เมื่อสตรีเช่นข้าขโมยดวงจ้าวมังกร

เมื่อสตรีเช่นข้าขโมยดวงจ้าวมังกร

last updateHuling Na-update : 2024-11-18
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
28Mga Kabanata
1.7Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

อวี้เสวี่ยหนิง หญิงสาวผู้ที่ไม่ศรัทธาถึงเทพเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ จนกระทั่งโชคชะตาของนางต้องมาพบเจอกับหลงอวี่ มังกรหนุ่มผู้เย็นชาและไร้รัก เพราะนางดันไปขโมยดวงชะตาของเขาโดยไม่ตั้งใจ เรื่องราวโรแมนติกเหนือจินตนาการนี้ เต็มไปด้วยการต่อสู้เพื่อชะตาชีวิต ความรักที่ผสานความขัดแย้ง ความแค้น และความลึกซึ้งของตัวละครทั้งสอง จะพาผู้อ่านเข้าสู่โลกแห่งเทพเซียน มังกร และการสละทุกสิ่งเพื่อความรักที่ยืนยาวชั่วนิรันดร์

view more

Kabanata 1

ลิขิตบนเส้นขนาน

海市、ある冬の夜。

「陽咲なんて、俺には不釣り合いだ。彼女との結婚は単なる責任感からに過ぎない。

でも安心して、悠里。三年という契約期間が終われば、俺から離婚を切り出す。そうしたら君を妻に迎えるよ。いいだろう?

信じられないのか?」安部怜央(あべ れお)は小さく笑った。「俺が愛しているのは、一生君だけだ。疑うなら、俺の心臓を抉り出して見せてやってもいい」

書斎の中から漏れ聞こえる甘い睦言が、清水陽咲(しみず ひなた)の耳を刺した。

結婚して二年、怜央が自分に対してこれほどまでに情熱的で優しい言葉をかけたことは一度もない。

ドアの外に立つ陽咲は全身が凍りついたようになり、手に持っていたペアのカップを指が白くなるほど強く握りしめた。

夫である怜央が、陰で自分のことをそんな風に言っていたなんて信じられなかった。

五、六日もかけて丹精込めて焼き上げた陶器のカップに涙がこぼれ落ちる。その情熱が、今はひどく滑稽で皮肉に思えた。

陽咲は顔を上げて涙を拭い、自嘲気味に微笑んだ。

怜央が言ったことの中で、一つだけ正しいことがある。彼女は確かに田舎者だった。

生まれた際、看護師のミスで取り違えられ、男尊女卑の激しい女の元へ送られた。

その女は赤ん坊が女の子だと知るや否や、夫と相談して自分の義父に押し付けた。

神様の助けか、陽咲が清水正雄(しみず まさお)に引き取られた三日後、その夫婦は交通事故で亡くなり、それ以来、彼女は正雄と二人きり、肩を寄せ合うようにして生きてきた。

二十二歳の時、正雄が他界し、望月家の人々が彼女を見つけ出した。彼女こそが長年行方不明だった望月家の真の令嬢だという。

しかし、戻った陽咲を待っていたのは血のつながった両親の冷淡な態度だった。実の兄も彼女を歓迎せず、望月悠里(もちづき ゆうり)への愛情が奪われることを恐れていた。

だが、陽咲はそんなものを奪おうなどと考えたことはなかった。彼女はただ、温かい家が欲しかっただけなのだ。

家族への渇望を見透かした実の両親は、彼女に安部家との婚約を履行するよう命じた。それは数十年前、双方の祖父の間で交わされた約束だった。

当時の安部家は激しいお家騒動の最中にあった。二十年以上も手塩にかけて育てた悠里をそんな苦境に嫁がせたくない両親は、陽咲を身代わりに差し出した。

結婚前、怜央とは契約を交わした。結婚から三年が経過した後、性格の不一致を理由に離婚するという内容だった。

二人の結婚生活は、波風一つ立たない穏やかで節度あるものだった。

陽咲はその心地よいまやかしにいつしか絆され、怜央に対して底なしの愛を抱くようになっていた。

だが、二年間も睦み合ってきた夫が愛していたのは、名義上の妹であり、望月家の偽物の令嬢だったとは思いも寄らなかった。

部屋の中では、怜央の電話が続き、次第にその呼吸が荒くなっていった。

電話越しに女性の艶めかしい喘ぎ声が聞こえ、やがて卑猥な響きが書斎を満たす。

陽咲は涙に濡れた顔で口を抑え、絶望に突き動かされるように一歩後退した。

「悠里、いつになったら俺たちは一緒になれるんだ……」

部屋の中から、欲望を隠しきれない怜央の熱を帯びた、荒い吐息が漏れてくる。

彼はそれほどまでに悠里を深く愛していたのか。自らを慰めるその最中でさえ、うわ言のように彼女の名を呼び続けていたなんて。

受け入れがたい現実に陽咲の頭が真っ白になり、手から滑り落ちた陶器が床に激突して砕け散った。静まり返った深夜に、耳を刺すような音が響き渡る。

数分後、情欲の残滓を瞳に宿したまま、怜央がドアを開けた。そこにいたのは、慌てふためいて床に這いつくばり、破片を拾い集める陽咲の姿だった。

「どうしたんだ、陽咲?」

彼女の姿を視界に捉えた刹那、怜央の顔から蕩けたような熱が引き、その眼底には射貫くような冷徹さが走った。

怜央はしゃがみ込むと溜息をつき、破片で傷ついた陽咲の手を握った。「痛むか?海田先生を呼んで手当てをさせよう」

陽咲は顔を上げ、彼の漆黒の瞳を見つめた。

心配そうな眼差し。けれど、その奥に潜む疎外感が、陽咲の心を深く突き刺した。

胸を掻きむしるような苦痛を抑え込み、彼女はそっと手を引き抜いた。「大したことないわ。海田陽斗 (かいだ はると)先生を呼ぶほどじゃない。自分で絆創膏を貼るから大丈夫」

彼女は立ち上がり、どこか惨めな背中を見せながら、逃げるようにその場を去った。

遠ざかる彼女の後ろ姿を見つめ、怜央の表情に複雑な色が浮かんだ。

陽咲が悠里との会話を聞いていたのかどうか、確信が持てなかった。

聞いていないのならそれでいい。もし聞いていたのだとしても、どう説明すべきか分からなかった。なにしろ、結婚して二年の間、彼女は完璧な伴侶だったからだ。

もし彼女がこのまま分をわきまえて過ごすなら、情けをかけて契約をあと三年更新してやってもいいと、怜央は考えていた。

陽咲は彼の胸中を知る由もなく、身の回りを整えてベッドに横たわり、重い溜息を吐き出した。

そこへ怜央が部屋に入ってきて、彼女を抱きしめた。甘く低い声が耳元で響く。「どうして急に、陶器のカップなんて作ろうと思ったんだ?」

触れるような熱い吐息を受け流すべく、陽咲はわずかに身を乗り出した。そして、穏やかな声で言葉を返した。「……今日は、あなたの誕生日でしょう。ペアのカップを贈りたくて焼いたの。でも、手が滑って割ってしまったわ」

怜央は安堵し、喉元までせり上がってきた蔑みを必死に抑え込んだ。「構わないよ。陶器が割れることより、君が怪我をする方が問題だ」

その上辺だけの優しい言葉を前にして、陽咲は初めて心が凪いでいくのを感じた。

彼の声に含まれた微かな蔑みを、今の彼女ははっきりと聞き取っていた。

「本当は、わざわざ陶器なんて作る必要はないんだよ。欲しいものがあれば使用人に命じればいい。そんな大層な真似はしなくていいんだ」

怜央の口元に皮肉な笑みが浮かぶ。

安部家の人々は、陽咲の田舎育ちという出自を常に見下しており、彼女に陶芸の技術があるなどとは微塵も信じていなかった。

彼らの目には、陽咲が持ってきた陶器など、どこかで高値で買い付けてきた品を「自分で作った」と嘘をついているようにしか映っていないのだ。

「……あなたが、ペアのカップが欲しいって言ったから」陽咲は背を向けたまま、静かに呟いた。

その言葉に、怜央の顔に驚愕の色が走った。

それは少し前に彼がこぼした寝言だった。あの時、悠里が「ペアのカップを使いたい」とねだったのだが、怜央は仕事が忙しく、また陽咲に怪しまれるのを恐れて断った。

悠里がへそを曲げ、機嫌を取るのにひどく苦労した。

まさか、陽咲がそれを本気にし、俺が彼女と使いたがっていると誤解していたとは。

月光が陽咲の細い背中を照らし、その姿はひどく寂しげに見えた。

怜央の喉仏が、何事かを堪えるように上下に揺れた。

彼が何かを言いかける前に、陽咲はベッドに横たわったまま「おやすみなさい」とだけ告げ、目を閉じた。

眠りにつけるはずもなかった。脳裏には先ほどの怜央と悠里が睦み合う声がこびりつき、心臓が鉛のように重く、鈍く疼いている。

わずかに首を振り、忌々しい情景を無理やり意識の外へ追い出した。ようやく微睡みの淵に沈みかけた、その時だった。

背後から強靭な腕が伸び、抗いようのない力で彼女の腰を抱き寄せた。すぐ耳元で、怜央の熱を帯びた、荒い鼻息が響く。

「陽咲……」

掠れた、艶めかしい声。

彼が何を求めているのか、陽咲には痛いほど分かった。

胸の内に、猛烈な嫌悪感がこみ上げる。

陶芸をする際、彼女は土にわずかな不純物が混じることさえ許さなかった。

人に対しても、物に対しても、それは同じだ。

彼女は自分を這い回るその手を、力強く振り払った。

「触らないで」

――反吐が出る。その言葉を、彼女は必死で飲み込んだ。

突き放すような、あまりに余裕のない響き。その鋭さに虚を突かれたのか、怜央は一瞬動きを止めた。だが次の瞬間、彼は弾かれたようにベッドの上に身を起こし、陽咲の背中を射抜くように見つめ、問いかけた。

「……君、今のを聞いていたのか?」

その声は、確信に満ちていた。

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
28 Kabanata
ลิขิตบนเส้นขนาน
มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันว่าพื้นดินแต่ละทิศและมหาสมุทรแต่ละแห่งนั้นจะมีมังกรสถิตอยู่ ซึ่งมังกรแต่ละตัวนั้นจะมี “หินดวงชะตาแห่งชีวิต” ซึ่งเป็นดั่งขุมพลังและหัวใจแห่งชีวิตอมตะว่ากันว่าหินนี้ไม่เพียงเป็นแหล่งที่มาของพลัง แต่ยังเป็นดั่งหัวใจดวงที่สอง ซึ่งหากสูญเสียมันไปก็หมายถึงการสิ้นสุดของอำนาจและชีวิตอมตะของมังกรแต่ละตนสำหรับเหล่ามังกรแล้วการปกป้องหินดวงชะตานั้นเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง มังกรแต่ละตัวมักจะซ่อนหินนี้ไว้ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องอย่างแน่นหนา ไม่ให้ผู้ใดเข้าถึงได้ เพราะหากผู้ใดได้ครอบครองหินนี้ พวกเขาเหล่านั้นก็จะได้รับพลังอำนาจเกินมนุษย์ รวมถึงความสามารถในการควบคุมธาตุประจำตัวของมังกรนั้นๆ อีกด้วยณ กลางดินแดนทิศตะวันตกอันเงียบสงบ ชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางหมอกหนาที่ลอยคลุมป่า รูปร่างของเขาสง่างามดั่งเทพเซียน ผิวขาวดุจหยกเนื้อดีที่ตัดกับเสื้อคลุมสีฟ้าเข้มที่เขาสวม ใบหน้าคมคายดั่งรูปสลัก บริสุทธิ์ไร้ตำหนิ ริมฝีปากบางเม้มสนิทที่สามารถตรึงผู้ที่พบเห็นให้ต้องจ้องมองอย่างละสายตาไม่ได้เส้นผมยาวสีดำขลับ ดุจน้ำหมึกไหลผ่านบ่ากว้าง เสริมความงดงามที่ลึกลับ หากใครได้พบสบตา
Magbasa pa
พลังทลาย
เสียงของหญิงสาวลอยเคว้งอยู่ในอากาศ นางสะบัดความคิดนั้นออกไปแล้วก้มลงมองปลาสีเงินสีทองที่กำลังขยับตัวไปมาในถังน้ำอย่างสงบนิ่ง ปลาสองตัวนี้ถูกเตรียมไว้เพื่อใช้ในพิธีบวงสรวงเทพวารี เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและความเจริญรุ่งเรืองของหมู่บ้าน เมื่อพิธีสิ้นสุด ปลาสองสีนี้จะถูกปล่อยลงแม่น้ำ เป็นการส่งสาส์นไปยังเทพวารีให้ช่วยคุ้มครองน้ำและความอุดมสมบูรณ์ในฤดูกาลข้างหน้าแต่ในใจของอวี้เสวี่ยหนิง นางหาได้เชื่อในอำนาจของเทพวารีที่ชาวบ้านกราบไหว้ไม่ ชีวิตที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดในฐานะบุตรสาวคนโตของเจ้าเมืองทำให้นางรู้สึกเบื่อหน่าย ยิ่งได้เห็นพิธีกรรมที่ซ้ำซากก็ยิ่งรู้สึกว่าตนถูกกักขังอยู่ในขนบประเพณี “กะอีแค่ปล่อยปลาลงน้ำ จะช่วยอะไรได้งั้นหรือ?” ความคิดเชิงเย้ยหยันแทรกเข้ามาในใจ ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะขยับเข้าใกล้ถังน้ำแล้วหยิบจับปลาสีเงินขึ้นมาพินิจพิจารณา ดวงตาสีอำพันเป็นประกายแฝงความซุกซนขณะมองดูปลาสีเงินที่ขยับไปมาบนฝ่ามือของนาง ขณะนั้นเอง เสียงที่นุ่มนวลของ “หลินจื่อเฟย” สหายสนิทที่คอยตามนางอยู่เสมอก็ดังขึ้น“อาหนิง เจ้าควรทำตามหลักพิธีบ้างอย่าดื้อให้มันมากนัก พิธีนี้สำคัญต่อชาวบ้านมากนะ” หลินจ
Magbasa pa
ท้าทาย 1/2
เมื่ออวี้เสวี่ยหนิงกลับมาถึงจวนของเจ้าเมือง ความเงียบสงบก็ถูกทำลายด้วยเสียงหัวเราะและคำพูดเย้ยหยันจาก “ฮูหยินอวี้” แม่เลี้ยงของนางและ “อวี้เถียนเถียน” ลูกสาวของฮูหยินอวี้หรือเป็นน้องสาวต่างมารดานั่นเอง ทั้งสองจงใจกล่าวคำกระทบกระเทียบหวังจะให้อวี้เสวี่ยหนิงรู้สึกต่ำต้อยกับเขาบ้าง แต่หญิงสาวเพียงมองกลับด้วยสายตาเฉยชา พลางยิ้มหยันในใจ "ไม่เคยเข็ดกันเลยนะคนพวกนี้" อวี้เสวี่ยหนิงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย คนพวกนี้ช่างจ้อไม่รู้จักหยุด มีหรือที่นางจะยอมปล่อยให้ถ้อยคำเหล่านั้นเข้ามากระทบจิตใจได้ง่ายเช่นนี้ฮูหยินอวี้เหลือบตามองลูกสาวอย่างรู้กัน ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเสแสร้งว่า “หนิงเอ๋อร์ เจ้าไปทำอะไรมาถึงได้มีสภาพเช่นนี้? มอมแมมเชียว ช่างไม่สมศักดิ์ศรีบุตรสาวของท่านเจ้าเมืองเลยสักนิด”อวี้เถียนเถียนรีบเสริมด้วยน้ำเสียงหยามเหยียด “ได้ยินมาว่าท่านทำพิธีพังพินาศไปหมด ข้าอยากรู้จริงว่าท่านพี่หญิงทำอันใด ข้าขอความกรุณาจากพี่ช่วยเล่าให้ฟังได้ไหม?”“แบบนี้ไงล่ะ!” อวี้เสวี่ยหนิงยกกาน้ำชาร้อนที่บ่าวกำลังนำเข้ามา และเทลงบนหัวของอวี้เถียนเถียนทันที“ร้อน! ท่านแม่! ช่วยด้วย พี่หญิงรังแกข้า!” อวี้เถ
Magbasa pa
ท้าทาย 2/2
เช้าวันหนึ่ง อวี้เสวี่ยหนิงจำใจเดินออกมาในตัวเมืองตามคำขอของบิดา ใจจริงนางไม่ได้อยากมา แต่เมื่อบิดาอ้อนวอนให้นางมาช่วยชาวบ้านที่กำลังเผชิญกับภัยแล้ง หวังให้เกิดความสมานฉันท์ระหว่างนางกับพวกเขา หญิงสาวจึงยอมทำตามอย่างไม่เต็มใจเมื่อมาถึงอวี้เสวี่ยหนิงก็พยายามเขาหาชาวบ้าน หวังว่าจะทำให้ชาวบ้านรู้สึกสบายใจขึ้นบ้างนางเดินเข้าไปถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกับผู้คน หวังจะช่วยแบ่งเบาภาระหรือหาทางออกให้พวกเขา แต่ทันทีที่ชาวบ้านเห็นหญิงสาวก็พลันพากันถอยหนี บางคนหลบสายตา บางคนเร่งเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว “อวี้เสวี่ยหนิง นางมาทำอะไรอีก?” ชาวบ้านต่างพากันจ้องมองนางด้วยสายตาหวาดระแวงราวกับนางเป็นปีศาจที่อาจทำลายสิ่งใดที่ขวางหน้าทันใดนั้นเอง นางก็เดินไปชนแผงขายผลไม้โดยไม่ตั้งใจ ทำให้ผลไม้หล่นกระจัดกระจาย แม่ค้าร้องออกมาอย่างตกใจ รีบก้มเก็บผลไม้ด้วยใบหน้าตื่นตระหนก "โอ๊ย! แม่นางอวี้! ขอร้องหล่ะอย่าเข้าใกล้ร้านของข้าอีกเลย พังสิ้นไปหมดแล้ว!"หลังคำพูดของแม่ค้าชาวบ้านที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างขยับถอยห่างขึ้นไปอีก อวี้เสวี่ยหนิงคือตัวปัญหาที่ไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยว แม้จะเป็นบุตรสาวเจ้าเมือง แต่ชาวบ้านต่างปฏิบัติกับน
Magbasa pa
เขาหลงซาน
อวี้เสวี่ยหนิงยืนจัดข้าวของเตรียมพร้อมกับหันไปมองหลินจื่อเฟยที่ยืนอยู่ข้างกัน แต่ตอนนี้สหายของนางดูอึดอัดเล็กน้อย มองไปรอบๆ ราวกับกำลังหาทางเลี่ยงอย่างไรอย่างนั้น“อาเฟย ไปกับข้าเถอะ ข้าไม่อยากไปคนเดียว”หลินจื่อเฟยชะงักนิดหน่อย ก่อนจะสบตาและแสร้งถอนหายใจเสียงเบา “อาหนิง ข้าพึ่งนึกได้ว่าข้ายังต้องเตรียมของอีกหลายอย่างนะ… เสบียงหรืออุปกรณ์ก็ยังไม่ครบเลย”อวี้เสวี่ยหนิงแอบขำเล็กน้อย เพราะเห็นความกังวลที่ร่างบางพยายามซ่อนแต่ไม่ว่าอย่างไรมันก็ซ่อนไม่มิด“เจ้ากลัวผีล่ะสิ หลินจื่อเฟย?” อวี้เสวี่ยหนิงยิ้มอย่างรู้ทัน หลินจื่อเฟยสะดุ้งเล็กน้อย รีบหัวเราะกลบเกลื่อน พลางกอดอกและทำหน้าครุ่นคิด “ใครว่าข้ากลัว ข้าก็แค่…ไม่ชอบอากาศหนาว ในป่าอากาศหนาวจะตายไป เจ้าไม่หนาวหรือสหาย”อวี้เสวี่ยหนิงส่ายหัว “ถ้าอย่างนั้นข้าจะล่งหน้าไปก่อน เจ้าเตรียมตัวเสร็จเมื่อไหร่ก็ตามข้ามาก็ได้”หลินจื่อเฟยยิ้มเจ้าเล่ห์ รู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้องตามสหายไป “ได้เลย อาหนิง ไว้ข้าเตรียมตัวพร้อมเมื่อไหร่จะตามไป…” แต่ในใจนั้นนางกำลังแอบขอโทษขอโพย“ข้าน่ะกลัวผีจะตาย ข้าไม่ยอมเดินป่าเด็ดขาด นั่งเล่นหมากล้มกับชาวบ้านอยู่ที่นี่ยังจะส
Magbasa pa
พรากดวงชะตาแห่งมังกร
ท่ามกลางป่าทึบที่ปกคลุมด้วยหมอกเบาบาง ตรงหน้าของอวี้เสวี่ยหนิงคือศาลเจ้าสีขาวสว่าง ตกแต่งด้วยหยกเขียวอ่อนและเส้นขอบทองคำที่วิจิตรบรรจง ทุกมุมมองเปี่ยมด้วยความงามที่ดูแปลกตา ทว่าให้ความรู้สึกเงียบเหงาและลึกลับในเวลาเดียวกัน คล้ายกับสถานที่ที่ไม่ค่อยมีผู้ใดเข้ามาเยือนนานแล้ว บรรยากาศโดยรอบเย็นสงัด ลมที่พัดผ่านเบา ๆ ยิ่งทำให้รู้สึกถึงความลึกลับของสถานที่แห่งนี้นางเดินเข้าไปในเขตของศาลเจ้า ทอดสายตามองรายละเอียด หยกเขียวที่ประดับตามเสาหินฉายแสงระยับท่ามกลางหมอก บางจุดยังมีเถาวัลย์เลื้อยประดับไว้ตามธรรมชาติ บ่งบอกว่าที่แห่งนี้ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานอวี้เสวี่ยหนิงเดินสำรวจรอบศาลเจ้า ตะโกนเรียกหาผู้คน “มีใครอยู่ที่นี่ไหม?” เสียงที่สะท้อนกลับมามีเพียงความเงียบ นางถอนหายใจ พึมพำกับตัวเองเบา ๆ อย่างหงุดหงิด “บอกแล้วว่าพวกชาวบ้านเพ้อเจ้อ…”ขณะที่อวี้เสวี่ยหนิงกำลังจะหันหลังกลับ พลันสายตาก็สะดุดเข้ากับแสงวาววับบางอย่าง มันส่องประกายออกมาจากฐานของรูปปั้นมังกรหินหยกที่ถูกแกะสลักอย่างงดงาม นางหยุดยืนมองด้วยความสงสัย ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ แสงสีน้ำเงินสดใสส่องออกมาจากช่องใต้ฐานรูปปั้นมังกรอวี้เสวี
Magbasa pa
หรือจะเป็นนาง
จู่ๆ หลงอวี่รู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ ราวกับพลังบางอย่างที่ว่ายวนอยู่ในร่างกายกำลังแผ่วลงอย่างผิดธรรมชาติ ทันใดนั้น เขาสัมผัสได้ถึงกระแสความเยียบเย็นแทรกเข้ามาในร่างกาย คล้ายเตือนถึงเหตุร้ายที่กำลังก่อตัวขึ้น ความรู้สึกไม่สบายใจแผ่ไปทั่วจนเขาต้องขบกรามแน่นไห่เฟิงที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องด้านในหลังจากเสร็จกิจกับนางฟ้าน้อย แต่ทันทีที่เห็นสีหน้าของหลงอวี่ เขาก็หยุดชะงัก รอยยิ้มค่อยๆ เลือนหายไป"มีอะไรเกินขึ้นหรือ สหาย?" ไห่เฟิงถามพลางจ้องมองสหายสนิทอย่างผิดสังเกตหลงอวี่ส่ายหน้าช้าๆ "ไม่แน่ใจ... แต่ข้ารู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ราวกับพลังของข้าถูกกรีดออกไปทีละนิด"หลงอวี่พยายามรวบรวมพลังเพื่อแปลงกายและเหาะขึ้นไป เขาขมวดคิ้ว พลางสังเกตได้ว่าพลังบางอย่างในร่างกายร่วงโรยลงทีละน้อยจนเขาไม่อาจขยับได้ตามใจนึก แล้วความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว“หินดวงชะตาของข้า…”ไห่เฟิงที่ยืนอยู่ข้างกันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขารู้ดีว่าหินดวงชะตามีความสำคัญขนาดไหน มันไม่ใช่ของที่จะหายไปง่ายดายเช่นนั้น ถ้าไม่มีดวงชะตาผูกกันจะไม่สามารถของเห็นมันหรือหยิบจับมันได้ สีหน้าของไห่เฟิงเต็มไปด้วยความกังวล
Magbasa pa
เป็นเจ้านี่เอง
หลังจากภัยแล้งอันยาวนาน ในที่สุดฝนก็โปรยปรายลงมา อวี้เสวี่ยหนิงกลับมาถึงเมืองไป๋หลินท่ามกลางความชุ่มฉ่ำของสายฝน ชายชราผู้เคยท้าทายนางให้ไปที่ศาลเจ้าหลงซานยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มชาวบ้าน ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ เขาเปล่งเสียงดังออกมาอย่างตื่นเต้นจนดังไปทั่วหมู่บ้าน“เห็นหรือไม่ ข้าเคยบอกแล้วว่าศาลเจ้าหลงซานศักดิ์สิทธิ์เพียงใด นางไปขอพรแล้วฝนก็ตกจริงๆ อย่างที่พวกเจ้าทุกคนเห็น!”ชาวบ้านหันไปมองชายชรา บ้างก็พยักหน้ารับคำพูดอย่างเชื่อถือ บางคนแม้จะยังไม่แน่ใจ แต่เมื่อเห็นว่าฝนตกลงมาหลังจากการเดินทางของอวี้เสวี่ยหนิง ทุกคนก็เริ่มพูดคุยถึงความศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้า เสียงกระซิบเกี่ยวกับอำนาจลึกลับและการขอพรของอวี้เสวี่ยหนิงที่ศาลเจ้าหลงซานนั้นค่อยๆ แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน ผู้คนต่างหันมามองนางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป บางคนเต็มไปด้วยความชื่นชม ขณะที่บางคนยังคงมีแววสงสัย ทว่าทุกคนต่างตระหนักว่านางอาจมีส่วนสำคัญที่ทำให้ฝนตกลงมาหลังจากช่วงเวลาแห่งความแห้งแล้งที่ยาวนานพวกเขาพากันนำถังและโอ่งออกมาเก็บน้ำฝนเพื่อตุนไว้ แต่ทว่าดินที่แห้งแตกจากความแห้งแล้งนั้นกลับทำให้น้ำซึมลงสู่พื้นดินอย่างรวดเร็ว แ
Magbasa pa
ความขัดแย้ง
ในห้องโถงที่มืดสลัว อวี้เสวี่ยหนิงกำลังยืนเผชิญหน้ากับอวี้เจียหรงบิดาของนางหลังจากที่กลับมาจากการช่วยชาวบ้านทำที่เก็บน้ำ โดยมีฮูหยินอวี้ผู้เป็นแม่เลี้ยงที่นางเกลียดชังนั่งอยู่ข้างกัน ใบหน้าของฮูหยินอวี้ฉายแววเยาะเย้ยขณะที่กำลังเสริมคำพูดของสามีนางอย่างจงใจ“ท่านพี่ ลูกสาวของเรายิ่งดื้อรั้นเช่นนี้ ข้าเกรงว่าชื่อเสียงของครอบครัวจะป่นปี้เสียก่อนที่นางจะหาคู่ได้พอดี ท่านพี่มีอะไรก็พูดกับนางตรงๆเถอะเจ้าค่ะ” คำพูดนั้นทำให้อวี้เสวี่ยหนิงรู้สึกร้อนรุ่มในอกยิ่งขึ้น“ข้าไม่ต้องการออกเรือน! ท่านพ่อไม่เข้าใจหรือ?” อวี้เสวี่ยหนิงตะโกนออกมาด้วยเสียงกร้าว ดวงตาของนางเป็นประกายแข็งกร้าวด้วยโทสะ ก่อนที่มือจะสะบัดปัดของตกแต่งบนโต๊ะให้ตกลงแตกกระจาย “เพล้ง!” เสียงแก้วแตกดังสะท้อนก้องทั่วห้อง อวี้เจียหรงผงะเล็กน้อย ขณะที่ฮูหยินแสร้งทำท่าตกใจ แต่ริมฝีปากของนางกลับเผยรอยยิ้มบางที่แฝงความพอใจ “หนิงเอ๋อร์!” อวี้เจียหรงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้ม หวังจะควบคุมสถานการณ์ แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ อวี้เสวี่ยหนิงก็ชี้หน้าฮูหยินอวี้ด้วยสายตาที่เดือดดาล“เป็นเจ้านี่เองนางโลมแพศยา ที่คอยยุแยงทุกอย่าง ทำให้ท่านพ่อตั
Magbasa pa
หัวใจเย็นชา
อวี้เสวี่ยหนิงวิ่งออกมาจากบ้านด้วยความหงุดหงิดจนถึงป่าที่เงียบสงบ นั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่พลางโยนก้อนหินเพื่ออารมณ์ที่กำลังปะทุอยู่ภายในอก หลังจากโยนก้อนหินเล่นไปหลายครั้ง จิตใจของนางเริ่มสงบลงบ้าง“แม่นางน้อย ใยเจ้ามานั่งโยนหินเล่นที่นี่ เจ้ามีสิ่งใดในใจหรือไม่?” เสียงทุ้มเยือกเย็นดังขึ้นจากที่ไม่ไกลนัก มันช่างเย็นชา แต่กลับมีเสน่ห์ที่ทำให้นางต้องหันไปมองอวี้เสวี่ยหนิงหันตามเสียงไป แทบหยุดหายใจ นักพรตหนุ่มผู้มีรูปลักษณ์งดงามดั่งเทพเซียนยืนอยู่ตรงหน้า เขามีใบหน้าคมคาย ผมยาวดำสีหมึกสนิทพลิ้วไหวตามลม และดวงตาสีอำพันที่จับจ้องมาที่นางราวกับจะอ่านใจ นางอดคิดไม่ได้ว่านี่เป็นมนุษย์จริงหรือเป็นเทพเซียนที่แปลงกายมาดวงตาสีอำพันคู่นั้นทำให้อวี้เสวี่ยหนิงนั้นแทบลืมหายใจ สายตาที่เขาจ้องมองมาราวกับสามารถทะลุผ่านความรู้สึกที่ปกปิดอยู่ในใจของนางได้ ทุกอย่างรอบข้างดูเหมือนจะเงียบสงบลงชั่วขณะ และหัวใจของหญิงสาวก็เต้นผิดจังหวะโดยไม่ทันตั้งตัวแต่ความรู้สึกที่แฝงแววหลงใหลนั้นกลับถูกดับลงอย่างรวดเร็วด้วยความโมโหที่ยังคงก้องอยู่ในอก ความโกรธที่บิดาและแม่เลี้ยงพยายามจับนางแต่งงานยังไม่จางหาย อวี้เสวี่ยหนิงขบก
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status