เข้าสู่ระบบอยากได้กับข้าวทานกับข้าวต้ม ทำอะไรให้มันเร็วๆ หน่อย อืดอาดยืดยาด จะไปทำอะไรกินทันชาวบ้านเขานี่”
ชายหนุ่มสั่งเสียงดุวางอำนาจเต็มที่ ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อเสียงของอภิรักษ์ก็พูดมาแต่ไกล
“พี่ใหญ่ อ้าวคุณพี่สะใภ้ก็อยู่ด้วยหรือครับ วันนี้มีอะไรกินมั่ง ป้าชื่นล่ะครับ”
อภิรักษ์ทักพี่ชายและพี่สะใภ้เสียงสดใส เขาเพิ่งกลับมาจากตรวจไร่กับพี่ชาย ไปดูความเสียหายของไร่ที่โดนไฟไหม้เมื่อคืน แต่พบว่าไม่มีอะไรเสียหายมากนัก หลังจากนั้นจึงแวะไปดูคนงานให้อาหารโคนม พี่ชายจึงกลับมาก่อน
“นายจะกินอะไรก็บอกเค้าสิ” อภินันท์บอกน้องชายพร้อมทั้งปล่อยร่างภรรยาสาวออกจากอ้อมแขน พูดด้วยอารมณ์ไม่ดี แต่ไม่รู้ว่าอารมณ์ไม่ดีเรื่องอะไร ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
“ป้าแกบอกว่าทำข้าวต้มเอาไว้แล้วค่ะ”
นิรดาเป็นคนตอบเสียเอง เธอหวั่นวิตกเพราะถือว่าทั้งสองไม่ได้สนิทคุ้นเคยกับเธอ ถึงจะรู้จักกันเมื่อครั้งตอนเด็กก็นานมากแล้ว
“ไปทำกับข้าวเร็วๆ ฉันหิวแล้ว”
อภินันท์พูดเสียงดังใส่คนเป็นภรรยา
อภิรักษ์เลิกคิ้วเข้มมองหน้าพี่ชาย ไม่เข้าใจว่าจะขู่อะไรเมียนักหนา
ทำยังกับเมียไม่ให้อึ๊บ!
“พี่ใหญ่ครับ ทำไมต้องขู่พี่สะใภ้ของผมด้วย”
อภิรักษ์พูดขึ้น หลังจากที่ร่างบอบบางรีบเดินเข้าครัวไปแล้ว
“ไอ้น้อย แกบอกว่าใครเป็นของแก พูดให้มันดีๆ หน่อย”
อภินันท์พูดด้วยความหงุดหงิด ไม่สบอารมณ์เมื่อได้ยินคำพูดของน้องชาย
“อ้าว... พี่ใหญ่เป็นอะไรครับนี่ อารมณ์ไม่ดีตั้งแต่เช้า ถ้าไม่อยากแต่งงานกับเธอขนาดนั้น ความจริงบอกผมก็ได้ คุณพี่สะใภ้น่ารักมากเลยนะครับ นี่ถ้าไม่ติดว่าโดนจับแต่งงานกับพี่ใหญ่ ผมจะจีบซะเอง ไม่คิดว่าตอนเด็กๆ ขี้แย โตขึ้นจะสวยหวานขนาดนี้”
อภิรักษ์พูดทีเล่นทีจริง แต่ความจริงเขาก็คิดอย่างนั้น ยังคิดอยู่เลยว่าทำไมมารดาไม่ให้เขาแต่งงานซะเอง แทนที่จะเป็นพี่ชายเพราะเขาจะไม่ปฏิเสธมารดาเลยแม้แต่น้อย
“หยุดพล่ามได้แล้ว แกอยากจะไปไหนก็ไป”
อภินันท์ไล่น้องชายตรงๆ รู้สึกอารมณ์ไม่ดีมากขึ้น ร่างสูงเดินเข้าไปหาภรรยาสาวในห้องครัว
อภิรักษ์เห็นพี่ชายเดินเข้าห้องครัวก็หัวเราะถูกใจแซวพี่ชายไล่หลังไปเสียงดัง
“หวงเมียก็บอกมาเถอะครับพี่ใหญ่ โธ่... แล้วมาทำเป็นโกรธใส่เรา แล้วที่ไล่ผม ผมไม่ไปหรอกครับ รอทานอาหารเช้าฝีมือพี่สะใภ้ดีกว่า” อภิรักษ์พูดเสียงครื้นเครงพร้อมทั้งหัวเราะตามหลังพี่ชายไป
อภิรักษ์เดินไปนั่งที่ห้องนั่งเล่น หยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านเพื่อรอเวลาทานอาหารเช้า
ส่วนอภินันท์เมื่อเดินตามหญิงสาวเข้ามาในห้องครัวแล้ว เขามองเห็นร่างอรชรกำลังเปิดตู้เย็นเพื่อหาวัตถุดิบปรุงอาหาร สายตาคมมองร่างบอบบางอย่างเพลิดเพลิน ชายหนุ่มพยายามบอกตัวเองว่าอย่าได้ใจอ่อนเด็ดขาด ร่างสูงเดินเข้าไปหาภรรยาสาวมองเธอไม่วาง
“ฉันหิวแล้ว ทำให้อร่อยล่ะ เร็วๆ อย่าให้จืดชืดเหมือนกับเธอ ทำกระเทียมเจียวด้วยฉันชอบกินเข้าใจไหม”
นิรดาสะดุ้ง มือกำลังสาละวนกับการรื้อหาวัตถุดิบในการเตรียมอาหารจากตู้เย็น
“เข้าใจแล้วค่ะ” นิรดารับคำด้วยความเหนื่อยอ่อน
“เข้าใจแล้วก็ดี ถ้าไม่อร่อยโดนแน่” อภินันท์ข่มขู่อีกรอบ ก่อนเดินออกจากห้องครัวไป ชายหนุ่มเดินมานั่งสนทนากับน้องชายตัวดีที่อ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่ห้องนั่งเล่น
นิรดาถอนหายใจเหนื่อยอ่อน มือเรียวบางค่อยๆ ปาดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาทั่วใบหน้า สูดลมหายใจเข้าปอดอ่อนล้าเต็มทีเพราะเธอแทบไม่มีแรงแม้แต่จะเดินหรือหยิบจับอะไร เนื่องจากตั้งแต่เมื่อวานเธอได้ทานอาหารไปแค่นิดเดียวเท่านั้น
หญิงสาวเริ่มลงมือทำอาหารอย่างตั้งใจเพราะการเลี้ยงดูมาอย่างดีของบิดามารดา ทำให้เธอสามารถทำอาหารได้อร่อยไม่แพ้พี่สาวที่เรียนจบมาทางด้านอาหาร
“หอมจังเลยครับพี่ใหญ่ พี่สะใภ้ของผมนอกจากจะสวยน่ารักแล้ว ต้องทำอาหารอร่อยแน่ๆ”
อภิรักษ์พูดอย่างอารมณ์ดี อภินันท์นั้นขัดหูเหลือเกินกับคำว่า “พี่สะใภ้ของผม”
ชายหนุ่มตวัดสายตามองน้องชายด้วยสายตาพิฆาต
“โธ่... พี่ใหญ่ ทำเป็นเข้มนะครับ”
อภิรักษ์ล้อพี่ชายเสียงครื้นเครง เขาอารมณ์ดีโดยนิสัยส่วนตัว ไม่ค่อยเคร่งเครียดเหมือนพี่ชายของเขา ที่วันๆ เอาแต่ทำขรึมเข้มอยู่ตลอดเวลา
“แกเงียบไปเลยไอ้น้อย เดี๋ยวปั๊ด!” อภินันท์ทำท่ายกขาจะเตะน้องชายตัวดีที่พูดมากและยังล้อเลียนเขาอีกด้วย
“พี่ใหญ่หวงเหรอครับ” อภิรักษ์ยังแซวพี่ชายไม่เลิก แล้วต้องหัวหดเพราะโดนสายตาพิฆาตมาอีกรอบ
“ดีที่เมื่อวานแกกลับมาทัน ไม่งั้นไร่ของเราคงโดนไฟไหม้มากกว่านี้” อภินันท์เปลี่ยนเรื่องทันที พูดเป็นงานเป็นการขึ้นมาบ้าง ไม่อยากให้น้องชายสนใจหรือพูดเรื่องภรรยาสาวมากนักเพราะเขารู้สึกหวงอย่างบอกไม่ถูก
“ครับพี่ใหญ่ อ้าว... โน่นคุณพี่สะใภ้ของผมมาแล้ว”
อภิรักษ์พูดขึ้น พร้อมทั้งรีบเดินไปช่วยนิรดายกกับข้าวมาจัดบนโต๊ะอย่างมีน้ำใจ แต่มันกลับขัดสายตาของอภินันท์อย่างร้ายกาจ
อภินันท์มองต้มจืดและอาหารอีกไม่กี่อย่างที่วางอยู่บนโต๊ะ กลิ่นหอมกรุ่นทำให้น้ำย่อยในกระเพาะของเขาหลั่งออกมามากพอสมควร ร่างสูงนั่งลงทันที
นิรดาไม่กล้านั่งใกล้สามี ทั้งยังไม่กล้าทานอาหารบนโต๊ะด้วยเพราะเขาไม่ได้ชวนสักคำ
อภิรักษ์ชวนพี่สะใภ้นั่งทานอาหารเช้าด้วยกัน นั่นยิ่งทำให้อภินันท์หมั่นไส้น้องชายที่พูดจนเกินเหตุ เพราะอาหารบนโต๊ะที่เธอทำเป็นแค่อาหารพื้นๆ ไม่ได้ดูวิเศษอะไรเลย
“เอ่อ... ไม่เป็นไรค่ะ” นิรดาปฏิเสธเกรงใจ
“จะเล่นตัวทำไม เขาชวนนั่งก็นั่งสิ ไม่กินข้าวกินปลาเดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งไปอีก” อภินันท์หันไปทำเสียงดุ ทำให้นิรดาใจชื้นขึ้นมาหน่อยว่าอย่างน้อยเขาก็ห่วงเธอด้วย
นิรดาทรุดกายลงนั่งลงใกล้ๆ กับอภิรักษ์ อภินันท์ตวัดสายตามองหน้าภรรยาสาวอย่างหงุดหงิด
“ไปนั่งทำอะไรตรงนั้น มานั่งตรงนี้” อภินันท์ตบเก้าอี้ข้างตัวเองแรงๆ นิรดาชะงักลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อเดินไปนั่งใกล้สามี มองเห็นความไม่พอใจของเขาอีกแล้ว
อภิรักษ์ยิ้มขำพี่ชายที่ทำเป็นเข้มแต่หวงเมียจนออกนอกหน้าขนาดมานั่งใกล้เขายังหวงขนาดนี้ ต่อไปคงหวงมากกว่านี้เป็นหลายเท่า
“แกยิ้มอะไร”
อภินันท์ตวัดสายตามองน้องชายอย่างหงุดหงิด เมื่อเห็นใบหน้าและแววตาของน้องชาย เขาขยับตัวอย่างอึดอัดเล็กน้อย วางมาดให้นิ่งดังเดิม
“เปล่าครับพี่ใหญ่ ทานกันเถอะครับ ผมหิวแล้วจริงๆ”
อภิรักษ์ตัดบทแต่ยังมีแก่ใจหันไปพูดกับพี่สะใภ้คนสวย
“ไม่คิดว่าเด็กขี้แยตัวผอม โตขึ้นจะสวยขนาดนี้นะครับ”
เขาหันไปตักต้มจืดมาทานมองหน้าพี่สะใภ้ยิ้มสดใสและเอ่ยชมจากใจจริงเพราะอาหารฝีมือของเธออร่อยมากทีเดียว
“อร่อยมากเลยครับพี่สะใภ้ พี่ใหญ่ชิมสิครับ คุณแม่ยังไม่กลับจากกรุงเทพฯ เหรอครับพี่ใหญ่ ผมว่าจะถามตั้งแต่เมื่อคืนก็ลืมๆ ไป” อภิรักษ์เอ่ยชมพี่สะใภ้และหันไปคุยกับพี่ชาย
“คุณแม่คงหลงอยู่ที่โน่น กับเพื่อนของท่าน”
อภินันท์เน้นคำว่า “หลง” อย่างมีความหมาย สายตามองภรรยาสาวเขม็ง นิรดาสะดุ้งในคำพูดมีนัยของเขา
ชายหนุ่มตักอาหารรับประทานบ้างตามคำเชิญของน้องชาย เขายอมรับว่าอร่อยแต่กลับพูดเปรยๆ ว่ารสชาติงั้นๆ นิรดาเสียใจจนทานข้าวไม่ลงกับคำพูดอันแสนร้ายกาจของเขา
เมื่อทานอาหารเสร็จ หญิงสาวเก็บจานชามไปล้าง อภิรักษ์ขอตัวเข้าไร่เพื่อไปดูคนงานส่วนอภินันท์บอกน้องชายว่าจะตามไปอีกทีหนึ่ง ชายหนุ่มเดินตามภรรยาสาวเข้ามาเพื่อหาเรื่องเต็มที่
“ล้างจานเสร็จแล้วไปซักผ้าด้วย อยู่บ้านเฉยๆ ต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์เข้าใจไหม” อภินันท์ก้มลงไปพูดกับร่างบอบบางที่กำลังขะมักเขม้นกับการล้างจานอยู่ในอ่างล้างจาน
นิรดาสะดุ้งหลบวูบตกใจเมื่อหันมาอีกทีเขาก็ออกไปจากห้องครัวแล้ว หญิงสาวถอนหายใจเหนื่อยอ่อน รีบเร่งล้างจานให้เสร็จโดยเร็ว
“เร็วๆ หน่อย ชักช้าจริงๆ”
อภินันท์ที่นั่งรออยู่ด้านนอกพูดด้วยเสียงทรงอำนาจมาแต่ไกล เมื่อเห็นหญิงสาวเดินออกมาจากห้องครัว
อภินันท์แนบใบหน้าหล่อลงไปพูดกับเลือดเนื้อเชื้อไขที่เกิดจากความรักของเขาอย่างเต็มเปี่ยม“พี่ใหญ่ขา...ลูกยังไม่ได้ยินหรอกคะ” นิรดาว่าเขาอย่างอายๆ“ใครบอกว่าไม่ได้ยิน ลูกสัมผัสถึงความรักของเราได้แล้ว ตอนที่มีชีวิตก่อเกิดขึ้นมาแล้วล่ะจ้ะ”อภินันท์แนบร่างขึ้นไปสวมกอดร่างนุ่มนิ่มอีกครั้ง“พี่สัญญาว่าจะดูแลน้องหนูกับลูกของเราให้ดีที่สุด”เขาจุมพิตไปอีกครั้งที่หน้าผากมนและแก้มนวล“นอกจากจะดูแลแล้วต้องตามใจน้องหนูด้วยนะคะ”นิรดาสำทับมาอย่างเจ้าเล่ห์“ได้สิคนดี น้องหนูบัญชาอะไรพี่จะทำตามทุกอย่าง”อภินันท์ให้คำมั่นสัญญาโดยไม่อิดออด นิรดาซุกซบใบหน้ากับอกกว้าง หญิงสาวหลับตาลงอย่างแสนอบอุ่นปลอดภัยในอ้อมแขนของเขาเธอคิดว่าต่อไปในอนาคตอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เธอยังมีเขาอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป “ลูกรักของพ่อ โอ๋... อย่าร้องนะครับ” อภินันท์อุ้มเจ้าตัวน้อยแนบอกกล่อมไม่ให้ร้อง“โห... พี่ใหญ่เจ้าหนูของพี่ใหญ่ขี้แยชะมัดเลยครับ ไม่เหมือนยัยตัวน้อยของผม”“พูดมากนะนาย” อภินันท์หันไปว่าน้องชายด้วยความหมั่นไส้ เขาและน้องชายได้ลูกสาวเหมือนๆ กัน เลยโดนมารดาเหน็บแนบยกใหญ่ ว่าถ้าอยากได้ลูกชายคนต่อไปต้องจำศีลก่อนสามวัน
เสียงครวญครางไม่ขาดสายเพราะลิ้นร้ายกาจที่ทั้งขบเม้ม ดูดดึง โลมเลีย ดุนดันสลับกันไปมา เสียงหอบหายใจกำลังปล่อยออกมาจากเรียวปากอวบอิ่มไม่หยุดหย่อน มือหนาลากไล้ที่หน้าท้องแบนราบ ลากริมฝีปากขบเม้มสะดือของภรรยาสาว“พี่ใหญ่ขา...” นิรดาครางเรียกชื่อเขาเสียงพร่า เมื่อมือหนาเขาลูบเล่นที่ขาอ่อนเนียนสวยหนักหน่วงสลับกับแผ่วเบา เพื่อปลุกปั่นอารมณ์รัญจวนให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นมือหนากรีดกรายตามรอยแยกของกลีบกายสาว สัมผัสถึงความอ่อนหวานอ่อนไหวนิ้วร้ายกาจค่อยๆ สอดลึกเข้าไปทักทายสำรวจภายในช่อดอกไม้งาม น้ำหวานจากดอกไม้ช่อสวยหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสายใบหน้าคมเข้มตวัดลิ้นเชยชิมพร้อมกับการสอดนิ้วแกร่งเข้าไปทักทายหนักหน่วง เร่งเร้าให้หลั่งน้ำหวานออกมาให้เขาดื่มกินร่างบอบบางดิ้นเร่าๆ ควบคุมตัวเองไม่ได้ มือเรียวบางกำผ้าปูที่นอนแน่นระบายอารมณ์กระสัน ใบหน้าสวยส่ายไปมาบนหมอนใบโต ผมนุ่มสลวยสยายไปทั่ว ลิ้นหนาร้อนระอุและนิ้วมือร้ายกาจกำลังโจมตีเธออย่างหนักสะโพกหยัดขึ้นจากที่นอนหนานุ่มด้วยความกระสัน ร่างบางหยัดกายขึ้นรับความสุขสันต์หฤหรรษ์จากฝีมือการปรนเปรอของเขา มือเรียวละจากการกำผ้าปูที่นอนมากุมศีรษะของเขาแน่น กดให้ใบ
ริมฝีหยักหนาตวัดลิ้นสากร้อนระอุออกมาไล้เลียไปทั่วกลีบดอกสวยรำเพยครางพ่า ก้มใบหน้างามดูดดึงความเป็นชายของเขาอย่างเอร็ดอร่อย สะโพกผายส่ายไปมาด้วยความเสียวซ่านเมื่อสัมผัสถึงเรียวปากหนาที่กำลังลากเลียดูดดึงขบเม้มไปมาจนถ้วนทั่ว ลิ้นร้อนหนาแทรกเข้าไปทักทายในช่อดอกไม้งามเป็นจังหวะหนักหน่วงเรียกเสียงครางประสานกันลั่นห้องหยาดน้ำหวานหลั่งไหลออกมาจากดอกไม้งามช่อสวยสดไม่ขาดสาย บ่งบอกถึงความพรั่งพร้อมของเธอได้เป็นอย่างดีอภิรักษ์ยกร่างบางให้คุกเข่าที่กลางเตียง ค่อยๆ สอดประสานความแข็งแกร่งจากทางด้านหลัง รำเพยครางพร่าหยัดร่างเข้าหาเข้าด้วยความเต็มใจ“พี่น้อยขา..” รำเพยเรียกชื่อสามีเสียงหวานสั่นสะท้าน ร่างน้อยครางกระเส่าหอบพร่าเพราะแรงรักที่กำลังโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้ง เสียงครวญครางที่ดังจนเกินกว่าเหตุทำให้อภิรักษ์มันเขี้ยว หวดมือที่ก้นงอนงามลงทัณฑ์ไปสองสามทีก่อนที่จะขยำไปทั่วก้นงอนงามด้วยความเมามันในอารมณ์ ร่างน้อยแกล้งดูดนิ้วไปมาอย่างกระหาย กิริยายั่วยุอารมณ์ของภรรยาสาวทำให้เขามีอารมณ์มากยิ่งขึ้นอภิรักษ์สอดประสานร่างหนาใส่ร่างบอบบางไม่ยั้ง รำเพยกรีดร้องสะท้านสุขสมหมดแรงซบไปบนลำแขนเรียวชายหนุ่มพล
หญิงสาวคุยกับแพรไหมอีกสักพักจึงวางสาย นิรดายิ้มอย่างอารมณ์ดีเมื่อคิดว่าเธอจะแกล้งคนที่ทำให้เธอทุกข์ใจเสียให้เข็ด“พี่สาวยิ้มอะไรคะ” รำเพยถามนิรดา เมื่อเดินเข้ามาในบ้าน นิรดาจึงเล่าให้รำเพยฟัง“โห... นางมารร้ายกลับใจ แล้วพี่สาวจะทำยังไงต่อไปคะ” รำเพยถามยิ้มๆ เมื่อเห็นแววตาที่กำลังเป็นประกายของนิรดา เหมือนกำลังมีแผนการอันใดอยู่แม้นิรดาจะดูเงียบๆ เรียบร้อย ไม่ค่อยพูดแต่ใช่ว่าจะยอมอะไรใครง่ายๆนิรดาหันไปยิ้มกับรำเพย ก่อนจะกระซิบกระซาบเสียงเบาเหมือนกลัวใครจะได้ยินรำเพยหัวเราะถูกใจพูดเสียงสดใส ยอมรับในแผนการนั้น“ดีค่ะพี่สาว รำเพยมีเรื่องสนุกทำอีกแล้ว วันก่อนถ้าไม่คิดว่ายัยแพรไหมจะยั่วพี่ใหญ่กับพี่น้อย รำเพยไม่มีทางให้เข้าห้องนอนหรอกค่ะ จะให้นอนนอกห้องเสียให้เข็ด”นิรดายิ้มขำท่าทางดีใจของรำเพยที่ได้แกล้งคนอีกตามเคย หญิงสาวส่ายหน้าไปมา แต่นึกขำตัวเองด้วยเหมือนกันที่ตัวเธอคิดแผนการแกล้งสามีอย่างไม่ติดขัดเลยสักนิดสองหนุ่มมองหน้ากันอย่างมึนงงเพราะอยู่ดีๆ ภรรยาสาวกลับหนีขึ้นห้องหลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ แถมล็อกห้องลงกลอนแน่นหนาเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิด ทั้งๆ ที่พวกเขากำลังสบายอารมณ์ที่เคลียร์ป
ตอนนี้เธอก็ไม่ได้ตั้งใจจะยั่วเขาอีกเหมือนกัน เพราะระหว่างที่ผสมน้ำเสื้อนอนกลับไปโดนกับน้ำด้วยความไม่ตั้งใจเมื่อคืนเธออายจะแย่อยู่แล้ว เธอแค่อยากทำหน้าที่ภรรยาสาวที่ดีแก่เขาเท่านั้น“นี่ขนาดไม่ได้ยั่ว” ชายหนุ่มหัวเราะเสียงใส ไม่ฟังเสียงประท้วงรั้งร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นถอดชุดนอนแสนบางเบาออก เขารั้งร่างงามลงอ่างไปอาบน้ำด้วยการอาบน้ำที่แสนเร่าร้อนผสมกับความวาบหวามจบลงเมื่อบทรักสุดท้ายจบลงด้วยความกระสันเสียว“แพรไปก่อนนะคะ” แพรไหมผละออกจากอ้อมแขนของอภินันท์ เธออยากจะจากเขาไปด้วยดี กลับไปอยู่กับความเป็นจริง อีกอย่างได้เปิดใจกับชายหนุ่มแล้ว ต่อไปเธอเป็นเพื่อนที่ดีของเขาเธอจากไปตามสัญญาที่เคยบอกกับคุณอรอุมาเอาไว้“ขอให้เพื่อนคนนี้โชคดี” อภินันท์รู้สึกสบายใจที่ทุกอย่างลงเอยเช่นนี้ เธอจากเขาไปด้วยดีไม่เหมือนครั้งก่อน“ค่ะ” แพรไหมบอกชายหนุ่ม ก่อนหิ้วกระเป๋าใบโตโดยการช่วยเหลือของอภินันท์ใส่ท้ายรถและขับรถจากไปจากบ้านอภินันท์ถึงกับถอนหายใจโล่งอกอย่างบอกไม่ถูกชายหนุ่มเดินเข้าไร่ รู้สึกสบายใจเมื่อเขาเหมือนได้ปลดห่วงที่มาเกาะติดออกไปจากกายได้สำเร็จช่วงนี้เขามีความสุขเนื่องจากภรรยาสาวให้เขากลับไปน
“ก็ได้จ้ะ” นิรดารับคำในที่สุด เพราะระยะเวลาที่เธอแต่งงานกับเขา สามีเป็นฝ่ายรุกเร้าเรียกร้องเอากับเธอก่อนเสมอ เธอไม่เคยเรียกร้องจากเขาก่อนเลยเพราะไม่มีจำเป็นสักนิดที่ต้องทำเช่นนั้น เนื่องจากคนเอาแต่ใจแทบจะต้องการเธออยู่ทุกขณะจิต แต่พอเขาทำท่าไปสนอดีตคนรักเธอก็รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองขึ้นมา“แต่เรายังไม่ได้บอกพี่ใหญ่กับพี่น้อยเลยนี่คะ ว่าจะให้กลับมานอนห้องเหมือนเคย เอางี้ก็แล้วกัน” รำเพยพูดยิ้มๆ“เอาไงจ๊ะ” นิรดาเลิกคิ้วเรียวถามด้วยความสงสัย ก่อนที่เธอจะอดขำความน่ารักของรำเพยไม่ได้คิดว่าอภิรักษ์คงมีความสุขไม่น้อยเมื่ออยู่กับรำเพย หญิงสาวใช้วิธีการแบบเด็กๆ เมื่อเห็นว่าหนุ่มๆ ทั้งสองคุยกับแพรไหมเสร็จแล้ว และสองหนุ่มทำท่าจะนอนที่ห้องนั่งเล่นดังเดิมรำเพยร่อนจรวดพับไปตกที่ห้องนั่งเล่นแล้วรุนหลังนิรดาเข้าห้องอย่างรวดเร็ว“พี่ใหญ่ครับ นั่นอะไรครับ” อภิรักษ์ที่ทำท่าจะล้มตัวลงนอนต้องชะงัก ก้มลงไปเก็บจรวดกระดาษขึ้นมาถือไว้ในมือ“ลองหยิบมาดูสิ”อภินันท์บอกน้องชายให้หยิบจรวดกระดาษขึ้นมาดู“คงเป็นฝีมือของยัยตัวแสบ” อภิรักษ์สันนิษฐาน“ลองเปิดดูสิ เผื่อเมียนายเค้าจะชวนนายเข้าห้อง” อภินันท์ทิ้งตัวลงน







