แชร์

ฮูหยินในนาม

ผู้เขียน: ม่านซู
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-02 01:17:34

          “เจ้ามองหน้าข้าทำไมหรือ”

          “ปะ...เปล่าเจ้าค่ะ ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเหลือ”

          “ท่านโหว มัวยืนทำอะไรอยู่ที่นี่หรือ ใต้เท้าลู่มีเรื่องอยากพูดคุยกับท่าน”

          “เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” ชายหนุ่มค่อย ๆ เดินไปอีกทาง

          “เอ่อ ไม่ทราบว่าใต้เท้าพอจะรู้หรือไม่ว่าคุณชายเมื่อครู่นี้เป็นใคร” นางถามชายสูงวัย

          “แม่นางไม่รู้จักเขาหรอกรึ เขาคือคุณชายจากตระกูลสือนามว่าสืออันหลง”

          “สะ...สืออันหลง”

          หลังจากได้ยินคำตอบหัวใจของนางเต้นแรงยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีก ใครเล่าจะคิดว่าตัวเองจักได้แต่งงานกับคนที่เฝ้ารอมาโดยตลอด

          หนึ่งเดือนผ่านไป ทั้งจวนตระกูลเว่ยตกแต่งด้วยผ้าสีแดงตั้งแต่หน้าจวนยันท้ายจวน บ่งบอกว่ามีงานมงคล

          “คุณหนู วันนี้เป็นวันแต่งงานของท่าน รู้สึกเช่นไรบ้างเจ้าคะ”

          “ไม่รู้สิ” แม้ปากเอ่ยเช่นนั้น แต่รอยยิ้มกลับสวนทางกับคำพูด

          “ดูก็รู้ว่าท่านมีความสุข” หวนปี้บอกอย่างรู้ทัน เพราะเมื่อคืนนางแอบเห็นนายหญิงของตัวเองเอาแต่นั่งจ้องผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นตั้งค่อนคืน

          “ท่านพี่”

          “เข่อซิง เจ้ามาทำอะไรที่นี่”

          “ข้ารู้สึกใจหายยิ่งนักที่วันพรุ่งนี้พวกเราจะไม่ได้เจอกันอีก”

          “น้องพี่ หากเจ้าคิดถึงข้าก็แวะมาหาที่จวนได้ ข้าไม่ได้ตายจากเจ้าไปเสียหน่อย”

          “ท่านอย่าพูดจาอัปมงคลเช่นนี้ วันนี้เป็นวันมงคลของท่าน”

          “ได้เวลาแล้วเจ้าค่ะ” เสียงแม่สื่อร้องบอกที่หน้าประตู

          “เดี๋ยวบ่าวคลุมผ้าให้นะเจ้าคะ”

          คู่บ่าวสาวคำนับป้ายชื่อบิดามารดา คำนับฟ้าดิน คำนับกันและกันก็เป็นอันเสร็จพิธี เว่ยซูเหม่ยคิดว่าแต่งเข้าจวนมาครั้งนี้อาจมีผู้ใหญ่ในจวนไม่พอใจ ทว่าพอได้เห็นเช่นนี้ถึงได้รู้ว่าตระกูลสือบัดนี้มีเพียงสามีนางเป็นใหญ่ที่สุด

          หญิงสาวนั่งรอสามีหมาด ๆ มาเปิดผ้าคลุมหน้าออกทว่าเวลาผ่านไปหลายชั่วยามกลับไร้เงา กระทั่งจากกลางคืนกลายเป็นรุ่งสางจนร่างบางเผลอหลับไปทั้งอย่างนั้น

          “ฮูหยิน ข้าหวนปี้เองนะเจ้าคะ” เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ ด้วยความเป็นห่วงนางจึงเปิดประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะก็เห็นจเนายของฟุ่บหลับอยู่บนเตียงทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เปิดผ้าคลุมออก

          “ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ”

          “อื้อ เช้าแล้วหรือ” เสียงงัวเงียถามขึ้น

          “ล้างหน้าก่อนนะเจ้าคะ บ่าวให้คนเตรียมอาหารเช้าไว้ให้ท่านแล้ว”

          “นี่ข้าเผลอหลับไปรึนี่ แล้วสามีข้าเล่า” นางถาม หลังสาดส่องสายตาทั่วทั้งห้องแต่กลับไม่เจอผู้ใด

          “คือว่าท่านโหวไม่ได้มาที่นี่”

          “เช่นนั้นหรือ สงสัยเขาคงยุ่งมากกระมัง”

          “แต่ถึงจะยุ่งอย่างไรก็ไม่ควรปล่อยให้เจ้าสาวต้องอยู่คนเดียวในคืนแต่งงานเช่นนั้น”

          “นี่เจ้าโกรธแทนข้าหรือ ข้าว่าข้าเข้าใจท่านโหว หากข้าเป็นเขาคงทำเช่นเดียวกัน ทั้งถูกบังคับให้แต่งงานอย่างไม่เต็มใจ และต้องแต่งสตรีจากตระกูลที่มีความแค้นต่อกันอีก”

          “ท่านก็เป็นเช่นนี้ ชอบเห็นใจคนอื่นอยู่เสมอ”

          “ช่วยข้าแต่งตัวที”

          “จะรีบไปที่ใดหรือเจ้าคะ”

          “บัดนี้ข้าแต่งงานแล้วก็ควรดูแลปรนนิบัติสามีมิใช่รึ”

          “ท่านโหวจะยอมพบท่านหรือ”

          “เขาไม่ใช่คนใจดำเช่นนั้นหรอกน่า”

          ทางฝั่งสืออันหลงหลังจากดื่มเหล้าย้อมใจไปเมื่อคืนก็กลับมานอนห้องทำงานแทนที่จะไปหาเจ้าสาวของตัวเอง ทำให้เช้าวันนี้ชายหนุ่มรู้สึกมึนหัวยิ่งนักเพราะอาการเมาค้าง

          “ท่านโหว เหตุใดท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะขอรับ”

         “มีเรื่องใดน่าแปลก ที่นี่เรือนของข้า”

          “บ่าวรู้ขอรับ เพียงแต่เมื่อวานเป็นงานมงคลของท่านแล้วเหตุไฉนถึงไม่อยู่กับฮูหยินล่ะขอรับ”

          “หึ ฮูหยินงั้นรึ นางเป็นแค่ฮูหยินในนามเท่านั้นแหละ ข้าจำยอมต้องแต่งกับสตรีผู้นั้นเพราะฮ่องเต้หาใช่เพราะรัก”

          “แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นฮูหยินของท่านแล้วนะขอรับ ท่านไม่อยู่ร่วมหอกับนางก็มิเป็นไรอย่างน้อยท่านก็ไปเปิดผ้าคลุมหน้านางแล้วใช่หรือไม่”

          “...”

          “อย่าบอกนะขอรับ ว่าท่านโหวไม่แม้แต่จะไปเปิดผ้าคลุมน่ะ!”

          “หย่งเจิ้ง เจ้าจะพูดมากทำไมนักหนา บอกให้สาวใช้เอาน้ำแกงแก้เมาค้างมาให้ข้าด้วย”

          “ขอรับ แต่ฮูหยินคงอับอายยิ่งนักที่ท่านทำเช่นนั้นกับนาง”

          “เรียนท่านโหว ฮูหยินขอพบเจ้าค่ะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อข้าหมดรักสามีไร้ใจ   ตอนจบ

    “ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะกล้าทำเรื่องอำมหิตเช่นนี้ เสียทีที่ข้ารับเจ้าเข้าจวนมา หย่งเจิ้ง ขังนางไว้ที่เรือน” หลังจากได้อยู่ด้วยกันตามลำพังนางได้เข้าไปนั่งใกล้เขา “ดูจากที่ตาของเจ้าบวมเป่งเช่นนี้ คงเอาแต่ร้องไห้ใช่รึไม่” เขาว่าพลางยันตัวขึ้นนั่งแล้วใช้มือลูบหัวนางแผ่วเบา “ข้าคิดว่าท่านจะไม่ฟื้นขึ้นมาเสียแล้ว ท่านหมดสติไปตั้งหลายวัน” “ข้อต้องฟื้นอยู่แล้ว เพราะข้ามีคนสำคัญที่ต้องปกป้อง” “อะ แฮ่ม ท่านโหวจะให้จัดการนักฆ่าที่รอดชีวิตอย่างไรดีขอรับ” “จับเข้าคุกหลวงให้หมด ข้าจะยื่นกีฎาให้ฮ่องเต้เป็นผู้ตัดสิน” “แล้วเรื่องฮูหยินเว่ยที่สมคบคิดกับแม่นางเหลียวล่ะขอรับจะให้จัดการเช่นไร” “ข้าจะเป็นคนจัดการเอง” เว่ยซูเหม่ยมองป้ายหน้าจวนตระกูลเว่ยด้วยความรู้สึกดีใจเสียยิ่งกว่าอะไร ในที่สุดคนชั่วช้าอย่างเหลียงเฟยฮุ่ยถึงคราที่ต้องได้รับกรรมที่นางก่อเสียที “ฮูหยินเว่ย อยู่ที่ใด” “อยู่ข้างในเจ้าค่ะ ฮูหยิน” แม่นมจ้าวออกมาต้อนรับนางด้วยรอยยิ้ม “ที่เรื่องทุกอย่างจบลงเช่นนี้ได้ก็เพราะแม

  • เมื่อข้าหมดรักสามีไร้ใจ   ปกป้องด้วยชีวิต

    สุดท้ายแล้วเว่ยซูเหม่ยก็ไม่ได้ทิ้งรองเท้าคู่นั้น ด้วยเหตุผลที่ว่ารองเท้าของนางเริ่มเก่าแล้ว หากจะทิ้งก็เสียดายจึงได้เก็บกลับมาด้วย “ฮูหยิน ท่านไปให้ช่างทำรองเท้าให้ใหม่ตั้งแต่เมื่อใดกัน ทำไมข้าถึงไม่รู้เรื่องล่ะเจ้าคะ” “ใช่ที่ไหนกัน มีคนนำมาให้ข้าน่ะ” “หรือว่าคนผู้นั้นคือท่านโหว” “เจ้ารู้ได้อย่างไร” “เมื่อไม่กี่วันก่อนบ่าวคนสนิทของท่านโหวมาถามขนาดเท้าของท่านกับข้า จะเป็นผู้ใดได้ล่ะเจ้าคะหากไม่ใช่ท่านโหว” “หวนปี้ เจ้าช่างฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก” “เพราะข้าได้ท่านมานั่นแหละเจ้าค่ะ” “งั้นรึ” สองนายบ่าวหัวเราะขบขัน “ฉีเยว่ เจ้าบอกพ่อบ้านต่งแล้วหรือยังว่าพรุ่งนี้ให้เตรียมรถม้าไว้ให้ข้าด้วย” “บ่าวบอกเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” “ทำไมเจ้าถึงได้ทำสีหน้าเคร่งเครียดเช่นนี้ มีเรื่องอะไรงั้นหรือ” “บ่าวแค่รู้สึกกังวลนิดหน่อยเจ้าค่ะ” “เจ้าจะกังวลไปไย พรุ่งนี้ข้ากับหวนปี้แค่ไปดูทำเลเปิดร้านใหม่เท่านั้นเอง” “แต่ฮูหยินออกไปโดยไร้คนติดตามนะเจ้าคะ จะไม่ให้เป็นห่วงได้เ

  • เมื่อข้าหมดรักสามีไร้ใจ   ข้าไม่อยากได้รองเท้าอัปลักษณ์คู่นี้

    “วางใจเถิดเจ้าค่ะ แม้คนของข้าจะทำงานพลาดก็ไม่อาจสาวถึงพวกเราได้” “เช่นนั้นข้าจะลองเชื่อใจเจ้าดู” “หมดธุระแล้ว ข้าขอตัวก่อน” “ฮูหยิน ท่านเชื่อใจแม่นางเหลียวจริงหรือ หากแผนที่นางวางไว้ไม่สำเร็จล่ะเจ้าคะ” “แม่นมจ้าว เรื่องนี้ข้าคิดหาทางออกไว้อยู่แล้ว ถ้าแผนของนางล้มเหลวข้าก็แค่ปลิดชีพนางทิ้งเสีย เท่านี้เรื่องทุกอย่างก็ไม่อาจสาวมาถึงข้าได้” “ฮูหยิน ท่านช่างฉลาดนัก” “เจ้าเพิ่งรู้หรือ ฮ่า ๆ ๆ ๆ” นางหัวเราะร่าราวกับเป็นผู้คุมเกม ทั้งที่ตัวเองเป็นแค่หมากตัวหนึ่งเท่านั้น ตั้งแต่เปิดหอเหม่ยปี้มาร้านปักเย็บของเว่ยซูเหม่ยก็ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะลายปักที่งดงามเป็นเอกลักษณ์ช่วยดึงดูดชนชั้นสูงเข้ามาเป็นลูกค้าได้ไม่ขาดสายจนทำให้นางมีรายได้มากพอที่จะเปิดร้านปักเย็บอีกแห่งแถวชานเมือง “ขออภัยที่ข้ามาช้า” “ไม่เป็นไรเลยเจ้าค่ะ คุณชาย ที่ร้านยุ่งพอดี” “ถึงอย่างไรข้าก็มาสายจนพลาดพาแม่นางไปหาทำเลเปิดร้านอีกแห่ง” “เรื่องเล็กน้อยเท่านี้เอง ไว้โอกาสหน้าค่อยไปก็ได้เจ้าค่ะ” “แล

  • เมื่อข้าหมดรักสามีไร้ใจ   รู้สึกอย่างที่นางรู้สึก

    สืออันหลงยอมปล่อยมือจากชายหนุ่มตรงหน้า หลังข่มอารมณ์โกรธของตัวเองไว้ได้แล้ว “คุณชายหยวน เจ็บตรงไหนหรือไม่” “ข้าไม่เป็นไร” “คุณชาย ท่านกลับไปก่อนเถิด” “แล้วข้าจะมาใหม่ ส่วนภาพวาดฝากแม่นางดูแลด้วยนะขอรับ” “ข้าจะเก็บรักษาอย่างดีเจ้าค่ะ” ได้ยินดังนั้นหยวนชางเจี้ยนจึงกลับไปแต่โดยดี ผิดกับเขาที่มองมาที่นางราวกับโกรธแค้นนางนักหนา “นี่สินะ คือเหตุผลที่เจ้าอยากหย่ากับข้าใจจนจะขาด” เขากัดฟันพูด ยามอยู่ด้วยกันตามลำพังในเรือนของนาง ในหูยังได้ยินน้ำเสียงอ่อนนุ่มเป็นห่วงเป็นใยบุรุษอื่นที่ไม่ใช่เขา “ข้าไม่ยักรู้ว่าท่านโหวผู้สูงส่งอย่างท่านจะรู้จักพาลด้วย ข้าจะบอกท่านให้ว่าเรื่องนี้หาได้เกี่ยวข้องกับคุณชายหยวน” “ไหนเจ้าบอกว่ารักข้า แล้วทำไมเจ้าถึงได้เปลี่ยนใจเร็วเช่นนี้” “ท่านเข้าใจผิดแล้ว ตอนนี้ข้าไม่ได้รู้สึกกับท่านเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว ที่จริงข้าต้องขอบคุณท่านโหวที่ทำให้สตรีโง่งมเช่นข้าตาสว่าง” “อย่าพูดเช่นนี้ให้ข้าได้ยินอีก!” “ทำไมหรือเจ้าคะ ท่านจะสั่งกักขังข้างั้นรึ”

  • เมื่อข้าหมดรักสามีไร้ใจ   เรื่องที่ควรรู้

    หลังจากเว่ยซูเหม่ยหายจากอาการป่วยจึงได้ถามข่าวคราวของฮูหยินเว่ยที่ตนเคยละเลยไปเพราะแต่ก่อนมัวแต่ตกอยู่ในห้วงของความรัก “คนของเราบอกว่าอีกสองวันข้างหน้านางจะกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมเจ้าค่ะ” “ตระกูลเหลียงน่ะหรือ” “เจ้าค่ะ” “เช่นนั้นข้าควรเตรียมของขวัญต้อนรับนางกลับบ้านเสียหน่อย เจ้าว่าดีรึไม่” “ฮูหยิน คิดจะทำอะไรหรือเจ้าคะ” นางกระซิบข้างหูสาวใช้คนสนิท “ฝากเจ้าไปจัดการด้วยก็แล้วกัน จำไว้ว่าอย่าฆ่านางเป็นอันขาด” “ทำไมล่ะเจ้าคะ” “เพราะข้าจะทำให้นางมีชีวิตอยู่ด้วยความทุกข์ทรมานเสียยิ่งกว่าการตายซะอีก พอถึงตอนนั้นข้าจะให้นางเลือกว่าอยากอยู่หรือตายมากกว่ากัน” คล้อยหลังหวนปี้ไปได้ไม่นานเหลียวลี่อินก็โผล่หน้ามาหานางถึงที่เรือน “เจ้าหายป่วยแล้วมิใช่รึ แล้วใดต้องให้ท่านโหวมาหาที่เรือนทุกวันด้วยเล่า” “พูดเรื่องอะไรของเจ้า” “นี่อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่รู้ หึ น่าขันนัก!” “เหลียวลี่อิน เจ้าอยากพูดอะไรก็พูดมาตามตรงเถิด ไม่จำเป็นต้องแกล้งพูดหลบเลี่ยงไปมาเช่นนี้” “

  • เมื่อข้าหมดรักสามีไร้ใจ   อาการป่วย

    “เจ้ารีบไปเรียกท่านหมอมาดูอาการฮูหยินเร็วเข้า! ฮูหยินท่านอย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะเจ้าคะ” ท้ายประโยคหันไปพูดกับเว่ยซูเหม่ยที่นอนตัวสั่นอยู่ทั้งน้ำตา “ข้ามาขอพบท่านโหว” ฉีเยว่เอ่ยบอกสาวใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าเรือน “เจ้าคิดว่าท่านโหวเป็นผู้ใด ถึงได้คิดมาขอพบง่าย ๆ เช่นนี้” “ข้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกท่านโหว ได้โปรดเถิด” “กลับไปเสีย! ตอนนี้ท่านโหวกำลังยุ่งอยู่” เสียงสาวใช้ทั้งสองทะเลาะกันเสียงดังจนได้ยินไปถึงด้านใน ท่านโหวหนุ่มจึงได้ให้หย่งเจิ้งออกมาดู “พวกเจ้าสองคนเอะอะโวยวายอะไรกัน ไม่รู้รึว่าท่านโหวต้องใช้สมาธิ” “ก็นางน่ะสิเจ้าคะ ข้าบอกไปหลายหนแล้วว่าท่านโหวกำลังยุ่ง แต่นางไม่ยอมฟัง” “ข้ามีเรื่องด่วนที่ต้องบอกท่านโหว” “เจ้าคือสาวใช้ของเรือนฮูหยินนี่ มีเรื่องใดเกิดขึ้นงั้นรึ” “คือว่า ตอนนี้ฮูหยินไม่สบายอาการหนักเอาการ จำเป็นต้องเรียกท่านหมอมาดูอาการ แต่นางไม่ยอมให้ข้าเข้าไป” “วางใจเถิด ข้าจะไปบอกท่านโหวให้ประเดี๋ยวนี้” “ว่าอย่างไร ข้างนอกเกิดเรื่องอันใด” “ส

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status