LOGIN“มินนี่ กับหวานใจ ก็ทำงานอยู่ที่นี่งั้นเหรอ” เดวาพึมพำออกมาด้วยความสงสัย เธอไม่ได้คิดดูถูกอาชีพขายบริการ เพราะมันก็คืออีกหนึ่งอาชีพที่สุจริต แม้สังคมจะยังไม่เปิดรับก็ตาม แต่เธอแค่มีความทรงจำที่ไม่ดีกับอดีตเพื่อนทั้งสองก็เท่านั้น
ครั้งหนึ่งมินนี่กับหวานใจเคยหลอกเธอไปให้รุ่นพี่มอมเหล้า เพียงแค่หวังเอาคลิปที่เธอถูกรุ่นพี่ปู้ยี่ปู้ยำไปขายในตลาดมืด
เธอโชคดีที่มิลเลอร์ไปช่วยทัน ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าชีวิตของเธอมันจะพังมากแค่ไหน ความทรงจำแย่ๆ ของคนทั้งสอง ที่เคยกระทำกับเธอผุดเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ
เดวาเลือกที่จะเบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากมอง เมื่อทั้งสองกำลังเดินผ่านไปพร้อมกับลูกค้าชายสูงวัยหลายคน อีกอย่างมิลเลอร์ก็จัดการคนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดอย่างสองไปแล้ว
“คิดซะว่าไม่เคยเห็นแล้วกัน…” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา ราวกับว่าสิ่งที่เพิ่งเห็นเมื่อครู่ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับเธอ
ถึงจะไม่ได้รู้สึกโกรธหรือเกลียดอดีตเพื่อนทั้งสองเหมือนเมื่อก่อน แต่ลึก ๆ แล้วก็ยังอดรู้สึกเจ็บใจขึ้นมาไม่ได้
เธอจะถือซะว่าอย่างน้อยอดีตที่เกิดขึ้น ก็ยังทิ้งร่องรอยเอาไว้ในความรู้สึกของเธออยู่บ้าง
แต่ในอีกมุมหนึ่ง เดวากลับรู้สึกว่าตัวเองควรขอบคุณสองคนนั้นเสียด้วยซ้ำ เพราะถ้าไม่มีเรื่องราวถูกมอมเหล้ามอมยาในวันนั้น เธอก็คงไม่ได้เข้ามาพัวพันกับมิลเลอร์ และคงไม่ได้พบกับชีวิตอีกด้านที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เจอ
ทั้งความรัก ความเอาใจใส่ รวมถึงเข้ามาเปลี่ยนธุรกิจครอบครัวเธอให้ดีขึ้น
เดวาหลุบตามองหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะยกมุมปากขึ้นบางๆ
“อะไรที่ไม่ดีก็ขอให้เลิกแล้วต่อกันนะ…” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“ไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติไหน ขออย่าได้กลับมาข้องเกี่ยวกันอีกเลย”
เมื่อคิดได้ดังนั้น ความรู้สึกหนักอึ้งในอกก็คล้ายจะเบาบางลง
อดีตก็คืออดีต
ในเมื่อวันนี้เธอมีความสุขกับชีวิตของตัวเองแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลอะไรต้องย้อนกลับไปยึดติดกับเรื่องเหล่านั้นอีก
ไม่นานนัก เสียงประตูห้องก็เปิดออก
เดวาเงยหน้าขึ้น ก่อนเห็นมิลเลอร์เดินเข้ามาพร้อมกับรุ่นพี่ของเขา เพียงเห็นมิลเลอร์เดินเข้ามา ความคิดวุ่นวายทั้งหมดก็ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว
“สวัสดีค่ะ” ความน่ายำเกรงของเอเดน ทำให้เดวารีบยกมือไหว้ อย่างรวดเร็ว
“อืม” เอเดนพยักหน้ารับ พลางมองแฟนรุ่นน้องด้วยสายตาเอ็นดูปนสำรวจ แต่เดวากลับรีบหันไปสนใจแค่มิลเลอร์เท่านั้น
“คุยงานเสร็จแล้วเหรอคะ”
“อืม” มิลเลอร์ครางตอบรับในลำคอ เดินเข้ามานั่งลงข้างเดวา แขนแกร่งยกพาดไปตามพนักพิงโซฟาด้านหลัง คล้ายกับโอบคนตัวเล็กเอาไว้กลาย ๆ
เอเดนเลือกเดินไปนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม ก่อนมองเดวาอีกครั้ง
“เจอกันก็บ่อย แต่เราไม่เคยมีโอกาสได้ทักทายกันเลยนะเด็กน้อย ”
เดวากะพริบตาปริบ ๆ ก่อนยิ้มให้
“ค่ะ วาเคยเห็นคุณเอเดนอยู่บ้าง แต่ไม่กล้าเข้าไปทัก” แม้จะเป็นเพื่อนสนิทกับเอมิล่ามาตั้งแต่เด็ก แต่มิลเลอร์กับเอเดนจะมีอายุห่างจากพวกเธอเกือบสิบปี ทำให้มีความต่างและระยะของช่วงวัยด้วย
การคุยกันมันจึงเป็นไปได้ยาก มากสุดเธอก็แค่ก้มหัวให้อีกฝ่ายแล้วเดินผ่านทันที
“ทำไม? ”
“ก็คุณเอเดนดูน่ากลัวนี่คะ”
“หึ” เอเดนหลุดหัวเราะในลำคอ ก่อนเหลือบมองคนข้างกายเธออย่างหมั่นไส้
“แล้วไอ้เลอร์มันไม่น่ากลัวหรือไง”
“พี่เลอร์น่ารักค่ะ” แม้เมื่อก่อนจะนิสัยไม่ดีมากก็ตามเถอะ
คำตอบของแฟนสาวทำเอามิลเลอร์ปรายตามองรุ่นพี่ทันที ก่อนมุมปากจะยกขึ้นอย่างต้องการเย้ยหยัน
มาเฟียหนุ่มไม่ได้พูดอะไร เพียงยื่นมือไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาข้างแก้มของเดวาเล่นอย่างเอ็นดู ขณะที่ยังคงนั่งฟังบทสนทนาระหว่างแฟนสาวกับรุ่นพี่ที่แสนตลกไปด้วย
เอเดนมองภาพตรงหน้าแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าระอา มิลเลอร์ดูคลั่งรักแฟนจนน่าหมั่นไส้
“มันกำลังล่อลวงเธออยู่หรือเปล่า”
“วาเต็มใจค่ะ” คำตอบเดวา ทำเอามาเฟียทั้งสองถึงกับหลุดขำออกมาพร้อมๆ กันอีกครั้ง
“ผมต้องกลับแล้ว มีงานต้องไปเคลียร์ต่อ” มิลเลอร์เอ่ยขึ้น ก่อนจะลุกจากโซฟา
เอเดนพยักหน้ารับ พลางเหลือบมองเดวาที่กำลังขยับตัวลุกตามแฟนตัวเอง
“อืม…ว่างๆ ค่อยพาเมียมึงไปกินข้าวที่บ้านกู”
“ครับ ”มิลเลอร์ตอบรับสั้น ๆ ก้มมองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างกาย เดวายกมือไหว้เอเดนอย่างนอบน้อม
“วากลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ ”
ทันทีที่เดินพ้นประตูห้อง มิลเลอร์ก็ยกแขนโอบเอวบางเอาไว้ ด้วยความหวงแหน พาคนตัวเล็กเดินไปยังรถที่จอดรออยู่ด้านหน้า
เดวาเงยหน้ามองคนข้างกาย ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจเล็กน้อย
“พี่เลอร์สนิทกับเฮียเอเดนมากเลยเหรอคะ”
“อืม …. โตด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่พวกเราก็สนิทกัน”
“ เป็นแบบนี้นี่เอง”
มิลเลอร์เปิดประตูรถให้เธอ ก่อนใช้มือประคองศีรษะกันไม่ให้ชนขอบประตู
“ขึ้นรถเร็ว จะพาไปกินของอร่อย”
เดวาก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ ก่อนเงยหน้ามองเขาแล้วยิ้ม
“วันนี้วาได้รู้จักคนรอบตัวพี่เลอร์เพิ่มอีกคนแล้ว”
“แล้วกลัวหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ” คนตัวเล็กส่ายหน้า ก่อนยื่นมือไปคว้าชายเสื้อสูทของเขาเอาไว้ “เพราะคนที่วากลัวที่สุดก็ยังเป็นพี่เลอร์อยู่ดี”
มิลเลอร์เลิกคิ้ว
“กลัวแต่ก็ดื้อ”
“ก็พี่เลอร์ชอบตามใจ”
“แล้วตอนนี้ยังกลัวไหม” เดวาส่ายหน้าอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มสดใส
“ไม่แล้วค่ะ” คำตอบนั้นทำให้ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้น ก่อนโน้มตัวลงไปแตะหน้าผากเธอเบา ๆ
“เด็กดี”
จากนั้นจึงปิดประตูรถ แล้วเดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับ รถหรูค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากบริเวณนั้น โดยมีเดวานั่งยิ้มอยู่ข้างกายอย่างอารมณ์ดี
หลายชั่วโมงต่อมา...
หลังจากเคลียร์งานที่บริษัทเสร็จ มิลเลอร์ก็ไม่ได้พาเดวากลับเพนต์เฮาส์ทันที รถหรูเลี้ยวเข้าไปจอดหน้าห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์ใจกลางเมืองแทน เดวาที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่หันมองคนข้างกายอย่างสงสัย
“พี่เลอร์มาที่นี่ทำไมคะ”
“พามาซื้อของ”
“หืม…ของอะไรคะ”
“ของเธอ” มิลเลอร์แค่รู้สึกอยากซื้อของให้คนรักตัวเอง นอกจากความรักดีๆ จากเขา ก็ควรจะมีข้าวของเงินทองด้วย
“ของวาเหรอคะ? ” แม้จะแปลกใจ แต่ก็ยอมเก็บมือถือเข้ากระเป๋าสะพาย ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วลงจากรถตามแฟนหนุ่ม
“อืม…”
“แต่วาไม่ได้มีอะไรอยากจะซื้อนี่ค่ะ”
“เป็นฉันนี้แหละ ที่อยากซื้อให้เธอเอง” แค่ประโยคเดียวก็ทำเอาเดวาเถียงไม่ออก สุดท้ายจึงจำต้องเดินตามเขาเข้าไปในห้าง ร้านแรกที่มิลเลอร์พาเข้าไปคือร้านเครื่องประดับแบรนด์ดัง
ทว่ายังทำหน้าที่สั่งกับSAของช็อปให้เสร็จสรรพ
“เพลาๆ หน่อยนะคะ วาไม่ได้ชอบใส่ขนาดนั้น” กระซิบบอกมิลเลอร์เสียงเบาอย่างเกรงใจ แค่นาฬิกาที่เขาซื้อให้เธอก็ใส่บ้างไม่ใส่บ้าง
“ซื้อไปเถอะ มันไม่ได้แพงขนาดนั้น”
“งั้นก็ตามใจพี่เลอร์เลยค่ะ” เดวาหมดคำจะพูด แต่ในใจก็รู้สึกดีไม่น้อยที่เขาให้ความสำคัญกับเธอ
หลังจากนั้นมิลเลอร์ก็พาเธอไปยังร้านกระเป๋า รองเท้าต่อ เพียงแค่เดวาเผลอหยุดมองของชิ้นไหนนานเกินสามวินาที มิลเลอร์จะทำหน้าที่ตัดสินใจซื้อให้เลย และเพื่อไม่ให้เดวาบ่นเพทายกับทาม จะทำหน้าที่สลับกันขนไปเก็บไว้ที่รถไม่ให้ดูเยอะ
“ หิวหรือเปล่า” มิลเลอร์ถามเดวา ระหว่างเดินออกจากร้านหลังซื้อของเสร็จ พร้อมถุงสินค้าเต็มสองมือของเพทายและลูกน้องที่ตามมาด้วย
“ไม่หิวค่ะ แต่วาขอแวะซื้อเค้กกลับไปกินที่ห้องด้วยได้ไหมคะ ”
“เอาสิ” มิลเลอร์พร้อมเปย์คนตัวเล็กอยู่แล้ว และพาเดวาไปยังร้านขนมตามที่เธอต้องการ
ไม่นานนัก ทั้งสองก็มาหยุดอยู่หน้าร้านขนมชื่อดังที่เดวาเคยเห็นผ่านโซเชียลมานาน แต่ยังไม่มีโอกาสได้ลอง ทันทีที่เห็นตู้เค้กเรียงรายอยู่ด้านใน ดวงตากลมก็เป็นประกายขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
มิลเลอร์ที่เดินอยู่ข้าง ๆ เหลือบมองตาม ก่อนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“เข้าไปเลือกสิ”
“…..” พยักหน้ากับมิลเลอร์ก่อนจะวิ่งเข้าไปในร้าน เค้กในตู้แช่มากมายและหน้าตาน่าทาน จนเดวาเลือกไม่ถูก
“เอาช็อกโกแลตหนึ่งค่ะ แล้วก็สตรอว์เบอร์รี่อีกหนึ่ง…” หันไปสั่งกับพนักงานอย่างอารมณ์ดี
“แล้วก็เอาอันนี้ อันนี้ แล้วก็อันนี้ค่ะ” เดวาชี้นิ้วสั่งเพิ่ม เมื่อนึกได้ว่าเดี๋ยวปูเป้จะเข้ามาช่วยทำงานด้วยในวันพรุ่งนี้ สั่งเสร็จก็ถอยออกมา หลบทางให้เพทายเข้าไปจัดการจ่ายเงินและรับของ
โดยไม่รู้เลยว่าช่วงเวลาความสุขระหว่างเธอกับมิลเลอร์ กำลังมีสายตาริษยาคู่หนึ่งจ้องอยู่อย่างไม่พอใจ และยอมรับความพ่ายแพ้นี่ไม่ได้เป็นอย่างมาก....
ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ
รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ
ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี
หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่
“ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก
บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก







