาธารณะ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยออกมาแก้ข่าวเรื่องของเธออย่างจริงจัง มันไม่ต่างอะไรจากการจงใจหักหน้าเธอต่อหน้าคนทั้งประเทศ
ยิ่งคิดถึงภาพที่เธอเคยพยายามสร้างเรื่อง ให้คนรอบข้างเข้าใจว่าเธอกับมิลเลอร์กำลังคุย ๆ กันอยู่ ความอับอายก็ยิ่งถาโถมเข้ามา
“เด็กผู้หญิงคนนั้นมันเป็นใคร ไหนข่าวบอกว่าลูกคบกันกับคุณมิลเลอร์แล้วยังไงยัยแพร!” ผู้เป็นแม่เอ่ยถามน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
เธออุตส่าห์เอาเรื่องนี้ไปพูดในวงสังคมตั้งมากมาย ว่าลูกสาวของตัวเองกำลังคบหากับทายาทนักธุรกิจชื่อดัง แถมยังเป็นคนที่มีอิทธิพลไม่น้อย
แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า ข่าวทั้งหมดที่เธอเคยพูดเอาไว้กำลังย้อนกลับมาตบหน้าตัวเอง
“แพรจะไปรู้เหรอคะ แพรก็เห็นพร้อมกับที่คุณแม่เห็นนี่แหละ ” แพรวาเถียงกลับน้ำเสียงหงุดหงิด ทำไมเรื่องบ้าๆนี้มันต้องเกิดกับเธอด้วย
“แล้วที่ผ่านมาเขาไม่ได้แสดงออกอะไรกับลูกเลยหรือไง?”
“เขาวางท่าหวงตัวกับแพรจะตาย! แต่ที่แพร งงคือเขาที่เป็นคนรักความเป็นส่วนตัว แต่กลับปล่อยให้ตัวเองตกเป็นข่าวกับแพรมาได้ตั้งนาน แล้วอยู่ๆเขาก็มาหักหน้าแพรแบบนี้แพรจะทำยังไงได้! ” เสียงของแพรวาดังขึ้นอย่างควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามระงับความโกรธ
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดภาพนั้นอีกครั้ง ยิ่งมองก็ยิ่งเจ็บใจ ผู้หญิงในภาพไม่เห็นแม้แต่ใบหน้า แต่กลับได้รับสิ่งที่เธอพยายามเรียกร้องจากมิลเลอร์มาตลอด โดยไม่ต้องพยายามทำอะไรเลย
“มันเป็นใครกันแน่...”
แพรวาพึมพำ ก่อนสายตาจะสะดุดกับรายละเอียดเล็ก ๆ ในภาพ กำไลข้อมือแบรนด์เนมที่ผู้หญิงคนนั้นกำลังสวมอยู่ มันคล้ายกับใครบางคนที่เธอเคยเห็น ดวงตาของแพรวาเบิกกว้างขึ้นช้า ๆ เทียบกับรูปร่างและทรงผมก็คือใช่เลย
“อย่าบอกนะว่า...”
ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว ถ้าผู้หญิงในภาพนั้นเป็นคนที่เธอกำลังคิดจริง ๆ งั้นเธอก็พอจะมีทางออกของเรื่องนี้แล้ว
ด้านมิลเลอร์กับเดวาหลังจากทานมื้อเช้ากับครอบครัวเดวาเสร็จ และอยู่พูดคุยกับพ่อเดวาต่อเล็กน้อย ในที่สุดก็ถึงเวลาที่มิลเลอร์จะต้องกลับไปทำงานของตัวเองบ้าง แน่นอนว่าเขาไม่ลืมพาคนตัวเล็กติดรถไปด้วย
“วาต้องไปด้วยเหรอคะ” เดวาถามขณะถูกมิลเลอร์จูงมือออกจากบ้าน
“อืม”
“แต่วันนี้วาตั้งใจว่าจะอยู่ทำงานกับคุณแม่นะคะ มีแบบเสื้อผ้าที่วาจะต้องดูด้วย”
“หยุดทำงานบ้างเถอะ”
“ไหนพี่เลอร์บอกว่าตั้งใจทำสิ่งที่ชอบ มีความสุขกับมัน ก็นี่ไงคะสิ่งที่วาชอบ”
“สิ่งที่เธอชอบมากที่สุด มันควรจะเป็นฉันมากกว่างานเธอนะเดวา”
“โกรธวาอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย เรียกชื่อเต็มเสียงแข็งเลย”
“ก็มันน่าโกรธไหม”
“พี่เลอร์นี่เอาแต่ใจจริง ๆ”
“ เธอก็เอาแต่ดื้อเหมือนกันนั้นแหละ ”
เดวาทำหน้ามุ่ย แต่สุดท้ายก็ยอมเดินตามแรงจูงมิลเลอร์ไปขึ้นรถแต่โดยดี
ทว่าก่อนจะเข้าไปจัดการงานที่บริษัทของตัวเอง มิลเลอร์มีธุระต้องแวะไปหาเอเดนเสียก่อน
รถหรูเลี้ยวเข้าไปจอดบริเวณด้านหน้าสถานประกอบการของเอเดน ชายหนุ่มลงจากรถก่อนหันกลับมาเปิดประตูให้เดวา จูงมือพาแฟนสาวเข้าไปด้านในด้วย
“เด็กดีนั่งรอฉันอยู่ในห้องนี้นะ ห้ามออกไปไหน” มิลเลอร์พาเดวาเข้าไปนั่งรอยังห้องวีไอพีหรู ภายนอกมองเข้ามาจะเป็นกระจกสีดำมืดทึบ หากแต่ภายในมองออกไป กระจกกับโปร่งใสมองเห็นภาพด้านนอกชัดเจน
“ค่ะ” เดวาพยักหน้ารับ ก่อนเดินไปนั่งที่โซฟาเพื่อรอมิลเลอร์อย่างว่าง่าย
ก่อนไปมิลเลอร์ไม่ลืมสั่งของทานเล่น และเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์เข้ามาให้เดวาด้วย
ระหว่างนั่งรอในห้องความว่างทำให้เดวากวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างสนใจ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เข้ามาในสถานที่แบบนี้
จนกระทั่งสายตาเธอไปสะดุดเข้ากับผู้หญิงคุ้นตาทั้งสองคน....
ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ
รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ
ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี
หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่
“ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก
บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก







