LOGINลุคกับเพื่อนซี้เอ่ยทักทายกันเล็กน้อยตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันนานก่อนจะชวนกันไปที่ห้องนั่งเล่น สายตาคมมองไปยังทิศทางที่บางคนซ่อนตัวอยู่
“หนูบัว ออกมาได้แล้วครับ ปลอดภัยแล้ว”
เคนกับเจซมองหน้ากันอย่างงง ๆ ว่าเพื่อนของตัวเองพูดกับใคร แต่ก่อนที่พวกเขาจะสงสัยไปมากกว่านั้น ศีรษะทุยโผล่ขึ้นมาจากหลังโซฟาอย่างช้า ๆ ดวงตากลมโตกวาดตามองไปรอบ ๆ เห็นพี่ลุคยืนอยู่กับผู้ชายอีกสองคนที่เขาไม่คุ้นหน้า
ร่างบางลุกขึ้นยืนเต็มตัวความสูงก่อนจะเดินไปหาชายหนุ่มหนึ่งเดียวที่รู้จัก
“ใครอะ? ” เคนเลิกคิ้วถามเมื่อรู้ว่าเพื่อนของตัวเองไม่ได้มาคนเดียวแต่ยังพ่วงคนน่ารักมาด้วย ดูท่าหลายวันมานี้คงมีเรื่องมากมายเกิดขึ้นกับลุค
จะว่าไปร่างบางตรงหน้าก็ตรงสเปคของลุคเลยหนิ
“ไม่เจอกันแปบเดียวมึงมีเมียแล้วเหรอวะ” เจซเอ่ยแซว คนโดนแซวหน้าไปเปลี่ยน แต่คนที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเมียน่ะสิกลับเขินจนหน้าแดง
“มึงอธิบายมาเลยนะ”
“เร็ว ๆ เลย พวกกูอยากรู้”
ลุคสายศีรษะด้วยความระอาใจเมื่อเห็นเพื่อนมองเขาสลับกับร่างบางไปมาพร้อมกับทำสีหน้ากรุ่มกริ่ม เขาจึงตอบเพื่อนไปว่า “เดี๋ยวเล่าให้ฟัง”
สองหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจ ในจังหวะนั้นเองหางตาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างกำลังเคลื่อนไหว
“เฮ้ย! นั่นมันสิงโตกลายพันธุ์หนิ” เจซตะโกนออกมาด้วยความตกใจกลัวก่อนที่เขากับเคนจะขยับเท้าเท้าหนีอัตโนมัติเมื่อเห็นสัตว์กลายพันธุ์ในระยะประชิด
ขนาดตัวของมันใหญ่และสูงราวสองเมตรกว่าได้ มันออกแรงกระโดดทีเดียวก็ถึงที่ที่พวกเขายืนอยู่แล้วมั้ง
ปืนพกสั้นถูกหยิบขึ้นมาพร้อมกับชี้ปลายกระบอกไปทางเจ้าสิงโตกลายพันธุ์ ท่าทางที่คุกคามหรือมุ่งร้ายของมนุษย์แปลกหน้าทำให้เจ้ามะลิส่งเสียงขู่ในลำคอแล้วแยกเขี้ยวออกมา
ลุตเห็นท่าไม่ดีจึงเดินเข้าไปหาเจ้ามะลิแล้วเอื้อมมือไปลูบหัวมันเบา ๆ เป็นการปลอบให้มันใจเย็นลงเพื่อหยุดยั้งไม่ให้เกิดการนองเลือด
“ลุค มึงจะทำอะไร”
“มึงอยากตายหรือไง ออกมาให้ห่างจากสัตว์กลายพันธุ์เดี๋ยวนี้” เจซเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด จะยิงก็ไม่กล้ากลัวว่าเพื่อนจะโดนลูกหลงไปด้วย
“ชู่ว ใจเย็น พวกเขาไม่ได้จะทำร้าย”
!!
จากตอนแรกที่คิดว่าเพื่อนจะโดนทำร้าย แต่ภาพที่เห็นกลับต่างออกไปจากที่คิดไว้มากโข เจ้าสิงโตที่ดูดุร้ายยืนนิ่งให้ลุคลูบหัวแถมยังสงบลงด้วย
“พวกมึงก็ลดปืนลงได้แล้ว มะลิไม่ทำร้ายใคร”
เคนกับเจซมองหน้ากันเชิงปรึกษาว่าจะเอายังไง สุดท้ายก็ยอมลดปืนลงตามที่เพื่อนบอก
“มะลิ? นี่มันมีชื่อด้วยเหรอ” น้ำเสียงของเคนแฝงด้วยความไม่แน่ใจ เขาไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมว่าลุคกับสัตว์กลายพันธุ์ตรงหน้าสนิทกัน?
“อืม เจ้านี่ชื่อว่ามะลิเป็นสัตว์เลี้ยงของบัวเกี๋ยง” ลุคตอบเพื่อนแล้วหันไปแนะนำบัวเกี๋ยงและเจ้าสิงโตกลายพันธุ์ให้เพื่อนรู้จัก “บัวเกี๋ยง มะลินี่เพื่อนของฉัน เคนกับเจซ”
“สวัสดีจ้ะ บัวเกี๋ยงชื่อบัวเกี๋ยง แต่จะเรียกบัวเฉย ๆ ก็ได้จ้ะ” ร่างบางยิ้มทักทายอย่างเป็นมิตร
โฮก
มะลิเห็นมนุษย์ตัวขาวทักทายเพื่อนใหม่แล้วก็อยากทำบ้าง ครึ่งสิ่งโตครึ่งนกฉีกยิ้มหวาน แต่ในสายตาของเคนกับเจซเห็นว่าสัตว์กลายพันธุ์ตรงหน้ากำลังแยกเขี้ยวให้กับพวกเขา
“เอ่อ หวัดดีครับน้องบัว”
“หวัดดีมะลิ” สองหนุ่มยิ้มแห้ง ๆ เป็นการทักทายตอบ
หลังจากที่ทำความรู้จักกันเรียบร้อยแล้วลุคก็ชวนเคนไปหยิบเนื้อย่างที่อยู่หลังกระบะแล้วนำมาแจกจ่ายให้กับทุกคนและตัว พวกเขานั่งกินไปพร้อมกับพูดคุยว่าหลังจากนี้จะทำอะไรต่อ
“พวกมึงได้ข่าวของลุงโจบ้างไหม”
“ไม่เลยวะ”
“แล้วมึงจะเอายังไงต่อ”
“กูจะกลับเกาะมายา แต่กูจะพาลุงโจกลับไปด้วย” ลุค บอกสิ่งที่คิดให้เพื่อนฟัง เขายังเชื่อว่าลุงโจยังมีชีวิตอยู่
“แล้วมึงรู้เหรอว่าลุงโจอยู่ที่ไหน” เคนถาม
“ไม่รู้”
ต่างฝ่ายต่างเงียบ ในหัวก็คิดว่าจะไปตามหาลุงที่ไหนดี หรือว่าจะเสี่ยงไปที่เกาะเซย์ตามที่คิดไว้ตั้งแต่แรก
“พวกมึงลืมที่ลุงโจเคยบอกแล้วเหรอ” เจซเลิกคิ้วถามพร้อมกับกระตุกยิ้มมุมปาก
“บอก? ”
เสียงพรูลมหายใจจากเจซดังขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนทำหน้าเหมือนหมางง เขาจึงเอ่ยเสริมว่า “ใช่ จำที่ลุงโจเคยบอกได้ไหมว่าถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นให้พวกเราหนีโดยใช้เส้นทางลับ”
คำพูดของเจซทำให้ชายหนุ่มอีกสองคนนึกบางอย่างขึ้นได้ บัวเกี๋ยงหันมองคนนู้นพูดทีคนนั้นพูดที ในปากก็เคี้ยวเนื้อย่างจนแก้มตุ่ย เขานั่งกินไปฟังไปอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้เอ่ยแทรกบทสนทนาเพราะตนไม่รู้ที่พวกเขาพูดกัน
เส้นทางลับที่เจซกำลังพูดถึงนั้นมีไม่กี่คนที่จะรู้ ตอนที่พวกเขามาที่นี่แรก ๆ ลุงโจก็ได้บอกถึงเส้นทางลับนี้ให้กับพวกเขาสามคนรู้
จุดเริ่มต้นคือคฤหาสน์แห่งนี้และปลายทางของเส้นทางลับคือเกาะแห่งหนึ่งที่ลุงโจแอบซื้อไว้
“มึงจะบอกว่าลุงโจอยู่ที่นั่นเหรอ”
“อืม กูมั่นใจว่าลุงโจต้องใช้เส้นทางลับแน่ ลุงพูดเองหนิว่าถ้าวันสิ้นโลกเกิดขึ้นลุงจะไปอยู่ที่นั่น แถมยังเตรียมพร้อมทุกอย่างเอาไว้แล้ว”
พวกเขาตกลงกันว่าคืนนี้จะนอนพักที่นี่ก่อนแล้วจะไปหาลุงโจพรุ่งนี้เช้าแทน จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปหาที่นอน ลุคจูงมือคนตัวเล็กไปที่ห้องนอนของตัวเอง
แกร็ก
“นี่ห้องของพี่ลุคเหรอจ้ะ” น้ำเสียงหวานเอ่ยถามพร้อมกับเดินสำรวจรอบ ๆ ห้อง
“ใช่ครับ”
ของใช้ทุกอย่างยังวางอยู่ที่เดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ของใช้บางอย่างก็เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาเนื่องจากไม่ได้รับการดูแล
มือบางหยิบกรอบรูปที่วางอยู่บนชั้นวางของใกล้หัวเตียงขึ้นมาดู ฝุ่นหนาจับเกาะจนมองเห็นรูปภาพได้ลาง ๆ เขาปาดฝุ่นออกเผยให้เห็นชายหนุ่มรูปงามที่ยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงสวมชุดนักศึกษาสีขาว
“รูปพี่ตอนอยู่มหา’ ลัย” เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลังทำเอาคนที่กำลังจดจ่ออยู่กับรูปภาพในมือสะดุ้งด้วยความตกใจ
“อ๊ะ พี่ลุค!” บัวเกี๋ยงหันมองค้อนคนพี่ที่มาไม่ให้สุ่มให้เสียง ร่างสูงไม่มีที่ท่าว่าจะสลดใบหน้าหล่อเหลาเผยยิ้มระรื่นชวนให้คนมองรู้สึกหมั่นไส้
ตีสักทีดีไหม บัวเกี๋ยงคิด แค่ร่างกายกลับเคลื่อนไหวเร็วกว่าความคิด ฝ่ามือเล็กฟาดลงที่ท่อนแขนแกร่ง
เพียะ
“โอ๊ย หนูบัวตีพี่ทำไมครับ เจ็บจังเลย” ลุคโอดครวญท่าทางขี้เล่นของชายหนุ่มไม่เหมือนคนที่เจ็บเลยสักนิด
บัวเกี๋ยงเลิกสนใจคนตัวโตกว่าที่นิสัยเหมือนเด็กแล้วเดินไปดูตรงอื่นต่อ ลุคเห็นว่าคนน้องไม่สนใจก็เลิกเล่นด้วยเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า
ไม่รู้ว่าชายหนุ่มแรงเยอะเกินไปหรือตู้เสื้อผ้าเก่าเกินไป ตอนที่เขาเปิดบานประตูถึงได้ติดมือกลับมาด้วย เขาวางบานประตูไม้ให้พิงกับผนังแล้วหยิบเสื้อผ้ามาสองชุดสำหรับตัวเองและบัวเกี๋ยง จากนั้นก็ก้มเปิดลิ้นชักที่เก็บผ้าขนหนูเอาไว้ก่อนจะหยิบผ้าขนหนูออกมาสองผืน
เขาวางส่วนของบัวเกี๋ยงไว้บนเตียง ส่วนตัวเองก็เดินเข้าห้องน้ำไป เนื่องจากที่นี่ขุดน้ำที่อยู่ใต้ดินขึ้นมาใช้เองจึงไม่ต้องว่าจะไม่มีน้ำใช้ ตอนกลางคืนก็ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องอยู่ท่ามกลางความมืดมิดเพราะมีเครื่องปั่นไฟฟ้า ซึ่งก่อนหน้านี้เคนกับเจซก็ได้เปิดการใช้งานเรียบร้อยแล้ว
หลังจากที่ลุคออกมาจากห้องน้ำก็ไล่ให้คนน้องไปอาบน้ำ ส่วนเขาก็มาจัดการเรื่องที่นอนสำหรับคืนนี้ ลุคเดินไปเปิดประตูระเบียงแล้วเดินกลับมาหยุดที่ปลายเตียง เขาจับผ้าปูที่นอนจากนั้นก็...
พรึบ ๆ
สะบัดผ้าเพื่อไล่ฝุ่นออกไปแล้วก็ทำแบบนี้กับหมอน ผ้าห่มจนเจ้ามะลิที่นอนอยู่บนพื้นจามไปหลายรอบมาก ถ้ามันพูดได้คงบออกว่ามนุษย์หยุดสะบัดได้แล้ว
เมื่อชายหนุ่มรู้สึกว่าไม่มีฝุ่นแล้วถึงจะหยุด ไม่นานบัวเกี๋ยงก็ออกมาในชุดนอนสีน้ำเงินของเขา
ชุดนอนที่ใส่พอดีสำหรับลุค พออยู่บนร่างของบัวเกี๋ยงกลับหลวมโคร่งขึ้นทันที เขารู้ว่าน้องตัวเล็กแต่ไม่คิดว่าใส่ชุดของเขาแล้วจะตัวเล็กน่ารักปุ๊กปิ๊กแบบนี้
นัยน์ตาคมเข้มขึ้นพร้อมกับมีประกายแวววาวแวบผ่านก่อนจะกลับเป็นเรียบนิ่งเหมือนเดิมภายในไม่กี่วินาที
“มานอนกันเถอะครับ”
“จ้ะ”
ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งคู่นอนบนเตียงเดียวกัน เมื่อได้ยินที่อีกฝ่ายพูดแบบนั้นบัวเกี๋ยงก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะตั้งแต่ที่รู้จักกันจนวันแรกจนถึงวันนี้ปก็นอนด้วยกันตลอด ร่างบางปีนขึ้นไปนอนคนเตียงที่มีอีกคนนอนอยู่ ไม่นานทั้งคู่ก็เข้าสู่นิทรา
“ทุกคนเจออะไรบ้างไหม” โรมเอ่ยถามคนอื่น ๆ พลางนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น หลังจากเขาที่เดินกลับลงมาจากการไปสำรวจที่ชั้นสองของคฤหาสน์จนทั่วแต่ก็ไม่พบอะไรเลยเขาเป็นนักแกะรอยและหัวหน้าทีมนักสำรวจของเมือง W เขาได้รับมอบหมายให้มาสำรวจจุดสีเขียว ระหว่างทางเขาก็ได้เจอกับเพื่อนร่วมงานจากเมืองอื่น ๆพวกเราทั้งหมดมีเป้าหมายที่เหมือนกันคือตามหาพืชที่กินได้แล้วนำกลับไปให้ปลูก ลูกบ้านที่อยู่ในเมืองของตัวเองจะได้มีอาหารการกินที่ดีขึ้น สุดท้ายก็ตกลงกันว่าจะเดินทางพร้อมกัน เพราะไม่ว่าจะหลีกเลี่ยงยังไงก็ต้องเจอกันอยู่ดี จากทีมเล็ก ๆ ไม่กี่คนก็กลายเป็นกลุ่มใหญ่ตอนนี้พวกเราอยู่กันที่คฤหาสน์หลังหนึ่งในเมือง S และกำลังเป็นค้นหาใครบางคนที่ติดตามมานานเกือบเดือน แต่ก็ต้องคว้าน้ำเหลวในคฤหาสน์มีร่องรอยที่บ่งบอกว่าเคยมีคนจำนวนหลายคนอาศัยอยู่ บวกกับที่มีรถจอดอยู่ด้านหน้าทำให้มั่นใจว่าคนที่ตามหาอยู่ที่นี่ แต่ไม่ว่าจะหาอย่างไรก็ไม่เจอราวกับว่าพวกเขาหายตัวได้“ไม่เลย” ส่ายหน้าตอบอย่างจนใจ ก่อนจะทิ้งร่างบนโซฟาด้วยความเหนื่อยล้า“พวกเขาหายไปไหนกันนะ” มีอานักสำรวจเมือง N โคลงศีรษะเล็กน้อยขณะที่พูด เธอค้นหาทั้งในบ้านแ
ในยามราตรีที่เงียบสงบมีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งกับแสงจากดวงดาวนับล้าน ๆ ดวงบนท้องฟ้าที่ส่องประกายวิบวับ กระทบบนผิวน้ำทะเลก่อให้เกิดภาพที่สวยงามชายหนุ่มร่างสูงเดินออกมารับลมข้างนอกหลังจากที่ส่งบัวเกี๋ยงกับเจ้ามะลิเข้านอน ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้าแกร็ก“ยังไม่นอนอีกเหรอ” ลุงโจที่เปิดประตูออกมาเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปหาหลานชายที่ยืนรับลมอยู่หน้ากระท่อม“ครับ ผมยังไม่ค่อยง่วง แล้วลุงล่ะ ทำไมยังไม่นอนอีก” ลุคถามกลับ“ลุงก็ยังไม่ง่วงเหมือนกัน”พลันบรรยากาศระหว่างกันตกอยู่ในความเงียบ จนกระทั้งโจเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง“คิดอะไรอยู่”“คิดถึงบ้านน่ะครับ ผมไม่ได้กลับบ้านตั้งหลายปี ไม่รู้ว่าที่นั่นจะเปลี่ยนไปอะไรไปบ้าง แล้วก็...” น้ำเสียงทุ้มเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “คิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่ด้วย”“ลุงก็คิดถึงทั้งสองคน”โจเองก็ไม่ได้เจอหน้าน้องสาวสุดที่รักมาหลายปี ตอนแรกเขากะจะไปเยี่ยมโซเฟียที่เกาะมายาหลังจากที่หลาน ๆ กลับมาจากการเที่ยวเล่น แต่ดันเกิดเรื่องขึ้นมาเสียก่อนทำให้แผนที่วางไว้ล้มลงไม่เป็นท่าโจไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหลานชายแท้ ๆ ของเขาเ
ซู่ ซ่าณ สถานที่ลับแห่งหนึ่งมีอดีตนักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ริมหาดทรายฟังเสียงคลื่นซัดกระทบฝั่ง สายตาจับจ้องไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอยและคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตั้งแต่ที่ซอมบี้ระบาดหนักเขาก็ทิ้งคฤหาสน์ที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงแล้วมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่แทน โชคดีที่เขาได้เตรียมพร้อมทางหนีหากเหตุการณ์ไม่คาดคิดไว้แล้ว พอมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้รู้สึกลำบากมาก จะห่วงก็แต่หลานชายทั้งสามคนช่วงที่เกิดเรื่องหลานของเขาได้เดินทางออกไปเที่ยวพอดี ไม่รู้ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน จะเป็นตายร้ายดีบ้าง ได้กินอิ่มนอนหลับสบายไหม นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วแต่เขาก็ไม่ได้ข่าวคราวจากทั้งสามคนเลย“เฮ้อ หวังว่าพวกหลานจะปลอดภัยนะ” โจหวังอยู่ตลอดว่าสักวันลุค เคน เจซ จะกลับมาหาเขาขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งรำลึกความหลังถึงเรื่องราวในอดีตอยู่นั้น หูของเขาก็พลันได้ยินเสียงพูดคุยของมนุษย์หลายคนที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขานั่งอยู่โจผุดลุกขึ้นยืนทันทีแล้วรีบเดินตามเสียงไป ในมือของเขาถือปืนสั่นเอาไว้ ที่จริงแล้วเขาเริ่มพกปืนติดตัวตลอดเวลาตั้งแต่ที่รูู้ว่าโลกนี้มีซอมบี้เขาต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ หากเจอซอมบี้จะได้ยิงป้องกันตัว นานวันเข้าก
ติ้ด ติ้ดนิ้วเรียวกดรหัสปลดล็อกประตูลับที่อยู่ในความทรงจำ ตอนนั้นเจซกับเพื่อนยังพูดเล่นขำ ๆ กันอยู่เลยว่าพวกเขาคงไม่มีโอกาสได้ใช้เส้นทางลับนี้หรอกหรือถ้าได้ใช้จริง ๆ คงเป็นตอนที่มนุษย์ต่างดาวบุกโลก ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้แน่ ๆแต่แล้ววันนี้ก็มาถึง เพียงแต่เจซไม่เคยคิดเคยว่าเขาจะได้ใช้รหัสนี้เพื่อเปิดประตูทางลับเร็วกว่าที่คิดแกร็กใต้คฤหาสน์หลังนี้มีห้องใต้ดินที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บไวน์ชั้นดีเอาไว้นับร้อยขวด แต่คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าห้องเก็บไวน์แห่งนี้มีประตูลับที่สามารถทะลุไปอีกที่หนึ่งได้ เมื่อกดจำนวนรหัสครบ ชั้นไวน์ที่ติดกับผนังด้านหนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง ชั้นวางไวน์เลื่อนออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นว่าด้านหลังมีช่องทางลับซ่อนอยู่มองด้วยตาเปล่าจะเห็นเพียงความมืดมิด เดาไม่ออกเลยว่าทางข้างหน้ามีอะไรรออยู่บ้าง แสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาในปากทางเข้าทำให้เห็นภาพทางเดินสลัว ๆ“เข้าไปข้างในกันเถอะ”“มึงนำไปสิ” เคนเอ่ยพร้อมพยักเพยิดหน้าไปยังเส้นทางลับที่ดูวังเวงยังไงชอบกลลุคเหลือบตามองคนพูดแวบหนึ่งแล้วถอนสายตากลับมา ชายหนุ่มเดินเข้าไปขางในเป็นคนแรก ตามมาด้วยบัวเกี๋ยง มะลิ เคน และเจซเป็นคนปิดท้า
ลุคกับเพื่อนซี้เอ่ยทักทายกันเล็กน้อยตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันนานก่อนจะชวนกันไปที่ห้องนั่งเล่น สายตาคมมองไปยังทิศทางที่บางคนซ่อนตัวอยู่“หนูบัว ออกมาได้แล้วครับ ปลอดภัยแล้ว”เคนกับเจซมองหน้ากันอย่างงง ๆ ว่าเพื่อนของตัวเองพูดกับใคร แต่ก่อนที่พวกเขาจะสงสัยไปมากกว่านั้น ศีรษะทุยโผล่ขึ้นมาจากหลังโซฟาอย่างช้า ๆ ดวงตากลมโตกวาดตามองไปรอบ ๆ เห็นพี่ลุคยืนอยู่กับผู้ชายอีกสองคนที่เขาไม่คุ้นหน้าร่างบางลุกขึ้นยืนเต็มตัวความสูงก่อนจะเดินไปหาชายหนุ่มหนึ่งเดียวที่รู้จัก“ใครอะ? ” เคนเลิกคิ้วถามเมื่อรู้ว่าเพื่อนของตัวเองไม่ได้มาคนเดียวแต่ยังพ่วงคนน่ารักมาด้วย ดูท่าหลายวันมานี้คงมีเรื่องมากมายเกิดขึ้นกับลุคจะว่าไปร่างบางตรงหน้าก็ตรงสเปคของลุคเลยหนิ“ไม่เจอกันแปบเดียวมึงมีเมียแล้วเหรอวะ” เจซเอ่ยแซว คนโดนแซวหน้าไปเปลี่ยน แต่คนที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเมียน่ะสิกลับเขินจนหน้าแดง“มึงอธิบายมาเลยนะ”“เร็ว ๆ เลย พวกกูอยากรู้”ลุคสายศีรษะด้วยความระอาใจเมื่อเห็นเพื่อนมองเขาสลับกับร่างบางไปมาพร้อมกับทำสีหน้ากรุ่มกริ่ม เขาจึงตอบเพื่อนไปว่า “เดี๋ยวเล่าให้ฟัง”สองหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจ ในจังหวะนั้นเองหางตาก็เหลือบไ
“หืม ทำไมเนื้อเหลืออยู่เท่านี้” ดวงตาเฉี่ยวคมหรี่มองเนื้อกวางย่างที่อยู่ในหลังกระบะจำได้ว่าเมื่อคืนมีเยอะกว่านี้ พอเช้ามาทำไมถึงเนื้อถึงแหว่งไปส่วนหนึ่ง หางตาของเขาเหลือบไปเห็นชิ้นกระดูกของสัตว์ที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขายืนนัก คาดว่าหัวขโมยกินเสร็จก็โยนหลักฐานทิ้งทันทีร่างสูงหันไปมองมนุษย์ตัวขาวกับเจ้าสิงโตขาวด้วยความสงสัย พอรู้ตัวว่าถูกเขาจ้องเท่านั้นแหละทั้งคู่ก็พร้อมใจกันเบือนหน้าหนี“หนูบัวครับ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น“จะ จ๊ะ”มุมปากหยักโค้งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยตอนที่เขาเรียกชื่อ แถมเจ้าตัวยังไม่ยอมสบตากับเขาขณะที่พูดอีกเดิมที่เนื้อกวางย่างนั้นมีกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอแล้ว พอกลิ่นหอมโชยเข้าจมูก ดวงตาที่ปิดสนิทก็เปิดขึ้น เมื่อนึกถึงรสชาติเนื่อย่างแสนอร่อยที่ได้กินเมื่อคืนน้ำย่อยในท้องก็เริ่มทำงานบัวเกี๋ยงกับเจ้ามะลิไหนเลยจะทนนอนต่อจนถึงเช้าไหวทั้งที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงท้องน้อย ๆ ก็หิวอีกแล้ว คนกับแมวมองตากันอย่างรู้ใจ แอบลุกไปกินอาหารมื้อดึกที่อยู่หลังกระบะ พอกินอิ่มก็กลับมานอนต่อ“บัวขอโทษจ้ะ” ร่างบางก้มหน้ามองพื้นแล้วเอ่ยด้วยความรู้สึกผิด ยิ่งคนพี่เดินเข







