로그인การเจรจาต่อรองระหว่างโจรเถื่อนและชายสูงศักดิ์ เกิดขึ้นโดยมิได้เอ่ยถามหญิงสาวในข้อตกลง หญิงที่จำต้องตกอยู่ระหว่างกลางผลประโยชน์ ไม่อาจรับรู้หรือทัดทาน และกว่าจะรู้คือวันที่ฝ่ามือของผู้เป็นบิดาฟาดลง ณ วังปรียาวงศ์
เพียะ ! แรงตบหน้าจากอุ้งมือของชายสูงวัยมากศักดิ์ หม่อมเจ้าประยูร พาให้ร่างเล็กของบุตรสาวเพียงคนเดียวหมุนคว้าง ก่อนจะคว่ำลงยังพื้นโถงห้องพักผ่อน
“แกไม่สิทธิ์เถียง !” ผู้เป็นบิดาตะคอกใส่
วนิดาสะบัดหน้า จ้องตอบด้วยตาวาวโรจน์ แม้ว่าเธอเป็นลูกของบิดา แต่ความรู้สึกกลับไม่ใช่ ตั้งแต่เมื่อใดกันที่เธอไม่เคยคิดว่าตนคือธิดาของบุรุษตรงหน้า
“สิทธิ์หรือคะ ? แต่คุณพ่อไม่เคยมอบสิทธิ์แก่ผู้ใดเลย”
ประยูรเงื้อมมือสูง อภิรดีปรี่คว้าข้อมือเขาไว้ทันแล้วทรุดลงนั่งข้างลูกสาว “อย่า คุณประยูร นี่เจ้านิด ลูกสาวของเรานะคะ”
น้ำเสียงของมารดาสิ้นหวังเสียจนวนิดาเหลียวมองอย่างแปลกใจ
“ลูก ! เหอะ !” หม่อมเจ้าพ่นลม เบือนหน้าหนีสองแม่ลูกที่น้ำตาคลอเบ้า “ฉันไม่เคยคิด”
วนิดาแววตาสับสน ไม่เคยคิด มีบิดาบ้านใดที่พูดกับลูกเช่นนี้ เธอทำผิดมากเชียวหรือ ?
“ลูกแค่ไปแสดงละครเวที และนั่นของหม่อมเจ้ารุจิภักดิ์ เขา...”
“ฉันไม่สนใจว่าเจ้าของเป็นใคร” พ่อสะบัดหน้ากลับ “ฉัน... หม่อมเจ้าประยูร ปรียานนทวงศ์ ต้นตระกูลรั้งสายขุนนางใหญ่”
“แต่มิใช่สายเลือดโดยตรง เราแค่...” เธอผวาแต่ไม่ถอยหลังเมื่อประยูรเงื้อมมือ ทว่าเขากลับหยุดมือสั่นเทาไว้กลางอากาศ หน้าผอมเกร็งของพ่อตึงเครียดด้วยกรามที่ขบแน่น
“ฉันตกลงกันมันแล้ว เสือขาลจะรับแกเป็นเมียแลกกับของ”
“คุณคะ...” อภิรดีคลานไปกอดเข่า “ถ้าเกลียดฉัน โกรธดิฉัน ลงที่ดิฉันเถิดค่ะ อยากให้ลูกไป... ไป...”
ประยูรสะบัดขาออกอย่างเดียดฉันท์ ภรรยาที่เขาไม่แตะต้องมานานหลายสิบปีด้วยความแคลงใจ เขากลืนความรังเกียจ อัดแน่นความโกรธไว้ในทรวงอก
“ถ้าฉันทำได้อภิรดี ฉันไล่หล่อนออกจากวังตั้งแต่วันนั้นแล้ว”
อภิรดีผงะถอยหลัง เธอไม่คิดเลยว่าความหลังในครั้งนั้นมันส่งผลมา ถึงบุตรสาวในวันนี้ มือกุมหน้าท้องน้ำตาร่วงริน
“อีกสามวัน...” ประยูรกัดริมฝีปาก ฝืนทนพูดออกไป “เดินทางไปเป็นเมียเสือขาล ไม่มีงานแต่ง”
“คุณพ่อ !” “คุณคะ !”
“ถ้าแกดื้อ หนี” เขาชายสายตาไปทางภรรยา “แม่แกจะถูกส่งไปปีนัง เข้าคอนแวนต์” ประยูรปัด ดึงเสื้อสูทให้เรียบร้อย “แกจะไม่ได้เห็นหน้าแม่แกอีกต่อไป”
ร่างระหงที่ยังทรุดอยู่บนพื้นตาเบิกกว้าง เธอไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน แต่มันคือความจริง ‘แม่’ เธอผินหน้ามองมารดาที่ฟุบร่างลงร้องไห้ตัวโยน เธอไม่กล้าแม้แต่เข้าไปปลอบจึงเลือกนั่งเงียบตรงนั้น ใคร่ครวญถึงคำสั่งพิฆาตเราสองแม่ลูกราวกับพ่อโยนความเกลียดชังทั้งชีวิตลงมา
เหตุใดกัน ?
เธอมองร่างเล็กบอบบางของแม่แล้วให้สะท้อนใจ เธอจะไม่ยอมให้บิดาส่งมารดาไปยังที่แสนทรมานนั่นเด็ดขาด คอนแวนต์ สถานที่ลงทัณฑ์แสนโหดร้าย หรือในอีกแง่หนึ่งคือสถานที่กักบริเวณของคนสูงศักดิ์ เธอเคยผ่านมันมาแล้วถึงสิบเอ็ดปี
วนิดาเคลื่อนตัวช้า ๆ โอบแม่แนบกายโยกเบา ๆ ราวขับกล่อม กลืนเสียงสะอื้นพูดแผ่วเบา
“คุณแม่คะ นิดจะไป”
“นิด...” อภิรดีเงยหน้าทันควันสั่นศีรษะ
“คุณแม่ไม่ต้องห่วงนิดหรอกค่ะ” เธอยิ้มบางทั้งที่ข้างในแตกร้าว “แค่โจรป่าบ้านนอก ไม่มีทางสู้มือนิดได้หรอกค่ะ”
ฝ่ามือเย็นเยียบของมารดาประกบลงบีบแน่น ปากสั่นระริกแต่ไม่เอ่ยห้ามปราม วนิดาสะท้านวาบข้างใน ทุกคนล้วนห่วงตัวเองเป็นใหญ่ จะมีใครกันเล่ารักเราได้เท่ากับตัวของเราเอง
เอาเถิดวนิดา... ในเมื่อชะตากรรมมาเยือนถึงหน้าบ้าน เธอจงเปิดรับเถิดหนาแล้วสู้สักครา ดูสิว่าใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
เสือขาล...
จากวันนี้ไป... ไม่ใช่ฉันที่ถูกขายเป็นเมียโจร
แต่เป็นเสือขาลต่างหากที่จะถูกสยบด้วยเมียโจรอย่างวนิดา...
แสงเช้าพาดผ่านบานหน้าต่างไม้เก่าซีดของโรงแรมราคาถูกในอำเภอพรหมบุรี เสียงจอแจจากถนนดินแดงด้านนอกดังก้องตั้งแต่ไก่ขันกลิ่นข้าวสารปนฝุ่นจากรถม้าลอยคละคลุ้งเข้ามาในห้องพักแคบ ๆ เตียงไม้กรุผ้าปูสีหม่นวางชิดผนัง มุ้งเก่าห้อยยาน ม่านบางสั่นไหวตามลม ยามเช้าเสือสักยืนพิงขอบหน้าต่าง มวนยาสูบในมือส่งควันลอยเป็นเส้นบาง ร่างสูงกำยำในเสื้อสีเข้มและกางเกงผ้าฝ้ายเงียบขรึมผิดไปจากที่เคยเป็น ดวงตาคมนิ่งทอดมองลานกว้างด้านล่าง แต่ใจกลับวนเวียนอยู่ที่ร่างเล็กบนเตียงด้าน หลังหญิงสาวจากพระนครที่ถูกจับลากมาพร้อมวนิดา ยังนอนขดตัวใต้ผ้าห่มบาง ผมดำยาวสยายลงหมอน ใบหน้าหวานแฝงรอยเหนื่อยอ่อนจากคืนก่อน ที่เขากอดรัดเธอไม่ยอมปล่อย ผิวขาวเนียนสะท้อนแสงเช้า รอยช้ำจางๆ จากการรักอันดิบเถื่อนยังประทับอยู่บนต้นคอและไหล่บาง“พี่สัก...”เสียงหวานพร่าเอ่ยเรียกเบา ลดาวัลย์พลิกตัวช้าๆ ผ้าห่มเลื่อนลง เผยแผ่นหลังขาวนวลที่โค้งงามราวหยกแกะสลัก เธอรู้ว่าเขายืนมองอยู่ ดวงตาคู่สวยเงยขึ้นสบตาเขา ยิ้มจางๆ“เช้านี้พี่ดูแปลก ๆ”สักกลืนน้ำลายลงคอ สายตาคมนิ่ง แต่หัวใจหนักอึ้งราวถูกบ
หกปีต่อมา ณ วังเทวากูรเวลาหกปีผ่านไปทำให้บาดแผลทั้งหลายแปรเปลี่ยนเป็นความสงบแสงยามเย็นท้ายวังทอดลงยังริมสระขุดใหม่ใกล้กันคือศาลาหลังเล็ก ที่ซึ่งสองสามีภรรยามักมาใช้เวลาร่วมกันในช่วงบ่ายเสมอ ทว่าวันนี้กลับเป็นช่วงเย็นเด็กชายวัยห้าขวบยืนนิ่งมือถูกผู้เป็นย่ากำไว้หลวม ๆ ตามแรงชราภาพ ทั้งสองมองหม่อมราชวงศ์ศิการและหม่อมวนิดากำลังฝังกลบสัตว์เลี้ยงแสนรัก“มันเป็นอะไรตายครับ” เด็กชายแหงนหน้าถามย่า“มันแก่แล้ว... ศิกร” ย่าก้มลงมองยิ้มไปถึงดวงตาฝ้าฟาง“งั้นอีกหน่อยย่าก็ต้องตายใช่ไหมครับ” เด็กชายยังถามอีกทำให้ผู้เป็นย่าหัวเราะเบา ๆ ศิกรในวัยห้าขวบช่างถามเกินวัยสมอายุ ย่าลูบหัวช้า ๆ“ไม่นานดอกหลานรัก จะถึงเวลาของย่า”เด็กชายบีบมือย่าแน่น “ผมไม่อยากให้ย่าตายเลย ไอ้สิบทิศก็ด้วย”วนิดาหันหลังกลับมาปรามดุ “ลูกกำลังพูดคำหยาบ”“แต่คุณพ่อเรียกมันแบบนั้นนี่ครับ” ศิกรหันไปทางพ่อที่หัวเราะในลำคอ ปัดมือสองสามครั้งก่อนพยุงร่างเมียรักขึ้นยืน โอบหลังพาเด
ปรู๊น... เสียงหวูดรถไฟดังแว่วจากชุมทางบ้านหมี่ แสงแดดยามบ่ายของต้นปี พ.ศ. 2481 สาดเปรี้ยงลงบนถนนดินแดงวนิดาในชุดเดรสทันสมัยแบบสาวพระนครยกมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก แต่ก่อนที่หยาดเหงื่อจะไหลลงแก้ม มือคล้ำกร้านของเสือขาลคว้าผ้าเช็ดหน้ามาแตะซับให้อย่างนุ่มนวล“ใครหนอ คิดเรื่องฮันนี่มูนทันสมัยถึงบ้านนอก”วนิดาแสร้งบ่น แววตาหยอกเย้าขณะเดินเคียงข้างร่างสูงใหญ่ของสามีที่เหมือนเป็นเงาคุ้มภัย แสงแดดส่องสะท้อนผมดำเงาของเธอ ทำให้ใบหน้าหวานยิ่งเด่นชัด“บ้านนอกที่ไหน นี่คึกคักยิ่ง รอตกเย็นคุณหญิงจะได้จับจ่ายเดินเล่น”เสือขาลยิ้มเจ้าเล่ห์ มือจับแขนบางเธอแน่น เดินนำไปยังโรงแรมเล็ก ที่ตั้งอยู่ริมถนน คุ้นตาเหมือนเคยมาพักเมื่อครั้งอดีตวนิดาหยุดชะงัก มองป้ายโรงแรมเก่าๆ แล้วหันไปมองสามี “อย่าบอกนะ นี่คือที่ที่พาเมียมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์” เธอแหงนหน้าถาม รอยยิ้มของเขาทำให้ใจเธอเต้นแรง ทั้งข้องใจและหวั่นไหว“เป็นเมียโจร อย่าลืมกำพืดสิ ไปเถิด”เสือขาลหัวเราะ ดึงมือเธอขึ้นบันไดไม้ไปยังหน้าโถงโรงแรม เขารับกุญแจจากเจ้าของด้วยท่าทีสนิทสนม
ย้อนกลับไปช่วงวันที่เสือขาลนอนพักรักษาแผลถูกยิงเอ้ก อี้ เอ้ก เอ้ก...เสียงสิบทิศขันแต่เช้าตรู่ในขณะที่ฟ้ายังมืด เสือขาลขยับเปลือกตาสะดุ้งเล็กน้อย ยกมือกุมสีข้างเหลียวมองตามเสียงกรนเบา ๆ เขาทิ้งศีรษะลงวนิดา...เขาพึมพำลอดไม่เป็นถ้อย ใกล้เพียงเอื้อมแต่กลับคว้าไว้ไม่ได้ เขายกมือขึ้นกลั้นเจ็บเอานิ้วเกี่ยวในผมดำขลับของเธอ นุ่มสลวยกลิ่นหอมอ่อน ๆ เผลอยิ้มหากอยู่พระนคร หล่อนคงเข้าร้านเสริมสวยจู่ ๆ ภาพเธอสวมใส่ชุดทันสมัยไม่ใช่ผ้านุ่งอย่างชาวบ้านผุดขึ้น มือชะงักดึงลงวางดั่งเดิมคงเป็นไปไม่ได้... ฉันจะไม่ปล่อยเธอกลับไป“แค่ก ๆ” เขาแสร้งกระแอม เธอยังนอนนิ่งด้วยความอ่อนเพลีย จึงใช้มือเขย่าแรง ๆ “ตื่นได้แล้ว แดดกำลังจะส่องหัว”เธอกะพริบตาสงสัย แล้วลุกพรวดเมื่อเห็นว่าตัวเองนอนดิ้นมาใกล้จนศีรษะเกือบเกยตัวเสือขาล จ้องหน้าเขาที่ทำหน้าขมวดคิ้วอารมณ์เสียแต่เช้า...“ฉันหิวน้ำ” เสือขาลเปรยเสียงแหบวนิดาไม่พูดอะไร เธอโน้มตัวไปหยิบขันน้ำ เสื้อคอกระเช้าสำหรับใส่นอนหย่อนลงจนเห็นเนินหน้
โห ฮิ่โห ฮิ่โห ฮิ่โห ฮิ่โห... ฮิ้ว...ใครมีมะกรูด มาแลกมะนาว ใครมีลูกสาว มาแลกลูกเขย เอาว่ะเอาเว้ย ตะละลา......เสียงขบวนขันหมากคึกคักยิ่งด้วยหัวหน้าโจรร่อนจดหมายบอกพรรคพวกลูกน้องเก่าให้ช่วยมาจัดงาน ในเช้านี้ขันหมากตระกูลผู้ดีจึงได้ยาวเหยียด แต่งกายเสื้อฝ้ายสีมอกางเกงเนื้อหยาบ เสียงคุยเอะอะหัวเราะครืนทุ้มก้องยังหัวถนนกระต๊าก ! ไอ้สิบทิศร้องเบา ๆ ในอ้อมแขนเจ้านายของมัน เขาลูบหัวปลอบใจ“มึงทำหน้าที่ให้ดี แล้วกูจะไม่ต้มมึง”ขาลเปรยหัวใคร่ยืนตรงกลางขนาบข้างด้วยเสือสักยกพานสินสอด สมุนโจรยกต้นกล้วยอ้อยคาดเอวด้วยผ้าขาวม้าลายแดงน้ำเงินเสียงขบวนขันหมากเหล่าบุรุษเถื่อนวังน้ำใสก้องยาวบนถนนราชดำเนิน ดงผู้ดีของพระนคร ดังเสียจนเจ้าสาวที่นั่งอยู่หน้ากระจกหัวเราะเบา ๆ“ดูท่าศิการจะเกณฑ์คนมาอักโข” หม่อมอภิรดีเปรยเบา สวมสร้อยคอทับทิมที่หม่อมอัมพรนำมาให้ตั้งแต่เมื่อวาน วนิดายกแตะลูบสีโลหิต“คึกคักดีค่ะ”ภาพสะท้อนในกระจกเช้านี้ เธอเลือกไว้ทรงผมเดิมดัดลอนสั้นพองาม ต่างหูคู่ไม่ใหญ่นักแต่สีเม็ดทับทิมแข่งรับริมฝีปากแต้มชมพูดอกบัว เสื
เสียงหวีดแหลมดังก้องในโถงวังปรียาวงศ์ของอภิรดีลอดไปยังลานสวนข้างบ้าน ที่ซึ่งต้นกาสะลองใหญ่ยืนนิ่งรับรู้ถึงทุกสิ่งของบ้านหลังนี้ใต้ต้นคือชายหนุ่มคนหนึ่งหน้าซีดเผือด กระโจนพรวดไม่กี่ก้าวตามเสียงไปทางห้องพักผ่อน เสือขาลตาเบิกโพลงตระหนก ตวัดปืนขึ้นมือสั่นเทา“ไอ้ประยูร” เสือขาลกดเสียง หัวใจหล่นวูบลงที่เท้า ร่างของหญิงคนรักถูกคนที่ฆ่าพ่อเขารัดคอแน่นด้วยมือ นัยน์ตาเธอเหลือกขึ้นก่อนที่มันจะหันมาเห็นแล้วปล่อยออก“แค่ก ๆ” วนิดาสำลักอากาศ สูดหายใจเฮือก ไอเอาลมเข้าปอด ตาแผดร้อนแดงก่ำน้ำตารื้น “พี่ขาล...”“โลกมันกลมจริงไหม” ประยูรใช้ท่อนแขนรัดคอลูกสาวลากไปอีกทาง ปลายปืนลูกโม่เสือขาลจ่อไล่ทุกฝีก้าว “กูเพิ่งรู้ข่าว ไม่คิดเลยว่ามึงจะเป็นลูกท่านหลานเธอ โดยเฉพาะไอ้ศิกร”เสือขาลกัดกรามกรอด ทรวงอกร้อนวาบนิ้วชื้นเหงื่อขยับขึ้นไกนก กึก! ประยูรสลับมือ ใช้มีดพร้าจ่อคอวนิดาทันควัน“มึงกล้าแลก ?” ประยูรเยาะหยัน“ปล่อยหล่อน” ขาลสั่งลอดไรฟัน เหงื่อผุดไหลลงหางตา“ปล่อย ? ก่อนหน้ากูคิดว่าส่งมันไปก็สมเนื้อ ลูกโจรกับโจร คนชั้นต่ำ ฮ่า ฮ่า ใครจะรู้ว่ามึงเป็นส







