แชร์

CHAPTER 3 เรื่องบังเอิญ

ผู้เขียน: อัญธิญาน์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-14 10:37:37

เพิ่งหวงไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เขานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานใหญ่ในห้องทำงานส่วนตัว ข้อมูลบนแฟ้มประวัติที่อี้เฉินวางไว้ตรงหน้ายังเปิดค้างอยู่

เขาจ้องตัวเลขนั้นอยู่เกือบหนึ่งนาทีเต็มๆ มือข้างที่ถือแฟ้มค่อยๆ กำเข้าหากันแน่นขึ้น

“เรื่องบ้าอะไรกัน” เสียงทุ้มต่ำลอดออกมาจากลำคอแบบที่ลูกน้องได้ยินทีไรต้องกลั้นหายใจทุกครั้ง เขาไม่เชื่อในดวงหรือโชคชะตา แต่เขาจำประโยคของซินแสได้แม่นยิ่งกว่าประโยคไหนในชีวิต

“ผู้หญิงที่จะเสริมดวงคุณได้ ต้องเกิดวันที่ 9 เดือน 9 เวลา 09.09 น. หาให้เจอ แล้วแต่งงานด้วยทุกอย่างจะราบรื่นหนีให้ตายก็ฝืนโชคชะตาไม่ได้”

เขาสูดลมหายใจยาวพยายามหาข้ออ้างกับตัวเองจะบังเอิญเกินไปไหม วันที่ 9 เดือน 9 ก็ว่าแปลกแล้วเวลาเกิดยังตรงเป๊ะอีก

“บ้าเอ๊ย” เขากัดฟันต่ำๆ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้เขาต้องดึงสติกลับทันทีเขารีบปิดแฟ้มที่อยู่ในมือแล้ววางลงที่เดิม

“ขออนุญาตพนักงานที่ให้ไปตามมาแล้วครับ” เจียวห่าวพูดพร้อมเปิดประตูเข้ามาเล็กน้อย ก่อนโค้งให้เจ้านาย

“สวัสดีครับท่านประธานผมซูเม่ยเป็นหัวหน้าแผนกแม่บ้านครับ” ซูเม่ยไม่กล้ามองหน้าเขาคิดมาตลอดทางว่าตัวเองทำอะไรผิด

“ทำไมคุณถึงรับแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงาน” เขาพูดน้ำเสียงเย็นยะเยือก

“ปกติโรงแรมของเขามีนโยบายรับชาวต่างชาติร่วมงานอยู่แล้วนะครับ”

“ผมไม่ได้โง่ คุณรับคนนี้เข้ามาทำไมรู้ใช่ไหมถ้าถึงหูตำรวจโรงแรมของผมจะเสียหายแค่ไหน!”

เสียงทุ้มดุดันของท่านประธานดังสะท้อนทั่วห้องทำงานจนซูเม่ยสะดุ้งเฮือก ทั้งร่างแข็งทื่อราวถูกตอกด้วยสายตาคมกริบของเจ้านาย

“ท่านประธานหมายถึง...” ซูเม่ยเริ่มเข้าใจว่าท่านประธานจะหมายถึงใครไปไม่ได้บอกจากพรพระจันทร์ ที่เขารับเข้ามาทำงานด้วยความเสน่หา

“คุณจะไล่ผู้หญิงคนนั้นออกหรือจะให้ผมไล่คุณออกดี”

“ผะ ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้ครับ” ซูเม่ยแทบทรุดหัวใจเต้นโครมครามมือเย็นเฉียบ เขารีบโค้งก้มจนแทบจะติดพื้น

ซูเม่ยยืนกอดอกอยู่หน้าล็อกเกอร์พนักงาน สีหน้าเคร่งเครียด แต่แฝงไปด้วยความกดดันที่เขาแบกมาจากชั้นผู้บริหาร เขาสูดลมหายใจก่อนเอ่ยประโยคที่พรพระจันทร์ไม่อยากได้ยินที่สุด

“เป่าเปาพี่จำเป็นต้องให้เธอออกจากงานทันทีนะ”

พรพระจันทร์ชะงัก แต่กลับยิ้มบางๆ ให้คนตรงหน้าสายตาเธอว่างเปล่าอย่างคนที่รู้ว่ามันต้องเกิดขึ้นสักวัน

“ฉันเข้าใจค่ะ” เธอถอนหายใจช้าๆ รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังปล่อยเธอตกลงเหวลึกที่ไม่มีปลายทาง

“เงินเดือนส่วนที่เหลือจะเข้าให้ตามปกติ ไม่ต้องห่วง”

“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากที่ช่วยมาตลอด”

“ถ้าเป่าเปามีปัญหาอะไรมาอยู่กับพี่ก็ได้นะ พี่จะดูแลอย่างดีเลยไม่ต้องลำบากอีก” เขามองหน้าเธอนิ่งๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย

“ขอบคุณที่หวังดีค่ะ แต่ฉันดูแลตัวเองได้” เธอยิ้มเจื่อนๆ

คำตอบนั้นทำให้สีหน้าซูเม่ยแข็งค้างก่อนค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความหงุดหงิด เขาถอนหายใจแรงเขามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า น้ำเสียงเริ่มแข็งขึ้น

“สภาพแบบนี้จะไปไหนรอดอย่างน้อยก็กลับไปทำงานที่ซ่องที่เธอมานั่นแหละ เธอก็ไม่ได้รังเกียจมันมากใช่ไหม?”

คำพูดนั้นเหมือนมีดแทงกลางอกหญิงสาวตัวชาวาบ ใจตกไปก้นบึ้ง เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามไม่ให้น้ำตาไหล

“ฉันจะเป็นยังไงมันไม่ใช่ธุระอะไรของคุณค่ะ”

“ผู้หญิงคนอื่นเขาชอบความสบายทั้งนั้นมีแต่เธอที่เล่นตัวจะเรียกค่าตัวเพิ่มหรือไง” เขาเดินเข้ามาใกล้ ทำเสียงต่ำเย็นชา

“หมดธุระแล้วฉันขอตัวก่อนนะ” เธอรีบหยิบกระเป๋าและเดินออกไปทันที มัวแต่ก้มหน้าไม่รู้เลยว่าใครเดินสวน แค่นี้เธออับอายมากพอแล้ว

ปัง!

“ท่านประธานลงมาทำอะไรที่นี่ครับ” ซูเม่ยตกใจไม่น้อยทีแรกจะเดินตามหญิงสาวออกไป แต่พอเจอท่านประธานเขาถึงกับหน้าถอดสี

อัก!

เฟิ่งหวงเตะเข้าที่ข้อพับของอีกฝ่ายแรงพอให้ทรุดฮวบลงกับพื้นในทันที

“ต่อไปอย่าเรียกเธอแบบนั้นอีก”

“ท่านได้ยินเหรอครับผมไม่ได้ตั้งใจจะว่าเป่าเปาแบบนั้น โอ๊ย” ซูเม่ยร้องออกมาเมื่อท่านประธานจิกเล็บลงที่หัวไหล่อย่างแรง เขาไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรผิดไป

“พูดใหม่”

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะว่าแบบนั้น!”

“ห้ามเรียกเธอว่าเป่าเปาอีก ถ้าทำมากกว่าหน้าที่ผมจะส่งคุณไปทำงานที่ซ่องแทน”

เขาปล่อยอีกฝ่ายให้เป็นอิสระหันหลังเดินออกมา ใจของเขาว้าวุ่นไม่ชอบใจทุกครั้งที่ได้ยินคนเรียกหญิงสาวแบบนั้น ถึงแม้จะเป็นชื่อของเธอก็ตาม

“ใครตั้งชื่อให้แบบนั้น” เขาพึมพำ

“กาสิโนเกิดเรื่องแล้วครับ”

“พูดมา”

“ตำรวจบุกตรวจค้นพบยาเสพติดซุกอยู่ในกาสิโนครับ”

“บัดซบ! ใครมันกล้ากับฉัน” เสียงคำรามต่ำๆ ทำเอาลูกน้องไม่กล้าหายใจแรง

พรพระจันทร์เดินเตร็ดเตร่ไปบนฟุตปาธอย่างไร้จุดหมาย กระเป๋าผ้าเก่าๆ สะพายอยู่บนบ่า ราวกับเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่ในชีวิต เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเริ่มหางานที่ไหน

“โอ๊ย ขอโทษค่ะ หนูไม่ทันได้มองคุณน้าเจ็บตรงไหนไหมคะ?” เธอรีบนั่งยองๆ กวาดของทุกชิ้นกลับใส่ถุง หน้าตาตื่นด้วยความเกรงใจ

“ไม่เป็นจ้ะ ไม่เป็นอะไร” ผู้หญิงวัยกลางคนตอบอย่างใจเย็น

จีน่าเงยหน้ามองหญิงสาวเต็มๆ ตาเป็นครั้งแรกใบหน้าจิ้มลิ้มท่าทางสุภาพ และดวงตาที่ดูอ่อนล้าแต่ซ่อนความเข้มแข็งบางอย่างเอาไว้

แปลกทั้งที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก แต่กลับรู้สึกถูกชะตาอย่างประหลาด

“ขอโทษอีกครั้งนะคะ”

“ไม่เป็นไรฉันไม่เจ็บอะไร ว่าแต่หนูจะไปไหนเหรอ”

“หนูเพิ่งถูกไล่ออกจากงานค่ะ ว่าจะกลับที่พัก”

“ดูจากหน้าตาน่าจะไม่ใช่คนในพื้นที่ใช่ไหม”

“หนูเป็นคนไทยค่ะ” เธอตอบไม่เต็มคำนักเพราะกลัวว่าหากถูกจับก็จะถูกส่งกลับเมืองไทย

“อ๋อ” จีน่ามองหญิงสาวดวงตาแสนอ่อนล้าน่าจะเหนื่อยจากการทำงานมาจริงๆ ในระหว่างที่คุยกันนั้นดันมีตำรวจสายตรวจผ่านมาพอดี

พรพระจันทร์หน้าถอดสีทันทีเลือดในกายเย็นวูบ มือที่กำถุงผ้าสั่นจนเห็นได้ชัด เธอภาวนาในใจอย่างสิ้นหวัง

“สวัสดีครับ มีอะไรกันครับมาดาม?” เสียงตำรวจเอ่ยถามอย่างสุภาพ แต่แววตานั้นกวาดมองทั่วๆ อย่างจับผิด

        “ไม่มีแค่อุบัติเหตุชนกันนะ” จีน่ายิ้มบางๆ แบบคนที่เจอเหตุการณ์แบบนี้จนชิน

ตำรวจพยักหน้าก่อนหันไปมองพรพระจันทร์เต็มๆ ทันทีที่เห็นหญิงสาวมีท่าทางลุกลี้ลุกลน เขาก็ชักสีหน้าเครียดขึ้น

“ชาวต่างชาติใช่ไหมครับ? ขอดูพาสปอร์ตด้วยครับ”

พรพระจันทร์ชะงักทำอะไรไม่ถูก ดวงตาเบิกกว้างราวกับสัตว์ตัวเล็กที่ถูกต้อนเข้ามุม เธอพยายามกลั้นไม่ให้มือสั่น แต่ห้ามไม่ได้เลย

จีน่าเห็นทุกอาการตั้งแต่หายใจติดขัด เสียงกลืนน้ำลายฝืดคอจนถึงความกลัวที่ฉายขึ้นในดวงตา

“คนของฉันเองค่ะ” จีน่าพูดแทรกพร้อมขยับมายืนบังพรพระจันทร์เล็กน้อย

        “เหรอครับ”

“เด็กคนนี้ทำงานให้ฉันเองค่ะ ถ้าคุณจะตรวจต้องตรวจของฉันด้วยนะ เพราะฉันก็ถือเป็นชาวต่างชาติ” น้ำเสียงของจีน่าเปลี่ยนเป็นแข็ง ดุดันอย่างคนมีอิทธิพล

“พวกผมทำตามหน้าที่ครับมาดามจีน่า วันนั้นไม่มีอะไรแล้วขอให้เที่ยวอย่างมีความสุขครับ” ตำรวจทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนโค้งเล็กน้อยท่าทีเกรงใจขึ้นมาทันที

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมียเสริมดวง   บทส่งท้าย เมียเสริมดวง

    “เฮ้ย! ลูกมึงหอมแก้มลูกสาวกู” เสียงเฟิ่งหวงตะโกนลั่นสนามหญ้า จนเด็กๆ ที่กำลังเล่นกันอยู่พากันสะดุ้ง หันมามองผู้ใหญ่ตาแป๋ว“เบาๆ หน่อย ลูกกูตกใจหมดแล้วเนี้ย” เสิ่นเว่ยเจี้ยนส่ายหน้า ก่อนจะรีบก้มลงปลอบลูกชายที่ทำหน้างงๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงโวยวายกันใหญ่โต“เฟิ่งซินอย่าไปอยู่ใกล้พวกนี้นะลูก” เขารีบเดินไปอุ้มลูกสาววัยสองขวบขึ้นมา ทำท่าระวังภัยราวกับเจอศัตรูตัวฉกาจ“จางเว่ยน่ารักหนูหอมไม่ได้เหรอคะ” เฟิ่งซินมองหน้าพ่อ ก่อนจะเอียงคอเล็กน้อยตาใสแจ๋ว คำถามไร้เดียงสาทำให้คนเป็นพ่อชะงักไปครู่หนึ่ง“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ลูกสาวมึงหอมแก้มลูกชายกูวะ!” เสิ่นเว่ยเจี้ยนหัวเราะลั่นอย่างถูกใจ มือกอดท้องเหมือนดูละครตลกเรื่องโปรด“ไอ้เว่ยเจี้ยน!” เขาหันไปค้อนเพื่อนอย่างไม่พอใจ“เฟิ่งซิน เราไปเล่นกับพี่เฟิ่งหยางดีกว่า” จางเว่ยเด็กชายตัวน้อยยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินมาจับมือเฟิ่งซินอย่างเป็นธรรมชาติเฟิ่งซินพยักหน้าทันทียอมปล่อยให้พ่ออุ้มลง แล้วเดินตามจางเว่ยไปอย่างว่าง่าย สองเด็กน้อยหัวเราะคิกคัก มือเล็กๆ จูงกันไปหาเฟิ่งหยางที่กำลังก่อปราสาททรายอยู่ไม่ไกลปล่อยให้ผู้ใหญ่สองคนยืนจ้องกันตาเขม็งอีกคนหวงลูกจนออกนอกหน้า

  • เมียเสริมดวง    CHAPTER 29 รักแท้แพ้สูติบัตร

    หลงเฟิ่งหยางลูกชายวัยสองขวบของเฟิ่งหวงกับพรพระจันทร์ เริ่มแสดงอาการหวงแม่ อย่างออกหน้าออกตา ตั้งแต่รู้ความได้ไม่นาน บ้านทั้งหลังแทบไม่มีช่วงเวลาที่สองสามีภรรยาจะได้นั่งใกล้กันตามลำพังเลย“อันนี้มี้ของหนู” เสียงใสๆ ดังขึ้นทันทีที่เฟิ่งหวงขยับมานั่งใกล้ภรรยา“รู้แล้ว เรามาทีหลังหัดรอบ้าง” เขาตอบหน้าตาย มือยังไม่ทันได้แตะตัวพรพระจันทร์ดีนัก“ม่ายยย มี้ของหนู!” เด็กน้อยร้องเสียงดัง ก่อนจะรีบวิ่งต้วมเตี้ยมมาปีนป่ายขึ้นไปนั่งบนตักของแม่อย่างคล่องแคล่วเกินวัย“ไม่ร้องนะ ปะป๊าล้อเล่นครับ” เธอรีบกอดลูกชายไว้ คอยห้ามศึกพ่อกับลูกที่ปะทุขึ้นแทบทุกวัน“ยักมี้” เด็กน้อยกอดแม่แน่น ซุกหน้าลงกับอกเล็กน้อย แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองพ่อด้วยสายตาเยาะเย้ยอย่างออกหน้าออกตา“ฉันมาก่อน ย๊ะ” เขาชะงักก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นสูง“คุณเฟิ่งหวง! ลูกล้อเล่นนะคะ” เธอเอ็ดเสียงเบา แต่แววตายังขำกับท่าทางงอนง้ำของสามี“เรารักกันมาตั้งกี่ปี เจ้านี่มาแค่สองปีกลับได้ใจ รักแท้แพ้สูติบัตร ชิ”เขาทำหน้ามุ่ยกอดอกแน่น มองลูกชายด้วยสายตาเหมือนคู่แข่งตัวฉกาจ มากกว่าจะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง“มี้คับ หยางหยางหิว” เด็กน้อยลูบหน้าท้องป่อง

  • เมียเสริมดวง   CHAPTER 28 ผู้หญิงของเขา

    ตอนเช้าเฟิ่งหวงเดินลงมาที่ห้องอาหารอย่างคุ้นเคย ราวกับที่นี่คือบ้านของตัวเอง เขาดึงเก้าอี้ข้างเฉินลี่หมิงแล้วนั่งลง ก่อนจะยักคิ้วให้ยียวน“มึงมาทำอะไร” เฉินลี่หมิงหันมาถามเสียงห้วน“อะ แฮ่ม” เฉินลี่หยางกระแอมขึ้นเป็นเชิงเตือน“นายมาทำอะไรที่บ้านฉัน” เฉินลี่หมิงจำต้องเปลี่ยนสรรพนามทันทีเมื่อเห็นสายตาพ่อ“ไม่ได้มาแต่เช้า แต่มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว” เขายิ้มกวนๆ“คุณพ่อดูมันทำ!” เฉินลี่หมิงหันไปฟ้องทันที“ลี่หมิงนั่งลงดีๆ” เฉินลี่หยางเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น“พ่อคงไม่ได้ดีใจจนเนื้อเต้นหรอกนะ ที่ได้มันมาเป็นลูกเขย” เฉินลี่หมิงประชดสีหน้าไม่พอใจชัดเจน“ลี่หมิง!” เฉินลี่หยางเสียงเข้มขึ้น“ถ้ามันไม่มีอำนาจ พ่อคงไม่สนใจมันหรอกใช่ไหม ชิ” ชายหนุ่มพูดทิ้งท้าย ก่อนจะลุกพรวดเดินออกจากห้องอาหารไปเหมือนเด็กที่งอแงไม่สมใจบรรยากาศบนโต๊ะเงียบลงทันที เฟิ่งหวงเหลือบมองตามแผ่นหลังนั้นก่อนจะถอนหายใจเบาๆ นิสัยที่แท้จริงของอีกฝ่ายก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดไว้“ขอโทษคุณหลงด้วยนะครับ ผมตามใจเขาตั้งแต่เด็ก”“ผมอยากจะคุยเรื่องหนูจ๋า คุณพ่อทราบดีนะครับว่าผมกับหนูจ๋าเราจดทะเบียนสมรสกันแล้ว วันนี้ผมจะขอหนูจ๋าจากคุณพ

  • เมียเสริมดวง   CHAPTER 27 เพิ่งหัดมีความรัก

    เฟิ่งหวงนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงคนไข้ สีหน้าบูดบึ้งราวกับเด็กถูกขัดใจ ตั้งแต่เช้าเขาก็ประท้วงไม่ยอมให้แม่เข้ามาดูแล แถมยังไม่ยอมแตะอาหารแม้แต่นิดเดียว“กินข้าวก่อนเถอะลูก” จีน่าพูดเสียงอ่อน“ไม่กิน ถ้าหนูจ๋าไม่มาผมก็ไม่กิน” เขาหันหน้าหนีทันที“ดื้อจริงๆ โตขนาดนี้แล้วยังเอาแต่ใจ” จีน่าถอนหายใจยาว มองลูกชายอย่างรู้ทัน “มามี้กลับไปได้แล้วครับ” “มีเมียแล้วลืมมามี้เลยนะ รู้แบบนี้ไม่หาเมียให้ก็ดี” “ถ้าไม่หาให้จะได้ลูกสะใภ้ที่ถูกใจแบบนี้เหรอครับ” “มามี้กลับก็ได้” จีน่าเก็บของกลับบ้านทันที ปล่อยให้ลูกชายทำคะแนนต่อไปสุดท้ายคนที่แพ้ทางก็ไม่ใช่ใครอื่นพรพระจันทร์ถูกตามตัวมาอย่างเลี่ยงไม่ได้“เรียกหนูจ๋ามาทำไมคะ” เธอถามเสียงเรียบ แต่ก็ยังเดินเข้ามาใกล้เตียง“ก็อยากให้เธอมาดูแลไง” เขาหันมายิ้มทันที สีหน้าป่วยๆ เมื่อครู่หายไปเกือบหมด“คุณก็รู้ว่าหนูจ๋าต้องดูแลคุณพ่อ”“ไอ้เฉินลี่หมิงมันไม่คิดจะมาดูแลหรือไง” เขาถามยอกย้อนขัดใจที่ตอนนี้เขากลายเป็นคนไม่สำคัญไปแล้ว“คุณนี่…กินยาก่อน” เธอส่ายหน้า ก่อนจะหยิบแก้วยาและเม็ดยาขึ้นมา“ไม่กินเจ็บมือ” เขาตอบไวพร้อมยกแขนที่พันผ้าพันแผ

  • เมียเสริมดวง   CHAPTER 26 ผมรักลูกสาวคุณพ่อ

    พรพระจันทร์อยู่เฝ้าดูแลเฉินลี่หยางไม่ห่าง ส่วนเฉินลี่หมิงก็เริ่มเข้าไปเรียนรู้งานอย่างจริงจัง ชีวิตค่อยๆ ดำเนินไปอย่างเงียบสงบ เฟิ่งหวงก็หายเงียบไปอย่างไร้ร่องรอยก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องพักผู้ป่วย พรพระจันทร์วางหนังสือลง“หนูไปดูเองค่ะ” เธอลุกจากเก้าอี้เดินไปเปิดประตูทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร รอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าของเธอก็หุบลงในพริบตาเฟิ่งหวงยืนอยู่ตรงหน้ามือหนึ่งถือกระเช้าผลไม้ ก่อนจะก้าวผ่านเธอเข้าไปในห้องราวกับเป็นเจ้าของสถานที่“สวัสดีครับคุณพ่อผมมาเยี่ยม”“สวัสดีครับคุณหลง เอ่อ เรียกผมแบบนี้ผมยังไม่ค่อยชินเลย” เฉินลี่หยางสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบยกมือรับไหว้ด้วยท่าทางเกรงใจ“คุณพ่อมีลูกชายแค่คนเดียวนะคะ” หญิงสาวเพียงคนเดียวในห้องเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ แต่แฝงความหมายชัดเจน“ผมเป็นลูกเขยครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะตอบหน้าตาเฉยชายหนุ่มนั่งลงข้างเตียงอย่างถือวิสาสะวางกระเช้าผลไม้ไว้ข้างตัว แล้วส่งยิ้มสุภาพให้คนป่วย“ผมว่า…” เฉินลี่หยางกำลังจะพูด แต่ถูกอีกฝ่ายแทรกขึ้นมาก่อน“ผมรักลูกสาวคุณพ่อครับ”คำพูดนั้นดังชัดถ้อยชัดคำพรพระจันทร์นิ่งค้าง หัวใจเต

  • เมียเสริมดวง   CHAPTER 25 ไม่หย่าแล้ว

    เฟิ่งหวงเดินมาถึงมุมพักผ่อนชั้นล่างของโรงพยาบาล ตามที่เสิ่นเว่ยเจี้ยนบอกไว้ แต่เท้ากลับหยุดชะงักทันทีเมื่อเห็นร่างบางที่คุ้นตานั่งอยู่ตรงนั้นหัวใจเขากระตุกวูบมือที่กำแน่นคลายแล้วกำใหม่ เขาไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้ ความดื้อรั้นกับศักดิ์ศรีฉุดรั้งขาเอาไว้“เข้ามาสิ ไปยืนตรงนั้นทำไม” เสิ่นเว่ยเจี้ยนโบกมือเรียกน้ำเสียงเรียบแต่จริงจัง“มึงไม่บอกว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย” เขาเน้นคำว่าคนอื่น อย่างจงใจ ให้หญิงสาวได้ยินชัดเต็มสองหู“มึงตั้งสติก่อนแล้วนั่งลง” เสิ่นเว่ยเจี้ยนขมวดคิ้ว ดึงเก้าอี้ข้างตัวออกมาชายหนุ่มนั่งลงอย่างไม่เต็มใจ สายตาไม่มองพรพระจันทร์ แต่ความตึงเครียดแผ่ออกมาจนแทบหายใจไม่ออก“หนูจ๋ามีธุระค่ะ เชิญพวกคุณตามสบาย” หญิงสาวลุกขึ้นยกยิ้มสุภาพราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น“จะรีบไปหาชู้หรือไง” เขาพูดขึ้นทันทีเสียงเย็นชา ตั้งใจให้เจ็บ“ค่ะ” เธอตอบรับอย่างว่าง่าย แต่แฝงประชดชัดเจน“นี่ เดี๋ยวสิ!” คำตอบนั้นเหมือนค้อนหนักฟาดลงกลางอก เฟิ่งหวงผุดลุกขึ้นทันที“พอแล้วนั่งลง”เขาจะก้าวตามไป แต่เสิ่นเว่ยเจี้ยนยื่นมือรั้งแขนไว้แน่น ทำให้ได้แต่มองตามพรพระจันทร์เฟิ่งหวงถอนหายใจเสียงดังเฟิ่งหวงนั่งกอดอกหน้าบู

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status