แชร์

ตอนพิเศษ โลกคู่ขนานในวันสิ้นโลก [2/5]

ผู้เขียน: ซืออ้าย 思爱
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-27 02:05:36

“ใครอยู่ตรงนั้น!” เสียงผู้ชายดังขึ้นพร้อมเสียงขึ้นนกปืน “ออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นยิง”

เซเรน่าชะงักแขนขาแข็งเป็นหิน เธอรู้ทันทีว่านั่นไม่ใช่ซอมบี้ แต่เป็นคนและนั่นอาจเลวร้ายยิ่งกว่าซอมบี้เสียอีก เธอค่อย ๆ ชูมือทั้งสองขึ้นเหนือหัว พลางก้าวออกมาจากหลังชั้นวางสินค้าช้า ๆ เสียงหัวใจเธอดังก้องในหู

“อย่ายิงนะ! ฉัน…ฉันไม่ใช่ผู้ติดเชื้อ!”

ไฟจากไฟฉายส่องตรงมาที่ใบหน้าของเธอ มันแสบตาจนเซเรน่าต้องหรี่ตามองเห็นเงาร่างของชายสามคนที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ พวกเขาสวมเสื้อเปื้อนเลือดและมีปืนอยู่ในมือ

ชายที่อยู่ตรงกลางซึ่งดูเหมือนเป็นหัวหน้าขมวดคิ้ว “พูดอีกทีสิ”

“ฉันแค่มาหาอาหาร…ไม่ได้มีเชื้อ”

อีกคนหนึ่งพูดเสียงแข็ง “ ถอดเสื้อคลุมออกแล้วหมุนตัว!”

เซเรน่าชะงักก่อนจะถอดเสื้อกันหนาวที่เธอสวมอยู่ออกแล้วค่อย ๆ หมุนร่างหนึ่งรอบตามคำสั่ง เธอสัมผัสได้ว่าพวกเขากำลังสำรวจว่าร่างกายเธอมีบาดแผลหรือไม่

เมื่อเห็นว่าไม่มีใดน่าสงสัยชายที่เป็นหัวหน้าลดปืนลง แต่ทว่าเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็นคนหน้าตาสะสวยและรูปร่างดี สายตาของพวกเขาจากที่เคยระแวงกลับเปลี่ยนเป็นสายตาอีกแบบหนึ่ง สายตาที่ทำให้เซเรน่าเย็นวาบไปทั่วสันหลัง

ชายร่างสูงอีกคนหัวเราะเบา ๆ “หัวหน้าพวกเราไม่ได้ปลดปล่อยมานานแล้วนะ”

อีกคนพยักหน้าช้า ๆ “นังนี่สวยไม่เบาเลยนี่…โชคดีของเราว่าไหม?”

เซเรน่าก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ มือเธอสั่นเมื่อกำมีดพกแน่นขึ้น “ขะ…ขอบคุณที่ไม่ยิงนะคะ ฉันจะกลับไปเดี๋ยวนี้…”

แต่ยังไม่ทันพูดจบประโยคชายสองคนก็ขยับเข้าประชิดก่อนที่เซเรน่าจะทันหันกายวิ่งหนี มือหยาบกระชากแขนเธออย่างแรง

“อย่าเพิ่งรีบไปสิคนสวย อยู่เป็นเพื่อนพวกพี่ก่อนดีกว่า”

เซเรน่าพยายามดิ้นสะบัดแขนออกแต่ไม่หลุด ชายอีกคนเอามือปิดปากเธอแน่นกลิ่นเหงื่อและกลิ่นคาวเลือดทำให้เธอแทบอาเจียน

“อื้อ! ปล่อยนะ!” เสียงร้องอู้อี้ออกมาจากลำคอ

หัวหน้ากลุ่มเดินเข้ามาใกล้ แววตาเต็มไปด้วยความพอใจ “อย่าดิ้นเลยนังหนูถ้าไม่อยากเจ็บตัว เราไม่ฆ่าเธอหรอกแค่จะใช้เธอ...ผ่อนคลายกันนิดหน่อย เข้าใจมั้ย?”

เมื่อได้ฟังคำพูดและเห็นสายตาหยาบโลนของพวกมัน น้ำตาของเซเรน่าห็ไหลอาบแก้ม เธอพยายามสะบัดตัวสุดแรงเพราะรู้ดีว่าถ้าปล่อยให้พวกมันลากไปเธอจะต้องพบเจอกับอะไร

“อื้ออออออ!”

ร่างบางพยายามดิ้นรนสุดกำลังที่มี เธอไม่สนด้วยซ้ำว่าเสียงมันจะดังจนลากซอมบี้ข้างนอกเข้าหรือไม่เพราะหากจะถูกพวกมันข่มขืนเธอยอมตายกลายเป็นซอมบี้ไปเสียดีกว่า 

ทว่าทันใดนั้น...

ชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของเซเรน่าก็นิ่งชะงัก เลือดที่ศีรษะของอีกฝ่ายสาดกระเซ็นไปทั่วกระจกตู้แช่แข็งก่อนร่างใหญ่จะทรุดฮวบลงไปกับพื้น เลือดแดงเข้มไหลรินจากขมับอย่างต่อเนื่อง

อีกสองคนหันขวับไปทางเสียงปืน “เฮ้ย! ใครวะ!”

เสียงฝีเท้าหนักกระทบพื้นดังขึ้นจากประตูทางเข้า ก่อนที่เงาร่างสูงใหญ่จะปรากฏขึ้นในแสงสลัว ปืนเก็บเสียงในมือของเขายังมีควันบางเบาลอยกรุ่นอยู่ปลายกระบอก

“เห้ย อย่าขยับนะ!” หนึ่งในนั้นรีบยกปืนขึ้นเล็งกลับ 

แต่ยังไม่ทันเหนี่ยวไก ชายแปลกหน้าก็เล็งปืนตรงไปยังชายอีกสองคนโดยไม่พูดอะไร กระสุนเจาะเข้าที่ศีรษะของชายทั้งสองภายในไม่กี่วินาทีจนร่างนั้นล้มลง

ตอนนี้ทั้งร้านเงียบกริบมีเพียงเสียงหอบหายใจของเซเรน่ากับกลิ่นคาวเลือดที่อบอวล เธอยืนตัวสั่น มือยังคงกำมีดพกไว้แน่นจนข้อนิ้วซีด

ชายคนนั้นหันมามองดวงตาคมสีน้ำทะเลสบกับหญิงสาว “คุณบาดเจ็บไหม?”

เธอส่ายหน้าริมฝีปากสั่น “ม…ไม่ค่ะ ขอบคุณ…ที่ช่วยไว้”

เขาก้มลงเก็บกระเป๋าของพวกชายพวกนั้นเปิดดูแล้วโยนขวดน้ำหนึ่งขวดให้เธอ “ดื่มซะ”

เซเรน่ารับน้ำมามือยังสั่นไม่หยุด ขณะที่จิบไปเธอเงยหน้ามองชายที่มาช่วยชีวิตเมื่อมองดี ๆ แล้วพบว่าเขาคือชายหนุ่มที่อาศัยอยู่ห้องฝั่งตรงข้ามของเธอ แต่แม้จะอยู่ใกล้กันแค่นั้นเธอและเขากลับไม่เคยทักทายกันเลยสักครั้ง

ไม่คิดเลยว่าครั้งแรกที่มีโอกาสได้ทักทายจะเป็นสถานการณ์แบบนี้...

 “คุณ…มาหาเสบียงเหมือนกันเหรอ” เธอถามเสียงแผ่ว

ชายคนนั้นเก็บปืนของผู้ร้ายใส่ลงในเป้ก่อนจะเงยหน้าตอบเรียบ ๆ หันไปทางประตู “ใช่...พวกเราออกไปก่อนเถอะที่นี่ไม่ปลอดภัย”

เซเรน่ามองศพของชายสาระเลวทั้งสามที่นอนจมกองเลือด ใจเธอสั่นสะท้านถ้าเขาไม่ตามมาเธอคงถูกพวกมันข่มขืนหรืออาจกลายเป็นศพไปแล้วก็ได้...

“ตามผมมา”

หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะก้าวตามเขาออกจากร้าน เสียงฝีเท้าทั้งสองก้องในความเงียบของถนน พอพ้นจากร้านมาได้เขาหันมามองเธออีกครั้ง

“ผมยังพอมีเสบียงเหลืออยู่บ้าง ผมจะแบ่งให้คุณส่วนหนึ่ง”

“ขอบคุณค่ะ...ขอบคุณจริง ๆ”

เขาพยักหน้าเบา ๆ “ว่าแต่...คุณอยู่คนเดียวเหรอ?”

“ค่ะ…” เธอตอบเบา ๆ 

ชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้นใบหน้าก็ฉายแววความลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นสภาพน่าสงสารของหญิงสาวสุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเอ่ยออกมาไป 

“ผมกำลังวางแผนจะเดินทางไปศูนย์อพยพ คุณอยากเดินทางไปด้วยกันไหม”

หญิงสาวนิ่งเงียบเธอมองถนนที่เต็มไปด้วยซากรถและฝุ่นควัน ความกลัวและความโดดเดี่ยวที่กักขังมานานเหมือนถูกทลายลง เหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงย้ำเตือนว่าหากเธออยู่เพียงลำพังมันอาจเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกก็ได้

เซเรน่ากลืนน้ำลายก่อนตอบ “ฉันจะไปด้วย”

ชายคนนั้นมองเธอแวบหนึ่งก่อนพยักหน้า “งั้นเตรียมตัว พรุ่งนี้เช้าออกเดินทาง ผมชื่อไซรัสคุณล่ะ”

“ฉันเซเรน่า”

ทั้งสองเดินกลับคอนโดในความมืดเสียงซอมบี้ครางห่าง ๆ ดังมาจากตรอกใกล้ ๆ เซเรน่ากำมีดแน่นในมือแต่ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป คืนนี้เธอไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไงโลกภายนอกยังคงโหดร้ายเหมือนเดิม แต่ในความสิ้นหวังนั้น…เซเรน่าพบว่าเธอไม่ได้โดดเดี่ยวอีกแล้ว...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อฉันไม่ขอเป็นนางร้ายโง่งมในนิยายรักมาเฟีย   ตอนพิเศษ ฮันนีมูนริมทะเลของตระกูลนัว

    เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา

  • เมื่อฉันไม่ขอเป็นนางร้ายโง่งมในนิยายรักมาเฟีย   ตอนพิเศษ สลับร่าง

    เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู

  • เมื่อฉันไม่ขอเป็นนางร้ายโง่งมในนิยายรักมาเฟีย   ตอนพิเศษ สามีความจำเสื่อม... [2/2]

    หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต

  • เมื่อฉันไม่ขอเป็นนางร้ายโง่งมในนิยายรักมาเฟีย   ตอนพิเศษ สามีความจำเสื่อม... [1/2]

    แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ

  • เมื่อฉันไม่ขอเป็นนางร้ายโง่งมในนิยายรักมาเฟีย   ตอนพิเศษ โลกคู่ขนานในวันสิ้นโลก [5/5]

    ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ

  • เมื่อฉันไม่ขอเป็นนางร้ายโง่งมในนิยายรักมาเฟีย   ตอนพิเศษ โลกคู่ขนานในวันสิ้นโลก [4/5]

    ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status