เข้าสู่ระบบบรรยากาศยามเช้าในเขตเหนือสดใสกว่าทุกวัน แสงแดดอุ่นสาดผ่านม่านหมอกบางเหนือยอดสน เสียงนกร้องประสานกับเสียงลมที่พัดผ่านยอดไม้ ช่างให้ความรู้สึกสงบและสง่างามในเวลาเดียวกัน
แต่ไม่ใช่สำหรับไซรัส...
เพราะนับตั้งแต่ไซรัส หัวหน้ามาเฟียเขตใต้ผู้มีชื่อเสียงเรื่องความเยือกเย็นและเด็ดขาด เดินทางมาถึงคฤหาสน์หลังนี้ วศินกับธันวาก็ไม่ปล่อยให้เขาอยู่นิ่งได้เลย
และยังไม่ยอมปล่อยให้เขาพาเซเรน่ากลับเขตใต้!
“เอาล่ะ ถ้าแกรักลูกสาวของฉันจริง ก็ต้องผ่านบทสอบของฉันก่อน”
เสียงทุ้มเข้มของวศินดังขึ้นในวันแรกที่ไซรัสมาถึง สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาเอาจริงจนบรรยากาศเริ่มตรึงเครียด ทว่าไซรัสกลับไม่มีความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย
“บทสอบเหรอ”
ไซรัสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงราบเรียบ แต่ดวงตาทอแววขุ่นเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาปกติเมื่อเห็นใบหน้าของเซเรน่า เขาถอนหายใจครู่หนึ่งแล้วยอมตอบรับ
“ก็ได้ ฉันจะทำ”
เซเรน่าที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ถึงกับสะดุ้ง เธอมองพ่อกับคนรักสลับกัน สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ เพราะรู้ว่าพ่อของเธอต้องรวมหัวกับพี่ธันวาเพื่อแกล้งเขาแน่ ๆ
“คุณพ่อ นี่มันไม่จำเป็น---”
“จำเป็นสิ” วศินตอบทันที “ฉันจะปล่อยลูกสาวให้ใครง่าย ๆ ได้ยังไง”
“ถูกต้องที่สุดครับพ่อ ผมก็อยากดูเหมือนกัน ว่าผู้ชายแบบเขาจะผ่านมือผมได้ไหม” ธันวาซึ่งยืนพิงเสาอยู่ไม่ห่าง รีบพยักหน้าเสริม
“ก็ดีครับ ฉันเองก็อยากพิสูจน์ตัวเองต่อหน้าท่านวศินอยู่แล้ว” ไซรัสหัวเราะในลำคอเบา ๆ
การทดสอบเริ่มขึ้นในวันถัดมา แต่สิ่งที่ไซรัสคิดว่าจะเป็นเรื่องจริงจัง กลับไม่เหมือนอย่างที่เขาคิดเลยสักนิด ดูเหมือนพวกนั้นต้องการกลั่นแกล้งเขาจริง ๆ อย่างที่เซเรน่าเคยเตือนไว้
“ข้อแรก” ธันวาประกาศในสวนหลังคฤหาสน์
“ให้นายช่วยแม่บ้านเด็ดดอกไม้ไปจัดแจกันในห้องรับแขก”
“เด็ดดอกไม้?” ไซรัสเลิกคิ้ว ชั่วขณะหนึ่งคิดว่าเขาคงฟังผิด
“ใช่ นายได้ยินไม่ผิด” ธันวาตอบเรียบ ๆ
“ถ้านายจะมาอยู่บ้านนี้ นายก็ต้องรู้จักงานบ้านขั้นพื้นฐานบ้างสิ ใช่ไหมพ่อ?”
“ในบ้านนี้ไม่มีใครอยู่เฉยได้หรอก ถ้าทำไม่ได้ก็กลับเขตของแกไปซะ!”
วศินที่ยืนกอดอกอยู่ใกล้ ๆ พยักหน้ารับช้า ๆ ทำเอาไซรัสเม้มริมฝีปากแน่น แต่เมื่อหันไปเห็นเซเรน่าที่แอบหัวเราะข้าง ๆ เขาก็ถอนหายใจยาว
“ได้ ฉันจะทำ”
หลังจากนั้นภาพของหัวหน้ามาเฟียเขตใต้ผู้เยือกเย็น กำลังคุกเข่ากลางสวน ช่วยแม่บ้านเก็บดอกกุหลาบและคัดดอกลาเวนเดอร์อย่างระมัดระวัง จนปลายนิ้วมีรอยข่วนจากหนามกุหลาบเล็กน้อย กลายเป็นภาพที่แม่บ้านทั้งคฤหาสน์พูดถึงกันทั้งวัน
“คุณไซรัสดูใจเย็นจริง ๆ นะคะ”
“ใช่ค่ะคุณ เขาไม่บ่นสักคำ!”
“ฉันได้ยินว่าเขาเป็นคนโหดเหี้ยมนี่ แถมยังเย็นชาด้วย แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้...”
แต่คนที่ดูพอใจที่สุดเห็นจะเป็นวศิน ที่ยืนมองจากศาลากลางสวน ยกยิ้มบาง ๆ อย่างผู้ชนะ ส่วนธันวาก็กอดอกยักคิ้วมองเซเรน่าอย่างล้อเลียน
“ดูสิ มันขยันจังเลยนะ”
“พี่ธัน หนูพึ่วรู้ว่าพี่เป็นคนใจร้ายแบบนี้ เลิกแกล้งเขาได้แล้วน่า” เซเรน่ามองพี่ชายค้อน ๆ
“โอ้โห ตอบแทนกันแล้วเหรอ พี่ชายคนนี้ปวดหัวใจจริง ๆ ”
ธันวาแสร้งกุมหน้าอกและเอ่ยอย่างหยอกล้อ จนเซเรน่าต้องเข้าไปตีแขนด้วยความหมั่นไส้
หลังผ่านการทดสอบเบา ๆ ในเช้าวันนั้น ตอนบ่ายก็มีการทดสอบใหม่ โดยคราวนี้เป็นพ่อของเซเรน่าเอง
“นายคงรู้ว่าฉันไม่ไว้ใจคนง่าย โดยเฉพาะคนที่อยู่ตรงข้ามกับเขตเหนือ”
วศินพูดขึ้นขณะเดินพาไซรัสไปยังลานกว้างของคฤหาสน์ ซึ่งล้อมรอบด้วยลูกน้องในลูกดำขลับของวศิน ล้วนเป็นคนฝีมือดีที่ดูแลตระกูลของเขามานาน
“ฉันอยากรู้ว่านายจะปกป้องลูกสาวฉันได้แค่ไหน”
ไซรัสพยักหน้ารับ เขาไม่พูดมาก เพียงถอดเสื้อสูทออก เหลือแต่เสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัว ก่อนจะก้าวลงลานกว้างอย่างมั่นใจ
“อยากให้ฉันเริ่มเมื่อไหร่ครับ”
“ตอนนี้”
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา

![สิงขร [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





