หน้าหลัก / วัยรุ่น / เมียเสริมดวง / CHAPTER 11 ไม่เข้าใจตัวเอง

แชร์

CHAPTER 11 ไม่เข้าใจตัวเอง

ผู้เขียน: อัญธิญาน์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-23 10:31:21

“อุ้ย!”

หญิงสาวรีบยกมือปิดปากดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปที่ศีรษะของชายหนุ่มที่นั่งดื่มกาแฟอยู่ก่อนแล้ว สีผมที่เปลี่ยนไปทำให้เธอเผลอหลุดสีหน้าตกใจออกมาโดยไม่ตั้งใจ

“มองอะไร!” เฟิ่งหวงเงยหน้าขึ้นเสียงแข็งแววตาคมฉายแววไม่มั่นใจเล็กน้อย

“ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงคุณหัวหงอกแล้วเหรอคะ” เธอกลั้นหัวเราะไม่อยู่เสียงใสหลุดออกมาเบาๆ

“ผมสีนี้วัยรุ่นฮิตจะตาย” เขาตอบหน้าตายพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“คุณไม่ใช่วัยรุ่นนี่” พรพระจันทร์เอียงคอมองอย่างพิจารณา ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

“ก่อนจะสามสิบสอง ก็เคยเป็นวัยรุ่นมาก่อนเหมือนกัน” เขายกคิ้วสวนกลับทันที

“อืม ก็จริงนะคะคุณกำลังแก่ ส่วนหนูจ๋ากำลังโต” เธอยิ้มมุมปาก

พูดจบก็เดินไปนั่งลงข้างเขาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว มือเล็กหยิบขนมปังขึ้นมาทาแยมสบายใจเฉิบ ราวกับคนที่เพิ่งทำให้เจ้าบ้านเกือบสำลักกาแฟไม่ใช่ตัวเอง

“แค่กๆ!” เขาไอแรงจนต้องเอากระดาษเช็ดปากขึ้นมาปิดปาก ดวงตาคมเหลือบมองหญิงสาวข้างกายอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

“พูดอะไรของเธอฮะ!”

“ก็พูดความจริงค่ะ ผมสีนี้เหมาะกับคนวัยสามสิบปลายๆ มากกว่านะคะดูภูมิฐานดี” พรพระจันทร์ยิ้มหวานแต่แววตาซุกซน

“ฉันเพิ่งสามสิบสอง!” เขาเน้นเสียงหนัก แล้วลูกน้องบอกว่าผมสีนี้วัยรุ่นเขาชอบกัน

“อ๋อ งั้นก็สามสิบสองที่ใกล้สามสิบสาม” เธอพยักหน้าเหมือนเข้าใจดี ก่อนจะกัดขนมปังคำโต

ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่นพยายามข่มอารมณ์หงุดหงิด แต่กลับรู้สึกว่าภาพหญิงสาวที่นั่งเคี้ยวขนมปังแก้มตุ่ยอยู่ข้างๆ ทำให้เขาโกรธไม่ลงอย่างน่าประหลาด

“เธอนี่มัน…” เขาหยุดคำพูดไว้แค่นั้น

“มันอะไรคะ” เธอหันมามองดวงตากลมโตเป็นประกาย “มันน่ารักเหรอคะ”

“น่าจับโยนลงทะเล” เขาตอบเสียงแข็งยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มอีกครั้ง คราวนี้ระวังตัวมากขึ้น

หญิงสาวหัวเราะเบาๆ อย่างอารมณ์ดีไม่กลัวคำขู่ของเขาเลยสักนิด ก่อนจะเอียงคอมองสีผมใหม่ของเขาอีกครั้ง พร้อมกับยิ้มมุมปาก

“แต่ก็ไม่แย่นะคะ” เธอพูดลอยๆ

ชายหนุ่มชะงักไปเสี้ยววินาที หัวใจเหมือนสะดุดเล็กๆ อย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาแสร้งทำเป็นไม่สนใจหันหน้าหนีออกไปทางอื่น

        “คุณจะให้หนูจ๋าไปทำงานได้หรือยังคะ” เธอเอ่ยถามหลังจากเขาเงียบไปนาน ดวงตากลมโตจ้องหน้าเขาอย่างคาดหวัง

“ทำงาน? เงินที่แม่ฉันให้มันไม่พอใช้หรือไง” เฟิ่งหวงเลิกคิ้ว

“พอค่ะ แต่หนูจ๋าเบื่อให้ทำงานอะไรก็ได้ หนูจ๋าทำได้หมดเลยนะ” เธอทำปากยื่นนิดๆ

        “คนไม่มีสมองแบบเธอ ทำได้ทุกอย่างหรือไง” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ คล้ายดูถูก

“เอ๊ะ! แก่แล้วทำไมปากจัดจัง” พรพระจันทร์ขมวดคิ้วทันที

“เธอเคยทำงานอะไรเป็นเรื่องเป็นราวหรือเปล่า” เขาถามเสียงเรียบ แต่สายตากลับจับจ้องเธอไม่วาง

“เคยสิคะ” เธอเชิดหน้า “เคยทำโรงแรม เคยทำร้านอาหาร แถมยังทนคนปากหมาได้เก่งมากด้วย”

คำตอบทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างไม่ยอมรับว่าถูกแทงใจดำ

“ตอนที่ทำงานในซ่องเธอทำอะไร” เขารู้ทุกอย่าง แต่อยากฟังจากปากของหญิงสาวมากกว่า ว่าจะโกหกเขาหรือไม่

“ก็ไม่ได้ทำอะไรหนิค่ะ แค่เป็นเด็กเสิร์ฟ”

“แค่นั้นเองเหรอ เธอหน้าตาไม่ได้ขี้เหร่” เขาถามเพื่อเป็นการหยั่งเชิง

“คุณหมายถึงว่าหนูจ๋ารับแขกโดยการนอนกับผู้ชายเหรอ ผู้ชายมีสมองเป็นเลิศแบบคุณเรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องถามก่อนคุณจะทำอะไรต้องตรวจสอบอยู่แล้ว”

เฟิ่งหวงชะงักไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้ทัน จริงแบบที่เธอบอกเขาต้องระวังตัวเองอยู่แล้ว หากพลาดนั้นหมายถึงชีวิตเขาเลย

“ฉันไม่ถามแล้ว ที่ไม่ให้ไปทำงานฉันไม่อยากให้เธอออกไปเพ่นพ่าน”

“กลัวหนูจ๋าไปสร้างปัญหาหรือกลัวมีคนมาจีบคะ” เธอถามเสียงใส แววตาวาววับอย่างตั้งใจแกล้ง

“เลิกคิดเข้าข้างตัวเอง หน้าตาหาข้างถนนยังได้เลย” เขาสวนทันที

        “งั้นหนูจ๋าขอถือว่ายังมีหวังนะคะ” พรพระจันทร์ยิ้มบางๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน

“หวังอะไร”

“หวังว่าคุณจะ...”

“ฉันไม่มีวันรักเธอ 3 เดือนตามสัญญาเราก็แยกย้ายกัน ระหว่างนี้ฉันถือว่าตัวเองโสดจะไปไหนกับผู้หญิงคนอื่นก็ได้ ให้เธอเข้าใจสถานะตัวเอง” คำพูดแข็งกระด้างนั้นเหมือนกำแพงสูงที่เขารีบก่อขึ้นมา ไม่เปิดโอกาสให้ความหวังใดๆ เล็ดลอดเข้าไปได้

“ลุงนี่พูดอะไรยาวจัง หนูจ๋าแค่จะบอกว่าหวังจะได้ออกไปทำงานแค่นั้นเอง” เธอส่ายหน้า

คนพูดกลับเป็นฝ่ายนิ่งไปชั่ววินาที เหมือนถูกสวนกลับโดยไม่ทันตั้งตัว

“นั่นแหละ ถือว่าฉันเตือนเธอไว้แล้ว และอย่าไปเรียกฉันแบบนั้นอีก” เขากลบเกลื่อนด้วยน้ำเสียงเรียบ

“เรียกคุณสามีเหรอคะ นั่นเรียกคุณลุงเหมือนเดิมก็ได้” หญิงสาวมองเขานิ่งๆ ก่อนจะยักไหล่

 “หลังจากนี้เธอจะไปทำอะไรต่อ” เขาถามขึ้นเสียงเรียบ

“คงตามหาพ่อมั้ง” พรพระจันทร์ตอบลอยๆ เหมือนพูดไปอย่างนั้น ทั้งที่ในใจไม่เคยอยากเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นเลยสักนิด

“ใช่สิ ฉันลืมไปว่าเธอเป็นลูกไม่มีพ่อ แค่ชื่อยังไม่รู้จะไปตามหายังไง” เขาหัวเราะหึในลำคอ

หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ดวงตาไม่หลบหนี มีเพียงความแข็งกร้าวที่ซ่อนอยู่

“ใครจะอยากตามหาผู้ชายไม่มีความรับผิดชอบแบบนั้นกันล่ะ ไม่สมควรจะเป็นพ่อของใครด้วยซ้ำ”

“อืม ก็จริงนะ” คำพูดนั้นทำให้เขานิ่งไปชั่วครู่

เฟิ่งหวงมองเธออย่างพิจารณาเป็นครั้งแรกจริงๆ โครงหน้าคมชัด สันจมูกโด่ง ดวงตาลึกเกินกว่าจะเป็นคนไทยแท้

“บัตรใบนั้นไม่ต้องคืนฉันหรอกนะ” เขาพูดขึ้นลอยๆ คล้ายไม่ใส่ใจ แต่สายตากลับจับปฏิกิริยาของเธอไม่วาง

“บัตรสีดำนั่นเหรอคะ” เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“เขาเรียกแบล็คการ์ดวงเงินไม่จำกัด หย่ากับฉันค่อยคืน”

“ขอบคุณในความเมตตาค่ะคุณลุง” หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มบางๆ ยิ้มที่ไม่ได้ตื่นเต้นหรือโลภอย่างที่เขาคาดไว้

“เลิกเรียกฉันแบบนั้นสักที”

“ก็คุณให้เงินเหมือนญาติผู้ใหญ่ใจดีนี่คะ ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจ๋าไม่คิดเอาไปใช้สุรุ่ยสุร่ายหรอก” เธอพูดเสียงเรียบ

“เธอจะเอาไปทำอะไร” เขาถามทันที

“ก็ใช้ชีวิตค่ะ” เธอเงยหน้าขึ้นสบตา

คำตอบนั้นทำให้เฟิ่งหวงเงียบไป เขาไม่พูดอะไรต่อ เพียงแต่มองหญิงสาวตรงหน้า ผู้หญิงคนนี้สวยอันตารายกว่าที่เขาคิด

“คุณลุงใจดีที่สุดเลย” เธอยิ้มตาหยี ก่อนจะหยิบเนื้อไก่ชิ้นโตเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างไม่แคร์ภาพลักษณ์คราบซอสติดปลายริมฝีปากเล็กน้อยด้วยซ้ำ

ชายหนุ่มมองภาพนั้นเงียบๆ จากที่ตั้งใจจะหงุดหงิด กลับกลายเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นขึ้นมาในอก เขาไม่รู้ตัวเลยว่ามุมปากของตัวเองยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่แทบไม่เคยปรากฏบนใบหน้าของเขา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมียเสริมดวง   บทส่งท้าย เมียเสริมดวง

    “เฮ้ย! ลูกมึงหอมแก้มลูกสาวกู” เสียงเฟิ่งหวงตะโกนลั่นสนามหญ้า จนเด็กๆ ที่กำลังเล่นกันอยู่พากันสะดุ้ง หันมามองผู้ใหญ่ตาแป๋ว“เบาๆ หน่อย ลูกกูตกใจหมดแล้วเนี้ย” เสิ่นเว่ยเจี้ยนส่ายหน้า ก่อนจะรีบก้มลงปลอบลูกชายที่ทำหน้างงๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงโวยวายกันใหญ่โต“เฟิ่งซินอย่าไปอยู่ใกล้พวกนี้นะลูก” เขารีบเดินไปอุ้มลูกสาววัยสองขวบขึ้นมา ทำท่าระวังภัยราวกับเจอศัตรูตัวฉกาจ“จางเว่ยน่ารักหนูหอมไม่ได้เหรอคะ” เฟิ่งซินมองหน้าพ่อ ก่อนจะเอียงคอเล็กน้อยตาใสแจ๋ว คำถามไร้เดียงสาทำให้คนเป็นพ่อชะงักไปครู่หนึ่ง“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ลูกสาวมึงหอมแก้มลูกชายกูวะ!” เสิ่นเว่ยเจี้ยนหัวเราะลั่นอย่างถูกใจ มือกอดท้องเหมือนดูละครตลกเรื่องโปรด“ไอ้เว่ยเจี้ยน!” เขาหันไปค้อนเพื่อนอย่างไม่พอใจ“เฟิ่งซิน เราไปเล่นกับพี่เฟิ่งหยางดีกว่า” จางเว่ยเด็กชายตัวน้อยยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินมาจับมือเฟิ่งซินอย่างเป็นธรรมชาติเฟิ่งซินพยักหน้าทันทียอมปล่อยให้พ่ออุ้มลง แล้วเดินตามจางเว่ยไปอย่างว่าง่าย สองเด็กน้อยหัวเราะคิกคัก มือเล็กๆ จูงกันไปหาเฟิ่งหยางที่กำลังก่อปราสาททรายอยู่ไม่ไกลปล่อยให้ผู้ใหญ่สองคนยืนจ้องกันตาเขม็งอีกคนหวงลูกจนออกนอกหน้า

  • เมียเสริมดวง    CHAPTER 29 รักแท้แพ้สูติบัตร

    หลงเฟิ่งหยางลูกชายวัยสองขวบของเฟิ่งหวงกับพรพระจันทร์ เริ่มแสดงอาการหวงแม่ อย่างออกหน้าออกตา ตั้งแต่รู้ความได้ไม่นาน บ้านทั้งหลังแทบไม่มีช่วงเวลาที่สองสามีภรรยาจะได้นั่งใกล้กันตามลำพังเลย“อันนี้มี้ของหนู” เสียงใสๆ ดังขึ้นทันทีที่เฟิ่งหวงขยับมานั่งใกล้ภรรยา“รู้แล้ว เรามาทีหลังหัดรอบ้าง” เขาตอบหน้าตาย มือยังไม่ทันได้แตะตัวพรพระจันทร์ดีนัก“ม่ายยย มี้ของหนู!” เด็กน้อยร้องเสียงดัง ก่อนจะรีบวิ่งต้วมเตี้ยมมาปีนป่ายขึ้นไปนั่งบนตักของแม่อย่างคล่องแคล่วเกินวัย“ไม่ร้องนะ ปะป๊าล้อเล่นครับ” เธอรีบกอดลูกชายไว้ คอยห้ามศึกพ่อกับลูกที่ปะทุขึ้นแทบทุกวัน“ยักมี้” เด็กน้อยกอดแม่แน่น ซุกหน้าลงกับอกเล็กน้อย แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองพ่อด้วยสายตาเยาะเย้ยอย่างออกหน้าออกตา“ฉันมาก่อน ย๊ะ” เขาชะงักก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นสูง“คุณเฟิ่งหวง! ลูกล้อเล่นนะคะ” เธอเอ็ดเสียงเบา แต่แววตายังขำกับท่าทางงอนง้ำของสามี“เรารักกันมาตั้งกี่ปี เจ้านี่มาแค่สองปีกลับได้ใจ รักแท้แพ้สูติบัตร ชิ”เขาทำหน้ามุ่ยกอดอกแน่น มองลูกชายด้วยสายตาเหมือนคู่แข่งตัวฉกาจ มากกว่าจะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง“มี้คับ หยางหยางหิว” เด็กน้อยลูบหน้าท้องป่อง

  • เมียเสริมดวง   CHAPTER 28 ผู้หญิงของเขา

    ตอนเช้าเฟิ่งหวงเดินลงมาที่ห้องอาหารอย่างคุ้นเคย ราวกับที่นี่คือบ้านของตัวเอง เขาดึงเก้าอี้ข้างเฉินลี่หมิงแล้วนั่งลง ก่อนจะยักคิ้วให้ยียวน“มึงมาทำอะไร” เฉินลี่หมิงหันมาถามเสียงห้วน“อะ แฮ่ม” เฉินลี่หยางกระแอมขึ้นเป็นเชิงเตือน“นายมาทำอะไรที่บ้านฉัน” เฉินลี่หมิงจำต้องเปลี่ยนสรรพนามทันทีเมื่อเห็นสายตาพ่อ“ไม่ได้มาแต่เช้า แต่มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว” เขายิ้มกวนๆ“คุณพ่อดูมันทำ!” เฉินลี่หมิงหันไปฟ้องทันที“ลี่หมิงนั่งลงดีๆ” เฉินลี่หยางเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น“พ่อคงไม่ได้ดีใจจนเนื้อเต้นหรอกนะ ที่ได้มันมาเป็นลูกเขย” เฉินลี่หมิงประชดสีหน้าไม่พอใจชัดเจน“ลี่หมิง!” เฉินลี่หยางเสียงเข้มขึ้น“ถ้ามันไม่มีอำนาจ พ่อคงไม่สนใจมันหรอกใช่ไหม ชิ” ชายหนุ่มพูดทิ้งท้าย ก่อนจะลุกพรวดเดินออกจากห้องอาหารไปเหมือนเด็กที่งอแงไม่สมใจบรรยากาศบนโต๊ะเงียบลงทันที เฟิ่งหวงเหลือบมองตามแผ่นหลังนั้นก่อนจะถอนหายใจเบาๆ นิสัยที่แท้จริงของอีกฝ่ายก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดไว้“ขอโทษคุณหลงด้วยนะครับ ผมตามใจเขาตั้งแต่เด็ก”“ผมอยากจะคุยเรื่องหนูจ๋า คุณพ่อทราบดีนะครับว่าผมกับหนูจ๋าเราจดทะเบียนสมรสกันแล้ว วันนี้ผมจะขอหนูจ๋าจากคุณพ

  • เมียเสริมดวง   CHAPTER 27 เพิ่งหัดมีความรัก

    เฟิ่งหวงนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงคนไข้ สีหน้าบูดบึ้งราวกับเด็กถูกขัดใจ ตั้งแต่เช้าเขาก็ประท้วงไม่ยอมให้แม่เข้ามาดูแล แถมยังไม่ยอมแตะอาหารแม้แต่นิดเดียว“กินข้าวก่อนเถอะลูก” จีน่าพูดเสียงอ่อน“ไม่กิน ถ้าหนูจ๋าไม่มาผมก็ไม่กิน” เขาหันหน้าหนีทันที“ดื้อจริงๆ โตขนาดนี้แล้วยังเอาแต่ใจ” จีน่าถอนหายใจยาว มองลูกชายอย่างรู้ทัน “มามี้กลับไปได้แล้วครับ” “มีเมียแล้วลืมมามี้เลยนะ รู้แบบนี้ไม่หาเมียให้ก็ดี” “ถ้าไม่หาให้จะได้ลูกสะใภ้ที่ถูกใจแบบนี้เหรอครับ” “มามี้กลับก็ได้” จีน่าเก็บของกลับบ้านทันที ปล่อยให้ลูกชายทำคะแนนต่อไปสุดท้ายคนที่แพ้ทางก็ไม่ใช่ใครอื่นพรพระจันทร์ถูกตามตัวมาอย่างเลี่ยงไม่ได้“เรียกหนูจ๋ามาทำไมคะ” เธอถามเสียงเรียบ แต่ก็ยังเดินเข้ามาใกล้เตียง“ก็อยากให้เธอมาดูแลไง” เขาหันมายิ้มทันที สีหน้าป่วยๆ เมื่อครู่หายไปเกือบหมด“คุณก็รู้ว่าหนูจ๋าต้องดูแลคุณพ่อ”“ไอ้เฉินลี่หมิงมันไม่คิดจะมาดูแลหรือไง” เขาถามยอกย้อนขัดใจที่ตอนนี้เขากลายเป็นคนไม่สำคัญไปแล้ว“คุณนี่…กินยาก่อน” เธอส่ายหน้า ก่อนจะหยิบแก้วยาและเม็ดยาขึ้นมา“ไม่กินเจ็บมือ” เขาตอบไวพร้อมยกแขนที่พันผ้าพันแผ

  • เมียเสริมดวง   CHAPTER 26 ผมรักลูกสาวคุณพ่อ

    พรพระจันทร์อยู่เฝ้าดูแลเฉินลี่หยางไม่ห่าง ส่วนเฉินลี่หมิงก็เริ่มเข้าไปเรียนรู้งานอย่างจริงจัง ชีวิตค่อยๆ ดำเนินไปอย่างเงียบสงบ เฟิ่งหวงก็หายเงียบไปอย่างไร้ร่องรอยก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องพักผู้ป่วย พรพระจันทร์วางหนังสือลง“หนูไปดูเองค่ะ” เธอลุกจากเก้าอี้เดินไปเปิดประตูทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร รอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าของเธอก็หุบลงในพริบตาเฟิ่งหวงยืนอยู่ตรงหน้ามือหนึ่งถือกระเช้าผลไม้ ก่อนจะก้าวผ่านเธอเข้าไปในห้องราวกับเป็นเจ้าของสถานที่“สวัสดีครับคุณพ่อผมมาเยี่ยม”“สวัสดีครับคุณหลง เอ่อ เรียกผมแบบนี้ผมยังไม่ค่อยชินเลย” เฉินลี่หยางสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบยกมือรับไหว้ด้วยท่าทางเกรงใจ“คุณพ่อมีลูกชายแค่คนเดียวนะคะ” หญิงสาวเพียงคนเดียวในห้องเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ แต่แฝงความหมายชัดเจน“ผมเป็นลูกเขยครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะตอบหน้าตาเฉยชายหนุ่มนั่งลงข้างเตียงอย่างถือวิสาสะวางกระเช้าผลไม้ไว้ข้างตัว แล้วส่งยิ้มสุภาพให้คนป่วย“ผมว่า…” เฉินลี่หยางกำลังจะพูด แต่ถูกอีกฝ่ายแทรกขึ้นมาก่อน“ผมรักลูกสาวคุณพ่อครับ”คำพูดนั้นดังชัดถ้อยชัดคำพรพระจันทร์นิ่งค้าง หัวใจเต

  • เมียเสริมดวง   CHAPTER 25 ไม่หย่าแล้ว

    เฟิ่งหวงเดินมาถึงมุมพักผ่อนชั้นล่างของโรงพยาบาล ตามที่เสิ่นเว่ยเจี้ยนบอกไว้ แต่เท้ากลับหยุดชะงักทันทีเมื่อเห็นร่างบางที่คุ้นตานั่งอยู่ตรงนั้นหัวใจเขากระตุกวูบมือที่กำแน่นคลายแล้วกำใหม่ เขาไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้ ความดื้อรั้นกับศักดิ์ศรีฉุดรั้งขาเอาไว้“เข้ามาสิ ไปยืนตรงนั้นทำไม” เสิ่นเว่ยเจี้ยนโบกมือเรียกน้ำเสียงเรียบแต่จริงจัง“มึงไม่บอกว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย” เขาเน้นคำว่าคนอื่น อย่างจงใจ ให้หญิงสาวได้ยินชัดเต็มสองหู“มึงตั้งสติก่อนแล้วนั่งลง” เสิ่นเว่ยเจี้ยนขมวดคิ้ว ดึงเก้าอี้ข้างตัวออกมาชายหนุ่มนั่งลงอย่างไม่เต็มใจ สายตาไม่มองพรพระจันทร์ แต่ความตึงเครียดแผ่ออกมาจนแทบหายใจไม่ออก“หนูจ๋ามีธุระค่ะ เชิญพวกคุณตามสบาย” หญิงสาวลุกขึ้นยกยิ้มสุภาพราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น“จะรีบไปหาชู้หรือไง” เขาพูดขึ้นทันทีเสียงเย็นชา ตั้งใจให้เจ็บ“ค่ะ” เธอตอบรับอย่างว่าง่าย แต่แฝงประชดชัดเจน“นี่ เดี๋ยวสิ!” คำตอบนั้นเหมือนค้อนหนักฟาดลงกลางอก เฟิ่งหวงผุดลุกขึ้นทันที“พอแล้วนั่งลง”เขาจะก้าวตามไป แต่เสิ่นเว่ยเจี้ยนยื่นมือรั้งแขนไว้แน่น ทำให้ได้แต่มองตามพรพระจันทร์เฟิ่งหวงถอนหายใจเสียงดังเฟิ่งหวงนั่งกอดอกหน้าบู

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status