Masuk“เธอรู้ตั้งนานแล้วว่าเสี่ยวหรูป่วย! ยาที่เธอทำหกต่อหน้าพวกเราในวันนั้นเป็นยาวิเศษของเสี่ยวหรู! เสิ่นเหยียน พวกเราดีกับเธอขนาดนั้น! ทำไมเธอถึงทำแบบนี้กับเสี่ยวหรู!”สีหน้าของสวี่เหยียนกับสวี่นั่วก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน รีบเอาเอกสารที่ตรวจสอบมานั้นและเริ่มพลิกดูทีละหน้าพลิกดูหน้าหนึ่ง สีหน้าของพวกเขาก็ยิ่งซีดลงเท่านั้นจนสุดท้ายก็ถึงกับตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ตอนที่พวกเขาทำเรื่องเหล่านี้ อาจคิดว่าไม่มีอะไร แต่พอเอามาบันทึกอย่างละเอียดเป็นข้อๆ พวกเขาก็เพิ่งรู้ว่ามันทำร้ายฉันมากขนาดไหนฉันมองดูท่าทางที่เสียใจของพวกเขาอย่างเย็นชา เพียงรู้สึกน่าขำยิ่งนักตอนดีไม่รักษา ตอนนี้มาทำเป็นเสียใจให้ใครดู?ฉันเข็นรถเข็นอยากจะจากไปแต่เสิ่นเหยียนที่ล้มอยู่ไม่ไกลนั้น พรวดลุกขึ้นวิ่งเข้ามา ทั้งคำรามและด่ารัวๆ ว่า “ในสมองของแกมีก้อนเนื้องอกไมม่ใช่เหรอ? ทำไมยังไม่ตาย!”“ทำไมยังมาแย่งพี่ชายกับฉัน! ฉันคิดและวางแผนมาตั้งนานถึงจะทำให้พวกเขาดีกับฉันได้ แต่เธอกลับทำลายมันได้ง่ายๆ โดยกระดาษแค่ไม่กี่แผ่น!”แสงสีเงินวาบออกมาจากแขนเสื้อของเธอฉันแทบหยุดหายใจ เสิ่นเหยียนเอามีดมาด้วย!แต่เธอเข้าใกล้ฉันไม่ไ
เสิ่นเหยียนรีบวิ่งไปที่ตรงหน้าพวกเขา และถามด้วยความเป็นห่วงว่า “พี่คะ สองสามวันนี้พวกพี่ไปไหนกันค่ะ?”“หนูเป็นห่วงพวกพี่จังเลย!พี่เสี่ยวหรูกลับมาแล้วเหรอค่ะ? เธออยู่ไหนค่ะ?”“หนูรู้ว่าเธอโกรธที่พวกพี่ดีกับหนู แต่หนีออกจากบ้านไปโดยไม่กล่าวสักคำแบบนี้ ก็ไม่รู้จักกาลเทศะเกินไปแล้ว พวกพี่อย่าโกรธไปเลยนะคะ”เมื่อได้ยินแบบนี้ สามพี่น้องก็ไม่ได้แสดงสีหน้าตำหนิเหมือนปกติ กลับกันยังโกรธเล็กน้อยอีกด้วยเสิ่นเหยียนตื่นตระหนกเล็กน้อย แสดงท่าทีประจบประแจงโดยสัญชาตญาณ "แต่พี่เสี่ยวหรูป่วยอยู่ อารมณ์ไม่ค่อยดีก็พอเข้าใจได้อยู่" สีหน้าของสวี่เหยียนเปลี่ยนไป คว้าคอเสื้อของเสิ่นเหยียนไว้ "เธอรู้ได้ไงว่าเสี่ยวหรูป่วย? เธอทำอะไรเค้า?"สีหน้าของเสิ่นเหยียนเปลี่ยนไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็แสดงท่าทีที่น่าสงสารเหมือนเช่นเคยต่อ "พี่สวี่เหยียน หนูก็พึ่งรู้เหมือนกันค่ะ เพื่อนร่วมชั้นของหนูกำลังฝึกงานอยู่ที่โรงพยาบาล เขาบอกหนูว่าพี่เสี่ยวหรูมีเนื้องอกในสมอง!"สามพี่น้องสบตากันเหมือนใจตรงกันโดยไม่พูดอะไรอีก สวี่นั่วเพียงแค่เปิดแอพจองตั๋วและจองเที่ยวบินเพิ่มเติมอีกหนึ่งตั๋วสวี่เฉิงสูดหายใจเข้าลึกๆ ทำสีหน้าอ่อนโ
หลายคนยื้อยุดกันอย่างทุลักทุเล แต่ก็ยังพยายามหาช่องว่างวิ่งเข้าไปในห้องผู้ป่วยเสียงเอะอะที่พวกเขาก่อขึ้นดึงดูดความสนใจของคนในห้องผู้ป่วยแถวนั้นทั้งหมด หลายคนถึงกับออกมามุงดูฉันพูดอย่างเย็นชาว่า "ปล่อยให้พวกเขาเข้ามา"บอดี้การ์ดหยุดและปล่อยมือสวี่เฉิงถลึงตาใส่พวกบอดี้การ์ด "พวกเราเป็นคนตระกูลสวี่ ไม่แน่ในอนาคตอาจมีคนใดคนหนึ่งได้แต่งงานกับเสี่ยวหรูก็ได้ พวกแกกล้าปฏิบัติแบบนี้กับพวกเรา ระวังจะโดนไล่ออก!"ได้ยินแบบนี้แล้ว ฉันทั้งโกรธทั้งขำ "มาวางอำนาจอยู่หน้าห้องผู้ป่วยของฉันงั้นเหรอ? ฉันยังไม่รู้จักพวกคุณเลยด้วยซ้ำ ทำไมฉันต้องแต่งงานกับพวกคุณด้วย?”สวี่นั่วรีบวิ่งมาที่ตรงหน้าฉัน พยายามจะจับมือฉัน แต่ก็ถูกกลับหลบออกดวงตาของเขาแดงก่ำ ราวกับว่าต้องทนทุกข์ทรมานอย่างมากมา "เสี่ยวหรู ฉันไปถามหมอมาแล้ว หมอบอกว่าเธอทำการผ่าตัดแล้วอาจจะทำให้เธอสูญเสียความทรงจำได้"“ไม่เป็นไรหรอก ต่อให้เธอลืมพวกเราไปแล้วจริง พวกเราก็จะสร้างความทรงจำใหม่ๆให้กับเธออีกแน่นอน ถือเป็นการชดใช้ความผิดของเราแล้วกันนะ โอเคไหม?”สวี่เหยียนก็เบียดเข้ามา น้ำตาไหลอาบแก้ม “ฉันจะไม่ออกแบบเสื้อผ้าให้คนอื่นอีกแล้ว จากน
สีหน้าของสวี่นั่วเปลี่ยนไป ลุกขึ้นและเดินออกไปทันทีสวี่เหยียนกับสวี่เฉิงเองก็รับรู้เรื่องนี้ในทันที จึงรีบมุ่งหน้าไปยังสนามบินพวกเขาต้องไปอยู่เคียงข้างซ่งเสี่ยวหรู ต้องอยู่เป็นเพื่อนซ่งเสี่ยวหรูผ่านช่วงเวลาที่เศร้านี้ไปกับเธอ และต้องชดใช้ความผิดกับซ่งเสี่ยวหรู!หลังจากผ่าตัด พอฉันรู้สึกตัวอีกที ก็เป็นวันที่สามหลังการผ่าตัดแล้ว คุณป้าสวมชุดปลอดเชื้อเฝ้าฉันอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นฉันตื่นมาก็เริ่มร้องไห้ “เสี่ยวหรู เจ็บไหม?”ฉันยิ้ม “มีชีวิตอยู่รอดไปได้ก็ไม่เจ็บแล้วค่ะ!”คุณป้าหัวเราะเบาๆ แล้วพูดกับฉันว่า “ขอให้เสี่ยวหรูมีอายุยืนยาวร้อยปีนะ!”การผ่าตัดประสบความสำเร็จอย่างมากหมอบอกว่าฉันจะสูญเสียความทรงจำ แต่ทุกคนที่ฉันเห็นในตอนนี้ฉันล้วนจำได้ทุกคนเลย ถึงแม้จะรู้สึกว่าจำบางสิ่งไม่ได้ แต่ฉันก็ไม่ได้มีความคิดที่อยากจะจำพวกมันได้ แถมยังรู้สึกว่าลืมไปหมดสิ้นถึงจะทำให้ฉันมีความสุขมากขึ้นหลังจากที่พ้นอันตรายแล้ว ฉันก็ถูกย้ายไปอยู่ห้องผู้ป่วยทั่วไป ภายใต้การดูแลของคุณป้า ฉันรู้สึกว่าตัวเองฟื้นตัวได้เร็วมากแต่อยู่ในห้องผู้ป่วยนานเกินไป ฉันดึงเสื้อของคุณป้า อ้อนวอนขอให้เธอพาฉันออกไปเดิ
5.การผ่าตัดกำลังดำเนินอยู่ป้ารออยู่ข้างนอกด้วยความกระวนกระวายใจ โทรศัพท์ของซ่งเสี่ยวหรูที่อยู่ในมือยังดังไม่หยุด ทำให้คนรำคาญยิ่งนักคุณป้ามองดูสายที่สามพี่น้องตระกูลสวี่โทรเข้ามา ในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะรับสายจากนั้นก็ตามด้วยคำพูดที่โกรธเกรี้ยวมากมาย“พวกแกสามคนไม่ต้องโทรมาอีกแล้ว! และอย่ามารบกวนหลานสาวฉันอีก! เธอโตมากับพวกแก และเกือบตายเพราะพวกแก! พวกแกยังมีหน้าโทรมาหาเธออีก!”“ถ้าจิตสำนึกของพวกแกยังคงเหลืออยู่ ก็ควรคุกเข่าสำนึกผิดและชดใช้ความผิดทุกๆวัน!”คุณป้าพูดจบแล้วก็กดวางสายไปสามพี่น้องในปลายสายมองหน้ากันอย่างงงงวย บนใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างมากริมฝีปากของสวี่เหยียนซีดขาว หันหน้าไปอย่างแข็งทื่อ “คุณป้าบอกว่าเสี่ยวหรูเกือบตาย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”สวี่นั่วกับสวี่เฉิงน้ำตาไหลอาบแก้ม ร้องไห้ส่ายหัวพลางบอกว่าไม่รู้จากนั้นสวี่นั่วก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะรีบวิ่งพุ่งตรงไปยังห้องของซ่งเสี่ยวหรูในห้องนั้นว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของซ่งเสี่ยวหรูเหมือนหายไปอย่างไร้ร่องรอยสวี่นั่วทรุดลงกับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด “เธอว
ฉันกัดฟันแน่น จ้องมองยาในมือเธออย่างแน่วแน่“เสิ่นเหยียน เอายาของฉันคืนมา!”เสิ่นเหยียนเหมือนจะดูความเจ็บปวดของฉันออก เธอเปิดฝาขวด เทยาสองเม็ดออกมา แล้วถอยหลังไปสองก้าว พร้อมกับทำเสียงจุ๊จุ๊เรียกเหมือนเรียกหมาสองที “ซ่งเสี่ยวหรู เธอคลานมาอ้อนวอนฉันสิ แล้วฉันจะให้เธอ”ไม่มีใครทนการยั่วยุแบบนี้ได้ ยิ่งสติของฉันแทบจะถูกความเจ็บปวดกลืนกินไปหมดแล้วทันใดนั้นความโกรธก็พลุ่งพล่านขึ้นมา ฉันคำรามและพุ่งเข้าไปแย่งยาแต่ไม่ว่าจะเสิ่นเหยียนตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ระหว่างที่เธอถอยหลังนั้นก็ได้โยนยาทั้งหมดของฉันลงไปในน้ำพุเล็กๆ ในล็อบบี้โรงพยาบาล เสิ่นเหยียนแสร้งทำเป็นน่าเสียดาย แต่แววตาที่ท้าทายของเธอกลับยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆขณะที่ฉันทนไม่ไหวจนยกมือขึ้น ก็ถูกแรงหนึ่งผลักออกไปอย่างแรง ตามด้วยเสียงตบหน้าที่ดังมาจากหน้าของฉันสมองฉันว่างเปล่าไปในทันทีสีหน้าของสวี่เหยียนโกรธจัด “ซ่งเสี่ยวหรู เธอมันบ้าไปแล้วจริงๆ! ถึงได้กล้ารังแกอาเหยียนตอนที่พวกเราไม่อยู่จริงๆ!”สวี่นั่วกับสวี่เฉิงรีบวิ่งไปตรงหน้าของเสิ่นเหยียน และรีบตรวจดูบาดแผลของเธอ พอเห็นมือที่ถูกบาดของเธอ ดวงตาก็หรี่ลงทันที และร้องออกมาด้วยค
สวี่เฉิงช่วยพูดหนุนอยู่ด้านข้าง "ใช่ ของที่ควรเป็นของเธอ ยังไงก็ไม่ขาดไปสักอย่างแน่นอน"ฉันยิ้มเยาะและพูดอย่างเย็นชาว่า "ค่ะ หนูรู้แล้ว"จากนั้น ก็หันหลังเดินเข้าไปในวิลล่าโดยสนสีหน้าของพวกเขาอีกพอถึงโถงทางเดิน ก็เจอกับเสิ่นเหยียนที่ทำหน้าท้าทายเข้าอย่างจัง "ซ่งเสี่ยวหรู เธอดูสิ ของที่เคยเป็นของ
หลังจากต่อว่าฉันเสร็จ พวกเขาสองคนก็รีบกลับไปยังข้างกายเสิ่นเหยียนเหมือนดั่งสายลมฉันหยิบผลตรวจร่างกายขึ้น พลิกอ่านด้วยมือที่สั่นเทาในรายงานระบุว่าเสิ่นเหยียนถูกทารุณกรรมเป็นเวลานาน ขาดสารอาหาร เป็นซึมเศร้า และหวาดระแวงกลัวโดนทำร้ายหลังจากดูจบ ฉันก็รีบวิ่งออกไปนอกประตูเพื่อแก้ตัวให้ตัวเองแพทย์
หลังจากกลับบ้านจากโรงพยาบาลแล้ว สิ่งแรกที่ฉันทำก็คือโทรหาป้าที่อยู่ต่างประเทศ“ป้าคะ หนูตัดสินใจแล้ว หนูจะไปหาป้าที่ต่างประเทศ ป้าช่วยติดต่อโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสมองที่เชื่อถือได้ให้หนูทีนะค่ะ หนูจะผ่าตัดค่ะ”เมื่อป้าได้ยินว่าฉันจะผ่าตัด เสียงก็สั่นเครือด้วยความกังวล และรีบถามฉันว่ามันเกิดอะไรขึ้น







