LOGINหลายวันต่อมา….
ชีวิตที่แสนสงบสุขของเดวา ก็คล้ายกับว่าจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เธอไม่รู้ว่าทำไมหลายวันมานี้ถึงได้เผอิญเจอมิลเลอร์บ่อยเป็นว่าเล่น ซึ่งวันนี้ก็เช่นกัน หลังจากเรียนภาคเช้าเสร็จ เดวาปลีกตัวออกมาจากเพื่อนๆ และแวะมานั่งทำงานที่ร้านกาแฟประจำในตอนบ่าย
เดวาเปิดโน๊ตบุ๊กนั่งทำงานไม่ทันจะถึงยี่สิบนาทีเลยด้วยซ้ำ ร่างสูงใหญ่ของชายสวมชุดสูทดูดี ก็เดินเข้ามานั่งยังโซฟา ร่วมโต๊ะกับเธอ
“ พี่มิลเลอร์ไม่ทำการทำงานเหรอคะ วาคิดว่าเราไม่น่าจะต้องเผอิญเจอกันบ่อยขนาดนั้น” เดวากระแนะกระแหนคนตรงหน้าออกไปอย่างเหลืออด
หลายวันมานี้รู้สึกว่าเธอกับรุ่นพี่หนุ่ม จะเผอิญเจอกันบ่อยเหลือเกิน
“ ทางผ่าน” มิลเลอร์ตอบคนตัวเล็กด้วยท่าทีสบาย ไม่แค่นั้นยังจงใจนั่งลงยังโซฟาฝั่งตรงข้าม เพื่อร่วมโต๊ะกับเดวาอย่างหน้าด้านๆ ทั้งที่เธอแสดงออกชัดเจนว่าไม่ต้องการให้เขาร่วมโต๊ะด้วย
“ ผ่านมาแล้วก็ช่วยผ่านไปด้วยค่ะ วาต้องการความเป็นส่วนตัวในการทำงาน” เดวาต่อว่าอีกฝ่ายเสียงแข็ง ก่อนที่จะหันกลับมาสนใจหน้าจอที่กำลังทำงานค้างไว้ต่อ
“ พอดีฉันเป็นคนขี้เหงาน่ะ ขอนั่งด้วยคนนะ” มาเฟียหนุ่มถึงกับหลุดยิ้มมุมปาก ราวกับว่ากำลังสนุกกับการได้แกล้ง ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกรำคาญได้
เดวาพยายามข่มลมหายใจเข้าออก ระงับความน่าหงุดหงิดที่กำลังถูกก่อกวน หยิบสมุดและดินสอ ที่เธอร่างแบบเสื้อผ้าทิ้งไว้ขึ้นมาทำต่อ หลังจากเช็กงานในคอมเสร็จ
“ กำลังจะเปิดห้องเสื้อร่วมกับเอมิเหรอ มีอะไรให้ฉันช่วยไหม” เอ่ยถามหลังกวาดสายตามองหน้าจอโน้ตบุ๊กและไอแพดของอีกฝ่าย รวมไปถึงสมุดพกที่เดวากำลังก้มหน้าก้มตาใช้ดินสอวาดแบบเสื้อผ้า ที่อยู่ในหัวลงบนกระดาษจนเกิดเป็นรูปร่างสวยงาม
“ ทุกอย่าง” เดวาหันไปเลิกคิ้วถามคนที่เดินย้ายมาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาข้างกายเธอ
“ อืม….”
“ งั้นขอเงินทุนสนับสนุนสัก สิบล้านหน่อยได้ไหมคะ ” แม้ว่าจะเป็นเงินจำนวนที่เยอะมาก แต่ระดับเจ้าพ่อมาเฟียอย่างมิลเลอร์แล้ว เงินจำนวนนี้คงเป็นเพียงแค่เศษเงินหลังตู้เย็นของเขาเท่านั้น
“ ขอเยอะขนาดนั้น ต้องมาเป็นเมียฉันแล้วมั้ย ” มิลเลอร์กอดอกเอนหลังพิงพนักโซฟาด้วยท่าทีสบาย ร้อยล้านยังให้ได้หากเดวายอมตกลงที่จะมาเป็นผู้หญิงของเขา
“งั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ” เดวารีบตอบปฏิเสธในทันที ความเจ้าชู้ของมิลเลอร์แพรวพราวมาตั้งแต่สมัยเรียน ใครได้อีกฝ่ายเป็นสามีบอกเลยโคตรซวย เธอยังจำภาพติดตาตอนผู้หญิงของเขามีเรื่องทะเลาะกัน มันหนักถึงขั้นเลือดตกยางออก
ส่วนมิลเลอร์นั้นทำตัวลอยนวลเหนือปัญหาทุกอย่าง ทว่ายังยืนกอดอกมองผู้หญิงพวกนั้นทะเลาะกันอย่างหน้าตาเฉย
“ ไม่อยากเป็นเมียฉันขนาดนั้นเลย”
“ ไม่อยากเป็นค่ะ พี่มีผู้หญิงเยอะจะตายใครจะอยากยุ่งด้วย” ทุกวันนี้ก็ยังควงดารานางแบบไม่ซ้ำหน้า ไหนจะสาวๆ นักศึกษาที่เขาซุกเลี้ยวไว้อีกมากมายนั้นอีก
“แต่ตอนนี้ฉันโสด”
“พี่โสดตลอดค่ะวารู้ แต่คู่ควงไม่เคยขาดอันนี้วาพูดถูกมั้ย ”
“ ยังไม่ลืมภาพจำเมื่อก่อนอีกหรือไง ” เขาไม่ยุ่งกับผู้หญิงมาได้สักพักแล้ว ยัยเด็กนี่ไม่อัปเดตข่าวบ้างเหรอ
“ ไม่ค่ะ ยิ่งเห็นพี่ปล่อยผู้หญิงทะเลาะกันจนเลือดตกยางออก วายิ่งไม่อยากเข้าใกล้”
“ แต่ก็ให้ฉันเข้าไปข้างในเธอแล้ว” มิลเลอร์ยิ้มมุมปาก มันเขี้ยวกับหญิงสาวที่เอาแต่ปฏิเสธเขาหัวชนฝา
“ เลิกพูดเรื่องนี้สักทีเถอะค่ะ อันไหนไม่ดีก็ลืมๆ มันไปบ้างเถอะ” เดวาแยกเขี้ยวใส่ เธอไม่ชอบเลยที่อีกฝ่ายเอาแต่ยกเรื่องใต้สะดือมาล้อเลียนเธอไม่เลิกแบบนี้
“ งั้นเธอก็ลืมเรื่องไม่ดีของฉันก่อนสิ”
“ ไม่”
“ งั้นก็หายกัน”
ก่อนที่เดวาจะได้อ้าปากเถียงต่อ เสียงโทรศัพท์ของมิลเลอร์ก็ดังขึ้น ชายหนุ่มปรายตามองหน้าจอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนรอยยิ้มที่เคยติดมุมปากจะจางหาย กลายเป็นสีหน้าเรียบนิ่งจนเดวาเองยังสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
“ว่าไง” โทนเสียงที่คุยกับปลายสาย ต่างจากตอนคุยกับเดวาลิบลับ มิลเลอร์เงียบฟังลูกน้องจากปลายสายรายงานจนจบ ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงเรียบ
“กูจะรีบไป” มิลเลอร์กดตัดสายทันที ก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ท่าทีที่เต็มไปด้วยความรีบร้อน ทำให้เดวาเหลือบตามองอีกฝ่ายอย่างสงสัย
“มีเรื่องอะไรเหรอคะ”
“ไม่ใช่เมียฉันจะอยากรู้ไปทำไม”
เดวามุ่ยหน้าใส่เธอไม่ได้อยากรู้สักหน่อยก็แค่ถามตามมารยาท ในเมื่อมิลเลอร์ไม่มีมารยาทกับเธอ เดวาจึงเลิกให้ความสนใจกับมิลเลอร์ แล้วก้มหน้าทำงานของตัวเองต่อ
ดวงตาคมเหลือบมองหญิงสาว ที่ตั้งหน้าตั้งตาก้มวาดแบบราวกับไม่มีเขาอยู่ตรงนี้
“เดวา”
“......” หญิงสาวยังคงลากดินสอลงบนกระดาษ ไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมอง
มิลเลอร์หัวเราะในลำคอเบา ๆ พร้อมกับส่ายหน้า เมื่อเห็นอีกฝ่ายจงใจเมินเฉยเสียงเรียกตนเอง
“งอน? ”
“วาไม่ทำเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรอกค่ะ มีธุระก็รีบไปเถอะวาต้องการความเป็นส่วนตัวตอนทำงาน”
มิลเลอร์จ้องใบหน้าหวานอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมา
“งั้นไปกับฉัน”
“...คะ? ”
ยังไม่ทันที่เดวาจะตั้งตัว มิลเลอร์ก็หันไปส่งสายตาให้เพทาย
เพทายพยักหน้าให้เจ้านายเป็นอันรับรู้คำสั่ง ก่อนเดินเข้ามาเก็บแบบร่าง สมุดสเก็ตช์ และอุปกรณ์ของเดวาบนโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว
“เดี๋ยว...คุณ!” เดวารีบเอื้อมมือจะคว้ากระเป๋าตัวเอง แต่กลับถูกมิลเลอร์จับข้อมือไว้เสียก่อน
“ไปกัน”
“พี่จะพาวาไปไหน”
“ไปทำงาน”
“แต่วาไม่ได้จะไปด้วย!” เดวาพยายามดึงมือตัวเองกลับ แต่แรงของชายหนุ่มมีกว่ามาก สุดท้ายก็ถูกเขาพาเดินออกจากคาเฟ่ ท่ามกลางสายตาของลูกค้าในร้านที่แอบมองตาม
ทันทีที่มาถึงรถ เดวารีบชักมือกลับ
“อะไรของพี่อีกเนี่ย”
มิลเลอร์เปิดประตูรถให้ ก่อนตอบหน้าตาย
“แค่อยากพาไปด้วย”
“แต่วาไม่อยากไป”
“รู้”
“รู้แล้วยังจะบังคับอีกเหรอคะ”
“ใช่”
“พี่นี่...” เธอถอนหายใจแรง หมดคำจะโต้เถียง “เอาแต่ใจที่สุด”
เดวาพึมพำออกมาเสียงเบา ท่าทีไม่สบอารมณ์ แน่นอนว่ามิลเลอร์ที่อยู่ข้างๆ ได้ยินชัดเต็มสองหู เขายกมุมปากเล็กน้อยอย่างไม่คิดถือสา
“เพิ่งรู้หรือไง”
“วารู้ตั้งนานแล้วค่ะ”
เดวากอดอกมองเขาอย่างไม่พอใจ แต่ในเมื่อมันทำอะไรต่อไม่ได้จำต้องปล่อยเลยตามเลย
ดินเนอร์มื้อค่ำระหว่างทั้งสอง ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เดวาเหมือนจะเจริญอาหารกว่าปกติ เนื่องจากซีฟู้ดที่คนของมิลเลอร์จัดหามาวันนี้ มีแต่รสชาติค่อนข้างถูกปากเธอทั้งนั้น“พรุ่งนี้ ไปล่องเรือกันไหม”“วาไปค่ะ”“ถ้านอนบนเรือจะเมาหรือเปล่า”“อันนี้วาไม่แน่ใจเลยค่ะ” เพราะมันเป็นครั้งแรกของเธอ“งั้นเอาลำใหญ่ที่สุดออก ลำนั้นติดลูกค้าจองหรือเปล่า” มิลเลอร์หันไปสั่งเพทายแกมถาม“ไม่ติดครับนาย ”“งั้นก็เอาตามนั้น”เพทายโค้งศีรษะให้เจ้านาย ก่อนจะปลีกตัวออกไปเงียบๆ ให้เจ้านายทั้งสองได้มีเวลาส่วนตัว“พี่เลอร์ทานกุ้งไหมคะวาแกะให้”“ไม่ครับ” มิลเลอร์ส่ายหน้าวางแก้วไวน์ในมือลง แล้วเป็นฝ่ายหยิบกุ้งมาแกะเปลือกออก นำไปวางไว้บนจานให้เดวาเสียเอง คนที่ถูกเอาใจตลอดมื้ออาหารยิ้มจนแก้มแทบปริ“ขอบคุณค่ะ”“กินล็อบสเตอร์อบชีสเนยกระเทียมไหม”“หืม..มีเหรอคะ วาไม่ได้สั่งนี่”“มี พวกไอ้เพทายมันสั่งมากิน มันก็เลยสั่งมาเผื่อวาด้วยหนึ่งตัว”“ไม่เอาแล้วค่ะ วาท้องจะแตกแล้ว พี่เลอร์นั่นแหละกินบ้าง วาเห็นดื่มแต่ไวน์ไม่ยอมกินอะไรเลย ”“ไม่ค่อยหิวน่ะ พี่เพิ่งกินข้าวกับพ่อแม่มาก่อนออกมาหาเรา”“วันนี้ไปหาคุณพ่อคุณแม่มาเหรอคะ”“ครับ
รถหรูสีดำคันคุ้นตาจอดอยู่ริมถนนไม่ไกลจากหน้าร้านนัก ร่างสูงยืนพิงตัวอยู่ข้างรถ กำลังก้มมองโทรศัพท์ในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ในมืออีกข้างมีถุงเครื่องดื่มแบรนด์ดังถืออยู่เดวารีบเดินออกจากร้าน“รอวานานไหมคะ” เอ่ยถามแล้วพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาเอาไว้แน่นอย่างเคยชินมิลเลอร์ก้มมองคนในอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่นาน” ยื่นถุงเครื่องดื่มให้คนรัก เดวารับมา ก่อนเปิดดูด้านในดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นเมนูโปรดของตัวเอง“ขอบคุณนะคะ จำได้ด้วยว่าวาชอบกินอะไร”“แค่ความชอบของแฟนตัวเอง ทำไมฉันจะจำไม่ได้” มันมีผู้ชายนิสัยเสียแบบนั้นด้วยเหรอ“พี่เลอร์น่ารักที่สุด” เดวาอมยิ้มจนแก้มแทบปริ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ของเขา“ขึ้นรถเถอะ” มิลเลอร์ทำหน้าที่เปิดประตูรถให้เหมือนทุกครั้ง รอจนเดวาขึ้นไปนั่งเรียบร้อยจึงปิดประตูให้ ก่อนเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากหน้าร้าน เดวาก็หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดูดหนึ่งคำ ก่อนหันมองคนข้างกาย“สักคำไหมคะ”“ฉันไม่ชอบกินของหวาน” มิลเลอร์ส่ายหน้าน้อย ๆ ระหว่างตอบ เดวาจึงไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหันกลับไปสนใจเครื่องดื่มในมือตัวเอง ก่อนจะนึกบางอ
ก๊อกๆ“ขออนุญาตครับนาย” เสียงเพทายดังขึ้นจากหน้าประตู“เข้ามา”หลังจากได้ยินคำอนุญาต ร่างสูงบอดีการ์ดหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามา ในมือมีถุงก๋วยเตี๋ยวเรือจากร้านดังที่ผู้เป็นนายสั่งไว้“ของนายหญิงครับ” เพทายวางถุงอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง“ขอบใจ มึงมีงานอะไรก็ไปทำเถอะ”มิลเลอร์เหลือบมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนโซฟาเล็กน้อย ดูเหมือนเดวาจะไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมากินง่าย ๆ“ครับ” เพทายกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยุดเสียก่อน “อ้อ...ด้านนอกโซนวีไอพี มีคุณมิกินั่งดื่มอยู่นะครับ”มิลเลอร์ชะงัก เพราะนี่มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ที่มิกิยังไม่หยุดรามือจากการตามจีบเขาเสียทีช่างเป็นอะไรที่น่ารำคาญอุตส่าห์จัดการแพรวา จนหนีหายย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศพร้อมกับครอบครัวได้ ยังมาเหลือยัยญี่ปุ่นขี้อ่อยคนนี้อีก และแน่นอนเรื่องนี้เอเดนต้องเป็นคนมาจัดการ เพราะถ้าไม่ไปคุยงานแทนเอเดนในครั้งนั้น ก็คงไม่ต้องเจอยัยญี่ปุ่นคนนี้“ถ้านายไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอ หากต้องการกลับ ผมจะพาออกทางลับด้านหลังให้ครับ”“ไม่ต้อง” มิลเลอร์ถอนหายใจ ก่อนเหลือบมองเดวาที่นอนหลับอยู่ “กูคงนอนที่นี่”“ครับ”“ส่วนยัยญี
หลายเดือนต่อมา...หลังจากเดวาเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าไปได้สักพักใหญ่แล้ว ชื่อเสียงของ “เดมิอา” ก็เริ่มดังและติดตลาดและเริ่มมีรู้ค้ารู้จักมากขึ้น และในทุกๆวันหลังจากเรียนเสร็จ ปูเป้กับเดวาจะเดินทางมาทำงานที่ร้านทันที“ นี่พวกเธอสองคนไม่คิดจะเดินไปหาฉันฝั่งห้องเสื้อบางเหรอ เหง๊า เหงา” เอมิล่าเดินกรีดกรายเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองที่กำลังวุ่นวายช่วยทำงาน“ถ้าเหงามากขนาดนั้น แกก็ควรรับงานไหม ” เดวาส่ายหน้า มีคนบ้าที่ไหนปฏิเสธลูกค้าเป็นว่าเล่น“นั้นสิ ทำไมเอมิรับงานตัดชุดแค่ชุดเดียวล่ะ”“ขี้เกียจน่ะ ทำเยอะไปก็เหนื่อยเหมือนที่เฮียเลอร์บอก ก็เลยลองเป็นคนขี้เกียจดู”“แล้วเป็นไงที่นี่” ปูเป้ที่กำลังถ่ายคลิปโปรโมตร้านอยู่ เป็นต้องหยุดทำงานแล้วเดินมาเท้าเอวถาม“ก็สบายน่ะสิ พวกเธอก็ลองขี้เกียจบ้างอย่าหักโหม ร้านมันไม่เจ๊งหรอก” เพราะต่อให้ที่ร้านไม่ขายดีหรือต่อให้ขายไม่ได้สักตัว ก็มีเงินจากธุรกิจสีเทาของแก๊งพี่ๆ ไหลเวียนเข้ามาในร้านเพื่อฟอกให้มันกลายเป็นสีขาว“แต่ร้านเรามันกำลังเป็นกระแสไง ไม่ผลิตงานออกมาขายก็เสียดายลูกค้า” เดวาแย้ง“ตามใจแกก็แล้วกัน แต่อย่าหักโหมให้มันมากเข้าใจไหม แล้วอย่าลืมว่าผัวที่
“ทำไมแกทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ยัยแพร” ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกสาวที่เอาแต่เมาหัวราน้ำ หลังจากผู้เป็นย่าเดินทางมาที่บ้านแล้วบอกว่า ไม่สามารถบังคับเดวาให้เลิกกับมิลเลอร์ได้ อีกทั้งยังหัวเสียใส่พวกเธอและบอกให้แพรวาไปหาทางเอาชนะเดวาให้ได้เองทว่า... ธุรกิจฝังครอบครัวแม่สามี ยังถูกมิลเลอร์เล่นงานอย่างหนัก ที่เผลอไปแตะต้องของรักอีกฝ่ายเข้าให้ เธอกับสามีก็ไม่คิดว่าผู้ชายที่ไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนเลย จะหลงเดวาได้มากขนาดนี้“ถ้าแม่ช่วยแพรแก้ปัญหาไม่ได้ก็หุบปากไปเลย ”“นี่ฉันเป็นแม่แกนะ แกพูดหยาบคายแบบนี้กับแม่ได้ยังไง”“ออกไป ออกไปจากห้องแพรเดี๋ยวนี้” แพรวาเริ่มโวยวายเสียงดัง และควบคุมสติตัวเองไม่ได้“ ยัยแพรแกช่วยตั้งสติหน่อยได้ไหม ” ทำไมแพรวาถึงได้เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ มันจะมีด้วยเหรอคนที่ถูกทุกคนเอาใจและได้ความรักมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็ก จะกลายเป็นโรคประสาท หรือเป็นเพราะเธอกับแม่สามีเสี้ยมให้ลูกสาวเกลียดน้อง และชอบเอาชนะมากเกินไป แพรวาถึงได้สติหลุดยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ขนาดนี้“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป กรี๊ด.....” แพรวากรี๊ดออกมาเหมือนคนสติแตก ทำเอาคนเป็นแม่ต้องรีบวิ่งออกไปจาก
บรรยากาศภายในวันเปิดตัวห้องเสื้อคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า แขกจากแวดวงธุรกิจแฟชั่น และเหล่าคนรู้จักทยอยกันเดินทางเข้ามา ร่วมแสดงความยินดีกับสองเจ้าของแบรนด์อย่างไม่ขาดเดวายืนต้อนรับแขกอยู่ข้างเอมิล่า ใบหน้าหวานประดับด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา แม้ภายในใจจะทั้งตื่นเต้นและภูมิใจ กับสิ่งที่ทั้งสองต่างช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยกัน“แม่ขอแสดงความยินดีกับน้องวา น้องเอมิด้วยนะลูก” เดหลีหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่สองช่อมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวและหุ้นส่วนร้าน ส่วนสามีเธอนั้นติดประชุมที่บริษัทมาร่วมงานไม่ได้ ไหนจะความวุ่นวายจากบ้านใหญ่ที่สามีเธอต้องไปรับมือ และได้วิดีโอคอลมาแสดงความยินดีกับเด็กทั้งสองตั้งแต่เช้าแล้ว“ขอบคุณคุณแม่นะคะ”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”สองสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับดอกไม้ มาถือไว้ในอ้อมแขนคนล่ะช่อ“คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังค่ะ เดี๋ยวเอมิพาไปทาน ให้ยัยวาต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเนี่ยแหละ อีกอย่างจะได้ทักทายและทำความรู้จักแขกคนอื่นด้วย”เอมิล่าเปิดทางให้แสงเพื่อนสนิทในคราบหุ้นส่วนเต็มที่ เพราะยังไงหลักๆ แล้วเอมิล่าตั้งใจจะยกร้านนี้ให้เดวาดูแลและบริหารเป็นหลัก“ได้ยังไงอะ แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยรู้จัก







