เข้าสู่ระบบคฤหาสน์เขตใต้เต็มไปด้วยบรรยากาศเคร่งขรึม เสียงหัวข้อประชุมก้องสะท้อนจากห้องประชุมหินอ่อน สายตาของเหล่าชายชุดดำต่างจับจ้องไซรัสอย่างระมัดระวัง เขานั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ มือวางบนผิวโต๊ะเย็นเฉียบ ดวงตาเหมือนน้ำแข็งแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ก่อให้เกิดความเกรงกลัว
“เรามีประเด็นสำคัญที่ต้องตกลงวันนี้…” ไซรัสเริ่มประชุมด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ราวกับทุกอย่างอยู่ในอำนาจของเขา แต่ก่อนที่ประชุมจะเดินหน้าไปได้ถึงครึ่งทาง ศรันมือขวาของเขาก็ก้าวเข้ามาในห้องประชุมอย่างรีบร้อน
“บอส…เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!”
น้ำเสียงของศรันสั่นเล็กน้อย แต่ในนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ไซรัสเงยหน้าช้า ๆ ดวงตาเยือกเย็นจับจ้องศรัน ราวกับอ่านใจ “อะไรเกิดขึ้น?”
ศรันก้มตัวเล็กน้อยก่อนจะส่งคำพูดออกมาอย่างระมัดระวัง “นายหญิงถูกใครบางคนลักพาตัวไปในระหว่างที่ลองชุดแต่งงานครับ”
ร่างสูงของไซรัสขยับช้า ๆ ราวกับเวลาชะงัก หัวใจเขาเต้นแรงกว่าปกติ ความโกรธ โมโห และความกลัวผสมปนเปกันจนกลายเป็นแรงอำนาจที่ดุดันราวกับพายุ
ปัก!
มือของไซรัสกระแทกลงบนโต๊ะ เสียงดังเป็นประกายก้องสะท้อนในห้อง ประชุมทั้งหมดหยุดชะงัก ลูกน้องหลายคนในห้องถึงกับสะดุ้ง ตัวสั่นไม่กล้าหายใจแรงเกินไป
“สั่งคนของเราทุกคนให้ตามตามหาเซเรน่าให้เจอ...”
คำสั่งออกจากปากเขาเรียบเฉย แต่ในน้ำเสียงซ่อนแรงกดดันและอำนาจที่ไม่มีใครกล้าขัดขืน ผู้ใต้บังคับบัญชาพยักหน้าและรีบปฏิบัติตามทันที
ไซรัสรู้ดีว่าเซเรน่ากำลังตกอยู่ในอันตรายและมีความเสี่ยงทุกวินาที หากเขาช้าเพียงเสี้ยววินาทีนั่นอาจหมายถึงผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุด
ติ้ง!
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นจากโทรศัพท์ของไซรัสเมื่อเห็นว่าถูกส่งจากเซเรน่าร่างสูงก็หยุดชะงัก มือหนารีบกดเปิดอ่านข้อความอย่างร้อนรนทว่าเมื่อเห็นภาพที่ถูกส่งมาหัวใจของเขาก็แทบหยุดเต้น
ภาพของเซเรน่าผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจถูกมัดตรึงอยู่บนเก้าอี้ไม้ ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ที่เธอสวมใส่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีแดงสด ใบหน้าที่เคยงดงามยามนี้บวมช้ำจนแทบจำเค้าโครงเดิมไม่ได้
ติ้ง!
‘ถ้าแกช้ากว่านี้ คนรักของแกอาจจะตายก็ได้ พยายามเข้าล่ะ’
นัยน์ตาคมจับจ้องไปยังข้อความที่ถูกส่งมาท้าทาย พร้อมกับภาพมือของเซเรน่าที่ถูกถอดเล็บจนนิ้วเปียกชุ่มไปด้วยเลือด ไซรัสกัดฟันกรอดภายในใจเต็มไปด้วยโทสะเมื่อรู้ว่าคนรักของเขากำลังเผชิญหน้ากับความโหดร้ายมากเพียงใด
“ศรันให้คนหาตำแหน่งโทรศัพท์ของเซเรน่า....หาให้เจอ...ทุกช่องทาง ทุกสายข่าว ทุกพื้นที่…ฉันต้องรู้ว่าเซเรน่าอยู่ที่ไหน”
คำพูดเยือกเย็นแฝงไปด้วยจิตสังหารทำให้ทุกคนที่อยู่ภายในห้องรู้สึกเสียวสันหลังวูบ ไม่มีใครกล้าเอ่ยหรือกล้าโต้แย้ง พวกเขาต่างแยกย้ายออกไปตามหาคนรักของเจ้านายอย่างร้อนรน
แสงไฟจากขบวนรถสีดำหลายคันสาดวาบไปทั่วถนนในเขตเหนือ ไซรัสเดินทางมาถึงคฤหาสน์ของพ่อตาผู้ทรงอิทธิพลในเขตเหนือพร้อมลูกน้องใต้บัญชาของเขาจำนวนหนึ่ง ใบหน้าเรียบเย็นของเขาซ่อนพายุที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายใน
ภายในห้องประชุมชั้นบนของคฤหาสน์ทุกอย่างปกคลุมด้วยความเงียบและความตึงเครียด วศิน พ่อของเซเรน่านั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ สายตาแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความเป็นห่วงลูกสาว ส่วนธันวาผู้เป็นพี่ชายยืนพิงโต๊ะมือกำปืนแน่นใบหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างจากชายหนุ่มผู้เป็นว่าที่สามีของน้องสาว
ไซรัสเดินตรงเข้ามาโดยไม่กล่าวคำทักทาย เสียงส้นรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังชัดในห้องอันเงียบงัน
“ผมได้ยินว่าได้ภาพกล้องวงจรปิดมาแล้ว?”
“ใช่ ลูกน้องของฉันพึ่งไปนำมาจากร้านขายชุดแต่งงานเมื่อครู่”
“มั่วรออะไร เปิดกล้องวงจรปิดสิ” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของธันวาทำให้ลูกน้องทุกคนรีบกดเปิดภาพทันที
จอภาพเบื้องหน้าแสดงเหตุการณ์ที่ทุกคนแทบลืมหายใจ เซเรน่าในชุดเจ้าสาวสีขาวถูกชายหนุ่มคนหนึ่งจับแขนอย่างรุนแรง ก่อนที่หญิงสาวอีกคนจะกระชากผมเธอแล้วตะโกนด่าทอ ภาพนั้นสั่นเล็กน้อยแต่ยังเห็นชัดเจน
ไซรัสยืนนิ่งไปชั่วขณะ แววตาแข็งกร้าวทันทีเมื่อใบหน้าของชายคนนั้นปรากฏชัดในจอ
“ซิก…”
เสียงเรียกนั้นแผ่วเบา แต่สะเทือนใจทุกคนในห้อง วศินกับธันวาหันมองหน้ากันอย่างตกใจ พวกเขารู้ดีว่าซิกคือใคร น้องชายของไซรัสที่ประกาศตายไปนานแล้ว
ไซรัสก้าวเข้าใกล้จอมากขึ้น มือกำแน่นจนเส้นเลือดปูดบนหลังมือ เขามองภาพซ้ำอีกครั้ง เห็นน้องชายที่เขาเคยคิดว่าตายไปแล้ว บัดนี้กลับยืนอยู่ตรงนั้น อีกฝ่ายกำลังยิ้มเย็นพลางลากคนที่เขารักที่สุดไปต่อหน้าต่อตา
“มันยังไม่ตายงั้นเหรอ…”
เสียงนั้นเย็นเฉียบจนลูกน้องรอบตัวรู้สึกเหมือนอากาศหนาวเฉียบลงในทันที
ธันวากำหมัดแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยโทสะ “คนพรรคนั้น…กล้าลักพาตัวน้องสาวฉัน งั้นเหรอ?”
วศินวางมือบนโต๊ะ เสียงดังหนักแน่น “ไม่ว่าใครที่กล้ามาทำกับลูกฉันแบบนี้…ฉันจะไม่ปล่อยไว้แน่”
ไซรัสหันไปมองทั้งคู่ ดวงตาเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่เดือดดาลแต่ยังคุมไว้ได้ “ผมจะเอาเซเรน่ากลับมาเอง ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร”
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียด ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง จนกระทั่งเสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างเร่งรีบ
“บอสครับ!” ศรันวิ่งเข้ามาพร้อมเหงื่อที่ไหลซึมทั่วขมับ เขาหยุดหอบก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย
“เราจับสัญญาณโทรศัพท์ของคุณเซเรน่าได้แล้วครับ! อยู่ที่โกดังเก่าชานเมือง…ฝั่งตะวันตกของเขตเหนือ!”
ไซรัสเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมวาบขึ้นทันทีเหมือนเปลวไฟลุกในความมืด
“เตรียมรถ!” เขาสั่งเสียงเฉียบ
“ระดมกำลังทุกคน! ถ้าใครขวาง…ฆ่าได้เลย!”
ธันวาและวศินลุกขึ้นพร้อมกัน “ฉันจะไปด้วย” วศินพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“ผมด้วยครับ” ธันวาเสริม
ไซรัสพยักหน้าเบา ๆ “พวกเรารีบไปช่วยเซเรน่ากันเถอะครับ”
รถยนต์หลายสิบคันขับออกไปจากคฤหาสน์มุ่งสู่จุดเดียวคือโกดังชานเมืองที่อาจเป็นที่คุมขังของเซเรน่าหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจของพวกเขา..
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา







