LOGINถึงทั้งสองคนจะทำตัวแปลกใส่เรย์คาลัส แต่สุดท้ายโมเบียสกับเซอร์เบอรอสก็ออกไปหาสมุนไพรกับเขาอยู่ดี ชายหนุ่มผมสีเขียวที่ตื่นเต้นมากที่จะได้เข้าไปในป่าลึก อันที่จริงเขาจะขออัศวินประจำตระกูลให้ไปด้วยก็ได้ แต่ในป่าที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ดุร้ายและอะไรก็ไม่แน่นอน คนอย่างเขากลัวว่าจะทำใครตายโดยไม่จำเป็น แต่เซอร์เบอรอสนั้นเป็นเคสตรงข้าม อย่างไรหมาบ้าแห่งสนามรบก็ไม่ตายอยู่แล้ว เรย์คาลัสคิดว่าขนาดสงคราม หรือแม้แต่พระเอกยังฆ่าเขาไม่ได้เลย อยู่ใกล้เขายังไงก็อุ่นใจกว่า
ยิ่งเดินลึกขึ้น มอนสเตอร์ก็ยิ่งเยอะมากขึ้น แต่กับเซอร์เบอรอสคนเดียวก็ตีทุกอย่างตายหมด โดยบางทีแทบไม่ได้ใช้ดาบสีดำนั่นเลยด้วยซ้ำ
แต่เมื่อทั้งสามถึงทุ่งแห่งหนึ่ง แม้จะพยายามเกาะกลุ่มกันไว้ทัศนียภาพก็ค่อยๆ มืดและไอหมอกล้อมรอบทั้งสามไว้จนแทบมองไม่เห็นกัน
“โมเบียส” เรย์คาลัสตะโกนเรียก “เซอร์เบอรอส” เขาพยายามเรียก แต่เสียงรอบข้างดังกลบไว้หมด
“พวกเจ้าอยู่ที่ไหน” ชายหนุ่มผมสีเขียวพยายามจะเดินตามเงาๆ หนึ่งจนหลุดจากหมอก แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบเลย มีแค่เสียงอื้ออึงเหมือนเสียงแมลงบางอย่าง และแล้วเรย์คาลัสพยายามหาที่โล่งเพื่อมองดูว่ามีคนอื่นอยู่ใกล้เขาไหม แต่เขากลับเจอต้นไม้ยักษ์ต้นหนึ่ง มันมีลักษณะที่แปลกมาก
“โอ๊ย” เขามัวแต่พินิจมองมันจนเส้นผมพันกับอะไรบางอย่างโดนดึงจนเจ็บ ดวงตาสีน้ำตาลมอง “ต้นซัคคิว” พืชหายากที่มีรูปร่างคล้ายหม้อข้าวหม้อแกงลิงขนาดยักษ์ สูงเกือบ 4 เมตร เมื่อมองด้านหลังพบว่าไม่ได้มีต้นเดียวแต่พวกมัน ขึ้นเป็นดงหนาแน่น ส่วนที่แตกต่างจากหม้อข้าวหม้อแกงลิงก็ตรงมีหนวดยุบยับเป็นเถาวัลย์มากมายเหมือนปลาหมึก จากที่เขาอ่าน น้ำในกระเปาะของต้นนี้นั้นมีราคาแพงมาก เพราะความอันตรายของมัน
เรย์คาลัสพยายามจะดึงเส้นผมออกจากเถาวัลย์หนวด กว่าจะรู้ตัวแขนของเขาก็โดนพันไว้กับเถาวัลย์หนวดเส้นใหญ่ของมันแล้ว
เถาวัลย์แข็งๆ นั้นเหนียวเป็นอย่างมาก ร่างบางพยายามจะเอามีดที่พกมาตัด แต่พบว่ามันไม่ได้ผล
ซวยแล้ว ในหนังสือบอกเพียงว่ามันเป็นพืชหายากแต่ไม่ได้บอกว่ามันเป็นพืชที่แข็งแกร่งขนาดนี้
“โอ๊ยยย ช่ว-” ก่อนจะพูดจบเถาวัลย์ก็พุ่งเข้าไปในปากทำให้เหลือเพียงเสียงอู้อี้ ชายหนุ่มพยายามดิ้นไม่หยุดแต่เถาวัลย์มีมากเกินไป เถาวัลย์เส้นใหญ่พันขาและแขนของเขาแถมยังยกเขาสูงขึ้น
เรย์คาลัสล้วงกระเป๋า เอาระเบิดเวทย์ในกระเป๋าปาใส่มัน แต่เหมือนจะแทบไม่ได้ผล เพราะหนวดที่โดนระเบิดกลับแตกงอกใหม่จากจุดที่ขาด
“อ๊ะ” เถาวัลย์ที่แหย่เข้ามาในปากมีน้ำหวานบางอย่างไหลออกมา เรย์ช็อคสุดขีด
เขาเพิ่งนึกออกว่าต้นซัคคิวถูกเขียนไว้ว่าอย่างไรในหนังสือ
การล่าเหยื่อของต้นไม้ชนิดนี้จะป้อนน้ำยางของมันที่มีฤทธิ์เป็นยาปลุกเซ็กซ์และยัดเมล็ดต้นอ่อนเข้าไปในร่างกายของเหยื่อทางช่องทางด้านล่าง
มะ ไม่นะ
เรย์คาลัสพยายามดิ้นให้หลุดจากเถาวัลย์ แต่ไม่เป็นผล เถาวัลย์ที่ทั้งแข็งทั้งนิ่มเริ่มเลื้อยเข้ามาในเสื้อผ้าของเขา และปลุกเร้าเขาทั้งด้านบนและด้านล่าง
แถมยังมีน้ำอุ่นๆ ไหลเข้ามาในปากอีก
ช่องทางด้านล่าง เขานึกถึงประโยคที่อ่านในหนังสือ หมายถึงทางช่องทางด้านหลังของเขาน่ะเหรอ
“อึก ไม่” เสื้อผ้าของเขาเริ่มหลุดลุ่ยเพราะการดึงรั้งของเถาวัลย์ และมีเถาวัลย์อันใหญ่เลื้อยเข้าไปในกางเกงถูไปถูมาบริเวณช่องทางด้านหลัง
นี่มันอะไรเนี่ย เรย์คาลัสเริ่มรู้สึกแปลกๆ
ไอ้เวรเอ๊ย ร่างกายนี้ของเขาจะเสียซิงครั้งแรกกับต้นไม้เหรอ
เป็นการเกิดใหม่ที่เสียชาติเกิดสุดๆ ไปเลย
เถาวัลย์ขนาดเล็กค่อยๆ สอดไปในช่องทางด้านหลังของเขา และมีน้ำเมือกอุ่นๆ เข้าไปด้านใน และอะไรบางอย่างที่ดันเข้ามาด้วย ให้ความรู้สึกเหมือนเมล็ดกลมๆ
เมล็ดต้นไม้เหรอ?
“อ๊าาาากกก” เรย์คาลัสพยายามรวบรวมเสียงทั้งหมดแล้วตะโกนออกไป แต่เถาวัลย์ที่อุดปากไว้ทำให้ไม่ดังเท่าที่คิด น้ำหวานไหลลงไปในปากเขา หัวเริ่มโล่ง และตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกแปลกๆ กับร่างกายตัวเองที่ร้อนขึ้น อีกทั้งท่อนเถาวัลย์พวกนั้นก็เริ่มเลื้อยไปมาบนร่าง
“อึก อื้อ” ชายหนุ่มเริ่มต่อต้านไม่ไหวเริ่มรู้สึกดีจนส่งเสียงครางออกมา
“เรย์!” เรย์คาลัสสะดุ้งกับเสียงตะโกนทุ้มต่ำ และเห็นเซอร์เบอรอสวิ่งเข้ามาหาจากที่ไกลๆ เขาทั้งโล่งใจและดีใจ เมื่อวิ่งเข้ามาใกล้ๆ เซอร์เบอรอสก็ตกใจกับสภาพของอีกฝ่าย
ท่านพี่เรย์ของเขาโดนเถาวัลย์ที่เหมือนหนวดปลาหมึกพันไว้ เท้าลอยจากพื้นในสภาพเสื้อโดนเถาวัลย์ฉีกหลุดลุ่ย ร่างกายที่กำลังตื่นตัวเต็มที่บิดไปมาตรงหน้า และที่ตกใจกว่านั้นคือเถาวัลย์พวกนั้นรวมตัวถูไถกำลังจะสอดเข้าไปในด้านหลังกางเกงของร่างบาง ดวงหน้าหวานเหมือนจะเคลิ้มกับเถาวัลย์พวกนั้นจนต้องกัดปากกลั้นเสียงคราง
“ไอ้ต้นไม้เวรนี่” เซอร์เบอรอสขบกรามโกรธสุดขีดฟันเถาวัลย์ขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดาบของเขาปรากฏเปลวไฟสีน้ำเงินเผาเถาวัลย์ไม่ให้งอกใหม่ มืออีกข้างของเขารับร่างบางที่ร่วงหล่นจากเถาวัลย์เอาไว้
“เซอร์เบอรอส ต้นไม้นั่น..ทำยาได้ อ..ย่า เผา” เรย์คาลัสที่เหลือสติแค่ครึ่งเดียวบีบไหล่อีกคนที่โกรธจนหน้าเป็นสีดำ
“ยังจะห่วงเรื่องนั้นอีกเหรอ ดูสภาพเจ้าสิ” เซเบอร์รอสหันกลับมามองคนในอ้อมแขนแล้วก็ตาค้าง ร่างบางหน้าแดงแล้วกำลังตัวสั่น ดวงตากลมมีน้ำตาคลอ เสื้อผ้าหลุดลุ่ยแถมยังกำลังกัดริมฝีปากนิ่มเพื่อข่มความต้องการนั้น ราวกับเป็นภาพฝันที่เขาจินตนาการขึ้นเอง ดยุกหนุ่มค่อยๆ วางเรคาลัสลงเพื่อดูอาการ
ท่านพี่เรย์ไม่เคยทำหน้าแบบนี้ให้เขาเห็นเลยสักครั้ง ใบหน้าที่ต้องการจนทนไม่ไหว
เซอร์เบอรอสจับปากที่กำลังกัดอยู่นั้นอ้าออก
“อึก อ๊ะ” ร่างบางที่ตัวร้อนจัดครางแล้วหอบเบาๆ โดนนิ้วสอดเข้าไปในปาก เซอร์เบอรอสควานหาเศษเถาวัลย์แล้วเอาออกมา ในขณะที่เรย์คาลัสปรือตามองและร่างกายยังคงสั่นระริก
“ท่านพี่ดื่มน้ำนั่นไปเยอะขนาดไหนกัน” ดยุกหนุ่มมองภาพตรงหน้าด้วยความพอใจ จากที่โมโหจนเลือดเดือด เขาเริ่มรู้สึกขอบคุณต้นไม้นั่นแล้ว
“ดูแปลกๆ นะ” ร่างสูงยกยิ้ม เขาคาดเดาอยู่ว่าท่านพี่อาจจะพบเจอกับต้นไม้หายากนี่หรืออาจจะวางแผนนิดๆ ว่าถ้าโชคดีอาจเป็นคนเจอมันเข้าเขาจะได้แกล้งคนตรงหน้านิดหน่อย แต่คิดไม่ถึงว่าฤทธิ์ของต้นไม้นั่นจะมากขนาดนี้ทำให้คนที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็จะดูนิ่งอยู่ตลอด ทำหน้ายั่วยวนได้ถึงเพียงนี้
เซอร์เบอรอสลูบริมฝีปากของร่างบาง เรย์คาลัสที่เริ่มไม่ไหวเลียนิ้วของอีกฝ่ายด้วยสติที่เหลือครึ่งเดียว ร่างกายของเขาเริ่มควบคุมความต้องการของตัวเองไม่ได้
“อึก ท่านดยุก.. ข้าขอโทษ ข้าว่าข้าไม่ไหว” พูดพลางดูดนิ้วของอีกฝ่ายแล้วกัดเบาๆ ทำหน้ามุ่ยเพราะการปวดหนึบที่หว่างขา “ต้นซัคคิว มันเป็นยาปลุกเซ็กซ์”
“ท่านพี่ไม่ต้องห่วง ข้าจะช่วยท่านพี่เรย์เอง” เรย์มองดวงตาสีแดงที่มีแววเจ้าเล่ห์นั้นด้วยความงุนงง หน้าหล่อเหลาที่ยิ้มมุมปากนั่นดูไม่น่าไว้ใจสุดๆ
“ช่วย..?” ดวงตาสีน้ำตาลมองด้วยแววตาสงสัย หมายถึงช่วยเอาไปรักษาน่ะเหรอ หรือว่าช่วย…
“ฮึก” เรย์คาลัสสะดุ้ง “อ๊ะ” เขาครางออกมาเพราะโดนปากอุ่นจูบที่ต้นคอขาวก่อนจะงับเบาๆ ฝากรอยเขี้ยว มือใหญ่ที่จับดาบจนสากลูบไล้ผิวนุ่มรอบๆ ลำคอก่อนจะไล่ลูบลงมาที่ส่วนสีชมพูบนแผ่นอกที่ชูชันขึ้น
“มิน่าล่ะ ทั้งที่เป็นผู้ชายแต่ไม่เคยเห็นท่านถอดเลย ท่านนี่น่ากินไปทั้งตัวจริงๆ”
“อื้อ เซ.. เจ้าจะทำอะไร” เรย์ทั้งตกใจทั้งรู้สึกดีไปพร้อมๆ กัน ในหัวสับสนไปหมด
“ข้าจะช่วยท่านไง ท่านโดนทั้งน้ำยางของมัน แล้วยังถูกฝังเมล็ดไว้ด้วย ถ้าท่านไม่เอามันออกตอนนี้ คงได้มีอะไรกับคนแปลกหน้าแน่ เพราะงั้นให้เป็นข้าเถอะ”
“เดี๋ยว ม..มันไม่ได้” เรย์ประท้วงแต่ฉับพลันดยุกหนุ่มก็เอาเสื้อคลุมปูกับพื้นแล้วอุ้มอีกฝ่ายลงไปนอนบนเสื้อ
“อึก อื้อ” ร่างบางจับแขนเซอร์เบอรอสไว้ “ห..เหมือนมันมีอะไรอยู่ในตัวข้า”
“ท่านพี่เรย์ หันหลังสิ”
แม้ปากจะปฏิเสธแต่ร่างกายที่ร้อนรุ่มจนทนไม่ไหวทำให้ชายหนุ่มผมสีเขียวค่อยๆ พลิกคว่ำ ร่างกายที่ยังคงสั่นถูกดึงเสื้อผ้าที่ขาดออกไป น้ำเมือกใสของเถาวัลย์หล่อลื่นจนรูรักเยิ้มไปหมด เรย์คาลัสรู้สึกเหมือนเถาวัลย์นั้นกำลังดิ้นอยู่ในช่องทางด้านหลังของเขา
“อ..อ๊า” เรย์คาลัสร้องด้วยความตกใจเมื่อนิ้วใหญ่ยัดเข้าไปข้างในรูแน่นที่ขยับแทบไม่ได้ แล้วค่อยๆ ขยับเข้าขยับออกเหมือนจะแกล้ง ควานไปมาช้าๆ ด้านในรูเสียวจนโดนจุดกระสัน ร่างบางกระตุกรัดนิ้วแล้วโก่งตัวขึ้นเพราะทนเสียวไม่ไหวเมื่อดยุกหนุ่มเพิ่มจำนวนนิ้วแล้วชักมือออก
“หึ มันมีสรรพคุณอะไรแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย ในหนังสือนั่นไม่เห็นบอกเลย แต่เหมือนจะเอาไม่ออก” เซอร์เบอร์รอสขยับไปกระซิบ “ท่านพี่เรย์ ข้าของลองวิธีอื่นนะ ในเมื่อมันเอาไม่ออก”
ดยุกหนุ่มปลดกางเกงออกแล้วเอาท่อนเอ็นแข็งๆ ถูไปตามรูรักที่เปียกไปด้วยเมือกใสราวกับเจลหล่อลื่นแล้วถูบริเวณปากทางจนร่างบางกระตุก
“ไอ้หมา..บ้า” เรย์หลุดด่าแม้จะรู้สึกดีมากกับการกระทำของอีกฝ่าย ถึงปากบอกจะช่วยแต่การกระทำของมันฉวยโอกาสกับเขาไม่หยุดแถมยังจะยัดเยียดของตัวเองเข้ามาในตัวเขาอีก
“เหอะ ข้าจะยอมให้ด่าเป็นหมาแล้วกันนะ” เซอร์เบอรอสกระแทกแกนกายของตัวเองเข้าไปในรูของร่างบาง “เพราะนี่มันท่าหมานี่ ใช่ไหม”
“อะไรนะ อุก” ท่อนเอ็นแข็งใหญ่ผลุบเข้าไปในรูแค่ส่วนหัวเรย์ก็จุกแล้ว เขาไม่เห็นว่าของเซอร์เบอรอสขนาดไหนแต่รับรู้ได้ว่าพรุ่งนี้เขาน่าจะเดินไม่ได้แน่นอน
“มันเข้าทั้งหมดไม่ได้ เซอร์เบอรอส อย่า” รูแน่นรัดแกนกายใหญ่โตของเซอร์เบอรอสไว้ ไม่นานดยุกหนุ่มก็ค่อยๆ ขยับช้าๆ
“อ๊า ข้า…” เรย์คาลัสครางกระเส่าทั้งเสียวทั้งเจ็บไปพร้อมๆ กัน เขารู้สึกเหมือนช่องทางตัวเองแทบฉีก แต่ฤทธิ์ของต้นไม้ทำให้เขาต้องการจนไม่สนความรู้สึกเจ็บ
“รู้สึกดีใช่ไหม เรียกชื่อข้าสิ” เซอร์เบอร์รอสขยับมากระซิบที่ข้างหู ทำให้ร่างบางแทบอยากหันไปต่อยด้วยความหมั่นไส้
เขารู้สึกดีแต่ก็รู้สึกเจ็บ ความรู้สึกของเขาต่อสู้กันจนมึนหัวท่ามกลางความร้อนรุ่มของร่างกาย
ช่องทางรักแคบรัดแกนกายใหญ่ของเซอร์เบอรอสแน่น ชายหนุ่มจึงค่อยๆ ขยับกลัวคนตรงหน้าจะเจ็บ แต่น้ำใสจากเมล็ดพันธุ์ซัคคิวช่วยหล่อลื่นจนทั้งสองเริ่มเสียวกระสันกันมากกว่าเดิม
มือสากลูบไล้ไปตามแผ่นอกและขยำอย่างมันมือ ถูไถไปตามยอดอกบนแผ่นอกแบนราบ
“เซ..เซอร์เบอรอส” เรย์คาลัสทนไม่ไหวจนร้องครางออกมา เมื่อรูด้านในโดนถูไถลึกขึ้น มือเรียวกำเสื้อคลุมของอีกคนที่ปูพื้นไว้แน่น
“อึก ท่านพี่เรย์รัดแน่นจนของข้าจะขาดแล้ว” เซอร์เบอร์รอสขบกราม ท่อนเอ็นของเขาเหมือนถูกดูดกลืนเข้าไปในรูเสียวของอีกคน
“อื้อ ข้าเสียว” ร่างบางร้องออกมาด้วยความสุขสมที่แกนกายใหญ่สอดเข้าสอดออกเสียดสีครูดกับผนังด้านในทำให้เขาแทบบ้า “อ๊า แรงอีก อึก”
เซอร์เบอรอสกระทุ้งด้านในจนท้องของร่างบางนูนออกมาเพราะความใหญ่โตของเขา จนเรย์คาลัสทั้งเจ็บและเสียวไปพร้อมกัน เขาสอดเข้าสอดออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างบางรู้สึกดีใจที่เซอร์เบอรอสไม่เห็นหน้าของเขา เพราะสีหน้าของเขาคงเต็มไปด้วยความต้องการ
มากกว่านี้ มากกว่านี้อีก
“อีกนิดนะ ท่านพี่เรย์” มือใหญ่จับท่อนเอ็นอวบของร่างบางรูดไปมาและกระซิบเสียงต่ำข้างๆ หู
“อึก ข้าไม่ไหวแล้ว” เรย์คาลัสกระตุกไปทั้งร่าง น้ำสีขาวขุ่นแตกออกมาเลอะเสื้อที่ปูไว้ ส่วนเซอร์เบอรอสก็แทบทนไม่ไหวเพราะรูเสียวของเรย์ที่กระตุกรัดจนแน่นหนึบ
“จะรัดให้ขาดเลยรึไง” ดยุกหนุ่มขยับแกนกายที่แข็งขึ้นเข้าออกถี่ก่อนจะแตกในรูรักจนท่วมออกมา เขาจับอีกคนนอนหงาย และจับขาของร่างบางอ้าออก
“อึก อื้ม เซอร์เบอรอส ข้า.. เสร็จแล้ว..อึก” ดวงตาสีน้ำตาลที่มีน้ำตาคลอมองมาที่เขาในขณะที่ร่างกายท่อนล่างที่เปลือยเปล่าของร่างบางเลอะไปด้วยน้ำสีขาวขุ่นทั้งคู่ แถมน้ำที่โดนแตกไว้ในรูยังกำลังไหลออกมาให้เห็น ดวงหน้าแดงของอีกฝ่ายมองด้วยสายตาอับอายแต่ก็ไม่มีแรงขัดขืนเขา แถมยังสั่นระริกตรงหน้า
‘ภาพท่านพี่ที่โดนข้าแตกจนล้นรูขนาดนี้ มองแล้วรู้สึกดีเป็นบ้า’ เซอร์เบอรอสเอานิ้วลูบไปรอบๆ รูร้อน บีบก้นนิ่ม ก่อนจะลงไปกระซิบข้างหูอีกคน
“เมล็ดซัคคิวยังไม่ออกมาเลย ข้าว่า เราคงต้องใช้น้ำมากกว่านี้หน่อย”
“ด.. เดี๋ยว ไม่ ซี้ด จ.. เจ้า ห…ยุดนะ” ท่อนเอ็นแข็งๆ โดนกระแทกเข้าไปในรูอุ่นอีกครั้ง ครั้งนี้รุนแรงกระแทกกระทั้นราวกับจะทรมานร่างบาง
“อึก ของเจ้ามันครูดข้างใน ฮึก อย่าเพิ่ง อ้ะ” เรย์คาลัสร้องครางแทบเสียสติใต้ร่างดยุกหนุ่มก่อนจะโดนอีกฝ่ายรูดท่อนเอ็นอย่างมันมือจนร่างบางแตกรดตัวเองอีกรอบ เซอร์เบอรอสมีพละกำลังเกินมนุษย์มนาทั่วไป แต่เขาก็งงกับสรรพคุณของต้นซัคคิวเหมือนกันที่ทำให้ร่างกายปวกเปียกของเขามีอารมณ์สนองกับอีกฝ่ายไม่หยุดหย่อน แถมยังต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสองทำกันจนเสื้อคลุมของเซอร์เบอรอสเปียกชุ่มไปด้วยน้ำกาม
เรย์คาลัสสลบไปจนไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่อีกฝ่ายพาเขาไปล้างตัวและมานอนบนเตียงโรงแรมแถมยังตื่นขึ้นมาเพราะกำลังโดนจับอ้าขาดูดท่อนเอ็นสีชมพูอยู่
“อึก อื้อ อย่า อ๊ะ” เรย์คาลัสที่โดนลักหลับน้ำแตกใส่ปากอีกคน ใบหน้าคมคายเลียน้ำที่เลอะปากแล้วขยับมือ
“เซอร์เบอรอสเจ้า ห..ยุด” เขาสะดุ้งเมื่อนิ้วยาวของอีกคนล้วงไปที่ช่องทางด้านหลังที่บวมแดงมีน้ำหลั่งใส่จนเต็มรูและควานไปมา
“ท่านพี่ ดูนี่สิ มันออกมาแล้ว” อีกฝ่ายดึงบางอย่างออกจากรูเสียวที่เต็มไปด้วยน้ำกาม เมล็ดซัคคิวในมือของอีกคนที่งอกเป็นต้นไม้รูปร่างเหมือนปลัดขิกสีเขียวอันจิ๋ว
เรย์คาลัสเอามันมาจับๆ ดู เมล็ดต้นไม้ประหลาดนอนแน่นิ่งอยู่บนอุ้งมือที่ทำให้เขาเสียซิงครั้งแรกไปกับเซอร์เบอรอส ตัวร้ายที่เขาตั้งใจช่วยแทบเป็นแทบตายนั้น ชายหนุ่มผมเขียวไม่รู้จะรู้สึกยังไงดี
“เซอร์เบอรอส ข้าขอโทษจริงๆ นะ” เรย์คาลัสรับเมล็ดต้นไม้นั้นมาด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้เซอร์เบอรอสต้องมานอนกับเขา โดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นเต็มใจมาก
“ข้าว่าข้าต้องขอบคุณต้นไม้นั่นมากกว่า ที่ทำให้ท่านพี่อ้าขาให้ข้าด้วยท่าทางยั่วยวนแบบนั้น แถมยังขอโทษข้าอีก” เซอร์เบอรอสยิ้มมุมปาก
“ไอ้เวรเอ๊ย” เรย์คาลัสหน้าแดงด้วยความอาย ผลักอีกคนออก แทบอยากต่อยคนตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอด
“ท่านสวยมากตอนนอนครางใต้ร่างข้า” ยิ่งด่าดยุกหนุ่มดูสนุก เขาขบกัดไหล่เรย์เบาๆ ทั้งตัวร่างบางมีแต่รอยจูบเป็นจ้ำแดง
“ไอ้@#$%@#$%@#$%ห่านเอ๊ย” ร่างบางด่าจนหมดคำจะพูด “ไอ้หมาบ้า ออกไปเดี๋ยวนี้”
“ค่าห้องนี้ ข้าเป็นคนจ่าย” เซอร์เบอรอสยื่นหน้ามองอย่างล้อเลียนเหมือนจะบอกเรย์คาลัสว่า ข้าเป็นคนจ่าย แล้วทำไมข้าต้องออก โอ๊ย ตอนเด็กก็มีช่วงน่ารักทำไมโตมาเป็นแบบนี้เนี่ย เรย์คาลัสหัวจะปวด
หมดกัน ครั้งแรกของเขาในร่างเรย์คาลัส ถึงจะไม่ได้คิดว่าอยากเสียเวอร์จิ้นตัวเองให้ใครก็เถอะ เพราะชาติที่แล้วเขาก็ทำแต่งาน แม้มีทั้งชายและหญิงเขามาจีบก็ไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษ ส่วนพอเป็นเรย์คาลัสก็มัวแต่ยุ่งกับการหาวิธีเอาตัวรอด แต่กับเซอร์เบอรอสคนที่ฆ่าเขาในนิยายต้นฉบับเนี่ยนะ แล้วชีวิตเขาจะกลายเป็นอย่างไรต่อล่ะ
“ท่านพี่เรย์ ดูนี่สิคะ” มารีนเรียกผมที่กำลังจะออกนอกบ้านให้มาดูเธอเสกเวทย์น้ำ น้ำในแก้วกลายเป็นน้ำพุเล็กๆ พุ่งออกและไหลมาในแก้วเดิมโดยไม่หก“มารีนเจ้ามีพรสวรรค์นะเนี่ย” ผมชมด้วยสีหน้าประหลาดใจ ในนิยายนางเอกไม่ได้มีฉากใช้เวทมนตร์เสียหน่อย แล้วอันนี้มายังไงล่ะเนี่ย แต่ช่างมันเถอะ หากน้องสาวของผมปกป้องตัวเองได้ย่อมเป็นเรื่องดี“จ..จริงขอรับ ข้าสัมผัสได้ว่ามารีนมีพลังเวทย์ที่หากฝึกแล้วสามารถกลายเป็นนักเวทย์ได้เลย ข…ข้าก็เลยลองชวนไปที่หอคอยเวทมนตร์ดู” บาอัลพูดขึ้นอย่าประหม่า เขาเป็นเพื่อนของมารีนที่มารีนบอกว่าเจอที่งานเต้นรำ ดูขี้อายและมีผมสีน้ำเงินปรกหน้าจนมองแทบไม่เห็นตา ผมจินตนาการไม่ออกว่าพวกเขาไปคุยกันได้ยังไงเพราะดูเคมีเป็นตัวแม่กับทรงติ๋มเกิน“เจ้าก็ชมข้าเกินไปแล้ว บาอัล เทียบกับเจ้าแล้วข้ายังห่างชั้นอยู่เยอะ” มารีนพยายามเพ่งสมาธิแล้วเก็บน้ำกลับไปนิ่งในแก้วดังเดิม “ที่จริงตอนที่บาอัลชวนข้าก็ไม่ได้สนใจเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าตอนที่ท่านพี่ตกอยู่ในอันตราย ข้ารู้สึกแย่มากที่ทำอะไรไม่ได้ ข้าเลยเปลี่ยนใจและบอกบาอัลว่าข้าจะลองดู”บาอัล? ชื่อนี้คุ้นอยู่นะว่าแต่เขาอยู่ตรงไหนของเรื่องหอคอยเวทมนตร์
ผมยืนที่สะพาน ด้านหน้ามองออกไปเห็นคูน้ำลึก ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง ผมมองเห็นว่าเขาคือใครผ่านเงาที่สะท้อนบนผืนน้ำ เขาคือเซอร์เบอรอส แต่ไม่ใช่เซอร์เบอรอสที่ผมจำได้ แม้หน้าตาเหมือนกันแต่บรรยากาศราวกับคนละคน คนคนนี้แม้มีใบหน้าที่หล่อเหลา แต่ดวงตาสีแดงของเขาไร้ความรู้สึกราวกับคนตาย รอยแผลทั่วตัวและมีรอยแผลเป็นที่แขนซ้ายเป็นรอยใหญ่เห็นได้ชัด แผลเหล่านั้นมากมายเกินจะนับได้เราสองคนยืนอยู่ที่คูน้ำ เมื่อผมมองลงไปในน้ำ แทนที่จะสะท้อนใบหน้าปกติ กลับสะท้อนใบหน้าของชายหนุ่มผมสีเขียวที่ดูป่วยผอมโซ หน้าตอบจนเห็นกระดูก ขอบตาดำคล้ำและริมฝีปากเป็นสีม่วง บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตเสเพลอย่างหนักหน่วงนี่คือเรย์คาลัสในนิยาย ผมรู้โดยอัตโนมัติว่าเป็นเช่นนั้นและนั่นก็คือเซอร์เบอรอสในนิยาย ที่เป็นคนฆ่าเขา“คุณชายเรย์คาลัส” เสียงเซอร์เบอรอสเรียกอย่างห่างเหินจนในอกของผมเจ็บแปลบ “ถ้าเจ้าใช้ชีวิตให้มันดีกว่านี้สักนิด ก็คงไม่จบลงเช่นนี้”“ใครจะไปใช้ชีวิตได้ดีเท่าเจ้าล่ะ ท่านดยุกหมาบ้า” เรย์คาลัสในนิยายตอบทำเอาเซอร์เบอรอสชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เหอะ ปากดีนัก เจ้าใช้ทั้งชีวิตของเจ้าเกลียดชังตัวเองและคนอื่น ข้าไม่
“ท่านเรย์คาลัส ท่านเป็นยังไงบ้าง” ผมไม่ตอบได้แต่เหม่อมองท้องฟ้าก้อนเมฆลอยเอื่อยๆ และแสงแดดไม่รับรู้ถึงความเศร้าของผมดยุกอิลเครนถาม เขาเองยังดูเป็นห่วงผม ไม่ต้องพูดถึงมารีนที่ถามผมทุกวันในหัวผมมีแต่คำถามว่าทำไมทำไมล่ะทำไมคำวิงวอนของผมถึงไม่เคยส่งไปถึงฟากฟ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อน หรือชาตินี้ผมแค่อยากปกป้องเขาเท่านั้นเองอีกนิดเดียวเองแท้ๆเพราะสถานการณ์ของพวกเรายังไม่แน่ไม่นอน พวกเราเลยอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลอะควาเซียที่ใกล้ทะเลแถบนั้นที่สุด มันเป็นบ้านขนาดใหญ่ทาสีครีม ที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ กุหลาบแดงบานสะพรั่งส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วผมไม่ได้ทำอะไรนอกจากออกมานั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่แบบนี้มารีนพยายามทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ด้วยการชวนผมทำเรื่องต่างๆ แต่ไม่ว่าทำอย่างไร ผมก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลย“ถ้าข้ารู้ว่าพี่ชอบเขาขนาดนี้ ข้าคงไม่ขัดขวางท่านพี่เลยค่ะ” มารีนร้องไห้ปลอบผม “ข้าขอโทษนะคะท่านพี่”ผมจับมือเธอ แต่ผมไม่รู้สึกถึงสัมผัสของเธอไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนวิญญาณหลุดลอยไปเหลือเพียงเปลือกที่กลวงเปล่า“อย่าว่าแต่เจ้าไม่รู้เลย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบมารีนไป ไม่รู้ตัวเลยว่าทำสีหน้าแ
พวกเราเดินทางรอนแรมตามเข็มทิศประมาณสามวันสามคืน ผมพอรู้ว่าจุดหมายที่ต้องไปคือที่ไหนเพราะอ่านนิยายต้นฉบับ มันห่างออกจากเมืองหลวงมาไม่มากนัก และเป็นหาดรกร้างแห่งหนึ่ง และเมื่อมาถึงสถานที่ที่เข็มทิศชี้บอกก็เป็นเวลาค่ำแล้วหาดทรายสีดำกลืนไปกับทะเล โขดหินอยู่ไกลออกไป มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวริบหรี่ที่คอยส่องทางให้ ความนิ่งสงัดที่เหมือนถูกบีบล้อมด้วยสิ่งที่ไม่รู้จัก อากาศหนาวจนแม้ใส่เสื้อกันหนาวยังหนาวลึกเข้าไปในกระดูก ตรงตามคำบรรยายตามนิยายต้นฉบับพวกเราลงจากรถม้าและเริ่มเดินไปตามเข็มทิศอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ ผ่านสิ่งที่รูปร่างเหมือนปะการังแต่กลับอยู่บนบก เสียงแกรกกรากแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างขยับตามพวกเรามา แต่เพราะความมืดที่เวิ้งว้างทำให้ผมคิดว่าตัวเองอาจคิดไปเอง“วืดดด” เสียงบางอย่างแหวกอากาศมาที่ที่พวกเราอยู่“เลดี้อะควาเซีย! หลบ!” ดยุกหนุ่มผู้มีประสาทไวกว่าพวกเราตะโกนบอกมารีน“กรี๊ด!!!” อะไรบางอย่างผ่านหัวมารีนไปจนเธอร้องกรี๊ดออกมาสิ่งนั้นคือก้ามของมอนสเตอร์ที่ดูคล้ายกับปูขนาดใหญ่แต่มีหาง ตัวสูงราว 5 เมตร พวกมันปกป้องอะไรบางอย่างที่มืดๆ เมื่อเพ่งมองดีๆ ท่ามกลางความมืดปรากฏถ้ำด้านหน้าพ
“ปล่อยเขา” ดยุกอิลเครนเอาดาบแห่งแสงฟันมือเงาดำนั่นออกจนผมหลุดออกมาได้“เหอะ ท่านดยุกแดนเหนือมีงานอดิเรกในการยุ่งเรื่องในปราสาทคนอื่นเหรอขอรับ?”ถึงสติกซ์จะถามในแบบสุภาพแต่แปลตรงตัวก็คืออย่าเสือก นั่นเองมือเงาดำหนาแน่นยันดยุกอิลเครนที่ยังไม่ทันตั้งตัวกระเด็นไปให้ห่างจากผม“อย่าเข้ามา ไม่งั้นข้าจะฐานะอัศวินพิทักษ์ปราสาทจะไม่ไว้หน้าท่าน” สติกซ์ปรายตามอง แล้วมือหนึ่งสีดำมือหนึ่งก็มาบีบคอผมต่อ“แล้วปราสาทมืดเฮลดันไฮม์ มีสิทธิ์อะไรมากักขังหน่วงเหนี่ยวประชาชนผู้บริสุทธิ์ล่ะ” ดยุกอิลเครนโมโหที่ถูกพลังยันจนกรระเด็น เอาดาบฟันมือเงาดำขาดไปจำนวนหนึ่ง“บริสุทธิ์อย่างนั้นเหรอ” สติกซ์พูดอย่างเหลืออดแล้วใช้พลังยันดยุกกลับไปอีก แล้วหันมาตวาดใส่ผม “เจ้าทำร้ายจิตใจท่านดยุกของข้า เจ้าก็รู้ว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่แล้ว เจ้ากลัวตายงั้นเหรอถึงจะคิดจะหนี พวกเราคอยดูแลเจ้าอยู่ เจ้าไม่มีทางตายหรอก แต่นายท่านน่ะใกล้ตายแล้ว” เขาพูดเหมือนคนสติหลุดแล้วเอามือทึ้งหัวตัวเอง “ไสหัวกลับไปอยู่กับนายท่านเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้ากับมือตัวเองซะ”“สติกซ์ ไม่ใช่แบบที่เจ้าคิดนะ” ผมตะโกนขัดก่อนจะโดนเขาด่าจนหน้าชาไปมาก
แม้บาดแผลของเซอร์เบอรอสยังคงดูไม่ปกติแม้ว่าเขาจะแช่ศิลามังกรอยู่ทุกวัน โชคดีว่าเมื่อเขาอยู่ที่ปราสาทไม่จำเป็นต้องใช้พลัง ตอนนี้ยิ่งใช้มันมากเท่าไหร่ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ส่วนใหญ่เขาจึงต้องพักผ่อนและหากมีแววว่าจะบ้าคลั่ง เขาจะลงไประบายอารมณ์กับสิ่งของในปราสาทแทน ซึ่งเมื่อเขาสงบลง ผมก็จะไปดูว่าของพวกนั้นยังซ่อมได้หรือเปล่า และหากอาการเขาไม่หนักมาก ผมจะปลอบโยนเขาด้วยร่างกายเฮ้อ ผมอยากช่วยเขาได้มากกว่านั้นระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่สติกซ์เอามาวางให้ผม ผมหยิบมาดู ในหนังสือพิมพ์เขียนว่าสิ่งของของทางเซอร์เค็ตที่ยังไม่ถูกทำลายจะถูกนำออกมาประมูลในสัปดาห์หน้าพูดถึงเซอร์เค็ต ดยุกเซอร์เค็ตโกรธมากที่ลูกชายทำร้ายพันธมิตรไปโดยพละการ แต่ก็โกรธที่เฮลดันไฮม์ขโมยทั้งศิลามังกรและสมบัติบางส่วน รวมถึงทำให้สุสาน 400 ปี เสียหายและเขียนจดหมายที่เต็มไปด้วยความโมโหมา 30 หน้ากระดาษ (เซอร์เบอรอสโยนทิ้งไปแล้ว)สิ่งที่นำออกมาประมูลคงเป็นสิ่งของที่ยังคงอยู่ในสุสานนั้น ผมไล่รายการของที่ถูกนำมาประมูล มีสิ่งของจากที่อื่นๆ ที่น่าสนใจถูกนำออกมาประมูลด้วยและแล้วสายตาของผมก็ไปหยุดอยู่ที่รายละเอียดขอ




![ผมก็แค่พี่เลี้ยงเด็ก ที่ดันได้พ่อเค้าเป็นสามี [PWP]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


